“แต่ข้าไม่ชอบที่เห็นนางใช้สายตาเช่นนั้นมองท่าน” ไป่เอ๋อไม่อาจเก็บความรู้สึกต่อไปได้ จึงกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“ที่ผ่านมาหลายหมื่นปี ข้าคิดเช่นไรกับท่านท่านก็รู้ ข้าพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกมากมายไว้ไม่เรียกร้อง คอยดูแลท่าน คอยดูแลความสงบเรียบร้อยในเผ่ามารแทนท่าน ข้ายอมทุกอย่างเพื่อให้ได้เคียงข้างท่าน ตลอดเวลาที่ผ่านมาหัวใจข้ามอบให้ท่านหมดแล้ว ข้าทนเห็นหญิงอื่นอยู่ใกล้ท่านไม่ได้”
“เราเคยพูดเื่นี้กันแล้วนะไป่เอ๋อ” น้ำเสียงของตงหยางเอ่ยทัดทานให้ไป่เอ๋อชะงักนิ่ง ก่อนนางพยักหน้ายอมรับ แล้วค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากเขา
“ข้าเห็นเ้าเป็เพียงน้องสาว จนถึงวันนี้ข้าก็ยังยืนยันเช่นเดิม” เขาพูดต่อ ก่อนไป่เอ๋อจะพูดขึ้นเบา ๆ
“ข้ารู้ ตอนนี้ท่านมีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือสรรพชีวิต จุดมุ่งหมายของท่านสำคัญกว่าสิ่งใด ท่านไม่เห็นใครในสายตาเป็เื่ที่สมควรแล้ว กับเทพธิดาจางซินข้าจะไม่ถือโทษนาง ที่ข้าพูดไร้สาระในวันนี้ขอท่านประมุขจงลืมไปเสีย หลังจากท่านกำจัดตงฟางได้เมื่อไหร่ ข้าจะรอคำตอบจากท่านอีกครั้ง” ไป่เอ๋อพูดจบจึงน้อมกายลง แล้วเดินจากไปปล่อยให้ตงหยางส่ายศีรษะไปมากับความคิดจับจดของนาง
ไป่เอ๋อกำมือแน่นแล้วเดินตรงไปยังสถานกักขังตงฟาง นางหยิบก้อนหินโยนเข้าใส่ตงฟางซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาละจากการผลึกพลังิญญาแล้วลืมตาขึ้น
“ข้าคิดแล้วว่าเ้าต้องโกรธ ที่ตงฟางพาสาวงามสองคนมายังเผ่ามาร ความหึงหวงของเ้ามากมายนัก พาลมาทำร้ายข้าสมควรแล้วเหรอไป่เอ๋อ” สุรเสียงกังวานของตงฟางดังขึ้น พร้อมใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากตงหยางทำให้ไป่เอ๋อปล่อยน้ำตามากมายรินไหลออกมา พร้อมปาก้อนหินใส่เขาซ้ำ ๆ เพื่อระบายความคับแค้นใจ
“เป็เพราะเ้า เป็เพราะเ้าคนเดียวที่ทำให้ทุกอย่างเป็เช่นนี้ เหตุใดเ้าไม่ดับต้นจิตตัวเองไปซะ สรรพชีวิตจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ท่านพี่ตงหยางจะได้ไม่ต้องหาสารพัดวิธีเพื่อมากำจัดเ้า” ไป่เอ๋อปาหินใส่ตงฟางจนเหนื่อยหอบ ก่อนเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายจะดังขึ้น
“หากเ้ารักข้าสักนิด เ้าจะไม่ต้องเสียใจเช่นนี้เลย”
“คนอย่างเ้ามีอะไรให้ข้าต้องรักงั้นเหรอ ข้ามีแต่ความเกลียดชังจะมอบให้เ้าเท่านั้น ข้าเกลียดคนอย่างเ้า” ไป่เอ๋อะโตอบด้วยความคับแค้นใจ
“ฮ่า ๆ อีกไม่นานข้าจะหลุดไป ถึงตอนนั้นต่อให้เ้าเกลียดข้าเพียงใด เ้าก็จะเป็ของข้าคนเดียวเท่านั้น” ไป่เอ๋อได้ยินดังนั้นจึงกัดฟันพูดทั้งน้ำตา
“ข้าไม่มีวันเป็ของเ้า หากตงหยางกำจัดเ้าไม่ได้ ข้าก็จะยอมดับต้นจิตตัวเองเพื่อหนีให้พ้นคนชั่วอย่างเ้า” ตงฟางชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะนึกบางอย่างได้
“ข้าดีกับเ้ามาตลอด รักเ้าเพียงผู้เดียวไม่เคยมองหญิงใดนอกจากเ้า แต่ทำไม เ้าถึงไม่เคยมองข้าเลยสักนิด เหตุใดทุกอย่างของข้า ต้องตกอยู่ในน้ำมือของตงหยางเพียงผู้เดียวด้วย หึหึ!แต่์จะแกล้งข้าได้อีกไม่นานนักหรอก ข้าจะทวงทุกอย่างคืนจากตงหยางให้หมด ต่อให้เ้าอยากดับดวงจิตหนีข้า ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยเ้าไป จำไว้ไป่เอ๋อ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงทำให้นางมีโทสะมากขึ้น รีบหยิบก้อนหินปาใส่ตงฟางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางสายตาของเทพธิดาจางซินที่แอบมองอยู่ไม่ไกลนัก
สายตาของหญิงสาวสัดส่ายไปมาอย่างครุ่นคิดด้วยความหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด
“สถานที่กักขังตงฟางอยู่ที่นี่เอง” จางซินพูดจบจึงเตรียมเบี่ยงตัวออก ก่อนจะพบกับิเยว่ยืนตาแป๋วอยู่ด้านหลัง
“เ้ามาทำไมที่นี่” จางซินกระซิบ ก่อนิเยว่จะเลื่อนสายตาไปยังไป่เอ๋อ ที่กำลังปาหินลงไปในสถานที่กักขังด้วยความโกรธ
“กลับตำหนักกับข้าเดี๋ยวนี้” จางซินตัดสินใจจูงมือิเยว่เดินฉับ ๆ กลับมาส่งยังตำหนักเหยาซง พลันไล่สาวใช้ทั้งหมดออกจากตำหนักไป
“พวกเ้าออกไปให้หมด” สาวใช้เลิ่กลั่กมองหน้ากัน ก่อนหนึ่งในนั้น จะน้อมกายลงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม
“ข้ามารับใช้ธิดาิเยว่ตามคำสั่งของธิดาไป่เอ๋อ หากพวกเราขัดคำสั่งก็จะโดนตำหนิเอาได้เ้าค่ะ” จางซินได้ยินดังนั้นจึงยกมือขึ้นกอดอก แล้วมองไปยังสาวใช้ตรงหน้า ด้วยสายตาดูแคลน
“ข้าเป็เทพธิดาจางซินจากเผ่าเทพ ตามฐานะแล้วข้ามีอำนาจมากกว่าธิดาไป่เอ๋อของพวกเ้าเป็ไหน ๆ คำสั่งของข้าย่อมศักดิ์สิทธิ์กว่าคำสั่งของนางมิใช่เหรอ ขนาดประมุขตงหยางยังต้องเกรงใจข้า แล้วนายหญิงของพวกเ้าเป็ใคร ข้าจึงต้องฟังนาง ออกไปให้หมด!” จางซินพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ก่อนสาวใช้จะรีบพากันออกจากตำหนักไปด้วยความหวาดกลัว ิเยว่ยืนมองการกระทำของเทพธิดาจางซินอย่างเงียบ ๆ ก่อนสาวใช้ทุกคนจะออกจากตำหนักไปจนหมด
“เื่ที่เ้าไปเห็นในวันนี้ ให้เก็บเป็ความลับ อย่าบอกใครเด็ดขาด” จางซินปั้นหน้านิ่งแล้วพูดขึ้น ก่อนิเยว่จะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“สถานที่นั้นใช้เป็ที่กักขังตงฟาง แต่ข้าไม่เข้าใจทำไมธิดาไป่เอ๋อถึงได้ปาหินใส่ตงฟางด้วยความโกรธแค้นเช่นนั้นด้วย” จางซินหันซ้ายหันขวาแล้วพูดกำชับ
“ข้าไม่อนุญาตให้เ้าพูดถึงเื่นี้อีก ยิ่งกับประมุขตงหยางแล้ว เ้าห้ามพูดถึงเื่นี้เด็ดขาด”
“ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ ที่นี่คือเผ่ามาร ทุกอย่างในเผ่ามารล้วนอยู่ภายใต้สายตาของเขา คำสั่งห้ามนี้ควรเป็เขาที่ห้ามข้าไม่ใช่ท่าน” ิเยว่พูดพร้อมดวงตากลมโต ก่อนจางซินจะหลับตาลงแล้วสงบสติครู่หนึ่ง
