“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยนกตัวนั้น”
“พี่ทำเพราะตัดรำคาญต่างหาก”
“แต่ถึงอย่างนั้น พิมพ์ก็ต้องขอบคุณพี่ทิณณ์อยู่ดีค่ะ”
ก่อนที่พิมพ์มาดา จะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาด้วยความอ่อนโยน
“พิมพ์เช็ดเหงื่อให้นะคะ” สายตาของชายหนุ่มเลื่อนมองหญิงสาวที่กำลังเช็ดเหงื่อให้ พร้อมกับหัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ เป็ครั้งแรกในชีวิตที่อาการประหลาดเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมจับจ้องไปยังใบหน้าอ่อนหวานของเธอ พร้อมคำถามมากมายที่เกิดขึ้น ก่อนเสียงมือถือของเขาจะดังขึ้น
“ครับนุ่น” ชายหนุ่มกดรับแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ เดินตามหลังเขามายังรถคันหรูที่จอดอยู่
“ขึ้นรถสิ” ชายหนุ่มพูดกับเธอ ก่อนจะหันไปคุยโทรศัพท์ต่อโดยที่ไม่ได้สนใจเธอมากนะ ตามด้วยเสียงบทสนทนาของเทวทิณณ์และปลายสายคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเขาจะเข้ามานั่งในรถ พร้อมกับพูดประโยคสุดท้ายกับปลายสาย
“โอเค เรากำลังจะกลับไปมหาลัย แล้วเจอกัน” ชายหนุ่มวางมือถือลงด้านข้าง พร้อมกับสตาร์ทรถแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังมหาวิทยาลัยทันที ด้วยความรีบร้อน พิมพ์มาดาค่อย ๆ เลื่อนสายตาแอบมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา แอบคิดว่าความจริงแล้ว เทวทิณณ์ไม่ใช่ผู้ชายนิสัยร้ายกาจ กลับกันเขามีมุมน่ารักซ่อนอยู่ การช่วยเหลือนกตัวน้อยนั้น ทำให้พิมพ์มาดาเปลี่ยนความคิดหลายอย่าง เป็ครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดและเห็นมุมมองเขากว้างขึ้น ก่อนน้ำเสียงของชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น
“เธอลงที่เดิมนะ พี่ไม่อยากให้ใครเห็น”
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่าย พร้อมกับก้าวลง เมื่อรถแล่นมาจอดเทียบ พร้อมสายตาของเธอเลื่อนมองรถหรูของเขาแล่นเข้ามหาวิทยาลัยไป เสียงถอนหายใจดังลอดออกมา แล้วก้าวเดินต่อ
“ไปไหนกับทิณณ์มาเหรอ” พิมพ์มาดาหันกลับไปยังต้นเสียง ก่อนจะถอยหลังสองสามก้าว เมื่อเห็นหญิงปริศนาที่ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า พร้อมเพื่อนอีกสองสามคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่เป็มิตร
“ไลฟ์สดหรือยัง” หญิงสาวหันมายังเพื่อนของเธอ ที่เตรียมยกมือถือขึ้นมากดถ่าย
“พร้อมแล้ว เริ่มเลย” คำตอบของอีกฝ่าย ทำให้ดาหรันยิ้มมุมปาก พลันยกมือขึ้นกอดอก จับจ้องมองตรงมายังพิมพ์มาดาที่อยู่ในอาการงุนงง
“แปลกใจเหรอ ที่พวกเราจับได้” พิมพ์มาดายังคงถอยหลังออกห่างจากรุ่นพี่กลุ่มนั้น ที่จ้ำอ้าวเดินเข้ามาหา พร้อมกับคว้าแขนเธอไว้
“ปล่อยนะคะ นี่มันเื่อะไรกัน” พิมพ์มาดาพยายามรั้งตัวเองออก ทว่าแรงของเธอไม่อาจต้านทานรุ่นพี่เ่าั้ได้ เธอพยายามยื้อจนเหนื่อย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังมือถือที่ถ่ายเธออยู่ด้วยความไม่เข้าใจ
“อย่าทำเป็ใสซื่อนักเลย ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเทวทิณณ์ ตอนนี้เขาถอดเขี้ยวเล็บไว้กับปุยนุ่น ดาราสาวผู้โด่งดัง ทั้งสองเหมาะสมกันทุกอย่าง แล้วเธอล่ะเป็ใคร ทำไมถึงไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนคบกัน ยังหน้าด้านไปไหนต่อไหนกับเทวทิณณ์อีก เธอไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง”
“พิมพ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายนะคะ พวกพี่ทำแบบนี้เพื่ออะไร” หญิงสาวรับรู้ได้ ว่าทุกอย่างจะไม่เป็ความลับอีกต่อไป เธอรีบหันตัวเดินหนีพวกเขาในทันที ก่อนที่ดาหรันจะวิ่งตามมา แล้วจับแขนเธอไว้แน่น
“ฉันสิ ควรถาม ว่าเธอทำแบบนี้ทำไม รู้ทั้งรู้ว่าเทวทิณณ์เขามีแฟนอยู่แล้ว เธอยังหน้าด้านอ่อยเทวทิณณ์อีก ผู้หญิงหน้าไม่อาย” พิมพ์มาดานิ่งเงียบ ไม่อาจแก้ตัวได้
“หรือว่า....ผู้หญิงที่ได้ค่าตัวสามแสนคนนั้น คือเธอใช่ไหม เธอขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเงินงั้นเหรอ” สิ้นคำถามของดาหรัน พวกเพื่อน ๆ ก็พากันหัวเราะเยาะดังลั่น ก่อนที่พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองทุกคนด้วยความสับสน แล้วพยายามหันตัวเดินหนี ก่อนที่ดาหรันจะจับตัวเธอหันกลับมา พร้อมกับตบลงไปที่ใบหน้าของพิมพ์มาดาอย่างแรง จนเธอเซถลาเกือบล้ม
“ตบนี้ ฉันให้เธอในฐานะที่เธอหน้าด้าน กล้ายุ่งกับคนที่มีเ้าของแล้ว” พูดจบดาหรันก็ตบไปที่ใบหน้าของพิมพ์มาดาอีกครั้งอย่างแรง
“ตบนี้ ฉันให้เธอในฐานะที่เธอเป็คนหน้าเงิน ยอมแลกศักดิ์ศรีทุกอย่าง ก็เพื่อเงิน ผู้หญิงอย่างเธอโคตรไร้ค่าเลย” คำพูดของดาหรันดูเหมือนเป็จริงทุกอย่าง หญิงสาวไม่อาจแก้ต่างให้การกระทำของตัวเองได้ จึงก้มหน้าลงพร้อมกำมือแน่นจนสั่นระริก ค่อย ๆ เงยหน้าใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมองดาหรัน
“ตบพอหรือยัง ถ้าพอแล้วฉันจะได้ไป” พิมพ์มาดาพูดพร้อมกับกลั้นน้ำตาไว้ ไม่แสดงความอ่อนแอออกมา เธอรู้ว่านับจากนี้ไปชีวิตของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก ไลฟ์สดที่ดาหรันกำลังถ่ายทอดออกไปนั้น เป็การประกาศอย่างเป็ทางการว่าเธอเหลวแหลกแค่ไหน
กลุ่มนักศึกษา รวมตัวกันดูไลฟ์สด พร้อมกับวิจารณ์เื่ที่เกิดขึ้น กันอย่างกว้างขวาง แววดาวนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวพร้อมกับก้มมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของเธอยังไม่กลับมา จึงหยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะขมวดคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นไลฟ์สด มีจำนวนผู้ชมหลายพันคนในเวลาไม่กี่นาที
“ตบมันเลย หน้าด้าน”
“คนอะไรหน้าเงิน”
“ก็แค่ของเล่นพี่ทิณณ์”
“นางขายตัวเหรอ”
“สงสารพี่ปุยนุ่นจัง”
“เื่แบบนี้โทษฝ่ายหญิงคนเดียวได้ไง”
