ที่เรียกว่าเขาสองันั่นก็เพราะูเานี้มียอดเขาอยู่สองยอด หากมองไกลๆ จะเห็นเหมือนัสองตัวเกี่ยวพันกัน จึงเป็ที่มาของชื่อเขาสองั ซึ่งมิได้มีความข้องเกี่ยวอะไรกับัแท้จริง
อย่างไรก็ตาม การปรากฏของเหมืองหินปราณได้สร้างปริศนาลึกลับซับซ้อนให้กับเขาสองัเสียแล้ว
“มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ไม่น้อยเลย” จูชิงมองสัตว์อสูรที่เดินไปเดินมาอยู่ในป่าพลางยิ้มเล็กน้อย
“เมื่อสองปีก่อนไม่มีสัตว์อสูรอยู่ในูเาแห่งนี้!” จางโซ่วซานกล่าว
“คงเป็เพราะเหมืองหินปราณที่ทำให้พลังฟ้าดินรอบๆ เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าสำนักหมอกวัสสานหลายเท่า ภายใต้การหล่อเลี้ยงของพลังที่แกร่งกล้าเฉกเช่นนี้ มีความเป็ไปได้สูงมากที่สัตว์ทั่วไปจะวิวัฒนาการเป็สัตว์อสูร” จูชิงพูด
จางโซ่วซานได้ยินหน้าก็เปลี่ยนสี “ถ้าอย่างนั้นสัตว์อสูรก็น่าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมน่ะสิ!”
“เื่นั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แค่ไม่รู้ว่าพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากน้อยเพียงใด หวังว่าจะไม่ถึงขั้นหลอมลมปราณ ไม่เช่นนั้นคงยุ่งยากน่าดู” จูชิงเอ่ย
“ขั้นหลอมลมปราณ!” แววตาของจางโซ่วซานทอประกายแสงหวาดผวา สำหรับเขานั้นสัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณเปรียบเสมือนผู้ไร้เทียมทาน อย่าว่าแต่ต่อต้านเลย กระทั่งวิ่งหนียังไม่รอดด้วยซ้ำ
ทว่าจูชิงบอกว่าขั้นหลอมลมปราณเพียงทำให้ยุ่งยาก ยุ่งยากแต่ไม่ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้
“เหมืองหินปราณอยู่ที่ไหน?” จูชิงถาม
ภายใต้การนำทางของจางโซ่วซาน ไม่นานนักพวกจูชิงก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง ถึงจะยืนอยู่ตรงหน้าถ้ำแต่ก็ััได้ถึงพลังปราณที่พัดลอยออกมาจากข้างใน
“ถ้ำนี่...” จูชิงขมวดคิ้ว
“ตอนนั้นข้าบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขาสองัแล้วดันทำหินแตกโดยบังเอิญ ขณะนั้นข้าััได้ถึงพลังปราณ พอเข้าไปดูก็พบว่ามีเหมืองหินปราณอยู่ที่นี่”
ก่อนหน้าจางโซ่วซานไม่มีใครรู้ว่าใต้เขาสองัมีเหมืองหินปราณอยู่ เพราะเขาสองัหลอมผสานรวมกันเป็หนึ่งเดียวครอบคลุมเหมืองหินปราณ ทำให้ไม่มีพลังปราณหลุดรอดออกมาแม้แต่น้อยนิด
แต่สัตว์อสูรมีประสาทัักับพลังปราณไวกว่ามนุษย์มาก เมื่อใดที่เหมืองหินปราณประจักษ์ สัตว์อสูรที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็จะััได้ในทันที
ถึงแม้จะมีสำนักที่ใหญ่ยิ่งกว่านี้ค้นพบเหมืองหินปราณ ทว่าในเหมืองนั้นมีสัตว์อสูรอยู่เป็จำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่เื่ง่ายที่จะกำจัดสัตว์อสูรเหล่านี้
พอเข้าไปในถ้ำ รูขุมขนทั่วทั้งกายาของจูชิงพลันเปิดออก พลังปราณฟ้าดินเข้มข้นเฉกเช่นนี้ กระทั่งในขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ยังพบเจอได้ยากยิ่ง
จูชิงอ้าปากกว้างขับเคลื่อนวิชากลืนปราณรวบรวมพลังฟ้าดิน!
“ช่างเป็พลังฟ้าดินที่อุดมสมบูรณ์อะไรเช่นนี้!” จูชิงเป็ปีติสุดแสน ครั้นพลังฟ้าดินหลั่งไหลเข้าไปในตันเถียน ผ่านการหล่อหลอมจากมหาสมุทรโลหิต ทันใดนั้นก็มีัคะนองน้ำอีกตัวถือกำเนิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นพลังปราณฟ้าดินที่อยู่รอบๆ กลับไม่ลดลงแต่อย่างใด ถึงเขาจะใช้วิชาลับกลืนปราณกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่ส่งผลกระทบอันใดต่อพลังฟ้าดิน
“สมกับที่เป็เหมืองหินปราณ!” จูชิงอดชื่นชมไม่ได้
ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดขุมพลังอำนาจถึงให้ความสำคัญกับเหมืองหินปราณมากนัก เพราะเหมืองหินปราณสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับขุมพลังอำนาจได้เป็อย่างมาก
มีขุมพลังอำนาจบางแห่งก่อตั้งสำนักไว้บนเหมืองหินปราณ กอปรกับพลังของอักขระิญญา ทำให้บริเวณรอบๆ สำนักกลายเป็ดินแดนแห่ง์ ผลของการบำเพ็ญเพียรในสถานที่เหนือเหมืองหินปราณย่อมดีกว่าข้างนอกหลายเท่าหรือหลายสิบเท่า
อีกทั้งเหมืองใต้ล่างเขาสองัยังเป็เหมืองขนาดใหญ่ที่พบเจอได้ยากยิ่งยวด ถ้าสำนักหมอกวัสสานได้จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าทลายปฐีกับสำนักภายในเวลาไม่ถึง 50 ปี และยังมีโอกาสที่จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณจะประจักษ์
เมื่อเข้ามาในเหมืองหินปราณก็พบว่ามีสัตว์ป่าอยู่ไม่น้อย ถ้าพวกมันอยู่ที่นี่นานพอก็สามารถพัฒนาเป็สัตว์อสูรได้เช่นกัน
“เ้าหนู ระวังตัวด้วย ข้ารู้สึกได้ว่ามีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ข้างใน อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็ขั้นหลอมลมปราณ!” เสียงของเฒ่าปีศาจดังสะท้อนขึ้นในหัวของจูชิง
จูชิงพยักหน้า “ข้าเตรียมพร้อมสำหรับเื่นี้แล้ว สัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณเมื่อสองปีก่อนนั่นบางทีอาจทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นหลอมลมปราณแล้วก็ได้!”
“เหมืองหินปราณนี่ใหญ่ยิ่งกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“นั่นสิ ถ้านับส่วนที่อยู่ใต้ดิน ขอบเขตของเหมืองหินปราณน่าจะใหญ่ยิ่งกว่าเขาสองั” จูชิงเห็นด้วย
สถานที่แห่งนี้มันให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าเขาสองัมีไว้ผนึกพลังปราณของเหมืองหินปราณเพื่อมิให้สูญเสียพลังโดยเปล่า!
“เฒ่าปีศาจ เ้าเห็นอะไรงั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ถ้าเดินต่อไปเรื่อยๆ อาจเจอเื่น่าประหลาดใจก็เป็ได้!” เฒ่าปีศาจพูด
“หวังว่าคงไม่น่าใเกินไป” จูชิงยิ้ม
มีไก่กับกระต่ายป่าอยู่ข้างนอกบางส่วน สัตว์ประเภทนี้มีความเป็ไปได้ต่ำมากที่จะกลายเป็สัตว์อสูร เนื่องจากพละกำลังน้อย พวกมันจึงอยู่ได้แค่บริเวณนอกสุดของเหมืองหินปราณเท่านั้น
พอเข้าไปข้างในก็จะเริ่มเห็นกวางซิกากับหมูป่า บ้างก็สำเร็จเป็สัตว์อสูรแล้ว ซึ่งบริเวณที่พวกมันอาศัยอยู่นั้นนับว่าอุดมสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง
ทว่าพวกมันเป็แค่ขั้นหลอมกายาแรกเริ่มเท่านั้น พอเห็นว่ามีคนนอก้า่ชิงดินแดนของพวกมัน สัตว์อสูรหนึ่งในนั้นก็พุ่งทะยานตรงเข้ามาหาพวกจูชิงโดยพลันทันใด
จูชิงเกียจคร้านไม่อยากลงมือกับสัตว์อสูรขั้นหลอมกายา เพียงปลดปล่อยคลื่นพลังของจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณขับไล่พวกมันออกไป
พอเดินเข้าไปอีกหน่อยก็พบกับสัตว์ประเภทเสือ สัตว์พวกนี้มีพละกำลังที่ทรงพลัง ส่วนใหญ่เป็ขั้นหลอมกายาสูงสุด บางตัวก็วิวัฒน์เป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ
จางโซ่วซานใจสั่นสะท้าน เขายังไม่ทันเห็นสัตว์อสูรที่เอาชนะเขาเมื่อสองปีก่อน แต่กลับมีสัตว์อสูรขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณอยู่ที่นี่แล้ว ไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตัวนั้นจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมมากขนาดไหน
“อักขระิญญา!” หางตาของจูชิงเหลือบเห็นอักขระิญญาอักขระหนึ่งบนกำแพง!
เขาเพ่งพิศมองครู่หนึ่ง เดาว่านักหลอมอักขระิญญาน่าจะใช้อักขระเหล่านี้เพื่อปิดกั้นพลัง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดของเวลา พลานุภาพจึงเสื่อมสลาย ไม่เช่นนั้นพลังปราณคงไม่รั่วไหลเพียงเพราะจางโซ่วซานทำลายหิน
เห็นได้ชัดว่าเคยมีคนมาที่เหมืองหินปราณนี้มาก่อน อีกฝ่ายไม่ใช่แค่สลักอักขระปิดกั้นพลังปราณ ทั้งยังสร้างเขาสองัปกคลุมเหมืองอีกชั้นหนึ่ง
“ถึงขนาดสร้างูเาได้ย่อมมิใช่คนอ่อนแออย่างแน่นอน!” จูชิงครุ่นคิดในใจ
“สัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณสูงสุด ทั้งยังมีตั้งสิบหกตัว!” เสียงเฒ่าปีศาจสะท้อนก้องในหัวของจูชิงอีกครั้ง สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
“สัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณสูงสุด พวกมันฝึกฝนกันยังไง เหตุใดถึงได้วิวัฒน์เร็วเฉกเช่นนี้?” ถึงจูชิงจะเตรียมตัวมาแล้วแต่ก็อดตกตะลึงไม่ได้
“เ้าก็ลองถามจอมยุทธ์คนนั้นดูสิ” เฒ่าปีศาจหัวเราะ
จูชิงเชื่อมต่อกับเืวานรวินาศที่อยู่ในหัวใจ เพลานี้เขาสามารถแปลงกายเป็วานรวินาศได้ทุกเมื่อ!
ฟังจากที่เฒ่าปีศาจพูด ในเหมืองหินปราณจะต้องมีของล้ำค่าอยู่เป็แน่แท้ กระทั่งเฒ่าปีศาจยังมองว่าเป็ของล้ำค่า ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะปล่อยมันไปโดยเปล่า!
แค่สัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณสิบหกตัวมิใช่รึ ไม่คณามือข้าหรอก!
“ตู้มมม!” ทันใดนั้นพลังปราณฟ้าดินะเิเบื้องหน้าของจูชิง ขาทั้งสองสั่นสะท้านจวนจะล้มลงไปกับพื้น
พลังฟ้าดินก่อตัวเป็กระแสน้ำวน พริบตานั้นกระแสน้ำวนก็ะเิอีกครั้งหนึ่ง พลังฟ้าดินที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลผ่านระหว่างนิ้วของจูชิง!
เขาเพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็ครั้งแรก หมาป่าั์สิบหกตัวที่อยู่ห่างจากจูชิงร้อยเมตรมีพลังปราณกระแสน้ำวนลอยอยู่เหนือศีรษะ และในกระแสน้ำวนนั้นมีเน่ยตันอยู่อันหนึ่งกำลังกลืนกินพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ
มิน่าล่ะ เหตุใดหมาป่าั์พวกนั้นถึงฝึกฝนได้รวดเร็วนัก ในสภาพแวดล้อมเฉกเช่นนี้ ถึงเป็หมูบ้านก็สามารถสำเร็จเป็สัตว์อสูรได้อย่างราบรื่น!
โชคดีที่พวกจูชิงมาเร็ว หากมาช้ากว่านี้สักเดือนสองเดือน หมาป่าั์พวกนี้อาจทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นสั่งสมแล้วก็ได้ ถึงตอนนั้นแม้จะแปลงกายเป็วานรวินาศก็ไม่อาจต้านทานหมาป่าั์ขั้นสั่งสมสิบหกตัวไหว
จางโซ่วซานใมากจนเข่าอ่อนทรุดล้มลงกับพื้น สัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณงั้นรึ แค่ตัวเดียวก็สามารถกวาดล้างเขาหมอกวัสสานให้ราบเป็หน้ากลองได้แล้ว แต่ที่นี่มีถึงสิบหกตัว ถ้าหนึ่งตัวในนั้นหลุดรอดออกไป ใครเล่าจะจัดการมัน?
“นั่นมัน...” ผลึกกองหนึ่งส่องแสงระยิบระยับกลางฝูงหมาป่าั์
“ปราณบริสุทธิ์!” ม่านตาของจูชิงหดเล็กเท่ารูเข็ม อย่างน้อยๆ ก็น่าจะหลายพันอัน
“เ้าหนู อย่าทิ้งแตงโมไปเก็บเมล็ดงาสิ ปราณบริสุทธิ์นั่นก็แค่ของเหลือใช้ สิ่งล้ำค่าที่แท้จริงก็คือแก่นปราณต่างหาก!” เฒ่าปีศาจชี้ไปที่สระน้ำเล็กๆ ที่อยู่ตรงกลางปราณบริสุทธิ์!
“แก่นปราณคืออะไรงั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“จอมยุทธ์คนนั้นทำการใหญ่เฉกเช่นนี้ก็เพื่อแก่นปราณ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่กลับมาเก็บมันกลับไป สัตว์ป่าพวกนั้นเลยรับผลประโยชน์ไปแทน” เฒ่าปีศาจพูด
“บรู๊วววว!” ทันใดนั้นหมาป่าั์ตัวหนึ่งหอนเสียงดังลั่น มันอ้าปากกลืนเน่ยตันของตัวเอง ดวงตาราวกับระฆังทองแดงจ้องเขม็งมองจูชิงกับจางโซ่วซาน
ขณะนั้นหมาป่าั์ที่เหลืออีกสิบห้าตัวก็ตื่นขึ้นจากการบำเพ็ญเพียร!
“รีบหนีไปซะ ตอนที่ต่อสู้อยู่ข้าช่วยเหลือเ้าไม่ได้ ถ้าวิ่งช้าแล้วเกิดตายขึ้นมาอย่ามาโทษข้าล่ะ!” จูชิงผลักจางโซ่วซานออก แล้ววิ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าั์คนเดียว
จางโซ่วซานเป็แค่ขั้นสร้างลมปราณสี่ชั้นฟ้าไม่สามารถช่วยอะไรจูชิงได้อยู่แล้ว อยู่ที่นี่ไปก็มีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขา
จางโซ่วซานรู้ตัวดี เขาไม่รอช้ารีบเหยียดเท้าถอยหนีก่อนที่จะหายวับไปในพริบตา
“เข้ามา!” จูชิงพลิกฝ่ามือ ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตประจักษ์แปรเปลี่ยนกลายเป็กระบี่!
“โกลาหลผกผัน!” เงากระบี่นับไม่ถ้วนปรากฏกลางฟ้าดินทำให้ฝูงหมาป่าั์มิอาจหาญกล้าเข้าใกล้!
