หลินเสวี่ยถงฉลาดพอจะรู้ว่าเมื่อใดควรหยุด เมื่อเห็นมู่หรงจ้านมีโทสะวาบผ่านในดวงตา ยามเมื่อมองไปยังเซี่ยหรงเหยา แผนการของนางก็ถือว่าสำเร็จสมบูรณ์ หญิงสาวจึงหันกลับไปให้ความสนใจยังเวทีประมูลเบื้องล่างแทน
ยามนี้สิ่งของล้ำค่ามากมายถูกนำออกมาประมูลทีละชิ้น เสียงขานราคาดังขึ้นต่อเนื่อง
จนกระทั่งผู้ดำเนินงานประกาศชื่อสิ่งของชิ้นต่อไป โอสถแก้พิษร้อยชนิด ยาเม็ดเดียวในใต้หล้าที่สามารถล้างพิษได้ทุกชนิด
ดวงตาของเซี่ยหรงเหยาพลันเปล่งประกาย นางจำได้ดี...ในชาติก่อน ตวนอ๋องคือผู้ที่ประมูลโอสถเม็ดนี้ไปในราคาสูงลิ่ว และสองปีต่อมา มันก็กลายเป็หลักประกันสำคัญที่ทำให้เขาได้ขึ้นนั่งในตำแหน่งรัชทายาทอย่างมั่นคง
นางจะปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมไม่ได้ แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น ในใจก็ยังหวาดหวั่น เพราะรู้ดีว่ากำลังทรัพย์ของตน มิอาจเทียบกับตำหนักตวนอ๋องได้เลย
“เ้า้าโอสถแก้พิษเม็ดนี้หรือ” เสียงทุ้มของมู่หรงฉางชิงดังขึ้นข้างหู ร่างบางที่กำลังจ้องเวทีเบื้องล่างพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
“สืออี จุดโคม” คำสั่งนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงทันที
การจุดโคม หมายถึง ไม่ว่าผู้ใดจะให้ราคาสูงเพียงใด ผู้ที่จุดโคมจะเพิ่มราคาเป็สองเท่า แตกต่างจากการจุดเทียน ที่หมายถึง การเหมาซื้อสินค้าทั้งหมด โดยไม่เปิดให้ใครแข่งประมูลอีก
เซี่ยหรงเหยาหันไปมองรัชทายาทหนุ่มด้วยสีหน้างุนงง เมื่อเห็นผู้ดำเนินงานหยุดการประมูลกลางคัน
“พระองค์ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพคะ โอสถเม็ดนั้นคือสิ่งที่หม่อมฉันหมายตาไว้” ร่างบางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เปิ่นไท่จื่อก็้าโอสถเม็ดนี้เช่นกัน” เพียงคำพูดเดียวทำเอานางพูดไม่ออก
เงินเก็บทั้งชีวิตของนาง มีหรือจะสู้กับตำหนักรัชทายาทได้ ร่างบางถอนหายใจอย่างปลงตก แม้จะไม่พอใจต่อการกระทำของชายหนุ่มแต่อย่างน้อย...เขาได้ไปก็ดีกว่าปล่อยให้มู่หรงจ้านได้ไป
เอาไว้วันหน้า ค่อยหาทางขอซื้อจากเขาก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า...โอสถเม็ดนี้นอกจากจะสามารถแก้พิษได้ทุกชนิด
อีกทั้ง ยังมีคุณสมบัติฟื้นฟูร่างกายที่ถูกพิษกัดกินมานานหลายปี ให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมในเวลาไม่นาน และนั่นเองคือสิ่งที่มู่หรงจ้านเคยทำในชาติที่แล้ว
เขาใช้โอสถเม็ดนี้เพื่อแลกอำนาจหนุนหลังจากตระกูลลั่ว ตระกูลเก่าแก่ที่ร่วมก่อตั้งราชวงศ์เป่ยิ แต่คนตระกูลลั่วกลับไร้วาสนา ลั่วกั๋วกงมีอนุภรรยามากมาย แต่กลับมีทายาทเพียงคนเดียว ที่ร่างกายอ่อนแอั้แ่เกิด
แต่ความจริงของเื้ัคือ ฮูหยินกั่วกงถูกวางยาพิษั้แ่เริ่มตั้งครรภ์ ทำให้บุตรชายต้องเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์
แต่คนที่เกิดมาแล้วสองชาติอย่างเซี่ยหรงเหยารู้ดี ลั่วกั๋วกงหาได้มีบุตรชายเพียงคนเดียวไม่ เขายังมีบุตรอีกสองคนที่ถูกเลี้ยงไว้อย่างลับๆ นอกจวน และคนที่วางยาฮูหยินกั๋วกงในตอนนั้นก็คือ...ตัวลั่วกั๋วกงนั่นเอง
ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อให้หญิงที่เป็รักแรก และบุตรชายที่ซ่อนเอาไว้ ได้มีฐานะหลังบุตรชายสายตรงสิ้นชีวิต เื่ราวเหล่านี้จะเปิดเผยออกมา หลังซื่อจื่อจวนกั๋วกงได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์
ร่างบางค่อยๆ พนมมือขึ้นแนบอก ดวงตาคู่งามปิดลงช้าๆ
“ข้าขอโทษท่านจริงๆ นะ...คุณชายลั่ว ตัวข้าเองก็ทำเพื่อรักษาชีวิตเช่นเดียวกัน หากโอสถเม็ดนี้ตกไปอยู่ในมือของมู่หรงจ้าน เขาคงไม่มีวันปล่อยข้าไว้แน่”
น้ำเสียงของนางสั่นเครือ แต่แฝงด้วยความแน่วแน่ในคราเดียว
“เอาไว้ข้าจะหาทางช่วยท่านทีหลัง ข้าสัญญา...จะเปิดโปงเื่ที่ท่านพ่อของท่านทำลับหลังมารดาของท่าน...แล้วก็หาโอสถเม็ดใหม่มาทดแทนให้ท่าน”
“หรือถ้าหากท่านจากโลกนี้ไปเสียก่อน...ข้าจะเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งให้ท่าน เผารูปสตรีงาม แล้วก็หนังสือนิยายบทกวีที่ท่านชอบอ่าน ท่านจะได้ไม่เหงา...ยามอยู่ในโลกหน้า”
คำพูดนั้นเหมือนคำอำลา ตอนนี้เซี่ยหรงเหยากำลังทำราวกับลั่วิรุ่ยตายจากโลกใบนี้ไปแล้ว
ภายหลัง เซี่ยหรงเหยาได้เขียนจดหมายถึงลั่วิรุ่ย บอกเล่าความจริงถึงอาการาเ็ของเขา รวมถึงเื่ที่เขายังมีพี่น้องอีกสองคนที่อยู่นอกจวน
และยังมอบโอสถสลายพิษให้ แต่นั้นเป็หลังจากที่นางเดินทางไปยังแคว้นเจาแล้วหนึ่งปี และตัวลั่วิรุ่ยเองก็ทำตามคำขอของนางคือ หนุนหลังองค์ชายใหญ่ให้นั่งบนบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง
เมื่อมีการจุดโคม มู่หรงจ้านย่อมต้องไม่พอใจ ยิ่งรู้ว่าโอสถเม็ดนั้นถูกผู้เป็พี่ชายต่างมารดาประมูลไป ความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง ชายหนุ่มหุนหันลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินออกจากห้องพิเศษไปโดยไม่สนใจสตรีอีกคนที่ติดตามมา
หลินเสวี่ยถงที่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังภายในห้อง มองตามแผ่นหลังของชายคนรักด้วยสีหน้าขุ่นเคือง นางรู้ดีว่าความโกรธของตวนอ๋องหาใช่สิ่งที่ใครจะรับมือได้ง่ายๆ แต่ที่นางไม่พอใจมากกว่าคือ เขาเริ่มให้ความสำคัญกับเซี่ยหรงเหยา
เมื่อการประมูลสิ้นสุดลง ผู้คนต่างทยอยออกจากหอเมฆา เสียงพูดคุยค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบที่ปกคลุมทั่วบริเวณ
เซี่ยหรงเหยาเดินออกมาพร้อมพี่ชาย ใบหน้างามงอง้ำอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกสิ่งไม่เป็ไปตามที่วางแผนไว้ นางกลับจวนมือเปล่า ไม่ได้สิ่งใดติดมือกลับมาเลย
“พี่สาม เรากลับกันเถอะ”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
หญิงสาวกระทืบเท้าลงจากชั้นสอง โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลาหรือปรายตามองรัชทายาทหนุ่ม ที่ยังคงยืนอยู่เื้ั
เซี่ยชิงสือเห็นกิริยาที่ไม่ดีของน้องสาว ชายหนุ่มจึงรีบค้อมกายให้มู่หรงฉางชิง พลางเอ่ยน้ำเสียงสุภาพ
“ต้องขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ น้องสาวถูกคนในจวนตามใจจนเคยตัว กลับไปกระหม่อมจะอบรมนางให้ดี” กล่าวจบ ก็รีบก้าวตามน้องสาวไปทันที
มู่หรงฉางชิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมทอดมองไปยังประตูห้องที่หญิงสาวพึ่งจากไป ความเ็าในแววตาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มบางเบา
“เปิ่นไท่จื่อจะกล้าถือสานางได้อย่างไร”
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กน้อย ท่าทีแง่งอนของหญิงสาวกลับทำให้หัวใจขององค์ชายเป่ยิรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับน้ำแข็งที่เคยปกคลุมหัวใจมาเนิ่นนาน เริ่มละลายลงทีละน้อย
มู่หรงฉางชิงกลับถึงตำหนักด้วยสีหน้าเบิกบาน ความรู้สึกพึงพอใจยังไม่จางหาย วันนี้เขาได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของเซี่ยหรงเหยา ได้ยินน้ำเสียงแง่งอนของนาง เพียงเท่านั้นก็ทำให้อารมณ์ดีไปหลายวัน
แม้อากาศภายนอกจะหนาวเย็นจนลมหายใจกลายเป็ไอหมอก แต่เมื่อยามนึกถึงัันุ่มนวลที่เคยได้ััจากนาง ความร้อนรุ่มพลันแล่นพล่านไปรวมตัวกันที่จุดเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาต้องลุกขึ้นอาบน้ำเย็น ทั้งที่ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว
“องค์ชาย พระองค์ทรงอาบน้ำเย็นเช่นนี้ จะทำให้พระวรกายเจ็บป่วยได้นะพ่ะย่ะค่ะ” สืออีเอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วง
“หากไม่อาบน้ำเย็น เห็นทีคืนนี้เปิ่นไท่จื่อคงนอนไม่หลับ”
คำตอบนั้นทำสืออีต้องขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เข้าใจเลยว่าอาบน้ำเย็นเกี่ยวข้องอันใดกับการนอนไม่หลับ
เหล่าองครักษ์ลับที่าุโกว่า ซึ่งแฝงตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ต่างพากันตบหน้าผากตนเองหลายฉาด เพราะความซื่อบื้อของสืออี ที่ไม่เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของนายเหนือหัว
่เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งถึงยามดึกสงัด ความเงียบของตำหนักรัชทายาทได้ถูกทำลายด้วยเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น
กลุ่มมือสังหารนับร้อยบุกเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง เงาร่างสีดำเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับปีศาจในยามราตรี การกระทำของพวกมันชัดเจนว่า...้าเอาชีวิตของมู่หรงฉางชิง
เสียงต่อสู้ดังขึ้นทั่วตำหนัก เืสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหินเย็นเยียบ แม้เหล่ามือสังหารส่วนใหญ่จะถูกปลิดชีพในเวลาไม่นาน แต่ยังมีบางส่วนที่หนีรอดไปได้ และอีกหลายคนถูกจับเป็
ทว่า...รัชทายาทหนุ่มกลับถูกลูกดอกอาบยาพิษปักเข้าที่หัวไหล่ขวา เืสีดำคล้ำเริ่มซึมออกจากาแอย่างรวดเร็ว
