กลางป่า ความเงียบปกคลุมหลังจากคำถามแสบ ๆ ของฟีน่า ลุคยืนตัวแข็ง ใบหน้าแดงก่ำจนไม่กล้าหันสบตา เธอเห็นชัดว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังสั่นไหว
แต่แทนที่จะคาดคั้น เธอเพียงหัวเราะเบา ๆ เสียงใสสะท้อนเหมือนระฆังแก้ว
“เอาเถอะค่ะ ฉันไม่ได้อยากให้คุณอึดอัดหรอก”
เธอเอ่ยแ่เหมือนลมพัด แล้วค่อย ๆ ยกมือขึ้นยื่นไปหาลุค
“วันนี้ป่าเงียบดี…เต้นรำกับฉันหน่อยสิคะ”
ลุคชะงักงัน ดวงตาเบิกเล็กน้อย
“เต้น…รำ?”
ฟีน่ายิ้มอ่อนโยน
“ค่ะ ถือว่าเป็การปลอบใจคุณสักครั้ง”
ไม่ทันให้เขาคิดต่อ มือเรียวก็จับมือหยาบของเขา ลากให้เข้ามาใกล้ ร่างเพรียวขยับหมุนช้า ๆ เส้นผมสีเงินพลิ้วตามแรงลมและแสงเย็นที่ตกกระทบ กลายเป็ประกายระยิบราวกับละอองดาว ลุคแทบลืมหายใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
เธอพาร่างเขาไปตามจังหวะที่มีเพียงหัวใจเป็ตัวนับ ก้าวช้า ๆ เบา ๆ บนพื้นหญ้า เสียงใบไม้แห้งกรอบแตกใต้ฝ่าเท้า ความอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กที่จับแน่นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกปลดโซ่ตรวนจากในอก ทุกความกังวลค่อย ๆ เบาบางลงทีละน้อย
ชื่อผู้กล้าแห่งการเต้นรำไม่ได้มีมาเล่นๆ
“คุณลุค…”
ฟีน่าเอ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ ดวงตาสีฟ้าอ่อนฉายประกายอ่อนโยนจนชายหนุ่มแทบหลบไม่ทัน
หัวใจลุคเต้นถี่แรงจนแทบทะลุอก เขาอยากจะพูด อยากจะขอบคุณ แต่ริมฝีปากกลับแข็งค้าง เพราะร่างตรงหน้าช่างงดงามราวกับความฝันที่จับต้องได้
เมื่อการเต้นรำช้าสิ้นสุด ฟีน่าโน้มกายเข้ามาใกล้ จนกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมเงินลอยอบอวล ริมฝีปากเธอขยับชิดใบหูของเขา กระซิบเพียงคำเดียว เสียงแ่ทุ้มแต่ชัดเจน
“…ฉันอยากเห็นคุณเวลาช่วยตัวเอง”
ลมหายใจอุ่นที่รินรดใบหูทำให้ลุคสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นโครมคราม และในทันที เขาก็รู้สึกถึงความแข็งตึงพุ่งดันกางเกงอย่างควบคุมไม่ได้
ฟีน่าถอยออกช้า ๆ รอยยิ้มลึกลับผุดขึ้นบนมุมปาก ราวกับเธอตั้งใจเห็นปฏิกิริยาของเขาอยู่แล้ว
เหลือเพียงชายหนุ่มที่ยืนตัวแข็ง หน้าแดงจัด ดุ้นแข็งตุงจนแทบปิดไม่มิด และหญิงสาวผู้กล้าที่เพียงยิ้มละมุนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตากลับแฝงประกายรู้ทันทุกอย่าง
