การเดินทางหยุดลงอีกครั้งเมื่อถึงตอนค่ำคืน
ภัยแล้งที่กินพื้นที่ไปทั้งมณฑล ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ต้นไม้ใหญ่หลายต้นในป่าเหี่ยวเฉาและติดไฟได้ง่ายหากไม่ระวัง นอกจากนั้น การมาอยู่กลางป่ายังต้องระวังสัตว์ที่ออกมาหากินตอนกลางคืนอีก ครอบครัวแซ่เฉินจึงยุ่งมากจนไม่มีเวลาได้พักแม้จะหยุดเดินทางแล้วก็ตาม
ขณะที่เฉินอ่าวกำลังสับฟืน เฉินถั่วถงก็สร้างแนวกันไฟป้องกันสัตว์ร้ายรอบๆ เนินหินที่จะใช้เป็จุดนอนหลับ ทุกคนก็ไม่คิดว่าท่านตาที่เดินไปทั่วจะสามารถหาหินมาจุดไฟเองได้
หากไม่นับว่าเขาลุกขึ้นเต้นระบำไปตามการเคลื่อนไหวของกองไฟอีกแล้ว การที่ทุกคนไม่ต้องมานั่งเสียเวลาจุดไฟเหมือนอดีต ตอนนี้ท่านตาผู้ซึ่งถอดกางเกงอันเก่าทิ้งแล้วใส่กางเกงขนนกที่ทำขึ้นมาด้วยมือ เขาก็กลายร่างเป็คนป่ารับผิดชอบเื่นี้ไปโดยสมบูรณ์
อูก้า!! อูก้า!!
“...”
นอกจากเฉินอิงเอ๋อที่นั่งดูท่านตาเต้นด้วยความสนุก ปรบมือชอบใจกับการแสดง
ทันใดนั้นทุกคนก็ใ เมื่อพบว่าเฉินต้าที่หายไปเข้าป่ากลับมาพร้อมกับเืเต็มตัวและปากที่คาบงูตัวโต อาจเพราะเขาร่างเล็กซูบผอม การปรากฏตัวครั้งแรก หลายคนจึงนึกว่าเขาโดนงูใหญ่รัด แต่พอวิ่งมาดูใกล้ๆ งูใหญ่นั้นตายแล้วั้แ่เฉินต้าลากมา
“ท่านพี่หามาด้วยตัวเองงั้นรึ?”
เฉินอวี๋ไม่เคยเห็นงูตัวเป็ๆ ขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน การที่ทุกคนมายืนล้อมและพยายามดึงงูออกจากการรัด แม้แต่เฉินเหนียนอู่ที่ไม่สนใจอะไรง่ายๆ นางก็ยังเดินมาลูบคลำตัวงูอย่างสนอกสนใจ
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจหนังงูเช่นนาง นอกเสียจากว่ามื้อเย็นนี้ ยังเป็อีกวันที่มีเนื้อให้พวกเขากิน
คนอพยพส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้อง แต่ครอบครัวแซ่เฉิน แทบจะมีเนื้อให้พวกเขาได้กินทุกวัน
หม้อดินเผาที่เอามาจากบ้านนั้นเล็กเกินกว่าใส่เนื้องูได้ โชคดีที่บริเวณโดยรอบเป็หิน และเฉินอวี๋ก็แนะนำให้พ่อหาหินแบนๆ มาใช้แทนกระทะ
ยกกองไฟที่ขอจากท่านตาออกมาก่อใหม่ นำแผ่นหินมาวางตั้งไฟใช้เป็กระทะย่างอย่างง่าย
งูใหญ่ที่เฉินต้าล่ามาได้ ถูกแม่แกะเอาถุงพิษและตัดหัวออก ลอกหนังและแล่เนื้อฉีกออกมาเป็เส้นๆ มองคราแรกเหมือนด้ายไหมสีขาวสะอาดตา เป็อาหารง่ายๆ ที่ปลุกกับเกลือโรยผักป่า ถึงรำข้าวปั้นจะกินลำบากเหมือนเคย แต่เนื้องูตัวใหญ่ก็ช่วยปรับให้รสชาติเผ็ดๆ อร่อยขึ้น เติมเต็มพลังงานที่หายไปในวันนี้ให้กับทุกคน
กระดูกงูไม่ทิ้งขว้าง เฉินถั่วถงพิจารณาก็พบว่ามันยาวและสามารถใช้เป็หัวลูกศรของนางได้ นางจึงขัดกิ่งไม้เพื่อทำเป็ลูกศรได้เกือบสิบดอก
ลูกศรเ่าั้ดูเหมือนของเล่นในมือเด็ก และเฉินอ่าวก็แอบเยาะเย้ยพวกมันอยู่เงียบๆ แต่หลังจากได้เห็นความแม่นยำของนางทดสอบกับเป้าที่แขวนไว้บนกิ่งไม้ เฉินอ่าวที่เคยดูถูกลูกศรโง่ๆ ก็เงียบเสียงหุบปากลง
ลูกศรดาดๆ เช่นนี้ อาจเป็เพียงของเล่นในมือคนอื่น แต่เมื่ออยู่ในมือของภรรยา กลับเป็อาวุธแห่งความตายที่รวดเร็ว แม่นยำและน่ากลัว
พอนึกว่าหากเป็ลูกศรที่ทำจากเหล็ก เขาก็จินตนาการไม่ออกว่ามันจะเป็อย่างไรเมื่ออยู่ในมือของนาง
“หืม..ทุกคนกินจุกว่าที่คิดแฮะ”
เมื่อมองดูปริมาณน้ำและอาหารที่เหลืออยู่ในตะกร้าเหลือน้อยลงเรื่อยๆ เฉินอ่าวที่รับผิดชอบงานนี้ก็เริ่มรู้สึกปวดหัว
เื่อาหารไม่ใช่ปัญหา เพราะในป่ามีสัตว์ให้ล่า การหาเหยื่อจึงไม่ยาก แต่น้ำสำหรับดื่มนั้นเหลือเพียงแค่กระบอกเดียว ด้วยสภาพร้อนๆ และกระหายดื่มบ่อย มันจึงหมดเร็วกว่าที่เขาเคยคาดไว้ในคราวแรกเสียอีก
นี่เป็ความจริงที่น่าเศร้าไม่สามารถปฏิเสธ วันนี้พวกเขารีบร้อนและแดดก็แรงมาก เขา เฉินถั่วถงและเฉินต้าไม่มีปัญหา แต่เฉินอวี๋ เฉินเหนียนอู่และอิงเอ๋อ แค่สามคนก็หมดน้ำไปมากกว่าครึ่งกระบอกที่เคยมี
เฉินถั่วถงใจดีกับเด็กๆ มาก คอยให้น้ำดื่มทุกครั้งที่พวกเขากระหาย หลังจากให้น้ำไปมากมาย นับเป็ปาฏิหาริย์ที่ยังมีน้ำให้พรุ่งนี้ได้เหลือกิน
“เทือกเขาแถวๆ นี้พอจะมีแหล่งน้ำหรือไม่?” ขณะที่เด็กๆ ปูเสื่อนอนเล่นข้างกองไฟ ดูผู้เป็ตาทำการแสดงสดอย่างไม่ลดละ เฉินอ่าวที่เดินมาหาภรรยาที่ขัดลูกธนูอยู่ ก็ลดเสียงพูดลงโดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวว่าจะทำลายความสงบสุขที่หาได้ยากของเด็กๆ
โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เฉินถั่วถงรุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “เข้าไปลึกกว่านี้อีกหน่อย เหมือนข้าจะได้ยินจากชาวบ้านว่ามีบ่อน้ำธรรมชาติอยู่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินอ่าวก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด อย่างน้อยก็ยังมีน้ำให้ดื่ม แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ความวุ่นวาย เขาก็เสนออย่างลังเลว่า “ที่นี่มีน้ำและเหยื่อ ถ้าสถานการณ์ด้านล่างไม่ดี ทำไมเราไม่พักอยู่บนูเาสักระยะ?”
เฉินถั่วถงหยุดทำงานชั่วครู่ เงยหน้ามองเขา และเมื่อรู้ว่าเขามีเจตนาดี จึงไม่ได้ตำหนิโดยตรงและอธิบายอย่างใจเย็น
“บ่อน้ำตรงนี้ไม่ลึก และไม่มีใครรู้ว่ามันจะแห้งไปเมื่อไหร่ ไม่มีถ้ำที่เหมาะสมสำหรับการพักยาวๆ ดังนั้นเมื่ออุณหภูมิลดลงในฤดูหนาวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สถานการณ์จะเลวร้ายกว่าภัยแล้งที่เราเจอ”
นี่คือโลกใหม่ที่ไม่รู้จักอย่างสิ้นเชิง และข้อมูลทั้งหมดที่พวกเขาหาได้นั้นมาจากความทรงจำที่เ้าของเดิมทิ้งไว้
ในความทรงจำ ฤดูหนาวเป็ฤดูที่น่ากลัว เป็ฤดูที่ผู้คนตายอยู่ตลอด ดังนั้นการที่อพยพไม่ใช่แค่หนีความอดอยากและพวกฏเ่าั้ แต่พวกเขาต้องหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อพักอาศัยก่อนฤดูหนาวมาถึง
เฉินอ่าวได้ยิน ก้มมองเสื้อผ้ากระสอบป่านที่สวมอยู่ มองรองเท้าแตะสานที่ใกล้จะขาดก็เงียบลง
สักพักเขาก็กลับไปนั่งที่ปลายเนินเดิม เลิกคิดถึงอนาคตที่ยังไม่เห็นทางออก มองซ้ายมองขวาแล้วก็ควักบางอย่างที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาถือ ไม่ใช่อาหารที่เก็บซ่อน แต่มันคือดีงูและถุงพิษ
ในสายตาของคนธรรมดาอาจจะไม่มีประโยชน์มากนัก แต่สำหรับผู้ฝึกตน ดีงูและถุงพิษนี้มาจากอสรพิษสองร้อยปี เป็สิ่งที่เหมือนโอสถเบิกฟ้าของแดนมนุษย์ สามารถช่วยเบิกเส้นทางแก่ผู้ฝึกตนสายปราณให้ัักับพลังของฟ้าดิน นำมากลั่นทดแทนพลังปราณบริสุทธิ์
หากกินโดยไม่มีเคล็ดวิชาคือการฆ่าตัวตาย แต่ดีที่บุตรแห่ง์อย่างเขามีวิชาที่พลิกแพลงต่อยอดในหัวเยอะ เขาจึงเลือกประยุกต์วิชาต่างๆ มาสักสองสามบท ที่พอจะทำให้เขารวบรวมกลั่นพลังฟ้าดินเป็ปราณในโลกอันแล่นแค้นนี้ให้เร็วขึ้น
สูดลมเข้าปอดแล้วกลั้นใจ หย่อนดีงูและถุงพิษเข้าปาก จากนั้นก็กระตุ้นวิชาทำให้ตัวของเขาสั่น พบเข้ากับความทรมานจนทั้งร่างเกร็งไปหมด
แต่เพื่อยังคงเดินในเส้นทางแห่งเซียนต่อไป ความทรมานเหมือนไฟร้อนสุมอก จึงไม่นับว่าเป็อะไรสำหรับเฉินอ่าว
อีกด้านที่กองไฟ เด็กๆ หลายคนที่เหนื่อยมาทั้งวันก็หลับทันทีที่กินอิ่ม เหลือแค่เฉินเหนียนอู่ที่ลุกขึ้นนั่งมองดูเท้าที่บวมแดงของตัวเอง นวดและบรรเทาไม่ให้เกิดการพอง หางตาก็เหลือบมองไปที่รองเท้าสานที่ถอดอยู่
แค่คิดว่าต้องใส่รองเท้าคู่นี้เดินบนูเาอีกครั้ง ก็ทำให้เฉินเหนียนอู่แทบจะหลั่งน้ำตา
นางต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดูแลเท้าเล็กๆ ให้ยังคงเดินต่อไปได้
หยิบกิ่งไม้เล็กๆ ที่นางซ่อนไว้ในห่อผ้าออกมาอย่างระมัดระวัง มีขนาดไม่ยาวเท่าดินสอ นี่ไม่ใช่กิ่งไม้ธรรมดาๆ แต่มันคือกิ่งไม้พันปี ที่น้องสาวคนเล็กหามาให้จากกองฟืนที่บ้าน และเป็กิ่งเดียวที่สามารถใช้เป็สื่อกลางในการร่ายคาถาและจารึกอักษรรูน
ตอนนี้ นางจึงค้นพบว่าน้องสาวคนเล็กของตัวเองน่ารักสุดๆ ช่วยตามสิ่งที่ตัวเองกำลังวิตก ว่าจะหาแก่นไม้หายากที่เอามาใช้เป็คทาร่ายเวทย์และคาถาจากที่ไหนดี
“หืม”
“ถึงจะเป็แค่เืงูธรรมดาที่มีอายุ”
“แต่แค่นี้ก็น่าจะสร้างเป็ของใช้ดาดๆ แก้ขัดได้”
“...”
