เมื่อแสงของดวงตะวันลาลับขอบฟ้า มีดวงดาวพร่างพราวขึ้นมาอยู่เต็มท้องนภาอันมืดมิด แต่เจียวมิ่งที่อาสามากับก้งเจี้ย เพื่อกลับเข้าไปที่เมืองหย่งจินอีกครั้ง โดยให้ก้งเยว่ดูแลครอบครัวสวีอยู่ที่ตำบลหย่งฝู ทั้งสองคนขี่ม้ามาถึงตัวเมือง และเข้าไปพบเซียวหนิงหลงในห้องพักของโรงเตี๊ยมเหลียนจินซา เพื่อรับฟังคำสั่งทั้งไม่ลืมที่จะถามเกี่ยวกับการลงโทษคนที่กล้ามาพูดจาดูถูกลู่ชิง ในวันแจกอาหารที่วัดต้าซือเมี่ยวด้วย
“ก๊อก ๆ ๆ”
“เข้ามาแล้วอย่าลืมปิดประตูให้สนิทด้วย” เซียวหนิงหลงไม่ลืมกำชับคนติดตามของตน
“คารวะซื่อจื่อขอรับ”
“เ้าอาสามาแทนก้งเยว่สินะเจียวมิ่ง นางคงบอกพวกเ้าเื่ที่ข้าไม่ลงโทษไปแล้วใช่ไหม ทางตำบลหย่งฝูมีอะไรผิดปกติอีกหรือไม่” เขายังถามถึงสถานการณ์ที่ตำบลด้วยยังมีความกังวลใจอยู่เล็กน้อย
“ตอนนี้ยังปกติอาจเป็เพราะผู้คน เพิ่งกลับเข้าบ้านของตนเองขอรับ คงต้องติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไปอีกสักระยะหนึ่ง ขอบคุณซื่อจื่อที่ละเว้นโทษในครั้งนี้ให้กับพวกเรา แต่ว่ายังมีอีกเื่ที่ไม่ได้รายงานไปในจดหมายให้ท่านทราบขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงกล้า ๆ กลัว ๆ
“ปึก! ยังมีเื่อะไรอีก ที่พวกเ้าลืมบอกกับข้ารีบพูดมา ถ้ามีเหตุผลมากพอข้าจะพิจารณาดูอีกที” เ้าพวกนี้ยังมีเื่อะไรที่ลืมรายงานเขาอีกกี่เื่กันแน่
“ขอรับ วันที่คุณหนูลู่ชิงและครอบครัวไปทำบุญที่วัดต้าซื่อเมี่ยว นอกจากจะพบชายชาวบ้านที่รู้เื่ข้าศึกโดยบังเอิญแล้ว ยังมีฮูหยินตระกูลค้าขายผ้าไหมในเมืองหย่งจิน ได้พูดจาทาบทามคุณหนูลู่ชิงเพื่อแต่งกับบุตรชายของนางหลังจากถึงวัยปักปิ่น แต่นางถูกคุณหนูปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ทำให้ฮูหยินนางนั้นโกรธเคืองเพราะรู้สึกเสียหน้าจึงพูดจาต่อว่าคุณหนู ว่าคิดจะเรียกร้องค่าตัวให้แพงขึ้น และยังพูดอีกว่าสภาพครอบครัวคุณหนูเป็เช่นนี้ จะมีบุรุษหน้าไหนกล้ามาสู่ขอแต่งเป็ฮูหยินคงเป็ได้แค่อนุเท่านั้นขอรับ พวกข้าสี่คนเตรียมที่จะเข้าเมืองมาสั่งสอนนาง แต่ก็มีเื่ข้าศึกเข้ามาเสียก่อน จนล่วงเลยมาถึงตอนนี้นี่แหละขอรับ” เจียวมิ่งพูดจบก็ก้มหน้าลง เหมือนรอฟังว่าจะถูกลงโทษแบบไหน
“เอาเถอะ เป็เพราะมีศึกาเข้ามาเสียก่อน จึงทำให้นางยังอยู่ได้อย่างสบายใจ กล้าดีอย่างไรมาดูถูกสตรีของข้า เช่นนั้นคืนนี้พวกเ้าไปจัดการให้เรียบร้อย ทั้งนางและสายลับสองคนนั่นด้วยถือว่านี่เป็การลงโทษสถานเบาก็แล้วกัน” ใครคิดแตะต้องคนของเขาอย่าคิดจะอยู่อย่างมีความสุขเลย
“ขอรับ/ขอรับ” เจียวมิ่งกับก้งเจี้ยเดินออกมาจากห้องพัก ของเซียวหนิงหลงได้ก็ถอนหายใจยาว ๆ กันคนละหนึ่งที
ทั้งสองคนนำตัวสายลับแคว้นตงหนาน ออกไปนอกเมืองพาเข้าไปที่ชายป่าอย่างเงียบ ๆ และลงมือขุดหลุมที่กว้างพอ สำหรับบุรุษสองคนลงไปนอนในนั้น พวกสายลับได้แต่ส่ายหน้าเป็การขอร้องว่าอย่าทำเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เพราะถูกผ้าอุดปากอยู่นั่นเอง ใช้เวลาขุดหลุมอยู่ไม่นานก็เสร็จ เจียวมิ่งกับก้งเจี้ยสะกัดจุดสายลับก่อนจะโยนสายลับลงไปทีละคน จากนั้นกลบดินลงไปให้มีสภาพเช่นเดิม
“อย่าได้คิดโทษพวกเราว่า กระทำโเี้อำมหิตเช่นนี้เลย เพราะเ้าสองคนยังวางแผนกำจัดท่านอ๋องของพวกข้า แต่เมื่อทำไม่สำเร็จก็ยอมรับบทลงโทษ ของคนที่ทำงานผิดพลาดด้วยความตายเถิด” แคว้นฉู่ไม่เคยคิดไปรุกรานแคว้นพวกเขาเลยสักครั้ง แต่แคว้นที่มีฮ่องเต้บ้าอำนาจเช่นแคว้นตงหนาน ผู้คนจึงต้องลำบากเพราะคน ๆ เดียว
“ใช่ ตอนที่พวกเ้าคิดวางแผนคงจะภูมิใจมากหากทำสำเร็จ แต่คงลืมคิดไปว่าถ้าทำไม่สำเร็จขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นมานั่งสำนึกเสียใจตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว และพวกเ้าควรกล่าวโทษฮ่องเต้นั่น ที่ส่งพวกเ้ามาพบเจอกับความตายไม่ได้สั่งเสียครอบครัว พวกข้าเองก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องเ้านาย และบ้านเมืองให้ปลอดภัยเช่นกัน” ก้งเจี้ยเองก็คิดคล้ายเจียวมิ่ง ถ้าไม่มีคนเริ่มเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ยังไง
“เอาล่ะ เสร็จจากตรงนี้แล้วต่อไปก็ถึงเวลาของฮูหยินคนนั้นเสียที วันนั้นนางโอ้อวดว่าตนเองร่ำรวยมิใช่น้อยนี่นา แบ่งมาสักหน่อยเอาไว้ซื้อเนื้อให้คุณหนูหมักทำเนื้อย่างกินวันหลัง หรือไม่ก็เก็บเอาไว้ซื้อเสบียงไปให้กองทัพก็ยังได้ เ้าเห็นด้วยกับข้าไหมก้งเจี้ย” เจียวมิ่งนั้นจำได้ดีว่านางโอ้อวดตนเองเื่ความร่ำรวยต่อหน้าทุกคน
“ความคิดนี้ของเ้ามันยอดเยี่ยมมาก แต่จะให้ดีข้าคิดว่าเอามาให้หมดดีกว่า เพราะกองทัพมีคนมากต้องใช้เสบียง ทำอาหารในแต่ละวันไม่น้อยเลยนะ” เขาย่อมเห็นด้วยแต่จะเอามาเพียงเล็กน้อยทำไมให้เสียเวลา ขนใส่รถม้าให้หมดเอาไปเก็บไว้ที่บ้านเช่ารอกองทัพใกล้มาถึง จะได้เอาไปซื้อเสบียงมาเตรียมไว้ และส่งไปพร้อมกับซื่อจื่อไม่ดีกว่าหรือไร
“เอาหมดก็เอาหมด รีบไปหารถม้าสักคันแล้วไปจอดที่ประตูข้างจวน ข้าจะเข้าไปด้านในวางยาสลบทุกคนไว้รอเ้าเอง”
เมื่อแบ่งหน้าที่กันแล้วก็แยกย้ายทันที เจียวมิ่งใช้วิชาตัวเบามุ่งไปยังจวนของฮูหยินคนนั้น ซึ่งข้อมูลที่เขาไปสืบมาตระกูลนี้เป็คู่ค้ากับตระกูลอู๋อีกด้วย เจียวมิ่งมาถึงเงยหน้ามองป้ายจวนตระกูลฮั่ว เขาชักดาบออกมาตวัดไปมา จนป้ายตระกูลพังเสียหายหลายท่อนร่วงหล่นลงมากองอยู่กับพื้น เมื่อเข้าไปด้านในจวนเจียวมิ่งใช้ผ้าปิดปาก และจมูก ก่อนจะเริ่มจุดควันยาสลบโยนเข้าไปทุกเรือน ยาสลบนี้มีฤทธิ์รุนแรงมาก มันจะทำให้คนที่สูดดมเข้าไปสลบไสลไปถึงสองชั่วยาม
กว่าคนในจวนจะรู้สึกตัวตื่น เขากับก้งเจี้ยน่าจะขนสมบัติจนเกลี้ยงจวน นำกลับไปตำบลหย่งฝูอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
เช้าวันต่อมาจึงมีข่าวใหญ่ในเมืองหย่งจิน ว่าตระกูลฮั่วถูกโจรปล้นพวกมันขนทรัพย์สมบัติไป ไม่ทิ้งไว้แม้แต่เศษเหรียญอีแปะจากนี้พวกเขาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ และพยายามขายผ้าในร้านให้หมดโดยเร็ว เพื่อจะได้มีเงินมาใช้จ่าย และเป็ทุนสำหรับการค้าขายอีกครั้ง
เช่นเดียวกับเซียวหนิงหลง ที่ตอนนี้กำลังนั่งฟังก้งคุนรายงานความคืบหน้าจากชายแดน ก้งคุนมาถึงเมืองหย่งจินยามเช้ามืด พอเห็นว่าไม่มีชาวบ้านอยู่ที่นี่แล้ว จึงคิดจะกลับตำบลหย่งฝู แต่ดีที่ได้พบตันเจียงจึงเรียกเอาไว้เสียก่อน จากนั้นได้รายงานทุกอย่างให้เซียวหนิงหลงฟัง
“เรียนซื่อจื่อสถานการณ์ชายแดนตอนนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวขอรับ ข้าจึงแอบเข้าไปหาข่าวในเมืองหน้าด่านของแคว้นตงหนาน และได้เจอสายลับอยู่ที่นั่นไม่น้อย จึงทำทีเข้าไปพูดคุยเื่าระหว่างแคว้น พร้อมกับเลี้ยงสุราพวกเขาไปพอสมควรจนหลอกถามได้ความว่า แม่ทัพใหญ่กู่ผิงจ้านได้ส่งตัวสายลับสตรีนางหนึ่ง ที่เป็อี้จีในหอคณิกามาที่เมืองหย่งจินได้พักหนึ่งแล้ว คาดว่าคงสวนทางตอนที่ข้าเข้าเมืองหน้าด่านไป ฝีมือการต่อสู้ของนางอาจไม่เก่งกาจ แต่ว่านางถนัดใช้อาวุธลับอาบยาพิษ หากมีสตรีที่ใบหน้างดงามรูปร่างอ่อนช้อยเข้าหาท่าน ย่อมเป็สายลับสตรีคนนั้นแน่ขอรับ”
ตอนที่ก้งคุนไปถึงชายแดนพอเห็นว่าศัตรูยังไม่ยกกองทัพ มาประชิดชายแดนก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
“กู่ผิงจ้านเป็ถึงแม่ทัพใหญ่กลับคิดว่า แผนสาวงามจะใช้ได้ผลกับบุรุษทุกคนงั้นรึ ช่างคิดได้ตื้นเขินสิ้นดี เขาถึงกับส่งสตรีนางนี้มาเพื่อลอบสังหารกระมัง ข้าคิดว่านางจะต้องรู้ความลับอย่างอื่นด้วยเช่นกัน เพราะดูแล้วกู่ผิงจ้านจะไว้ใจนางมาก และมั่นใจว่านางจะทำแผนการนี้ได้สำเร็จ ดูท่าทางเ้าแล้วยังมีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่” กู่ผิงจ้านคิดว่าเซียวหนิงหลงเป็บุรุษบ้าตัณหา เช่นคนอื่นกระมังถึงคิดแผนการส่งสตรีงดงามมาจัดการเขาถึงที่นี่
“ยังมีอีกเล็กน้อยขอรับ สถานการณ์ในเมืองหลวงของแคว้นตงหนานตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากกู่ผิงจ้านใช้กำลังทหารจำนวนมาก แต่ฮ่องเต้ตงเยี่ยนเหอไม่ยอมยกให้ทั้งหมด ทรงระแวงว่า่ที่ทำา จะถูกบรรดาโอรสของตนทำการชิงบัลลังก์ จึงแบ่งทหารให้กับกู่ผิงจ้านเพียงสี่แสนนายเท่านั้น ส่วนที่เหลือต่างมีคำสั่งให้เฝ้าอยู่รอบตำหนัก และรอบเมืองหลวงขอรับ” ก้งคุนอยากให้มีองค์ชายสักคนที่คิดห่วงใยราษฎรอย่างแท้จริง และไม่มีความคิดทำาทำการ่ชิงบัลลังก์ได้สำเร็จ
“เป็เช่นนั้นก็ดี หากาครั้งนี้พวกเราเป็ฝ่ายชนะ ข้าคิดว่าในวังหลวงแคว้นตงหนาน จะต้องเกิดการแย่งชิงบัลลังก์อย่างแน่นอน ปล่อยเื่นี้ไปก่อนพวกเ้าสองคนออกไปสืบมาว่าสตรีนางนั้นอยู่ที่ไหน หากจับตัวมาได้ย่อมรู้ความลับได้เร็ว แต่ต้องระวังเื่อาวุธลับอาบยาพิษของนาง ถ้านางออกมาเดินตามถนนข้าจะเดินตามแผนของนางเอง”
อี้จีอันดับหนึ่งงั้นหรือถ้าทำลายใบหน้างดงามนั่นเล่า คงน่าเสียดายไม่น้อยแต่ถ้ายอมคายความลับออกมา เขาจะให้นางได้มีชีวิตอยู่และปรนนิบัติทหารแคว้นตงหนานที่อยู่ที่นี่ หากนางอดทนไม่ยอมพูดคงต้องทรมานจนกว่านางจะพูดให้ได้
“ขอรับ/ขอรับ” ทั้งสองคนรับคำสั่ง ก็ดำเนินการออกตามสืบทันที ส่วนเซียวหนิงหลงเองเดินออกจากโรงเตี๊ยม ไปตามถนนเผื่อจะเข้าแผนของนาง
เซียวหนิงหลงเดินตามถนนไปเรื่อย ๆ ผ่านร้านค้าต่าง ๆ หลายร้านแต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเลยร้านเครื่องประดับมาได้ไม่ไกลนัก มีสตรีใบหน้างดงามล้มลงต่อหน้าเขาทันที
‘อ่า นี่นางคิดว่าเขาตาบอด มองไม่เห็นว่านางแกล้งล้มเองสินะ สตรีโง่เง่า ข้าจะไม่ยอมให้เ้ามาแตะต้องตัวข้าเด็ดขาด’
เซียวหนิงหลงหยุดเดินและมองไปยังอี้จีนางนั้น ที่นั่งอยู่กับพื้นทั้งนางยังพยายามทำหน้าตาน่าสงสาร กำลังเรียกร้องความสนใจจากเซียวหนิงหลง โดยไม่คิดเงยหน้าขึ้นมามองเหยื่อของนางสักนิด
“แม่นางเ้าล้มลงไปแรงเช่นนั้น าเ็ตรงที่ใดบ้างหรือไม่เล่า” ข้าจะรอดูว่าเ้ามีฝีมือการเล่นงิ้วมากแค่ไหน
“เอ่อ คุณชายต้องขออภัย ที่ข้าล้มขวางทางเดินของท่านเ้าค่ะ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่รู้สึกหน้ามืดขึ้นมากระทันหัน ขอคุณชายอย่าได้ถือสาเลยนะเ้าคะ” นางต้องทำท่าทางให้น่าสงสารเข้าไว้
“อ่อ หน้ามืดกะทันหันเช่นนั้นแม่นางคงไม่สบายอยู่ เหตุใดถึงออกมาเดินตากแดดกลางตลาดคนเดียวเล่า สามีของเ้าไม่มาด้วยกันหรืออย่างไร บ่าวรับใช้ก็ไม่มีรึ?” ทาหน้ามาซะขาวซีดเพียงนี้คิดจะแสร้งเป็คนป่วยสินะ
“ข้ายังมิได้ออกเรือนเ้าค่ะ เพราะฐานะทางบ้านยากจนจึงไม่มีบุรุษใดมาสู่ขอ หากไม่เป็การรบกวนมากจนเกินไป คุณชายพอจะเมตตาช่วยส่งข้ากลับบ้านได้หรือไม่เ้าคะ” ขอเพียงแค่มีโอกาสได้ใกล้ชิดอีกสักนิด นางก็สามารถลงมือสังหารเซียวหนิงหลงได้ทันที
“ข้าคงไปส่งแม่นางกลับบ้านไม่ได้หรอกนะ พอดีว่าข้ารังเกียจสตรีเสแสร้งน่ะ ไม่อยากให้ถูกตัวสักเท่าใดนักกลัวว่าเสนียดมันจะติดตัว ลำบากต้องไปอาบน้ำขัดตัวไล่เสนียดอีก ต้องขออภัยด้วยจริงๆ แต่ข้าสามารถหาคนช่วยไปส่งเ้าที่บ้านได้นะ สนใจข้อเสนอนี้ของข้าไหม” คิดว่าข้าตาบอดไม่เห็นว่าเ้าแอบซ่อนอาวุธลับไว้ใต้แขนเสื้อ เตรียมสังหารข้าตลอดเวลาและยังพยายามจะใกล้ชิดข้าฝันไปเถอะ
“นี่ท่านกล่าวหาว่าข้าเป็ตัวเสนียดเช่นนั้นหรือ ช่างเป็บุรุษที่ปากร้ายเสียจริง แบบนี้จะมีสตรีคนใดมาชอบพอท่านกัน” หนอย! เ้าเด็กเมื่อวานซืนกล้าว่าข้าเช่นนี้ได้อย่างไร แม้แต่แม่ทัพใหญ่กู่ผิงจ้าน ยังหลงใหลในความงามของนาง แต่กับเด็กหนุ่มคนนี้กลับตรงกันข้าม
“เฮ้อ เ้าไม่ต้องเป็กังวลแทนมารดาข้าหรอกนะแม่นาง เื่สตรีที่จะเป็ฮูหยินของข้าในอนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว เอาล่ะ ข้าไม่อยากเสียเวลาสนทนากับแม่นางอยู่ตรงนี้อีก ตันเจียง ก้งคุน จัดการได้แล้วข้าอยากไปกินมื้อเย็นที่ตำบลหย่งฝู” สิ้นเสียงของเซียวหนิงหลง ตันเจียงกับก้งคุนก็แสดงตนออกมาด้วยความเร็ว เข้าประกบตัวอี้จีนางนี้ทันที
ฮุ่ยปาสือ อี้จีอันดับหนึ่งพ่วงด้วยตำแหน่งสายลับ ที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นยังไม่ทันได้เตรียมตัวรับมือ ก็ถูกบุรุษสองคนเข้ามาประกบด้านข้าง โดยที่นางยังไม่ทันได้กระพริบตา ‘คนพวกนี้ล้วนมีวรยุทธ์ขั้นสูงกันทุกคนเลยหรือนี่ ทำไมนางไม่เคยรู้ข่าวนี้มาก่อน’ ยังไม่ได้ส่งเสียงเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้าง นางก็หมดสติด้วยฝีมือของก้งคุนที่ใช้สันมือสับไปตรงหลังคอของนาง
“พาตัวนางไปยังคุกของที่ว่าการเมืองหย่งจิน ข้าจะเค้นความลับของกู่ผิงจ้านจากนางออกมาให้ได้” อย่างน้อยได้รู้อะไรเกี่ยวกับแม่ทัพใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามก็ยังดี
“ขอรับซื่อจื่อ ถ้าวันนี้กลับตำบลหย่งฝูไม่ทันมื้อค่ำ จะทำเช่นไรดีขอรับ” ตันเจียงกลัวว่ามันน่าจะต้องใช้เวลามากเป็แน่ เขาดูท่าทางของนางน่าจะปากแข็งไม่เบา
“ไม่เป็ไร เสร็จเมื่อไหร่ก็ไปเมื่อนั้นรีบพาตัวนางไปได้แล้ว” หากวันนี้ง้างปากนางให้พูดไม่ได้ เขาก็แค่สังหารนางก็สิ้นเื่
ทหารประจำหน้าที่ว่าการเมืองหย่งจิน เห็นตันเจียงกับก้งคุนหิ้วสตรีนางหนึ่ง ที่หมดสติเข้ามาก็ให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปถาม พวกเขาเพียงทำตามที่ทั้งสองคนบอกเท่านั้น เมื่อนำตัวฮุ่ยปาสือลงมาและจับนางมัดติดไว้กับหลักไม้กลางห้อง ก้งคุนก็ได้นำน้ำเย็นสาดไปที่หน้าของนาง ทำให้ฮุ่ยปาสือได้สติขึ้นมาอีกครั้ง แต่สถานที่ในสายตาของนางที่มองไปโดยรอบ มันมิใช่ห้องในจวนหรือโรงเตี๊ยม แต่กลับเป็ภายในคุกของทางการเสียนี่
“พวกเ้าจับตัวข้ามาทำไมปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นพวกเ้าทุกคนจะต้องเดือดร้อนแน่” ฮุ่ยปาสือข่มขู่คนตรงหน้าเพื่อให้ปล่อยนาง ประหนึ่งว่าตัวของนางมีความสำคัญอย่างยิ่ง
“จิ๊ ๆ ๆ ได้สติก็ปากเก่งขึ้นมาทันทีเชียวนะ เ้าว่าหากไม่ปล่อยเ้าพวกข้าจะเดือดร้อนงั้นรึ ทำไม ก็แค่จับตัวสายลับแคว้นตงหนาน ที่ถูกส่งมาสังหารบุตรชายของเซียวชินอ๋องแห่งแคว้นฉู่ เ้าลองบอกมาสิว่าจะเกิดเื่เดือดร้อนอะไรกับพวกข้า” ก้งคุนพูดจากวนอารมณ์ของนางเข้าไปอีก
“หึ คิดว่าข้าเข้ามาที่หย่งจินเพียงคนเดียวเช่นนั้นหรือ เปล่าเลยข้ายังมีสหายอีกสองคน ที่คอยส่งข่าวและป่านนี้พวกเขา คงส่งคนไปสังหารซินอ๋องที่ชายแดนแล้ว ฮ่า ๆ ๆ พวกเ้าไม่ทันแผนการของพวกข้าหรอก” ยาพิษที่สายลับสองคนนั้นได้ไป ล้วนเป็ของนางที่ปรุงขึ้นมาด้วยตนเองทั้งสิ้น
“ตันเจียง เ้าช่วยสงเคราะห์บอกนางทีสิว่า สหายของนางสองคนตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน เหตุใดถึงขาดการติดต่อกับนาง” เซียวหนิงหลงเดินมาทันได้ยินนางพูดถึงสายลับอีกสองคน ที่เขามีคำสั่งให้ตันเจียงนำไปฝังทั้งเป็พอดี
“อ้อ สหายที่เ้าพูดถึงน่ะรึ คงเป็คนที่คิดจ้างวานชาวบ้านให้ไปเป็ผู้ช่วยพ่อครัวในกองทัพของแคว้นฉู่ใช่ไหม จากนั้นค่อยลอบวางยาพิษในอาหารของท่านอ๋อง ไอหยา! แม่นางข้าต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ที่ต้องบอกกับเ้าว่าสหายสองคนนั้นของเ้า ไปนอนเล่นในหลุมทั้งเป็ั้แ่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วล่ะ ป่านนี้คงไม่หายใจร่างกายเย็นชืดหมดแล้วกระมัง เ้าอย่าได้เสียใจไปเลยนะ” ตันเจียงบอกเล่าถึงสายลับสองคนนั้น ด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่าเห็นใจนางไปด้วย
“อะไรนะ!! นี่พวกเ้ายังเรียกว่าเป็คนอยู่อีกรึ เหตุใดถึงได้สังหารคนได้โเี้เช่นนี้” ฮุ่ยปาสือเริ่มหวั่นวิตก กับสถานการณ์ของตนเองขึ้นมาบ้างแล้ว
“หืม เ้าบอกว่าพวกข้าสังหารคนโเี้ แล้วการที่เ้า้าสังหารข้าด้วยยาพิษร้ายแรงนั่น เพื่อให้ข้าทรมานจนตายมันแตกต่างกันตรงที่ใด หากเ้าไม่อยากถูกฝังทั้งเป็เหมือนสหายสองคนนั้น ก็รีบบอกข้ามาว่ากู่ผิงจ้าน มีแผนจะสังหารบิดาข้าเช่นไร ถ้าไม่พูดข้าจะส่งเ้าไปปรนนิบัติทหารแคว้นตงหนาน ที่ถูกจับตัวมาเป็เชลยนับพันคนแทน” เซียวหนิงหลงตอนนี้เริ่มปลดปล่อยไอสังหารออกมา จนฮุ่ยปาสือเริ่มจะอึดอัดมากขึ้นทุกที
“ไม่มีแผนสำรองอย่างอื่นอีกแล้ว ในเมื่อการลอบสังหารไม่สำเร็จ และการแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของบิดาเ้า ไม่สามารถทำได้ตอนนี้วิธีสังหารบิดาเ้าของแม่ทัพใหญ่ คือการต่อสู้ด้วยวรยุทธ์ขั้นสูงเพียงเท่านั้น บิดาเ้าก็ไม่อาจสู้ได้แล้วเพราะในร่างกายของเซียวชินอ๋องยังคงมีพิษตกค้างอยู่ ทำให้ไม่สามารถบรรลุขั้นวรยุทธ์เพิ่มได้อีก แคว้นฉู่ของพวกเ้าเตรียมตัวอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นตงหนานซะเถอะ ฮ่า ๆ ๆ” ฮุ่ยปาสือหัวเราะชอบใจด้วยคิดว่าอย่างไรเสีย เซียวชินอ๋องก็ไม่อาจสู้กับกู่ผิงจ้านได้อยู่แล้ว
“หึ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ” เซียวหนิงหลงรวมถึงตันเจียงกับก้งคุน ต่างกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว สุดท้ายจึงต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนดังก้องไปทั่ว
“ถ้าข้ามีสายลับอย่างพวกเ้าแล้วละก็ ข้าคงสั่งลงโทษวันละหลายร้อยรอบแน่ ๆ สายลับประสาอะไร สืบข่าวสำคัญไม่ได้สักอย่าง พวกเ้าคิดว่าบิดาข้าไม่อาจถอนพิษ ที่ตกค้างออกได้จนกว่าจะตายสินะ ทว่าบังเอิญข้าได้ของวิเศษมา ทำให้ตอนนี้บิดาข้าไม่มีพิษตกค้างในร่างกายอีก และที่สำคัญยังสามารถบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุดได้แล้ว ข้าแนะนำให้เ้าไว้อาลัยสำหรับการตายของกู่ผิงจ้านล่วงหน้าเถิด” เขาอยากจะรู้จริง ๆ ว่าใคร มันเป็คนฝึกสายลับพวกนี้ออกมา เนื่องจากทำงานได้แย่มาก
“ไม่มีทาง! จะมีของวิเศษที่ไหนมาช่วยได้พิษนั่นร้ายแรงมาก แม้จะถอนพิษได้ทันแต่ที่ยังคงเหลืออยู่ในร่างกาย ก็ทำให้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่จริงเป็ไม่ได้! พวกเ้าพูดโกหกข้าไม่เชื่อเด็ดขาด” จะเป็ไปได้อย่างไร โลกนี้ยังจะมีของวิเศษอันใดช่วยถอนพิษจนหมดได้อีก
“ไม่เชื่อก็เื่ของเ้าตอนนี้ข้าหมดธุระกับเ้าแล้ว จึงไม่มีความจำเป็ต้องหาข้อมูลจากเ้าอีก ตันเจียง ก้งคุน ตัดลิ้นและทำลายวรยุทธ์ของนางเสีย จากนั้นนำตัวนางไปส่งให้กับเชลยแคว้นตงหนาน พวกเขาจะได้มีกิจกรรมทำร่วมกันเสียหน่อย เผื่อจะได้คลายความเหงาลงไปได้บ้าง ข้าจะล่วงหน้าไปที่ตำบลหย่งฝูก่อน หากพวกเ้าจัดการทางนี้เสร็จค่อยตามไปทีหลังก็แล้วกัน” ในที่สุดก็ได้ไปทานมื้อเย็นกับชิงเอ๋อร์ทันเวลาพอดี
“รับทราบขอรับซื่อจื่อ/รับทราบขอรับซื่อจื่อ”
พอลับหลังเซียวหนิงหลงที่เดินออกไปได้ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ ก็มีเสียงกรีดร้องออกมาก่อนที่จะเงียบหายไป นั่นแสดงว่าฮุ่ยปาสือถูกตันเจียงตัดลิ้นไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก้งคุนทำลายวรยุทธ์ของนาง ก่อนจะหิ้วร่างไปมอบให้กับ หัวหน้าทหารแคว้นตงหนานที่พักอยู่ในส่วนของเชลย
และแจ้งว่านี่เป็ของกำนัลจากซื่อจื่อ เพื่อให้พวกเขาได้ใช้เพื่อคลายความคิดถึงบ้าน เมื่อจบเื่ทั้งสองคนรีบควบม้าตามเซียวหนิงหลง ไปตำบลหย่งฝูด้วยความรวดเร็ว พวกเขาจะชักช้าได้อย่างไร เย็นนี้ยังไงเสียต้องได้กินของอร่อย ฝีมือคุณหนูลู่ชิงอีกเช่นเคย หรือพวกเขาจะสนับสนุนให้ซื่อจื่อ พาครอบครัวสวีกลับเมืองหลวงไปด้วย หลังจากาสงบลงดีนะ ป่านนี้พวกชุนชานกับปาเซี่ยคงกำลังอิจฉาพวกเขาที่อยู่ทางนี้อย่างแน่นอน
