เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวเซ็กซี่คนนี้ หลายคนในที่ประมูลต่างสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเย็นเยียบ การประมูลเริ่มต้นที่สองล้านเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้กลับเสนอราคากว่าสิบล้าน โดยที่ผู้ทำหน้าที่ประมูลยังพูดไม่จบ ไม่รู้ว่าหญิงสาวชาวต่างชาติคนนี้เสียสติไปแล้วหรือว่าที่บ้านเธอพิมพ์เงินออกมาใช้เองได้กันแน่?
แต่อย่างไรก็ตามหากมองไปยังวัตถุโบราณชิ้นนี้ ใครหลายคนก็คงจะบอกได้ว่าที่หญิงชาวต่างชาติผู้นี้้าไปก็ไม่ใช่เื่แปลก มีหลายครั้งที่พวกชาวต่างชาติจะเข้ามาประมูลซื้อวัตถุโบราณที่ถูกนำมาจากบ้านเกิดของตนกลับไป และดูเหมือนครั้งนี้ก็คงจะเป็เช่นนั้น
แต่หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้ะโออกไป ก็ยังไม่มีใครในห้องกล้าปริปากเสนอราคาแข่งกับเธอ
ทุกคนในฮอลล์ล้วนไม่ใช่คนโง่ เห็นได้ชัดว่าแก้วไวน์นี้เป็วัตถุโบราณที่แปลกและน่าสนใจ ถ้าหากมีการประเมินและวิเคราะห์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของมันจริงๆ ล่ะก็ บางทีราคาอาจพุ่งสูงมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
แต่ผู้ร่วมประมูลต่างก็ยังคงรู้สึกสงสัยในตัวของเธออยู่ดี ทำไมผู้หญิงต่างชาติคนนี้กับกลุ่มคนของเธอถึงเข้ามาอยู่ในงานเลี้ยงของตระกูลหลิวได้กัน?
ดูเหมือนผู้หญิงคนนั้นจะรู้สึกตัวในที่สุดว่ากำลังตกเป็เป้าสายตาของคนทั้งงาน เธอดูเอียงอายเล็กน้อยที่โต๊ะของเธอไม่มีแผ่นป้ายของผู้ประมูลอยู่ ทำให้ผู้ทำหน้าที่ประมูลรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะทำยังไงดี
ที่มุมหนึ่งของห้องประมูล หลิวคังไป๋จ้องมองหญิงสาวคนนั้นด้วยความสนใจก่อนจะหันไปถามผู้ช่วยของเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ
“อย่าบอกนะว่าคุณหนูคนนั้นมาจาก กลุ่มการค้าสหราชอาณาจักร แล้วทำไมเธอถึงไม่มีแผ่นป้ายหมายเลขผู้ประมูล?”
ผู้ช่วยของเขาเร่งตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ใช่ครับ คนคนนั้นคือคุณลิลิธจากกลุ่มการค้าสหราชอาณาจักรจริงๆ นอกจากนี้เธอยังถือเป็ชนชั้นสูงที่มีสายเืของราชวงศ์อังกฤษด้วย ดูเหมือนตอนแรกเธอไม่ได้สนใจเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงได้เสนอราคากะทันหันเช่นนั้น”
“หึ แกไม่ได้ตรวจสอบผู้ร่วมงานเลี้ยงให้ละเอียดเลยหรือไง?” หลิวคังไป๋ต่อว่าผู้ช่วยของเขา “เอาแผ่นหมายเลขประมูลไปให้เธอ แล้วเริ่มประมูลได้แล้ว”
“ครับ” ผู้ช่วยหลั่งเหงื่อเย็น เขารีบนำแผ่นป้ายการประมูลไปให้หญิงชาวต่างชาติคนนั้นทันที
เมื่อผู้ทำหน้าที่ประมูลเห็นว่าเธอได้รับแผ่นป้ายแล้วเขาก็ผ่อนคลายขึ้นทันที
“แขกผู้มีเกียรติเบอร์ 17 เสนอราคา 10 ล้านครั้งที่1...”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครในห้องประมูลเข้าสู้ราคากับสาวต่างชาติรายนั้น ไช่หนิงที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็พูดขึ้นมาทันที
“12 ล้าน” ใบหน้าที่งดงามของไช่หนิงยังคงเรียบเฉยในขณะที่เธอเสนอราคาใหม่
แขกหลายคนในงานต่างรู้สึกแปลกใจ ทำไมไช่หนิงจากตระกูลไช่ถึงเข้าสู้ราคากับหญิงต่างชาติคนนั้นกัน? หรือว่าถ้วยนั่นเป็ของล้ำค่าบางอย่างที่พวกเขาไม่รู้มาก่อน?
เมื่อเห็นว่าไช่หนิงเริ่มเสนอราคาสู้ ลิลิธในชุดสไตล์ตะวันตกก็เผยรอยยิ้มยั่วยวนออกมาเล็กน้อย แต่เพียงเท่านี้ก็พอที่จะทำให้ชายหนุ่มภายในงานรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที
“15 ล้าน”
ลิลิธเสนอราคาใหม่ไม่นาน ไช่หนิงก็พูดต่อด้วยความรวดเร็ว
“18 ล้าน”
หญิงสาวทั้งสองคนกลายเป็จุดสนใจของผู้คนในงานทันที ไม่ทันไรพวกเธอก็สู้ราคากันแทบจะแตะถึง 20 ล้านอยู่แล้ว!
ผู้ร่วมงานหลายคนต่างรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น หรือว่าผู้หญิงทั้งสองคนนี้เป็บ้าไปแล้ว?
หยางเฉินหมวดคิ้วของเขาเล็กน้อย กลุ่มชาวต่างชาติเสนอราคาขนาดนั้นเพื่อซื้อสมบัติของชาติตัวเองกลับไป เขาก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ทำไมไช่หนิงถึงต้องไปแข่งประมูลกับเธอด้วย?
หรือกองพลน้อยเหยียนหวงจะสนใจ ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ แต่ต่อให้พวกเขาสนใจจริงๆ มันก็ยังเป็เื่ยากอยู่ดีที่จะได้มันมา
ในกลุ่มของพวกยุโรป ตำนานของจอกศักดิ์สิทธิ์พูดถึงสองรากฐานอันยิ่งใหญ่ ที่สามารถพัฒนาจนกลายเป็กลุ่มผู้มีอิทธิพลระดับโลกได้ หรือว่าคนพวกนี้คิดจะใช้จอกศักดิ์สิทธิ์เพื่อการนั้นจริงๆ?!
แต่นั่นก็ไม่ทำให้หยางเฉินรู้สึกว่ามันเป็เื่ดีแต่อย่างไร ดีไม่ดีเขาอาจต้องกระโจนเข้าไปในการต่อสู้ของพวกกองพลน้อยเหยียนหวงอีก สู้นั่งมองคนตีกันอยู่บนเนินเขาไม่ดีกว่าหรือไง?
ด้วยเื่นี้ทำให้หยางเฉินปะติดปะต่อเื่ราวได้หลายส่วน แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมกองพลน้อยเหยียนหวงถึงส่งไช่หนิงมาจัดการเื่นี้ แทนที่จะเป็ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ที่มีความชำนาญมากกว่าเธอ?
นั่นไม่ทำให้เขาสบายใจได้เลยแม้แต่น้อย... หยางเฉินรู้สึกหดหู่
ในเวลานั้นเอง การประมูลก็เริ่มดุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
ลิลิธขานราคาออกมาอีกครั้ง “25 ล้าน” ในขณะเดียวกันไช่หนิงก็ะโเสนอราคาใหม่ออกมาอย่างรวดเร็ว
“27 ล้าน!”
ลิลิธแทบทนไม่ไหวที่จะไม่ลุกไปต่อว่าไช่หนิง เธอจ้องมองไปยังไช่หนิงด้วยดวงตาที่เย็นยะเยียบราวกับน้ำแข็ง ทางด้านไช่หนิงรู้สึกถึงสายตาของลิลิธที่จับจ้องมาเป็อย่างดี เธอนั่งนิ่งไม่แสดงท่าทีอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้เห็นแม้แต่น้อย
ลิลิธที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเ็ายกยิ้มขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด เธอลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่ด้านข้าง แขกในงานต่างรู้สึกแปลกใจที่เห็นลิลิธลุกขึ้นยืน ก่อนจะพบว่าเธอและชาวต่างชาติในกลุ่มเดินออกไปจากงาน ราวกับเป็สัญญาณว่าเธอยอมแพ้การประมูลในครั้งนี้
ผู้ทำหน้าที่ประมูลรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนมานานแล้ว เขาไม่เคยเห็นการเชือดเฉือนระหว่างสองสาวถึงระดับนี้มาก่อน
ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่าต้องทำอะไรต่อไป เขาพูดขึ้น
“27 ล้านครั้งที่ 1! 27 ล้านครั้งที่ 2! 27 ล้านครั้งที่ 3! ขอแสดงความยินดีกับผู้ประมูลหมายเลข 5 ด้วยครับ!!!”
ในขณะนั้นเองเสียงบางอย่างก็ดังก้องไปทั้งลานประมูล!
ตูม! ตูม! ตูม!
ทั้งลานประมูลสั่นะเืจนแขกที่ร่วมงานต่างอกสั่นขวัญหาย เห็นได้ชัดว่ามันเป็เสียงะเิไดนาไมต์ที่มีอานุภาพพอๆ กับขีปนาวุธเลยทีเดียว!
ห้องประมูลตกอยู่ในความโกลาหลโดยสิ้นเชิง ไม่นานนักแสงไฟก็กะพริบถี่ขึ้น จนสุดท้ายมันก็ดับลง ในตอนนี้ทั้งลานประมูลกำลังตกอยู่ในความมืดมิด!
เสียงร่ำร้องของเหล่าคุณหญิงคุณนายดังขึ้นมาไม่ขาดสาย เหล่ายามคุ้มกันต่างรีบวิ่งไปปิดทางเข้าออกในทันที
บอดี้การ์ดชุดดำต่างเข้ามาคุ้มกันแขกหลายคนให้อยู่ในความสงบ แต่เหตุการณ์ตรงหน้าวุ่นวายมากจนแทบไม่อาจควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
“บัดซบ! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา?!”
หลิวคังไป๋ที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของที่ประมูล พูดขึ้นด้วยความเดือดดาลในทันที เนื่องจากหลิวคังไป๋ยังไม่รู้ตัวว่าเมื่อครู่เกิดการะเิขึ้น!
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ แสงสีแดงสลับเขียวฉายวาบออกมาจาก้า ไม่นานนักไฟสำรองก็สว่างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
สถานการณ์การเช่นนี้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่อย่างหลิวคังไป๋โดยสิ้นเชิง เขาเริ่มรู้สึกตัวและหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
“มีรายงานครับท่านประธาน! เกิดเื่ใหญ่ขึ้น!” ผู้ช่วยที่อยู่ข้างกายเขารับโทรศัพท์แล้วรีบพูดต่อในทันที “มีรายงานมาจากแผนกรักษาความปลอดภัย ห้องเก็บของสำหรับงานประมูลถูกะเิขึ้น ทรัพย์สินด้านในเสียหายมากจนไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้เลยครับ!”
“ว่าอะไรนะ?!”
หลิวคังไป๋สั่นสะท้าน เขาคิดได้ว่ามันอาจเป็แผนที่ใครสักคนวางเอาไว้ แต่เขาก็ไม่อาจสงบใจยอมรับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ในทันที
“เร็วเข้า! รีบแจ้งตำรวจ ส่งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปที่ห้องประมูลให้ไวที่สุด รวมทั้งรีบตรวจสอบความเสียหายทั้งหมดด้วย!” หลิวคังไป๋ออกคำสั่ง
ในเวลานี้ทั่วทั้งห้องประมูลตกอยู่ในความโกลาหล แต่ในขณะเดียวกันหยางเฉินกลับสงบเงียบจนผิดปกติ แม้ว่าแสงบนเพดานจะดับลงแต่มันก็ไม่อาจบดบังการมองเห็นของหยางเฉินไปได้ หลังจากที่ไฟดับไปได้ไม่นาน เขาสังเกตว่าไช่หนิงใช้วิชาตัวเบาะโออกจากห้องประชุมเป็ที่เรียบร้อย
หยางเฉินไม่สามารถยืนยันได้ว่าการะเินั้นจะเป็ฝีมือของกลุ่มชาวต่างชาติ แต่ที่เขารู้คือมันมีความเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มสะพานเหล็กอัคคีเหลืองอย่างแน่นอน หยางเฉินรู้สึกปวดหัว จิตสังหารของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ ใครก็ตามที่กล้ามาหาเื่เขานั้นจะต้องตายอย่างแน่นอน เพียงแต่คนพวกนั้นไม่ได้เข้ามาทางเขาโดยตรง กลับกันพวกมันโจมตีประเทศจีนในทางอ้อมแทน
ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรมากกับประเทศนี้ แต่ประเทศจีนก็เป็ประเทศที่เขาอาศัยอยู่ หากเกิดความไม่สงบขึ้นคนจำนวนมากก็จะตกอยู่ในอันตรายรวมทั้งครอบครัวเขาด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะเคยขัดแย้งกับกองพลน้อยเหยียนหวง แต่พวกเขาบางส่วนก็ให้ความเคารพกับหยางเฉิน อีกทั้งบางครั้งก็ยังให้ความช่วยเหลือเขาด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นหยางเฉินก็ตอบแทนความมีน้ำใจของพวกเขา โดยการนำความตายไปสู่พวกทรยศองค์กรไปเรียบร้อยแล้ว
หยางเฉินเหลือบมองหลินรั่วซีที่อยู่ข้างกาย ถึงแม้ว่าหลินรั่วซีจะค่อนข้างเป็กังวล แต่เธอก็ไม่ได้หวีดร้องเช่นเดียวกับผู้หญิงคนอื่นๆ
ทาง้าเสียงเตือนภัยยังคงดังขึ้นเป็ระยะ หยางเฉินหยุดอยู่ข้างเธอพร้อมทั้งพูดขึ้น “เดี๋ยวผมจะออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกสักหน่อย คุณอยู่กับตระกูลหยวนที่นี่นะครับ ถ้าผมยังไม่กลับมา คุณไม่จำเป็ต้องรอผม กลับบ้านไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวผมจะตามไปนะครับ”
หลินรั่วซีมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ ทำไมหยางเฉินต้องออกไปดูสถานการณ์ เธอ้าจะถามเขา แต่หยางเฉินก็กลืนหายเข้าไปในฝูงชนเสียแล้ว
ทั่วทั้งรีสอร์ตกลายเป็อัมพาตไปโดยสิ้นเชิง หน่วยรักษาความปลอดภัยและยามคุ้มกันวิ่งวุ่นไปทั่วทิศทาง หยางเฉินหลบพวกยามออกมาที่ด้านนอกรีสอร์ต เขาััได้ถึงพลังหยินที่เย็นเยียบสายหนึ่งที่ดูคุ้นเคย พลังสายนั้นกำลังมุ่งหน้าไปยังที่ที่หนึ่ง อีกทั้งยังดูผิดปกติเป็อย่างยิ่ง
เมื่อมองออกไปไม่ไกล ที่ด้านหลังของรีสอร์ตเป็ูเาสูงที่มีรั้วเหล็กล้อมรอบเอาไว้ คืนนี้ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวง ทำให้ทั้งูเาถูกความมืดเขาปกคลุมจนมันอึมครึมและดูลึกลับ
หยางเฉินไม่ลังเลอีกต่อไป เขากำมือแน่นก่อนจะพุ่งทะยานตามกลิ่นอายนั้นเขาไปในป่าด้านหน้าของเขา
ในตอนนั้นเองเงาสายหนึ่งก็ปกคลุมไปทั่วป่า ราวกับว่ามันไม่้าให้ใครก็ตามหลุดรอดออกไปจากป่าแห่งนี้ได้แม้แต่คนเดียว
