“ไม่ครับ… ไม่ลืม… ผมไม่เคยลืมบุญคุณนาย”
บุญเลิศตอบ
“ดี… ดีที่ยังไม่ลืมว่ากูเคยมีบุญคุณกับมึง… งั้นถ้าอยากทดแทนบุญคุณ กูขอลูกสาวของมึงไปอยู่กับกูได้ไหม… กูกำลัง้าสาวใช้”
“เอ่อ… นายหมายความว่ายังไงครับ”
สิ่งที่บุญเลิศนึกกลัวกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว
“อะไรวะ… ทำไมมึงต้องใขนาดนั้น… ”
นายพลยกไปป์ยาเส้นขึ้นสูบ พ่นควันสีขาวพวยพุ่งไปในเวิ้งอากาศ
ก็จะไม่ให้บุญเลิศใได้ยังไง เพราะว่าเขาเคยเป็ทหารรับใช้อยู่ที่บ้านของนายพลเดชาเมื่อยี่สิบปีก่อน จึงได้รู้ถึงความลับมืดดำที่ซุกซ่อนอยู่เื้ับ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์ของนายพลผู้นี้
“คิดให้ดีนะ… ถ้าลูกสาวมึงได้ไปเป็คนรับใช้ที่บ้านกู… กูสัญญาว่าจะยกหนี้สินทั้งหมดกว่าสองแสนให้มึง ถือว่าเราไม่เคยติดค้างกัน… แล้วกูจะให้เงินมึงอีกหนึ่งแสนเพื่อแลกกับการให้ลูกสาวไปอยู่บ้านกู”
ดวงตาของบุญเลิศวาววาบขึ้นทันที เมื่อได้ยินข้อเสนอล่อใจที่นายพลบอก
“แล้วตอนนี้ลูกชายกูก็ยังไม่มีเมีย… ถ้าลูกสาวมึงงานดีถูกใจลูกชายกู… ก็อาจได้เป็สะใภ้นายพล ได้เป็เมียลูกชายกูก็สุขสบายไปทั้งชาติ”
นายพลเอาคำว่า ‘สะใภ้’ มาโน้มน้าวใจบุญเลิศ ทว่าบุญเลิศก็คิดว่ามันน่าจะเป็เพียงคำหลอกล่อให้ตนยกลูกสาวให้
ทำแบบนี้จะต่างอะไรกับการขายลูกสาว?
วาบหนึ่งในความคิด…
บุญเลิศฉุกคิดขึ้นด้วยความรู้สึกสะทกสะท้อนใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แต่จะทำยังไงได้…
อย่างน้อยเงินอีกหนึ่งแสนที่นายพลบอกว่าจะให้นอกเหนือจากการยกหนี้สินทั้งหมดให้ ก็มากพอที่จะเอาไปใช้หนี้พนันที่เ้าของบ่อนส่งลูกน้องมาตามทวงทุกเช้าเย็น ซ้ำยังจนขู่ว่าถ้าไม่ใช้หนี้จะอุ้มไปเผานั่งยาง
ทำให้บุญเลิศแทบไม่เป็อันทำงาน ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ เ้าหนี้ที่ตัวเองแอบก่อเอาไว้เพราะผีพนันเข้าสิง
“ตกลงครับนาย… ”
บุญเลิศแทบกลั้นใจตอบ…
จุกสึกจุกแน่นอยู่ในอก เมื่อรู้ว่าลูกสาวจะต้องตกไปเป็คนรับใช้ในบ้านหลังใหญ่ของนายพลหื่นกาม
