ณ ภพุ์เช้าวันรุ่งขึ้นที่สดใส หมอกทั้งหมดที่ปกคลุมตัวภพจางหายไปหมด กลายเป็รุ่งอรุณที่สดใส ภพแห่งนี้ไม่เคยมีแสงแดดที่ให้ไออุ่นแทงทะลุก้อนเมฆลงมา มีแต่ไอหมอกที่สร้างความหนาวเหน็บและขนลุก บัดนี้แสงแดดส่องทะลุลงมายังพื้นภพ และต้นหญ้าดอกไม้เริ่มงอกงาม ปินลู่ซีเฉินและเหล่าุ์มากมายยืนอยู่หน้าปราสาท เพื่อมากล่าวขอบคุณและกล่าวลาทั้งสี่
“สหายพวกท่านจะไปที่แห่งใดต่อ ให้เราได้เป็ผู้นำทางพวกท่าน” ปินลู่ซีเฉินเอ่ยกังวานสงบนิ่ง
“ไปอีกหนึ่งภพกำเนิดของพวกเรา ภพ์ และ ปรภพ สองภพนั้นมีสิ่งที่ยึดโยงกันไว้ และนั่นคือที่ที่ภวังคจิตสิงสถิตอยู่” เ้าวั่งซูเอ่ยครุ่นคิด
“ท่านหมายถึง เสาค้ำ์และโซ่สองภพ สิ่งที่เชื่อมโยง์และปรภพเข้าด้วยกัน” ปินลู่ซีเฉินเอ่ย
“ใช่ ของศักดิ์สิทธิ์และทรงพลังสองสิ่งนั้นอยู่คู่กับตัวภพมาั้แ่ตัวภพกำเนิด และเป็แหล่งกำเนิดพลังจักราที่สำคัญที่ส่งพลังหล่อเลี้ยงทั้งสองภพ อีกทั้งบริเวณที่เชื่อมสองภพเข้าด้วยกันนั้นมีจุดที่ความสว่างจาก์ และความมืดจากปรภพไหลรวมเรียกว่า
“หยินหยางเฟินจี้จี แดนแบ่งเขตหยินหยาง” จุดรวมพลังทั้งหมด และตรงนั้นมีภวังคจิตถูกฝังอยู่ถึงสองดวง ความแข็งแกร่งของมันอาจจะประเมินไม่ได้ และที่สำคัญทั้งเสาค้ำ์และโซ่สองภพล้วนเป็สิ่งที่จะถูกทำลายไปจากภพไม่ได้” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ถ้าสองสิ่งนั้นพัง ทั้งสองภพจะล่มสลายอย่างแน่นอน ครานี้ดูท่าว่าจะเป็ศึกใหญ่กว่าที่ผ่านๆ มา ถ้ามีสื่งใดที่ข้าสามารถช่วยเหลือพวกท่านได้โปรดเรียกหา ชักช้าจะเสียการใหญ่ ข้าขอส่งพวกท่าน แล้วพบกัน สหายรัก” ปินลู่ซีเฉินเปิดทางสู่ภพ์ด้วยแสงจากมงกุฎแห่งาา ทุกคนยิ้มให้แก่กัน เหมือนเป็การอำลาเพียงชั่วคราว เมื่อผ่านแสงสว่างวาบที่พุ่งเข้ามาห่อหุ้มตัว ทั้งสี่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ภพ์
ทั้งสี่ยืนอยู่หน้าประตูภพ์ที่สูงเสียดฟ้า ร่างกายถูกแสงทองอร่ามห้อมล้อม
“ข้าอยู่แต่โลกมนุษย์กับเ้า และ ออกเดินทางร่วมกันมาตลอด เหมือนไม่ได้กลับมานาน บ้านของข้า” ฮวาเฟยฟาและไป่ชิงหลงต่างยิ้มเบิกบาน
"องค์ชายั คุณชายเ้าวั่งซู" เสียงนุ่มนวลดังขึ้น นางฟ้าเจียหยวน ผู้ปกครองประตู์ปรากฏตัวขึ้นในชุดผ้าไหมสีขาว "องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่ง์รอคอยการมาของพวกท่าน"
ทั้งห้าก้าวเข้าผ่านประตูเข้าสู่ภพ์ สายตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เมฆขาวปุยลอยฟุ้งไปทั่วทุกแห่ง วังถูกสร้างด้วยหยกขาวบริสุทธิ์ ต้นท้อสีทองเรืองแสงในสวนเซียน และเสียงดนตรีไพเราะก้องกังวานจากมิติที่ไม่รู้จัก แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดคือเสาค้ำฟ้าขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางภพ์ เสานั้นสูงขึ้นไปและยาวลงล่างไม่มีที่สิ้นสุด และรอบๆ เสาได้ถูกพันด้วยโซ่สองภพสีทองที่เปล่งประกายระยิบระยับ เรืองแสงด้วยพลังงานศักดิ์สิทธิ์
"นั่นคือเสาค้ำฟ้าแห่งภพ์ และ โซ่สองภพแห่งปรภพ ปราการแห่งภพที่ทรงพลังที่สุดแห่งจักรวาล ที่เชื่อมโยงภพ์กับปรภพเข้าด้วยกัน"
ณ ท้องพระโรงแห่งภพ์ มีเทพ เซียนมากมาย เ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟา เดินเข้ามากลางโถง จากเสียงเซ็งแซ่ก็เงียบลง เบื้องหน้า้าเป็ที่ประทับของเ้าภพ์ องค์จักรดิพรรดิและองค์จักรพรรดินี
“องค์ชายั องค์ชายแห่งปรภพ เป็วันดียิ่งนักที่พวกท่านมาเยือน พวกข้าได้ยินเื่ราวการต่อสู้ ในการปราบภวังคจิต การรวมภพ และการช่วยเหลือเ้าภพและดวงจิตมากมายในทุกภพภูมิ วันนี้ถือเป็โชคดีของเาาวภพ์ที่จะได้รับการปลดปล่อยจากภวังคจิตเช่นกัน ภพ์ในฐานะผู้นำในทุกภพตัวเองก็ไม่คิดเลยว่าจะมีเื่ที่เหนือกำลังของพวกเรา”
“องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินี ภวังคจิตของราชันย์กะโหลกแอบแฝงตัวและฝังรากลึกเข้าในทุกภพเป็เวลาช้านาน เพราะจุดประสงค์ของจอมมารนั่นเพื่อจะกลืนกินทุกภพจากด้านใน เป็หมากที่ถูกวางไว้ั้แ่เริ่ม เป็เื่ที่หาได้มีใครสามารถแก้ไขได้แม้พบเจอแต่เริ่ม ตัวข้าฮวาเฟยฟาในฐานะผู้ปกปักษ์ และ เ้าวั่งซูในฐานะผู้สร้าง ล้วนมีส่วนหลักในการปกป้อง และ แก้ไขในทุกภพ ในทุกสรรพสิ่ง เพื่อนำความสมดุลและความสงบสู่ทุกชีวิต” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
พร้อมทุกเสียงจากเหล่าเทพ เซียน และรวมถึงองค์จักรพรรดิและจักรพรดินี ที่เฮลั่นและพร้อมกันทำความเคารพ “ขอคารวะท่านผู้สร้าง ท่านผู้ปกปักษ์รักษา ได้โปรดเมตตาช่วยเหลือพวกเราเหล่าชาวภพ์ด้วย”
“ภพ์ก็คือบ้านข้า และ เ้าวั่งซูเช่นกัน ยังไงพวกเราก็ต้องปกป้องและให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว พวกท่านอย่าได้เกรงใจ” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“พวกข้ามองเห็นจากนิมิตถึงการมีอยู่ของภวังคจิตใน เสาค้ำฟ้า และ โซ่สองภพ แล้วเื่ราวมันมายังงัย พวกท่านพอจะเล่าให้ฟังได้ไหม” เ้าวั่งซูเอ่ย
