นับั้แ่วิหารอัศวินได้ก่อตั้งขึ้นมา อำนาจของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่และเกรียงไกรมาโดยตลอด พวกเขาจะฟังเพียงคำสั่งขององค์จักรพรรดิเท่านั้น พวกเขามีสิทธิที่จะตรวจสอบทุกการกระทำ ทุกคำพูดของเหล่าขุนนางกับพวกชนชั้นสูง อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปมาระหว่างอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรได้ตามใจ พวกเขาเป็เหมือนตัวแทนขององค์จักรพรรดิยาซิน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังได้เรือนจำอัศวินและมีสิทธิ์กักขังหรือจับกุมพวกขุนนางที่ต้องสงสัยได้ทุกเมื่อ ไม่รู้ว่าในเรือนจำอัศวินมีเหล่าขุนนาง ชนชั้นสูงหรือาาของอาณาจักรบริวารที่ต้องตกตายอยู่ในเรือนจำนั่นมากมายแค่ไหน แม้แต่อัศวินที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดของวิหารอัศวินยังกล้าทำตัวโอหังใส่พวกขุนนางชั้นสูงได้เลย
อย่างไรก็ตาม ด้วยอำนาจที่แทบไร้ขีดจำกัดแบบนี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในวิหารอัศวินค่อยๆ เริ่มโอหังและจองหองขึ้นมา
พวกเขามักจะทำในสิ่งที่พวกเขา้า โดยที่ไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวใครหน้าไหน ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยพบใครหน้าไหนที่กล้าเมินเฉยต่ออำนาจของพวกเขาอย่างซุนเฟยมาก่อน
ถ้าสามารถเปลี่ยนอดีตได้ ในตอนที่าาแซมบอร์ดยังเป็เพียงคนปัญญาอ่อน พวกเขาจะสั่งสอนบทเรียนให้กับมันและทำให้มันนึกเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกนี้เลยคอยดู
ถึงแม้ว่าเมืองแซมบอร์ดจะเป็เพียงอาณาจักรบริวารระดับหก แต่ความแข็งแกร่งกลับไม่มีใครเทียบได้ เห็นได้ชัดอย่างาาแซมบอร์ดที่จะสามารถต้านการโจมตีแบบสามรุมหนึ่งของอัศวินผู้ตัดสินบนลานสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่งได้ การกระทำที่โอหังผิดปกติแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็เพราะเขาได้รับการสนับสนุนจากสององค์ชายผู้ยิ่งใหญ่หรือมีโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์คอยหนุนหลังให้ถึงได้กล้าทำแบบนั้น อีกทั้งอคินเฟเยฟ อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่งผู้นำของวิหารอัศวินคนนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีหรือทัศนคติใดๆ ต่อาาหนุ่มคนนี้ออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นความอวดดีที่เหล่าอัศวินแสดงออกมาในตอนแรกก็เป็เพียงอำนาจกลวงๆ ที่ไม่มีใครหนุนหลัง ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้าาแซมบอร์ดได้กลายเป็ข้อห้ามที่ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว ดังนั้นเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับบุคคลที่เป็ข้อห้าม นอกจากจะไม่สามารถใช้กำลังเข้าสู้ได้แล้ว ในแง่ของอำนาจก็ยังเทียบไม่ได้อีก
แววตาที่ราวกับเสือดาวของหัวหน้าอัศวินที่คิดจะใช้กำลังเข้าข่มก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อนึกถึงฉายา 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' ของาาแซมบอร์ด วินาทีนั้น ท่าทีแข็งข้อก็อ่อนลงเล็กน้อย หลังจากมองไปยังดร็อกบา บุรุษที่เป็เหมือนคิงคองที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าเต็นท์แล้ว เขาก็หันไปมองซุนเฟยที่ยืนอยู่ตรงกลางค่ายแล้วกล่าวว่า ”าาแห่งแซมบอร์ด คำสั่งตรวจค้นนี้มาจากองค์จักรพรรดิ การที่พวกท่านมาขวางทางเราแบบนี้ ท่าน้าขัดคำสั่งอย่างนั้นหรือ? หรือท่านคิดก่อฏ?”
ซุนเฟยหัวเราะเยาะ ไม่แม้แต่จะมองหน้าคนพูดเลยด้วยซ้ำ
คนเช่นนี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะคุยกับเขา
“ท่าน...” หัวหน้าอัศวินขุ่นเคืองเป็อย่างมาก
บรรยากาศกลายเป็เครียดขึงและกดดันขึ้นมาทันที
แน่นอนว่า ความตึงเครียดนี้เป็เพียงความรู้สึกของคนจากอาณาจักรอื่นๆ ที่มาสังเกตการณ์จากระยะไกล
่นี้ เกือบทุกอาณาจักรถูกตรวจค้นหลายรอบในทุกๆ วัน ในฐานะที่เมืองแซมบอร์ดก็เป็หนึ่งในสองร้อยห้าสิบอาณาจักรบริวารในเครือของเซนิท พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการตรวจค้นแบบนี้ไปได้เช่นกัน ต่อให้าาของพวกเขาจะมีชื่อเสียงและมีอำนาจเหนือกว่าใครก็ยังต้องถูกตรวจค้น แต่อย่างไรก็ตาม หน่วยตรวจค้นก่อนหน้านี้ต่างแสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจและให้เคารพต่อาาแซมบอร์ด ดังนั้นการตรวจค้นจึงเต็มไปด้วยความสุภาพ ไม่มีใครกล้าประพฤติหยาบคายเช่นนี้
ทั้งค่ายทหารอาณาจักรบริวาร ไม่มีใครไม่รู้เื่ความไม่ลงรอยกันระหว่างวิหารอัศวินกับาาแห่งแซมบอร์ด
เนื่องจากพวกเขารู้เื่ความไม่ลงรอยนี้ ดังนั้น ในการตรวจค้นในครั้งนี้จึงให้ความสนใจเป็พิเศษ ผู้สังเกตการณ์ที่ชาญฉลาดหลายคนบอกได้ว่า เหล่าอัศวินจากวิหารอัศวินกลุ่มนี้ตั้งใจจะมาท้าชนกับาาแซมบอร์ดซึ่งๆ หน้าโดยอาศัยคำสั่งตรวจค้นเป็มาข้ออ้างในการกระทำเกินกว่าเหตุ เพราะก่อนหน้านี้ในตอนที่พวกเขาไปตรวจค้นค่ายทหารอื่นๆ อัศวินเหล่านี้อาจจะเข้มงวดมากก็จริง แต่ก็ไม่ได้กระทำเื่เลวร้ายขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจจะระบายความโกรธแค้นแทนนายของตัวเอง
ค่ายทหารของอาณาจักรอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิดผ่านรั้วค่ายอย่างเงียบ ๆ
ในค่ายทหารแซมบอร์ด
เหล่าอัศวินที่กำลังเผชิญหน้ากับดร็อกบารู้สึกหมือนกำลังตกที่นั่งลำบาก หากไม่มีคำสั่งจากหัวหน้าของพวกเขา พวกเขาก็ไม่สามารถถอยกลับได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ไม่สามารก้าวไปข้างหน้าได้เช่นกัน ผ่านไปได้ห้านาที เจ็มม่าและแองเจล่าก็ค่อยๆ เดินออกมาจากเต็นท์
เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ
ร่างกายของแองเจล่าค่อนข้างบอบบางมาก เมื่อวานนางนั่งรอซุนเฟยกลับมาทั้งคืน ทำให้นางได้นอนตอนเกือบจะรุ่งสางในอ้อมแขนของซุนเฟย นางหลับสนิทมาก บวกกับวงเวทน้อยใหญ่ที่ลงไว้ในค่ายทหารกับเต็นท์ทำให้มันปิดกั้นเสียงอึกทึกครึกโครมได้เป็อย่างดี นางเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินเสียงแส้ของอัศวิน นางจึงรีบลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดโดยมีเจ็มม่าค่อยช่วย
แองเจล่าไม่้าสร้างปัญหาใดๆ ให้แก่ซุนเฟย ต่อให้เป็เพียงเื่เล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม
ในตอนที่แองเจล่าเดินออกมาจากเต็นท์ เหล่าอัศวินก็รู้สึกโล่งขึ้นมา พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังเห็นเทพธิดาลอยลงมา พวกเขารีบเก็บดาบเข้าฝักอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อัศวินที่ดื้อดึงจะบุกรุกเข้าไปก็ยังต้องก้มหัวของพวกเขาลงสำหรับพฤติกรรมอันหยาบคายของพวกเขา
หัวหน้าอัศวินก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
สถานะของเขาในวิหารอัศวินไม่ได้ต่ำต้อยเลย ดังนั้นตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาจึงมีโอกาสได้พบเห็นพวกคุณหนูจากตระกูลชนชั้นสูงมาแล้วนับไม่ถ้วน เคยเห็นแม้กระทั่งคุณหนูที่ว่ากันว่างดงามที่สุดในเมืองหลวง แต่เมื่อนำคุณหนูพวกนั้นมาเทียบกับสาวน้อยตรงหน้าเขาแล้ว เขากลับรู้สึกว่าเมฆบนฟ้าและโคลนบนดินไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรเลย แต่ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกทึ่งได้เท่าสาวน้อยตรงหน้าเลยจริงๆ
เขาเคยได้ยินมาว่าาาอเล็กซานเดอร์มีคู่หมั้นที่สวยงามราวกับเทพธิดา ทีแรกเขาก็คิดว่ามันเป็แค่ข่าวลือเท่านั้น แต่ตอนนี้ 'ข่าวลือนั้น' ไม่แม้แต่จะเท่ากับความจริงตอนนี้
เมื่อแองเจล่าเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ซุนเฟย พวกเขาต่างรู้สึกว่าทั้งสองคนนี้ช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ฝ่ายชายนั้นหล่อเหลาและมีพลังที่แข็งแกร่ง ฝ่ายหญิงนั้นก็งดงามจนแทบลืมหายใจ ทุกคนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันอิจฉาริษยา เหมือนกับว่าความงดงามของทั่วโลกถูกนำมาให้ชายหญิงคู่นี้
ผ่านไปได้สามสี่นาที ทุกคนในค่ายทหารแซมบอร์ดต่างมารวมตัวกันที่ตรงกลางค่ายทหาร
อัศวินสองสามนายเริ่มทำการตรวจค้นรอบๆ ค่ายทหารอย่างระมัดระวัง สักพักพวกเขาก็เดินกลับเข้ามากระซิบที่ข้างหูของหัวหน้าอัศวิน หลังจากนั้นหัวหน้าอัศวินก็พยักหน้าให้แล้วกวาดสายตามองผู้คนในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดอย่างดุร้าย จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือเล่มเล็กๆ ขึ้นมาก่อนจะเริ่มขานชื่อจากในหนังสือ
หนังสือเล่มนี้ซุนเฟยเป็คนส่งให้ทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรในตอนที่เดินทางมาถึงค่ายทหารอาณาจักรบริวาร ในหนังสือเล่มนั้นจะมีรายชื่อของทุกคนในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ไม่เพียงเมืองแซมบอร์ดเท่านั้นที่ทำ อาณาจักรอื่นๆ ทั้งหมดก็ต้องให้หนังสือรายชื่อนี้กับทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรเช่นกัน มันเป็ข้อดีสำหรับการจัดสรรพื้นที่ค่ายให้ และยังสามารถป้องกันการสอดแนมของฝ่ายศัตรูที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาได้อีกด้วย ใน่สองสามวันมานี้ ทหารจาก 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก' และทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรจะมาที่นี่เพื่อตรวจนับจำนวนคน
“เ้า...เ้า...เ้า หญิงบัดซบทั้งแปดคน ไสหัวมาตรงนี้!”
หลังจากขานชื่อตามรายการเสร็จ สาวงามทั้งแปดผู้ที่ไม่มีรายชื่อในหนังสือก็พากันตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก หลังจากได้ยินเสียงตวาดของเหล่าอัศวิน แข้งขาของพวกนางก็อ่อนแรง ไม่ว่าใครก็ตามในพวกนางที่เดินช้าก็จะถูกแส้ของอัศวินเฆี่ยนตี ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เดินช้าสุดถูกแส้เฆี่ยนตีอย่างรุนแรงจนปรากฏรอยเฆี่ยนเป็ทางยาวสองสามรอย นางร้องออกมาด้วยความเ็ปแทบจะทรุดลงกับพื้น
ความปรารถนาที่รอคอยมานานก็ปรากฏขึ้นมาในดวงตาดุจเสือดาวของหัวหน้าอัศวิน
ซุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
หญิงสาวทั้งแปดนางไม่ใช่คนของเมืองแซมบอร์ด
สาวงามที่สวมชุดกระโปรงสีขาวทั้งหกคนเป็ ‘ของขวัญ’ ที่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตส่งมาให้ซุนเฟยในนามของตระกูลเฟล็นส์ สาวงามราวกับดอกไม้แรกแย้มเหล่านี้ต่างเป็สาวงามยากจนที่ถูกกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตลักพาตัวมาเพื่อนำมาเป็ของขวัญ
ด้วยความสงสาร ซุนเฟยจึงให้แองเจล่าเป็คนดูแลพวกนาง
หลังจากสอบถามพวกนางถึงที่มาที่ไปก็พบว่า ครอบครัวของหญิงสาวเหล่านี้ถูกฆ่าโดยกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตหรือไม่ก็หนีไปด้วยความกลัว และเป็เพราะพวกนางไม่มีที่ไป แองเจล่าจึงอนุญาตให้พวกนางอยู่ที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดต่อ เนื่องจากทหารทั้งหมดของเมืองแซมบอร์ดต่างเป็พวกที่หยาบกระด้าง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถรับใช้เื่กินอยู่ของฝ่าาได้ดี นอกจากนี้ เจ็มม่าก็ยังเป็พวกป้ำๆ เป๋อๆ เดี๋ยวลืมนู่นเดี๋ยวลืมนี่จึงไม่สามารถรับใช้ซุนเฟยได้ดี ดังนั้น สาวงามทั้งหกที่โตเป็สาวเต็มวัยซึ่งมีความละเอียดรอบคอบมากกว่าจึงได้รับหน้าที่ดูแลชีวิตประจำวันของซุนเฟยไปโดยปริยาย
หญิงสาวอีกสองนางที่สวมชุดกระโปรงสีแดงเป็ทาสที่แลมพาร์ดช่วยชีวิตไว้ในตอนที่เขาสังหารคนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต
หญิงสาวสองนางนี้มีความงดงามและโดดเด่นเหนือกว่าหกสาวที่เหลือ ดูจากกิริยามารยาทที่สง่างามเหมือนได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกนางไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่ไม่มีใครรู้ว่าพวกนางถูกจับได้มาได้อย่างไร แต่หลังจากที่พวกนางได้รับการช่วยเหลือ นอกจากแลมพาร์ดผู้มีพระคุณแล้ว นางก็ตั้งป้อมไม่ให้ใครเข้าใกล้นาง นอกจากนี้ทั้งสองคนพูดภาษาที่ใช้ในเซนิทไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าพวกนางเป็ใครมาจากไหน ด้วยความสงสาร ซุนเฟยจึงอนุญาตให้พวกนางพำนักอยู่ที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดชั่วคราว
“ทำไมชื่อของพวกเ้าจึงไม่มีในหนังสือเล่มนี้? จงระบุสถานะของเ้ามาเร็ว!”
หัวหน้าอัศวินโบกสมุดรายชื่อใบมือพลางมองไปยังสาวงามทั้งแปดอย่างดุร้าย บนร่างของเขาแผ่จิตสังหารและตีสีหน้าเ็าราวกับน้ำแข็งออกมา ผสมกับเสียงอึกทึกครึกโครมที่เกิดจากอัศวินที่อยู่รอบๆ เคาะอาวุธของพวกเขาลงบนชุดเกราะ บรรยากาศกดดันผสานกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้สาวงามเหล่านี้ต่างตื่นกลัวจนพูดไม่ออก อัศวินทั้งหมดต่างเป็ทหารผ่านศึก มันง่ายมากที่พวกเขาจะสร้างแรงกดดันแบบนี้ขึ้นมา
สาวงามเหล่านี้ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน พวกนางกลัวมากจนพูดไม่ออก แม้แต่ชื่อของนางยังพูดตะกุกตะกักออกมาไม่เป็คำด้วยซ้ำ
“หืม! หน้าซีด พูดติดอ่าง เห็นได้ชัดว่าว่าเป็นักฆ่าจากสปาร์ตากุส! จับพวกนางเสีย เราจะนำตัวไปขังไว้ในคุกมืด!”
หัวหน้าอัศวินไม่รอให้หญิงสาวได้มีโอกาสอธิบาย เขารีบพูดตัดบทขึ้นมาและกำหนดชะตากรรมของพวกนางด้วยคำไม่กี่คำ
อัศวินที่อยู่ข้างๆ รีบหยิบโซ่ตรวนปลายตะขอออกมา ก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปหาสาวงามที่แสนบอบบางเ่าั้
อุปกรณ์นี้โหดร้ายมาก พวกเขาจะแทงตะขอทะลุกระดูกตรงไหปลาร้าและไหล่ ขนาดนักรบที่ว่าแข็งแกร่งและทนทานยังทรมานเจียนตาย แล้วนับประสาอะไรกับหญิงสาวที่อ่อนแอพวกนี้เล่า
-------------------------------
ราชอาณาจักรเซนิท มีหน่วยทหารหลักๆ คือ
1. วิหารอัศวิน = รับคำสั่งแค่องค์จักรพรรดิ (ใหญ่ที่สุด)
2. ค่ายวีรบุรุษเหล็ก = เป็หน่วยที่องค์ชายอาร์ชาวินตั้งขึ้นมาเอง ฟังคำสั่งแค่องค์ชายอาร์ชาวิน
3. ทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักร = ทหารของราชอาณาจักร เหมือนทหารทั่วๆ ไปที่มีหน้าที่คอยดูแลเมืองหลวงและความสงบภายในอาณาจักร
4. กองกำลังหลักทั้งสิบ = เหมือนหน่วยรบพิเศษและอยู่ภายใต้การดูแลของพวกตระกูลขุนนางชั้นสูง
