เล่มที่ 9 บทที่ 268 บุญคุณใหญ่หลวง
พริบตาถัดมาดวงตะวันสีเืก็เกิดเป็ลำแสงเจิดจ้าสาดส่องเข้าไปภายในค่ายกลมารฟ้ากลืนตะวัน...
ทันใดนั้นทั้งค่ายกลก็มีสภาพราวกับสัตว์ร้ายกำลังฟื้นคืนชีพ ไอปีศาจจำนวนมากพากันปั่นป่วนรุนแรงขึ้นมา ภายใต้ไอปีศาจเข้มข้นนี้เอง ก็ทำให้เกิดลำแสงสีแดงสายหนึ่งที่สาดส่องออกมาจากดวงตะวัน เพียงครู่เดียวก็สลายกลายเป็เปลวไฟสีเื ค่อยๆลอยหายเข้าไปในตัวของหยางเลี่ย…
นี่เป็ตบะพลังทั้งหมดของอ๋องจิงซวีที่ถูกค่ายกลมารฟ้ากลืนตะวันของหลินเฟยหลอมจนเหลือเพียงเปลวไฟ ต้นกำเนิด และเปลวไฟนี้เองก็มีไว้เพื่อให้หยางเลี่ยบำรุงเืลมที่บกพร่องไปนั่นเอง...
บัดนี้เปลวไฟสีแดงมากมายค่อยๆจมหายเข้าไปในร่างของหยางเลี่ย จากเดิมที่มีใบหน้าขาวซีดเพราะเืลมบกพร่อง บัดนี้ก็เริ่มซับสีเืมากขึ้นแล้ว
หลินเฟยรู้ดีว่าหลังจากนี้ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวหยางเลี่ยเองแล้ว เพราะตบะพลังทั้งหมดของอ๋องจิงซวีมีพลังรุนแรงมาก ดังนั้นหลินเฟยเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าหยางเลี่ยจะสามารถดูดซับพลังนี้เข้าไปได้เท่าไร...
หลังจากเสร็จเื่ทั้งหมดหลินเฟยก็หันกลับมา ก่อนจะสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของนักพรตเฮยซาน
“เ้านี่มันอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงถูกตามล่าอีกแล้ว ครั้งที่แล้วก็อสุรกายกุ่ยหวัง ครั้งนี้ก็ปีศาจเยาหวังอีก เสพติดการถูกล่าสังหารหรือไง?”
“…” จากนั้นนักพรตเฮยซานก็สีหน้าย่ำแย่ทันที ในใจก็พลางคิดว่าเขาเองก็ไม่ได้้าแบบนี้หรอก เป็นานกว่าจะถอนหายใจและเอ่ยออกมา
“ก็เพราะเจออสุรกายกุ่ยหวังตนนั้นเมื่อคราวที่แล้วนั่นแหละ”
“หือ?”
“เ้าไม่รู้หรอกว่าอสุรกายกุ่ยหวังตนนั้นไล่ล่าข้าอยู่เป็พันลี้ แต่ยังดีที่ตอนหลัง ข้าได้หลบเข้าไปในแม่น้ำหยินจึงรอดตายมาได้ แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะหลงเข้าไปในวังบาดาลใต้น้ำ…”
“หลงอย่างนั้นหรือ?” หลินเฟยได้ยินดังนั้นก็แค่นหัวเราะเ็าออกมาทันที ในใจก็คิดว่า ‘เขาเองไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายแค่วันถึงสองวันเสียหน่อย ด้วยนิสัยโลภมากของนักพรตเฮยซานแล้ว เกรงว่าหลังจากเข้าไปในวังบาดาลแล้วคงต้องสำรวจไปทั่วแน่นอน และดันโชคร้ายไปเจอปีศาจเยาหวังเข้าพอดี…’
“เอ่อ... ไม่ต้องสนใจรายละเอียดขนาดนั้นหรอก…” นักพรตเฮยซานหน้าแดงด้วยความกระดากอายทันที
“อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ข้าหลงเข้าไป ยังไม่ทันจะเจอของดี ก็ดันเห็นเ้าบ้านั่น กำลังพาเหล่าอสุรกายพุ่งออกมาจากวังบาดาลเสียก่อน…”
“เดี๋ยวก่อนนะ…” หลินเฟยได้ยินเช่นนั้น ก็ชะงักลงทันที
“เหล่าอสุรกายงั้นหรือ?”
‘ลูกสมุนของปีศาจเยาหวัง ไม่ควรจะเป็ปีศาจหรอกหรือ?’
‘หรือว่านักพรตเฮยซานจะใจนเสียสติ แม้แต่ปีศาจกับอสุรกายก็แยกไม่ออกแล้ว?’
“เป็อสุรกายจริงๆนะ…” ต่อให้ผ่านมานานแค่ไหน เพียงนึกถึง นักพรตเฮยซานก็หวาดกลัวจนจับใจแล้ว
“เ้าไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นอสุรกายพุ่งออกมามากมายเพียงใด พวกมันเยอะมากจนเบียดแน่นไปทั่วแม่น้ำหยินเลยทีเดียว…”
หลินเฟยได้ยินดังนั้นก็ใจกระตุกขึ้นทันที
‘หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับทะเลอสูร?’
หลินเฟยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งที่นึกออกมา
“แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
“ไม่มีหลังจากนั้นแล้ว เพราะแค่เห็นปีศาจเยาหวังและฝูงอสุรกายที่เยอะเป็กองทัพขนาดนั้น ข้าก็รีบเผ่นทันที หลังจากหนีออกมาได้ เ้าปลานั่นก็ไล่ตามไม่เลิก มีอยู่หลายครั้งที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด ข้าต้องหนีตายอยู่สองวันสองคืนเต็มๆ กระทั่งมาเจอเ้านั่นแหละ…”
“อ้อ…” หลินเฟยพยักหน้ารับอย่างเดียว โดยไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก แต่ในใจกลับกำลังนึกเสียดาย ไม่น่ารีบหลอมอ๋องจิงซวีเลย ไม่เช่นนั้นคงจะได้เบาะแสมากกว่านี้...
‘บางทีอ๋องจิงซวีก็อาจจะเป็เหมือนนักพรตเฮยซาน ที่หนีตายออกมาจากวังบาดาลเช่นกันกระมัง’
‘น่าเสียดายจริงๆ…’
“จริงสิ พวกเ้าจะไปไหนงั้นหรือ?” นักพรตเฮยซานรออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นหลินเฟยนิ่งเงียบไป จึงถามขึ้นมาด้วยความสนใจ
“พวกข้าจะไปทะเลอสูร” เมื่อพูดจบ หลินเฟยก็เอ่ยถามอีกครั้ง
“แล้วเ้าล่ะ?”
“ข้า…” นักพรตเฮยซานรีบเอ่ยสวนทันทีด้วยความเคยชิน ทว่ากลับไม่รู้จะตอบอย่างไรดี...
‘นั่นสิ ข้าจะไปไหน?’
หลังจากทะเลอสูรปรากฏขึ้นมา ที่แห่งนี้ก็ถูกปิดตายลง สามารถเข้าได้อย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่อาจออกไปได้อีก ตนเองในตอนนี้จึงไม่สามารถออกไปไหนได้แถมยังวาสนาไม่ค่อยสู้ดีนัก มาถึงที่นี่ได้ไม่ถึงเดือน วันๆกลับต้องเอาแต่หนีตายอย่างเดียว ทั้งปีศาจเยาหวังทั้งอสุรกายกุ่ยหวัง ไม่เพียงแต่ไม่ได้สมบัติอะไรติดมือแล้ว ยังเกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้อีกด้วย...
‘แล้วดูหยางเลี่ยสิ…’
‘เพิ่งติดตามหลินเฟยมาไม่กี่วัน บัดนี้ก็ได้โชควาสนาใหญ่หลวงเสียแล้ว’
‘หากหยางเลี่ยหลอมรวมตบะพลังของอ๋องจิงซวีได้เพียงครึ่งเดียว ก็ถือว่ามากกว่าที่สูญเสียไปแล้วด้วยซ้ำ ตอนที่ออกจากค่ายกล เกรงว่าจะมีตบะพลังแข็งแกร่งกว่าเดิมเสียอีก…’
เมื่อคิดได้ดังนั้น นักพรตเฮยซานก็ตาเป็ประกายขึ้นทันที
‘นั่นสินะ ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำแล้ว เช่นนั้นก็ติดตามหลินเฟยไปทะเลอสูรบ้างดีกว่า…’
‘อย่างแรกก็จะไม่ต้องเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยอีก เพราะแม้แต่อ๋องจิงซวียังจัดการได้ง่ายๆ แปลว่าเ้าหลินเฟยคนนี้จะต้องมีพลังสูงส่งแน่นอน ต่อมาหลินเฟยเอง ย่อมไม่อาจเล่นตุกติกแทงข้างหลังได้ เพราะสุดท้ายก็ได้ตกลงกันไว้แล้ว หากตนเองตายไป แล้วใครจะพาไปแท่นบูชาที่รกร้างแดนใต้เล่า?’
‘ช่างเป็โชควาสนาใหญ่หลวงจริงๆ…’
หากหลินเฟยคิดจะไปแท่นบูชาที่รกร้างแดนใต้ เช่นนั้นจะต้องพยายามคุ้มครองตนเองเป็แน่
‘ใช่แล้ว งั้นเอาแบบนี้แหละ ข้านี่มันฉลาดจริงๆ…’
ยิ่งคิดนักพรตเฮยซานก็ยิ่งชื่นชมตัวเอง
แต่ถึงอย่างไรก็เป็ถึงผู้บำเพ็ญจิงตัน จึงต้องรักษาภาพพจน์เสียหน่อย ต่อให้อยากเกาะบารมีของหลินเฟยแค่ไหน ก็ไม่อาจพูดออกมาตรงๆได้…
“คือว่า…” นักพรตเฮยซานครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว
“ในเมื่อครั้งนี้เ้าช่วยข้าจากเงื้อมมืออ๋องจิงซวี แม้ข้าจะมีชื่อเสียงเลวร้าย แต่ก็ถือเป็คนรู้จักบุญคุณอยู่บ้าง เช่นนั้นข้าจะไปทะเลอสูรด้วยก็แล้วกัน!”
“…” หลินเฟยลูบจมูกน้อยๆ ในใจก็คิดไปด้วยว่านักพรตเฮยซานนี่ช่างหน้าไม่อายจริงๆ อยากจะไปด้วยก็บอกมาตามตรงก็ได้…
แน่นอนว่าหลินเฟยไม่มีทางพูดออกมาตรงๆอยู่แล้ว เพราะหยางเลี่ยบอกแล้วว่าทะเลอสูรนั้น เต็มไปด้วยอันตราย เช่นนั้นแล้วมีผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันร่วมทางเยอะๆ ก็จะยิ่งได้เปรียบ…
หลังจากนั้นผ่านไปอีกเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดดวงตะวันสีเืที่ลอยอยู่กลางค่ายกลก็เริ่มหม่นแสงลง เพียงครู่เดียวลำแสงสีแดงและเปลวไฟก็สลายหายไป หลินเฟยเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าจวนจะถึงปลายทางแล้ว จึงโบกมือเพื่อเก็บคัมภีร์โครงกระดูกกลับมา จากนั้นค่ายกลมารฟ้ากลืนตะวันก็เปิดออก ไม่นานหยางเลี่ยก็ค่อยๆก้าวเท้าออกมา…
บัดนี้ใบหน้าหยางเลี่ยซับไปด้วยสีเื ผมดกดำเป็มันวาว พลังปราณในตัวก็เข้มข้นขึ้น ดูอิ่มเอมจนแทบทะลักออกมาทีเดียว
ดูแข็งแกร่งกว่าเดิมนับสิบเท่าก็ว่าได้…
“ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์อาด้วย!” หลินเฟยยกยิ้มออกมา ก่อนจะยกมือคารวะ ด้วยสายตาอันหลักแหลมของหลินเฟยแล้ว เหตุใดจะดูไม่ออกมาว่าอาการเืลมบกพร่องของหยางเลี่ยได้หายดีแล้ว แถมยังเป็เคราะห์ดีอีกด้วย บัดนี้ก็มีพลังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมแล้ว…
“ขอบคุณ” หลังจากออกมาจากค่ายกลหยางเลี่ยก็ไม่พูดอะไรมาก จากนั้นก็ยกมือขึ้นคารวะหลินเฟยด้วยสีหน้าจริงจัง โดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่น้อย เพราะนอกจากหลินเฟยจะช่วยตนเองออกมาจากค่ายกลได้แล้ว ยังช่วยฟื้นตบะพลังที่ถูกทำลายไปอีกด้วย นับว่าเป็บุญคุณใหญ่หลวง ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็คำพูดได้เลยด้วยซ้ำ…
—------------------------------------------------------------------------------------