ผู้ฝึกลมปราณหลายคนยังไม่ทันได้ฝ่าทะลุขอบเขตต่อไป ไม่ได้รับอายุขัยที่เพิ่มเติมขึ้นมาชีวิตก็ดับสิ้น เดินทางมาสู่ปลายทางของชีวิตเสียก่อน
เขาแอบััได้ว่า ดูเหมือนว่าอูจี้อาจารย์ของเขา ตอนนี้... จะกำลังเผชิญกับปัญหายุ่งยากนี้
“มีเพียงใช้ความเร็วที่มากที่สุดฝึกบำเพ็ญตบะ เลื่อนขั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงจะสามารถเพิ่มอายุขัย ถึงจะยืนหยัดในการฝึกบำเพ็ญเพียรต่อไปได้” มองท้องฟ้าที่มืดมิดไร้ดวงจันทร์ เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
---ต่อให้ขอบเขตจะต่ำต้อย เขาก็ต้องพยายามเข้าไปในประตู์เพื่อหาประสบการณ์จากการประลองนองเืนั่นให้ได้
แสงไฟจุดหนึ่งพลันปรากฏพรวดขึ้นกลางท้องฟ้าที่มืดมิด แสงไฟนั้น... คล้ายมาจากจุดลึกของความว่างเปล่า แรกเริ่มยังมืดสลัว ทว่ากลับค่อยๆ เด่นชัดขึ้น
“คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ แล้วก็ไม่มีดวงดาว แล้วมีแสงไฟปรากฏขึ้นได้อย่างไร?” เขามองท้องฟ้ามืดสนิทด้วยความแปลกใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงไฟที่มากกว่าเดิมก็ทยอยกันปรากฏขึ้นกลางฟ้าราตรี
ไม่รู้ว่าเหตุใด เขาพลันรู้สึกถึงความกดดันทางอารมณ์ เพียงแค่มองแสงไฟมากมายเ่าั้ก็รู้สึกได้ว่ามีเื่ใหญ่เกิดขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงไฟที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เ่าั้เปลี่ยนมาเป็ส่องแสงสว่างสุกใส เหวี่ยงตัวจนเกิดเป็ลำแสงห้าสี บาดตาเป็พิเศษท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดนี้
“ดาวตก!”
ในหอเรือนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กันมีเสียงร้องอุทานด้วยความใของเจียงหลิงจูดังลอยมา
เนี่ยเทียนที่เดินมาตรงหน้าต่างมองเห็นว่าเจียงหลิงจูและเย่กูโม่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง คล้ายว่าสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าเช่นกัน
ผ่านไปประเดี๋ยวเดียว ดาวตกเป็กลุ่มก้อนเ่าั้ก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็เด่นชัดถึงขีดสุด
ดาวตกนับร้อยนับพันดวงเปล่งประกายสีที่ต่างกันออกไปยิ่งส่องแสงจัดจ้าแสบตา ดึงดูดความสนใจจากทุกคน!
“ฝนดาวตก! นั่นมันฝนดาวตก!”
ตระกูลเนี่ย เด็กๆ รุ่นเล็กมากมายพากันไชโยโห่ร้องเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
“ท่าไม่ดีแหะ...”
มองเห็นดาวตกกลางท้องฟ้าหลายดวงที่ยิ่งเด่นชัด และยิ่งส่องแสงจ้าบาดตามากขึ้นเรื่อยๆ เนี่ยเทียนพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม แอบรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
ดาวตกเ่าั้คล้ายไม่ใช่แค่กะพริบวาบขึ้นกลางท้องฟ้าแล้วหายไป แต่ทิศทางที่มันบินดิ่งเข้าหาดูเหมือนว่าจะเป็อาณาจักรหลีเทียนที่ทุกคนอยู่!
“ก่อนหน้าที่ประตู์จะเปิดออก ท้องฟ้าจะมีลางบอกเหตุ!”
เขาพลันนึกถึงคำพูดที่หัวมู่บอกเอาไว้ก่อนจากไป นั่นยิ่งทำให้เขาตึงเครียดไม่เป็สุขเข้าไปใหญ่ รู้สึกว่าดาวตกที่อยู่ๆ ก็บินผ่านท้องฟ้าราตรีเหล่านี้สาเหตุก็เพราะการเกิดประตู์!
“คงไม่ใช่ความผิดปกติที่เกิดจากประตู์จริงๆ หรอกกระมัง?”
เวลาแค่ครึ่งชั่วยาม ดาวตกห้าสีที่มีเกือบพันดวงดูน่าหวาดกลัวเ่าั้ก็คล้ายจะโบกสะบัดแสงไฟจัดจ้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
ดาวตกห้าสีที่เดิมทีรวมเป็กลุ่มก้อนเดียวกันคล้ายได้รับอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดบางอย่าง อยู่ๆ จึงจะกระจายกันออกไปสี่ทิศ เริ่มร่วงตกลงบนพื้นดินจุดต่างๆ ทั่วอาณาจักรหลีเทียน
หนึ่งในนั้นมีดาวตกเปลวเพลิงสิบกว่าก้อนที่ตรงดิ่งเข้าหาที่ตั้งของสำนักหลิงอวิ๋นและเมืองเฮยอวิ๋น
“เกิดเื่อะไรขึ้น?”
“์ มีอุกกาบาตจากนอกอาณาจักร!”
“คุณพระช่วย! เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไร?”
ผู้าุโตระกูลเนี่ยพากันแตกตื่น บนถนนนอกเมืองเฮยอวิ๋นก็มีคนมารวมตัวกันแน่นขนัด ทุกคนต่างเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้าตะลึงลาน
บัดนี้ไม่เพียงแต่เมืองเฮยอวิ๋นเท่านั้น เมืองคูน้ำที่อยู่รอบๆ สำนักหลิงอวิ๋น และยังมีผู้แข็งแกร่งวังยมบาลที่โอบล้อมูเาหลิงอวิ๋นเอาไว้ก็ยังเงยหน้ามองนภากาศด้วยอาการอกสั่นขวัญหาย
ดินแดนดาวตกอันเป็ที่ตั้งของอาณาจักรหลีเทียน มักจะมีดาวตกแล่นฉิวผ่านขอบฟ้าเกิดขึ้นเป็ประจำ นั่นจึงเป็ที่มาของชื่อดินแดนดาวตกแห่งนี้
ทว่าดาวตกเ่าั้มักจะแค่เปล่งแสงวาบแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งน้อยครั้งที่จะมีหินอุกกาบาตร่วงตกลงมาจริงๆ
แต่คืนนี้ ฝนดาวตกที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นนั้นคล้ายตั้งใจพุ่งดิ่งเข้ามาหาอาณาจักรหลีเทียนโดยเฉพาะ!
“ครืนๆๆ!”
แผ่นดินสั่นะเื ในผืนป่ารกร้างเย็นเฉียบรอบเมืองเฮยอวิ๋นมีดาวตกร่วงลงมา พลังโจมตีที่น่าหวาดกลัวนั้นเขย่าคลอนให้เมืองเฮยอวิ๋นสั่นโยก
“เขาหลิงอวิ๋น!” เจียงหลิงจูกรีดร้องเสียงแหลม
เนี่ยเทียนหันไปมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พบว่ามีดาวตกหลายดวงปลดปล่อยลำแสงเปลวเพลิงที่มีสีต่างกันออกมาคล้ายน้ำตกที่ไหลพุ่งกระแทกไปทั่วบริเวณโดยรอบเขาหลิงอวิ๋นอย่างรุนแรง
“ครืนๆ! ตูมๆๆ!”
เมืองเฮยอวิ๋นที่อยู่ใกล้เคียงมีเสียงอึกทึกดังขึ้นไม่หยุด พื้นดินสั่นไหว คนธรรมดาหลายคนที่กำลังหลับฝันถูกเขย่าะเืจนกระอักเืตายไปทันที
แม้แต่เนี่ยเทียนเองก็ยังเืลมตีพุ่ง มึนหัวตาลาย
เขารีบใช้พลังิญญามาปกป้องเรือนกายของตัวเอง แอบกัดฟันกรอด จ้องเขม็งไปที่ท้องฟ้าราตรี
“ฟิ้ว!”
ลำแสงเปลวเพลิงสีแดงอมส้มลำหนึ่งพลันขยายใหญ่ เมื่อเข้ามาใกล้จึงเห็นเป็หินั์สีเทาที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงตรงดิ่งเข้ามาหาเมืองเฮยอวิ๋น
“ตูม!”
ลำแสงเปลวเพลิงนั้นตกลงบนที่ตั้งของตระกูลอวิ๋น เมืองเฮยอวิ๋นเกิดคลื่นสั่นะเืน่าหวาดกลัว ในเมืองมีคนธรรมดามากมายส่งเสียงร้องโหยหวนสิ้นหวัง
“ครืนๆๆ!”
หอเรือนหินมากมายหลายหลังของตระกูลเนี่ยพังครืนลงไปเกินครึ่งอย่างฉับพลัน หอเรือนที่เนี่ยเทียนอยู่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขาตื่นตระหนกกระวนกระวาย รีบะโพรวดออกมาก่อนที่หอเรือนหินแห่งนี้จะกลายเป็ซากปรักหักพัง
ยืนอยู่บนกระดานหินที่ปริร้าวแผ่นหนึ่ง เขามองเห็นพวกเจียงหลิงจู เย่กูโม่และพันเทาต่างก็ห้อทะยานเข้ามาหาด้วยความหวาดผวา
เขาได้ยินเสียงร้องหวนไห้รวดร้าวดังลอยมาจากทุกตำแหน่งในตระกูลเนี่ย
นอกตระกูลเนี่ย ทั่วทุกมุมในเมืองเฮยอวิ๋นต่างก็เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ดังระงม
-----
