20:00น.
ร้านอาหารชื่อดัง…..
อบเชย อบมณีรัตน์….
ติ๊ดๆๆๆๆๆ
“ของหนูเองค่ะ…ขอโทษด้วยนะคะคุณพ่อ…คุณป้า”ฉันเอ่ยขึ้นพลางยกมือขึ้นขอโทษทั้งสองคนด้วยความเสียมารยาทบนโต๊ะอาหารเพราะมีคนโทรศัพท์เข้ามาหาฉัน
“ไม่เป็ไรค่ะ…หนูอบเชยไปรับโทรศัพท์เถอะลูก^_^”คุณป้าอรทัยที่นั่งทานอาหารอยู่ตรงข้ามฉันเอ่ยขึ้นด้วยนำ้เสียงเอ็นดูและยิ้มอย่างใจดี ฉันก็ยิ้มให้ท่านและยกมือขอบคุณท่าน
“หนูขอตัวไปรับโทรศัพท์สักครู่นะคะ^_^”
“จ้า^\^”เป็คุณป้าอรทัยแทนที่ตอบคำถามฉัน โดยที่คุณพ่อห่วงแต่ก้มหน้าก้มตาดูงานในโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าเคร่งเครียดนี่ขนาดท่านชวนฉันออกมาทานอาหารวันเกิดฉันที่ร้านอาหารข้างนอกบ้านน่ะเนี่ย ยังไม่ให้ความสนใจฉันเลย
ตึกๆๆๆ
ฉันเดินออกมาจากห้องอาหารวีไอพีเดินไปตรงระเบียงเพื่อจะรับโทรศัพท์ที่โทรเข้าจากแอพพลิเคชั่นไลน์จากเจ๊ลูกค้ารายแรกของฉันกับไบรท์เมื่ออาทิตย์ก่อน
“ฮัลโหล…สวัสดีค่ะ^_^”ฉันกดรับสายทันทีที่ได้ที่สะดวกในการคุยโทรศัพท์แล้ว
(หวัดดีจ้าหนู…พอดีเจ๊จะสั่งน้ำสักหนึ่งพันขวดน่ะ)
“น่ะหนึ่งพันขวดเหรอคะ?”ฉันเอ่ยทวนคำถามเจ๊ไปอีกครั้งเพราะกลัวฟังผิดเพราะตอนนี้ฉันตื่นเต้นมากเลยอ่ะ ดีใจแทนไบรท์เพราะตอนนี้น้ำของไบรท์ขายดีทุกวัน ชงกี่ร้อยขวดก็หมดเกลี้ยงทุกวัน เพราะไบรท์ไปหาตลาดส่งจนขายดิบขายดีเลยล่ะ แล้วนี่ออเดอร์เข้าอีกตั้งหนึ่งพันขวดไบรท์ต้องดีใจมากแน่ๆเลย^_^
(จ้า…ขอเป็พรุ่งนี้เย็นนะ…เจ๊จะเอาไปใส่บาตรจ๊ะ)
“ดะได้เลยค่ะ…ไม่มีปัญหาเดี๋ยวหนูจะเอาไปส่งให้นะคะ^_^”
(จ้า…งั้นแค่นี้นะ)
“ค่ะ…ขอบคุณมากๆเลยนะคะ..สวัสดีค่ะ”ฉันยืนกุมโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าอกและยิ้มออกมา ฉันต้องรีบไปบอกให้ไบรท์รู้ข่าวแล้ว
พรึบ
“สองทุ่ม?”ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็พบกับเวลาที่มืดพอสมควร
ตึกๆๆๆๆๆ
“คุณป้าอรทัยคะ?”
“จ๊ะ…ว่าไงคะลูก?”ป้าอรทัยละสายตาจากจานสเต็กเนื้อรสเลิศขึ้นมามองหน้าฉันที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องอาหารด้วยสีหน้างุนงง
“คือหนูมีธุระด่วนนะคะ…หนูขอตัวก่อนได้ไหมคะ?”
“ธุระด่วนอะไรของลูก…นี่วันเกิดลูกนะ”คุณพ่อละสายตาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นมามองหน้าฉันพลางทำเสียงดุๆ
“ค่ะ…หนูรู้ว่าวันนี้วันเกิดหนู…แต่หนูมีธุระที่สำคัญและด่วนมากจริงๆนะคะ”
“ธุระอะไร?”คุณพ่อกดเสียงต่ำมองฉันอย่างจับผิด
“คงไม่เสียกับการเรียนของลูกใช่ไหม…อีกสองปีก็จะต้องสอบเข้ามหาลัยคณะบริหารธุรกิจแล้ว…ศึกษาข้อมูลไปถึงไหนแล้ว?”
“คือหนูไม่อยากเรียนบริหารค่ะคุณพ่อ”
“แต่ลูกต้องเรียน…เพื่อมาช่วยพ่อบริหารโรงพยาบาลของเรา”
“ถ้าลูกไม่เรียนบริหาร…ก็ไปเรียนแพทย์ซ่ะ!”
“แต่หนูไม่อยากเรียนทั้งสองอย่างจริงๆนะคะ”ฉันบอกคุณพ่อไปเสียงแ่เบาเพราะท่านเสียงดังใส่ฉัน แววตาของท่านสั่นไหวคุณพ่อของฉันไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเลยนะ
พรึบ
“หนูอบเชยจ๊ะ…หนูไปทำธุระเถอะจ๊ะ…เดี๋ยวป้าจะคุยกับคุณพ่อของหนูให้เองนะจ๊ะ”คุณป้าอรทัยเดินมาโอบไหล่ฉันพลางลูบไหล่ฉัน ฉันก็ละสายตาจากคุณพ่อมามองหน้าคุณป้าอรทัยและพยักหน้าให้ท่านเป็การรับรู้
“อบเชย!!”คุณพ่อเรียกฉันเสียงดังจนฉันสะดุ้งโหยงด้วยความใ
“ทำไมเดี๋ยวนี้ลูกชอบขัดใจพ่อนัก!!”
“หนูไม่เคยขัดใจคุณพ่อเลยสักครั้ง…เดินในกรอบและเส้นทางชีวิตที่คุณพ่อขีดให้มาทุกอย่าง…แต่หนูขอเถอะนะคะเื่เรียน….อย่าบังคับหนูเลย”ฉันพูดด้วยน้ำเสียงขอร้องอยากให้ท่านเข้าใจฉันบ้าง ฉันรู้ว่าท่านรักและหวังดีกับฉัน แต่บางทีมันก็เยอะไปจริงๆ จนฉันแทบจะไม่มีเวลาที่เป็ของตัวเองแล้ว
“เพื่อนไม่ดีลูกจะไปคบทำไม!เพื่อนที่ไหนชวนกันเที่ยวเตร่ทำให้ลูกทิ้งเรียนพิเศษแถมยังกลับบ้านดึกๆดื่นๆลูกแอบไปเที่ยวกลางคืนเมาสุรากันใช่ไหม!!”คุณพ่อเดินตรงดิ่งเข้ามาหาฉันอย่างไว สีหน้าของท่านดูโกรธฉันมาก
“หนูนึกว่าคุณพ่อจะมีเหตุผลมากกว่านี้ซ่ะอีก…คุณพ่อเลี้ยงหนูมาั้แ่เล็กๆ…ไม่รู้จักนิสัยของหนูเหรอคะ?”นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันยอกย้อนท่าน แต่ฉันน้อยใจท่านจริงๆที่ท่านคิดว่าฉันจะทำตัวแบบนั้น
“อบเชย!!”
“คุณพี่คะ…ใจเย็นๆค่ะ”คุณป้าอรทัยเดินไปปลอบโยนคุณพ่อฉันให้ท่านใจเย็นๆลงกว่านี้ แต่ดูเหมือนท่านจะไม่เย็นลงง่ายๆ
“พ่อขอสั่งให้ลูก…เลิกคบกับเพื่อนนิสัยไม่ดีพวกนั้น!!”
“คุณพ่อรู้ได้ยังไงคะ…ว่าเพื่อนของหนูนิสัยไม่ดี!”
“หนูอบ?”คุณป้าอรทัยหันมองฉันด้วยความใที่ฉันขึ้นเสียงดังใส่คุณพ่อ น้ำตาของฉันสั่นคลอแววตาที่แดงก่ำของคุณพ่อกำลังจ้องมองมาที่ฉันด้วยความไม่พอใจ ฉันแค่อยากมีชีวิตเด็กวัยรุ่นเหมือนคนอื่นเขาบ้าง อยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ อยากมีชีวิตที่เป็ของตัวเอง แต่ทำไมคุณพ่อถึงไม่เข้าใจฉันบ้าง
“หึ!ถ้าเพื่อนที่ลูกคบนิสัยดี…ลูกคงไม่มายืนเถียงพ่อฉอดๆราวกับแม่ค้าขายของในตลาดสดแบบนี้หรอก!!”
“คุณพ่อ…จะไปรู้อะไรคะ…ในเมื่อคุณพ่อไม่เคยอยู่บ้านเลย”
“สงสัยพ่อคงต้องกักบริเวณลูกซะแล้วล่ะอบเชย…”
“ลูกนิสัยก้าวร้าวมากเกินไป!”คุณพ่อพยายามจะเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ถูกคุณป้าอรทัยคว้าแขนท่านไว้ก่อน
“หนูอบรีบไปเถอะจ๊ะ…เดี๋ยวป้าคุยกับคุณพ่อของหนูให้เอง”คุณป้าอรทัยเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนใจ
“ค่ะ”ฉันรับคำท่านและมองหน้าคุณพ่อแวบหนึ่งก่อนจะเอามือปาดน้ำตาและวิ่งออกมาจากตรงนั้นเลย
ตึกๆๆๆๆๆ
“ฮืฮๆๆๆๆ”บางทีฉันก็น้อยใจที่เห็นพ่อแม่ของส้มๆท่านคอยซัพพอร์ตส้มๆตลอดไม่ว่าเธอจะทำอะไร ส้มๆคุยกับแม่ของเธอได้ทุกเื่เดือดร้อนตรงไหนพ่อแม่ของเธอก็ยอมรับ แต่ดูของฉันสิ ทำไมคุณพ่อถึงไม่เคยเข้าใจอะไรฉันเลย
“ฮืฮๆๆๆๆๆๆๆ”ฉันวิ่งไปตามทางฟุตบาทเรื่อยๆไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะไปที่ไหน เพราะม่านน้ำตากำลังบดบังเส้นทางของฉันอย่างมืดมิด ฉันแค่้าใครสักคนที่คุยด้วยแล้วมีความสุข เข้าใจฉันในสิ่งที่ฉันเป็ ทำไมฉันไม่มีแม่เหมือนคนอื่นเขา ทำไมกัน?
พรึบ
“อบเชย?!”ร่างของฉันวิ่งชนเข้ากับใครสักคนที่เดินสวนกับฉันพอดี
“ไบรท์?”ฉันเงยหน้ามองหน้าคนนั้นผ่านม่านน้ำตา ฉันเห็นเงารางๆว่าเป็ไบรท์
พรึบ
“อบเชย?”ไบรท์เรียกฉันอย่างใที่อยู่ๆฉันก็โผเข้าสวมกอดร่างของไบรท์ทันทีที่ฉันรู้ว่าเป็เขา ฉันมันเป็ผู้หญิงที่แย่และแย่มากที่สุดใช่ไหมที่กอดผู้ชายในที่สาธารณะแบบนี้
“ฮืฮๆๆอึก…เราขออยู่แบบนี้สักพักได้ไหม?”ฉันเอ่ยถามไบรท์ไปอย่างขออนุญาตเขาเงียบไปสักพัก
ตึกตักๆๆๆๆ
หัวใจของไบรท์เต้นแรงเหมือนกันกับของฉันเลย หัวใจของเราเต้นไปในจังหวะเดียวกัน
ตึกตักๆๆๆ
“อื้อ….ได้สิ”เสียงพึมพำของไบรท์ตอบอนุญาตฉันมา ฉันก็ยิ้มและฟุบหน้าลงไปบนอกแกร่งของเขาและกอดเขาแน่นขึ้นเพื่อ้าที่ยึดเหนี่ยวทางใจ ฉันแค่อยากมีใครสักคนที่คอยรับฟังและคอยซัพพอร์ตฉันบ้าง คนที่เข้าใจฉันอย่างที่ฉัน้า...
1ชั่วโมงต่อมา…..
ห้องเก็บของบ้านโฟม
พรึบ
“ดื่มน้ำนมเย็นๆก่อนนะ^_^”ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าไบรท์ที่ส่งแก้วนมสีชมพูมาตรงหน้าฉันพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่เขามักจะยิ้มให้ฉันเป็ประจำ
“ขอบใจนะ…ไบรท์…”ฉันยื่นมือไปรับแก้วนมเย็นมาจากเขาพลางเอ่ยขอบคุณเขา และฉันก็ดูดน้ำนมเย็นไปหลายอึกจนรู้สึกดีขึ้นมา
“ไบรท์…เธอเคย้าใครสักคนที่เข้าใจเธอบ้างไหม?”ฉันเอ่ยถามไบรท์ไปในขณะที่มองเขาที่กำลังนั่งกลอกน้ำชงใส่ขวดใสอยู่ เขาก็เงยหน้าจากงานที่ทำขึ้นมามองหน้าฉันและคลี่ยิ้มบางๆให้ฉัน
“ไม่เคย้านะ…เพราะเรามันไม่มีใคร้าอยู่แล้ว”ไบรท์ตอบฉันมาถึงหน้าตาเขาจะยิ้มแต่นำ้เสียงของเขากำลังบ่งบอกว่าเขากำลังน้อยใจในโชคชะตาของชีวิตตัวเองอยู่ มากแค่ไหนฉันก็รู้เพราะว่าแววตาของเขาแสดงออกมาหมดเลย
“เราขอโทษนะ…ที่ถามเธอเื่นี้”ฉันเอ่ยขอโทษไบรท์ไปอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรหนิ…ว่าแต่เธอมีเื่อะไรที่ไม่สบายใจรึเปล่า?”
“ระบายกับเราได้นะ^_^”ฉันยิ้มบางๆให้ไบรท์ และก็ค่อยๆขยับไปนั่งใกล้ๆเขาพลางช่วยเขากลอกน้ำชงใส่ขวดเพื่อให้ทันออเดอร์หนึ่งพันขวดในวันพรุ่งนี้
“เราแค่มีเื่ทะเลาะกับคุณพ่อนิดหน่อยนะ”ฉันเล่าให้ไบรท์ฟัง เขาก็เป็ผู้ฟังที่ดีน่ะนั่งเงียบฟังฉัน
“เราอยากเรียนสัตวแพทย์แต่คุณพ่ออยากให้เราเรียนบริหารธุรกิจ….”
“แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ?”ไบรท์เอ่ยถามฉันขึ้นมา เราสองคนจ้องหน้ากัน
“ไม่รู้สิ…..เราไม่อยากคิดอะไรตอนนี้แล้ว”
“วันนี้เป็วันเกิดของเธอเหรอ?”ไบรท์เอ่ยถามฉันขึ้นมาทำให้ฉันมองหน้าเขาอย่างสงสัย ว่าเขารู้ได้ยังไง
“ส้มๆบอกเรามานะ”ไบรท์ไปญาติดีกับส้มๆั้แ่เมื่อไหร่กันนะ
“เรายังไม่มีของขวัญให้เธอ….เราติดเธอไว้ก่อนได้ไหม?”
“ได้สิ…ที่จริงเธอไม่ต้องให้อะไรเราเลยก็ได้นะ^_^”
“ไม่อ่ะ…เราตั้งใจไว้แล้ว^_^”สีหน้าของไบรท์ดูมุ่งมั่นมาก มากจนฉันไม่กล้าขัดเขา
“งั้นก็ตามใจเธอแล้วกัน^_^”
“ครับ^_^”
“งั้นเดี๋ยวเราช่วยเธอกลอกนำ้ให้ครบ…แล้วค่อยกลับแล้วกัน^_^”
“แต่นี่มันดึกแล้วนะ”ไบรท์ว่าอย่างใ ฉันก็ยิ้มให้เขา
“ไม่เป็ไรหรอก….เราอยากช่วย^_^”
“ก็ได้ครับ…งั้นวันนี้เราจะนั่งรถแท็กซี่ไปส่งเธอถึงที่บ้านเลย^_^”
“ก็ได้จ้า^_^”ฉันพยักหน้าและยิ้มให้ไบรท์ และเราสองคนก็ช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้น โดยที่ไบรท์คอยชงน้ำส่วนฉันคอยกรอกน้ำใส่ขวด เวลาอยู่กับเขาทำให้ฉันลื
มไปเลยว่าฉันเป็ใครและฉันไม่สบายใจเื่อะไรอยู่ เขาทำให้ฉันลืมทุกอย่างๆได้หมดจริงๆ^_^
