บทที่ 4: ดอกบัวขาวผู้บอบบาง ปะทะ เมียหลวงสายบด
ข่าวลือในจวนแม่ทัพนั้นแพร่สะพัดไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เื่ราวเมื่อคืนที่ฮูหยินเอกบุกเรือนท่านแม่ทัพกลางดึก และกลับออกมาด้วยรอยยิ้มปริ่มสุข พร้อมกับท่านแม่ทัพที่สั่งสาวใช้เตรียมน้ำอาบอีกรอบด้วยท่าทีหงุดหงิดงุ่นง่าน กลายเป็หัวข้อสนทนาสุดแซ่บในโรงครัวและเรือนบ่าวไพร่
“เ้าว่าจริงหรือไม่ ที่ฮูหยินใช้มนตร์ดำทำเสน่ห์ใส่ท่านแม่ทัพ?” “ข้าว่าไม่ใช่หรอก... ข้าเห็นฮูหยิน่นี้ดูสวยผิดหูผิดตา ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เดินเหินแต่ละทีเอวอ่อนระทวย ข้าเป็ผู้หญิงมองแล้วยังใจสั่น นับประสาอะไรกับท่านแม่ทัพที่เป็บุรุษหนุ่มแน่น”
เสียงซุบซิบเ่าั้ลอยเข้าหู ‘แพรวา’ ที่กำลังเดินชมสวนดอกไม้ในยามสายอย่างสบายอารมณ์ เธอยกยิ้มมุมปากภายใต้พัดจีบเล่มสวย
‘มนตร์ดำอะไรกัน... เขาเรียกว่าเทคนิค Psychological Seduction (จิตวิทยาการยั่วยวน) ย่ะพวกหล่อน’ เธอคิดในใจพลางเด็ดดอกกุหลาบสีแดงสดขึ้นมาดม
วันนี้แพรวาจัดเต็มกว่าเมื่อวาน หลังจากที่ ‘ตก’ ท่านแม่ทัพได้ในระดับหนึ่งแล้ว วันนี้เธอจึงเลือกสวมชุดสีแดงเืนก ขับผิวขาวโอโม่ให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อดีที่แนบไปกับเรือนร่าง ท่อนบนเป็คอปกไขว้ที่แหวกเล็กน้อยพอให้เห็นร่องอกรำไร ชายกระโปรงผ่าข้างสูงเวลาก้าวเดินจะเห็นเรียวขาขาววับๆ แวมๆ
“ฮูหยินเ้าคะ...” เสี่ยวปิงกระซิบเสียงเครียด “บ่าวได้ข่าวว่า... ‘คุณหนูหลิว’ มาที่จวนเ้าค่ะ”
แพรวาเลิกคิ้ว “คุณหนูหลิว? ใครล่ะนั่น?”
“โธ่ ฮูหยิน... ท่านลืมไปแล้วหรือเ้าคะ คุณหนู ‘หลิวเหมยลิง’ ญาติผู้น้องห่างๆ ของท่านแม่ทัพอย่างไรเล่าเ้าคะ นางมักจะแวะเวียนมาหาท่านแม่ทัพบ่อยๆ ... เอ้อ... และท่านแม่ทัพก็ดูจะเอ็นดูนางมากด้วย”
“อ๋อ...” แพรวาลากเสียงยาว ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมา
หลิวเหมยลิง... หญิงสาวผู้แสนอ่อนหวาน เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ ชอบแต่งกายด้วยชุดสีขาวหรือสีพาสเทล พูดจาเสียงเบาเหมือนคนหมดแรง และมักจะทำตัวน่าสงสารเพื่อให้ผู้ชายปกป้อง หรือที่ในศัพย์นิยายเรียกว่า “แม่ดอกบัวขาว” (White Lotus) นั่นเอง
ในนิยายต้นฉบับ หลิวเหมยลิงคือหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ไป๋ลี่หลินคลุ้มคลั่ง เพราะความอิจฉาที่หยางเฟยอ่อนโยนกับนางมากกว่า
“นางอยู่ที่ไหน?” แพรวาถาม พร้อมกับหักก้านดอกกุหลาบในมือดัง เปาะ!
“อยู่ที่ห้องหนังสือท่านแม่ทัพเ้าค่ะ เห็นว่าทำขนมกุ้ยฮวาสูตรพิเศษมาให้”
แพรวายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้เสี่ยวปิงขนลุกซู่ “ขนมกุ้ยฮวาหรือจะสู้ ‘ขนมจีบ’ ที่ข้าจะไปส่งให้ท่านพี่... ไปกันเถอะเสี่ยวปิง ไปดูหน้าแม่ดอกบัวขาวเสียหน่อย ว่าจะจืดชืดสมคำร่ำลือหรือไม่”
...
ณ ห้องหนังสือ เรือนใหญ่
บรรยากาศภายในห้องหนังสืออบอวลไปด้วยกลิ่นชาหอมกรุ่นและเสียงพูดคุยแ่เบา แม่ทัพหยางเฟย นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าคมคายดูผ่อนคลายกว่าปกติเล็กน้อยเมื่อสนทนากับสตรีร่างเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
หลิวเหมยลิง ในชุดสีฟ้าอ่อนลายเมฆ ดูบอบบางน่าทะนุถนอม นางกำลังรินชาให้เขาด้วยกิริยาแช่มช้อย “ท่านพี่เฟย... ่นี้งานราชการคงหนักมาก ท่านดูซูบลงไปนะเ้าคะ เหมยเอ๋อร์เป็ห่วงท่านเหลือเกิน”
หยางเฟยรับถ้วยชามาจิบ “ขอบใจเ้ามากเหมยเอ๋อร์ ที่อุตส่าห์ลำบากทำขนมมาให้”
“ไม่ลำบากเลยเ้าค่ะ เพื่อท่านพี่เฟยแล้ว ต่อให้ต้องตื่นมาเก็บน้ำค้างยามเช้ามาต้มชา เหมยเอ๋อร์ก็ยินดี” นางส่งสายตาหวานเชื่อมที่แฝงความนัยลึกซึ้ง
หยางเฟยไม่ได้ตอบรับสายตานั้น เขาเพียงแค่มองนางเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่ในใจลึกๆ เขากลับรู้สึก... เบื่อหน่าย ความอ่อนหวานที่เคยคิดว่าดีงาม ไฉนวันนี้มันดูจืดชืดไร้รสชาติพิกล จู่ๆ ภาพของสตรีในชุดนอนบางเบาเมื่อคืนก็ซ้อนทับขึ้นมา... กลิ่นกายหอมยั่วยวน แววตาเ้าเล่ห์ และริมฝีปากนุ่มนิ่มที่เกือบจะแตะโดนปากเขา...
“ท่านพี่เฟย... ท่านพี่เฟยเ้าคะ?”
หยางเฟยสะดุ้งเล็กน้อย “หืม? ว่าอย่างไรนะ”
“เหมยเอ๋อร์ถามว่า... ข่าวลือเื่พี่สะใภ้... เป็เื่จริงหรือเ้าคะ?” หลิวเหมยลิงแสร้งทำสีหน้ากังวล “ที่ว่านาง... ทำตัวไม่เหมาะสม บุกรุกเข้าเรือนท่านยามวิกาล เหมยเอ๋อร์เกรงว่าหากคนภายนอกรู้เข้า จะเสื่อมเสียเกียรติจวนแม่ทัพนะเ้าคะ”
หยางเฟยขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากตอบ
ปัง!
เสียงประตูห้องหนังสือถูกเปิดออกอย่างแรง (อีกแล้ว) พร้อมกับร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาประดุจนางพญา
“ตายจริง! ข้าก็นึกว่าใครมานินทาข้าอยู่... ที่แท้ก็น้องหญิงเหมยลิงนี่เอง”
แพรวากวาดสายตามองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดที่ใบหน้าซีดเผือดของหลิวเหมยลิง แล้วส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษไปให้ “มาเยี่ยมท่านพี่หรือ? แหม... ช่างมีน้ำใจจริงๆ ขนาดข้าที่เป็ภรรยาเอกยังดูแลท่านพี่ไม่ขาดตกบกพร่อง น้องหญิงยังอุตส่าห์... ‘เสนอหน้า’ มาช่วยดูแลอีกแรง”
คำพูดเน้นๆ ชัดๆ ของแพรวาทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นเยือกลงทันที หลิวเหมยลิงหน้าเสีย รีบลุกขึ้นย่อกายคารวะด้วยท่าทางสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ “พี่... พี่สะใภ้... เหมยเอ๋อร์เพียงแค่เป็ห่วงท่านพี่เฟย มิได้มีเจตนา...”
“เจตนาอะไรข้าไม่สนหรอก” แพรวาโบกมืออย่างไม่แยแส เดินนวยนาดเข้าไปหาหยางเฟยที่นั่งทำหน้านิ่ง (แต่แววตากระตุกวูบวาบเมื่อเห็นชุดของนาง)
แพรวาเดินอ้อมโต๊ะทำงานมายืนข้างเก้าอี้ของสามี วางมือเรียวลงบนบ่ากว้างของเขาอย่างถือวิสาสะ “ท่านพี่เ้าคะ... แขกมาทั้งที ทำไมไม่บอกข้าล่ะเ้าคะ ข้าจะได้เตรียมการต้อนรับให้สมเกียรติ... ไม่ใช่ให้มานั่งจิบชา ‘สองต่อสอง’ ในห้องลับตาคนเช่นนี้”
นางก้มลงกระซิบข้างหูเขา แต่จงใจให้ได้ยินไปถึงอีกคน “เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะครหาเอาได้นะเ้าคะ ว่าน้องสาวบุญธรรมคิดจะ ‘กิน’ พี่ชายตัวเอง”
“ไป๋ลี่หลิน! เ้าพูดจาเหลวไหล!” หยางเฟยดุเสียงเข้ม แต่กลับไม่ปัดมือที่วางบนไหล่ออก
หลิวเหมยลิงน้ำตาคลอเบ้าทันที “พี่สะใภ้... ท่านกล่าวหาข้าเกินไปแล้ว ข้ากับท่านพี่เฟยบริสุทธิ์ใจ...”
“อ้อ... บริสุทธิ์ใจ” แพรวาพยักหน้าหงึกหงัก เดินเข้าไปหาแม่ดอกบัวขาว ใช้สายตาคมกริบสแกนั้แ่หัวจรดเท้า “ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง... ทำไมต้องเลือกมาเวลาที่ข้าไม่อยู่? ทำไมต้องนั่งเบียดเสียดกันขนาดนั้น? และที่สำคัญ...”
แพรวาหยิบถ้วยชาของหลิวเหมยลิงขึ้นมาดม แล้วทำหน้าเหม็นเบื่อ “ชานี่... จืดชืดไร้รสชาติ เหมือนคนชงไม่มีผิด ท่านพี่ทนดื่มเข้าไปได้ยังไงเ้าคะ?”
“เ้า!” หลิวเหมยลิงโกรธจนหน้าแดง แต่นางถนัดแต่บีบน้ำตา ไม่ถนัดด่ากราด “ท่านพี่เฟย... ดูฮูหยินสิเ้าคะ นางรังแกข้า...”
นางหันไปหาตัวช่วย หวังให้หยางเฟยออกโรงปกป้องเหมือนทุกครั้ง แต่ทว่า... ครั้งนี้หยางเฟยกลับถอนหายใจ แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน “เหมยเอ๋อร์... วันนี้ข้างานยุ่งมาก ฮูหยินพูดถูก การที่เ้ามาอยู่ในนี้สองต่อสองมันดูไม่งามจริงๆ เ้ากลับไปก่อนเถอะ”
เพล้ง! (เสียงหน้าแตกของแม่ดอกบัวขาว)
หลิวเหมยลิงเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อหู ท่านพี่เฟยไล่นาง? ไล่นางต่อหน้าไป๋ลี่หลินเนี่ยนะ!? “แต่... แต่ท่านพี่เฟย...”
“ส่งแขก!” แพรวาตบมือเรียกสาวใช้หน้าห้องเสียงดังฟังชัด “เสี่ยวปิง ส่งคุณหนูหลิวกลับจวน ระวังอย่าให้สะดุดชายกระโปรงล้มล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าพื้นจวนข้าแกล้ง”
หลิวเหมยลิงกัดริมฝีปากจนเจ็บ จำใจต้องเดินออกจากห้องไปพร้อมกับความอับอายขายขี้หน้า โดยมีเสียงหัวเราะเบาๆ ของแพรวาไล่หลัง
เมื่อก้างขวางคอชิ้นโตออกไปแล้ว แพรวาก็หันกลับมาจัดการกับ ‘เป้าหมายหลัก’ หยางเฟยยังคงก้มหน้าอ่านเอกสาร แต่หูแดงก่ำ “เ้าไล่แขกของข้า...” เขาเอ่ยตำหนิแต่ไม่จริงจังนัก
“แขกที่จ้องจะงาบสามีชาวบ้าน ไม่เรียกว่าแขกหรอกเ้าค่ะ เรียกว่า ‘ขโมย’ ” แพรวาตอบเสียงใส เดินกลับไปยืนข้างเขาอีกครั้ง “ท่านพี่งานยุ่งมากหรือเ้าคะ?”
“อืม กองทัพมีเื่ต้องสะสางเยอะแยะ เ้าไม่มีอะไรก็กลับไปได้แล้ว” เขาพยายามไล่
“ใครว่าข้าไม่มีอะไร...” แพรวายิ้มเ้าเล่ห์ เธอมองไปที่แท่นฝนหมึกบนโต๊ะ ซึ่งหมึกเริ่มจะแห้งแล้ว “หมึกท่านพี่หมดแล้วนี่นา... ให้ข้าช่วยฝนหมึกให้นะเ้าคะ”
ไม่รอคำตอบ แพรวาหยิบแท่งหมึกขึ้นมา เธอยืนเบียดเข้าไปที่ด้านข้างของเขา ขยับตัวเข้าไปใกล้จนสะโพกกลมกลึงชนกับท่อนแขนแข็งแรงของเขา เธอเริ่มฝนหมึกช้าๆ ... วนเป็วงกลม...
ครืด... ครืด...
เสียงแท่งหมึกเสียดสีกับจานฝนหมึกดังเบาๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ แต่สิ่งที่ทำให้สมาธิของหยางเฟยแตกกระเจิง ไม่ใช่เสียงฝนหมึก แต่เป็ท่วงท่าของนาง...
แพรวาจงใจโน้มตัวลงต่ำ เพื่อให้หน้าอกอวบอิ่มภายใต้คอเสื้อที่แหวกกว้าง ลอยเด่นอยู่ใรระดับสายตาของคนที่นั่งอยู่พอดี ทุกครั้งที่เธอขยับแขนฝนหมึก เนินเนื้อขาวๆ นั้นก็กระเพื่อมไหว... กลิ่นหอมจากซอกคอและร่องอกลอยมาแตะจมูกเขาเต็มๆ
หยางเฟยพยายามเพ่งสายตาไปที่ตัวอักษรบนกระดาษ แต่ตัวอักษรพวกนั้นมันกลับเต้นระบำเป็รูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งของภรรยาตัวแสบ ‘นางจงใจยั่วข้า... นางต้องเป็ปีศาจจิ้งจอกจำแลงมาแน่ๆ’ เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามขมับ
“ท่านพี่...” แพรวาเรียกเสียงกระเส่า แกล้งทำแท่งหมึกหลุดมือ “อุ๊ย! หมึกหกเลอะมือข้าหมดเลย...”
เธอยกนิ้วมือที่เปื้อนน้ำหมึกสีดำขลับขึ้นมาดู ตัดกับผิวขาวจัดดูสวยงามและ... ลามกอย่างบอกไม่ถูก “เลอะเทอะจริงเชียว... สงสัยข้าต้องไปล้าง...”
“มานี่” จู่ๆ หยางเฟยก็คว้าข้อมือเธอไว้ เสียงของเขาทุ้มต่ำจนน่ากลัว เขาดึงมือเธอเข้ามาใกล้... ไม่ใช่เพื่อจะพาไปล้าง แต่เขาก้มลง... ใช้ริมฝีปากหยักได้รูปงับที่ปลายนิ้วนางของเธอ!
แพรวาตาโต ใจริงไม่ได้แสดง! ‘เฮ้ย! ท่านแม่ทัพรุกกลับ!’
ลิ้นร้อนชื้นของเขาตวัดเลียคราบหมึกที่ปลายนิ้วเธออย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมกริบช้อนขึ้นมองตาเธอ... สายตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนจนปิดไม่มิด เขาดูดดึงปลายนิ้วเธอเบาๆ ราวกับมันเป็ของหวานรสเลิศ
“อื้อ... ท่านพี่...” แพรวาเผลอครางออกมา ขาแข้งเริ่มอ่อนแรง
หยางเฟยคายปานิ้วเธอออกช้าๆ เกิดเป็เส้นสายใยสีเงินเชื่อมระหว่างปากเขากับนิ้วเธอ เขายกยิ้มมุมปาก... เป็รอยยิ้มร้ายกาจที่กระชากใจคนมองจนแทบหยุดเต้น
“รสชาติหมึก... ก็ไม่ได้แย่” เขาพึมพำเสียงแหบพร่า “แต่ข้าอยากรู้ว่า... รสชาติของคนฝนหมึก จะดีกว่านี้หรือไม่”
เขาออกแรงกระตุกข้อมือเพียงนิดเดียว ร่างของแพรวาก็เสียหลักล้มลงไปนั่งคร่อมบนตักแกร่งของเขาอย่างเหมาะเจาะ! แขนแข็งแรงรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด
“เ้าอยากเล่นกับไฟนักใช่ไหม ไป๋ลี่หลิน...” เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม “ข้าเตือนเ้าแล้วนะ... ว่าถ้าจุดไฟติดแล้ว ข้าจะไม่มีวันยอมให้เ้าดับมันง่ายๆ”
แพรวากลืนน้ำลาย ใจเต้นแรงเหมือนกลองรัว แผนการยั่วสำเร็จ... แต่มันดันสำเร็จเกินคาด! จากเสือหลับที่เธอคิดจะกระตุกหนวดเล่น ตอนนี้เสือตื่นแล้ว... และมันกำลังจะขย้ำเหยื่อ!
“ท่าน... ท่านแม่ทัพ...” เธอยังคงพยายามรักษามาดนางร้ายสายรุก “ถ้าท่านกล้า... ข้าก็ไม่ถอยหรอกนะเ้าคะ”
“ดี!”
หยางเฟยบดริมฝีปากลงมาปิดปากช่างเจรจานั้นทันที รุนแรง ดุดัน และเรียกร้อง มือหนาที่เคยจับดาบ บัดนี้เลื่อนขึ้นมาขยำสะโพกมนอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุม...
บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารราชการ... บัดนี้กำลังจะกลายเป็สมรภูมิรักครั้งแรกของพวกเขา! โดยมีเสียงประท้วงของหลิวเหมยลิงที่อาจจะยังเดินไปไม่พ้นหน้าเรือน... เป็เพียงเสียงนกเสียงกาที่ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป
