หลังจากเดินหน้าต่อไปอีกหลายลี้ ระดับความเข้มข้นของปราณปีศาจก็แข็งแกร่งกว่าเดิมห้าเท่า
พวกหงช่านที่อยู่ท่ามกลางปราณปีศาจซึ่งมีม่านแสงพลังิญญาหลากสีคุ้มกันก็ยังมองเห็นคนและวัตถุที่อยู่เพียงระยะห้าเมตรรอบกายเท่านั้น
ซากกระดูกมากมายของเผ่ามนุษย์ รอยเืเปรอะเปื้อนสาดกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
ซากกระดูกเ่าั้ล้วนถูกทิ้งไว้ส่งเดชหลังจากที่ภูตผีปีศาจระดับต่ำกลืนกินเืเนื้อของพวกเขาไปจนหมดสิ้น
ภูตผีปีศาจระดับต่ำกินแค่เืเนื้อ พวกมันจะไม่กินกระดูกลงไปด้วย
กระดูกมากมายของเผ่ามนุษย์ทำให้พวกหงช่านรู้ว่ายิ่งพวกเขาเข้าไปใกล้สำนักโลหิตมากเท่าไหร่ คนเผ่ามนุษย์ของที่แห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับการเข่นฆ่าที่โเี้มากเท่านั้น
ไม่นานแม้แต่ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นเองก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว
“เนี่ยเทียน เ้ายังไหวอยู่หรือไม่?” เขาหันกลับมาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง “เ้าอย่าฝืนเด็ดขาด ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เ้าจะฝืนได้!”
คนอื่นๆ ที่เหลือต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด ขมวดคิ้วมองเนี่ยเทียน
ตามหลักแล้วเนี่ยเทียนที่มีขอบเขตท้าย์ควรจะทนไม่ไหวนานแล้ว
ต่อให้เป็อันซืออี๋ที่อยู่ขอบเขตกลาง์่ท้าย หากนางตามมาถึงที่นี่ เกรงว่าคงทนไม่ไหวและต้องหยุดใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังจิตนานแล้ว
ม่านพลังิญญาจำเป็ต้องต้านทานการรุกรานของปราณปีศาจอยู่ตลอดเวลา นี่ทำให้พลังิญญาของทุกคนไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนสามารถยืนหยัดมาถึงตอนนี้ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกันก็กังวลกับสภาพร่างกายของเขาด้วย
พวกเขากลัวว่าเนี่ยเทียนจะกัดฟันฝืนทน รอจนถึงสำนักโลหิตแล้วจะพังทลายจนหมดสติไปในทันที
ถึงเวลานั้นโครงกระดูกปีศาจเืที่ไม่มีเนี่ยเทียนควบคุมก็ไม่มีพลังในการสู้รบอีก
“ตกลง ข้าจะลองััดูก่อน”
เนี่ยเทียนที่รู้ว่าทุกคนกังวลเื่ใดก็รู้สึกลังเลเล็กน้อย จึงใช้กระแสจิตไปตรวจสอบมหาสมุทริญญาในจุดตันเถียน
ม่านแสงสีเขียวเหมือนหญ้าชั้นหนึ่งซึ่งต้นกำเนิดมาจากน้ำวนพืชหญ้าคอยปกคลุมเรือนกายของเขาเอาไว้
อันที่จริงม่านแสงพลังิญญาที่เขาใช้ต้านทานปราณปีศาจได้เปลี่ยนแปลงธาตุไปหลากหลายชนิดอย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่ว่าเนื่องจากเขาอยู่ในพื้นที่ที่ปราณปีศาจเชี่ยวกรากปกคลุม ม่านแสงพลังิญญาที่เปลี่ยนสีอย่างต่อเนื่องของเขาถูกปราณปีศาจสีดำปกคลุมไว้จนมิดจึงทำให้ทุกคนััไม่ถึง
นอกจากนี้ เนื่องจากการดำรงอยู่ของปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยว ความสามารถในการรับััของทุกคนจึงลดระดับลงไปเยอะมาก บวกกับที่คนเ่าั้ต้องรวบรวมพละกำลัง ใช้พลังของตัวเองมาต้านทานการรุกรานของปราณปีศาจ จึงไม่ได้สังเกตว่าปราณของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป
ทว่าเมื่อพวกเขาหยุดชะงักเพื่อให้เขารับัักับคลื่นเคลื่อนไหวของพลังิญญา ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ของสำนักต่างๆ จึงค้นพบได้ในทันที
เนื่องจากปราณปีศาจสีม่วงเข้มที่เข้มข้นมากเกินไปทำให้พวกเขามิอาจใช้ตาเปล่ามาแยกแยะม่านแสงพลังิญญาที่ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ได้
ทว่าพอพวกเขาใช้กระแสจิตไปรับััธาตุพลังิญญาต่างกันที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจึงค่อยๆ วิเคราะห์ออกมาได้
“พลังพืชหญ้า!”
“พลังเปลวเพลิง!”
“ดวงดาว! พลังดวงดาว!”
“พลังิญญาที่บริสุทธิ์อย่างมาก!”
เมื่อพวกเขาแยกแยะได้ว่าบนร่างของเนี่ยเทียนนอกจากพลังิญญาแล้วยังมีปราณพลังของธาตุสามชนิดอยู่อีก พวกเขาก็ตะลึงลานกันไปทันที
สายตาที่พวกเขามองไปยังเนี่ยเทียนพลันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง จากนั้นก็คล้ายจะเข้าใจอะไรขึ้นมา
“เนี่ยเทียนไม่มีธาตุที่แน่นอนในการฝึก ซึ่งก็คือคนไร้ธาตุ” ลี่ฝานสีหน้าซับซ้อน เอ่ยเนิบช้า “ผู้ที่ไม่มีธาตุสามารถฝึกคาถาวิเศษธาตุใดก็ได้ คาถาวิเศษที่ต่างกันเมื่อปะปนอยู่ด้วยกันอาจเป็การสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เขา ทำให้เขาสามารถต้านทานปราณปีศาจได้สบายๆ”
“ทว่าขณะเดียวกันเมื่อฝึกคาถาวิเศษธาตุต่างๆ ก็จำเป็ต้องใช้พลังกายที่มหาศาลและเวลาที่ยาวนานอย่างมาก”
“อายุขัยของเผ่ามนุษย์เรามีจำกัด มีเพียงฝ่าทะลุขอบเขตครั้งใหญ่ถึงจะได้รับอายุขัยเพิ่มเติม”
“ธาตุปะปนกันมากเกินไปจะทำให้หนทางในการฝึกบำเพ็ญตบะเปลี่ยนมาเป็ยากลำบากอย่างยิ่ง”
“ทางเส้นนี้ที่เขาเลือกเดินช่างลำบากยากแค้นยิ่งนัก อายุขัยของเขาอาจจะไม่สามารถประคับประคองให้เขาเดินไปจนสุดทางได้”
“เฮ้อ”
ลี่ฝานถอนหายใจเสียงหนัก มองออกถึงกุญแจสำคัญของปัญหา รู้สึกกังวลแทนเนี่ยเทียน
“พี่ลี่ไม่ต้องหดหู่เกินไปนัก เนี่ยเทียนได้กินผลไม้แห่งชีวิตมาลูกหนึ่งมิใช่หรือ?” เฟิงหลัวเอ่ยปลอบใจ “ผลไม้แห่งชีวิตสามารถทำให้เขาได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยปี บางทีอายุขัยที่เพิ่มขึ้นมานั้นอาจทำให้เขาหลีกเลี่ยงปัญหาอย่างที่อาจารย์เขาเผชิญ และสามารถเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญตบะได้”
พอได้ยินคำว่าผลไม้แห่งชีวิต ดวงตาของลี่ฝานก็เปล่งประกายน้อยๆ เขาพยักหน้าตอบรับ “ขอให้เป็อย่างที่เ้าพูด หวังว่าเขาจะสามารถพ้นเคราะห์ของท่านอาจารย์ปู่ได้เพราะผลไม้แห่งชีวิตผลนั้น”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ตรวจสอบมหาสมุทริญญาจุดตันเถียนเรียบร้อยก็พลันเบิกตากว้าง
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “เอ่อ ทุกคนออกห่างจากข้าหน่อย”
“ทำไมเล่า?” ลี่ฝานไม่เข้าใจ
“ข้าอยากจะทดลองเวทลับที่อาจารย์ของข้าสอนให้เพื่อดูว่าด้วยวิชานั้นข้าจะหลีกเลี่ยงการรุกรานของปราณปีศาจได้ทั้งหมดหรือไม่” เนี่ยเทียนกล่าว
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้นทุกคนจึงพากันหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว
ขณะที่พวกเขาอยู่ห่างจากเนี่ยเทียนประมาณห้าเมตร เนี่ยเทียนก็หันฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันแล้วปลดปล่อยกระแสจิตออกมา
จากนั้นพลังิญญามากมายที่มีธาตุต่างกันในร่างของเขาก็ไหลออกมาจากในนิ้วมือ
พลังต่างชนิดค่อยๆ แผ่ออกโดยมีเขาเป็จุดศูนย์กลาง กลายมาเป็สนามแม่เหล็กที่ยุ่งเหยิงบิดเบือน
เมื่อสนามแม่เหล็กปรากฏขึ้น ปราณปีศาจที่กลบร่างเขาไว้จนมิดก็พลันปั่นป่วน คล้ายกลายมาเป็พลังส่วนหนึ่งในสนามแม่เหล็ก
เนี่ยเทียนที่มีม่านแสงพลังิญญาคลุมกายพอจะััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในสนามแม่เหล็ก พบว่าปราณปีศาจหลายกลุ่มก้อนได้ถูกสนามแม่เหล็กชักจูงดึงรั้งจนมิอาจเข้ามาใกล้เขาได้
ดังนั้นเขาจึงถอนม่านพลังิญญาออกไป ไม่เพิ่มพลังิญญาเข้าไปในม่านอีก แต่เปิดเผยร่างอยู่ในสนามแม่เหล็ก
เขาััอย่างละเอียด เปิดรูขุมขนทุกรูเพราะอยากจะรู้ว่าปราณปีศาจจะแทรกซึมเข้ามาได้หรือไม่
ที่น่าแปลกอย่างยิ่งก็คือมีเพียงพลังเปลวเพลิง พลังพืชหญ้า แสงดาวเป็จุดๆ และพลังิญญา พลังจิตที่มาจากตัวเขาเท่านั้นที่รวมตัวกันอยู่ข้างกายเขา
ปราณปีศาจที่พวกภูตผีปีศาจพึ่งพิงและไม่ได้เป็ปราณของเขากลับเข้าใกล้เขาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
“ท่านลุงลี่ รบกวนท่านหลีกไปหน่อย” เนี่ยเทียนเอ่ย
เวลานี้ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์เ่าั้ล้วนสังเกตเห็นว่ารอบกายของเนี่ยเทียนมีสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดขนาดประมาณสามเมตรปรากฏขึ้นมา
ท่ามกลางสนามแม่เหล็กนั้น กระแสจิตที่พวกเขาแอบปลดปล่อยออกไปถูกทำให้บิดเบือนในทันที
หน้าของพวกเขาเปลี่ยนสีน้อยๆ ต่างก็ตกตะลึงอยู่ในใจ แล้วจึงเป็ฝ่ายถอยห่างจากเนี่ยเทียนไปอีกนิดคล้ายกังวลว่าจะถูกลากเข้าไปในสนามแม่เหล็กแห่งนั้น
ลี่ฝานที่ได้ยินคำขอร้องจากเขาก็ถอยห่างทันทีเช่นกัน
เนี่ยเทียนจึงเดินเข้าไปหาลี่ฝานอยู่หลายก้าว เมื่อเขาขยับ สนามแม่เหล็กบิดเบือนนั้นก็ขยับตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
ปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวกรากอยู่รอบกายของลี่ฝานไหลทะลักเข้ามาอยู่ในสนามแม่เหล็กด้วย เมื่ออยู่ภายใต้พลังบิดเบือนที่แปลกประหลาดของสนามแม่เหล็ก ปราณปีศาจจึงถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว หลงเหลือเพียงเส้นใยสีม่วงเข้มเล็กน้อยเท่านั้น
เนื่องจากเส้นใยเ่าั้ไม่ได้เป็ของเนี่ยเทียนจึงถูกสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขจัดออก คล้ายว่าไม่มีทางยินยอมให้มันเข้ามาในร่างของเนี่ยเทียนได้
“เยี่ยมไปเลย!”
การดำรงอยู่ของสนามแม่เหล็กทำให้เนี่ยเทียนแค่สูญเสียพลังงานที่มีธาตุแตกต่างกันเพียงส่วนน้อยเท่านั้นก็สามารถมองข้ามการรุกเข้าเกาะกินของปราณปีศาจได้อย่างสิ้นเชิง!
“ข้าเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอีกแล้ว” เนี่ยเทียนส่งยิ้มให้กับทุกคนแล้วจึงกล่าวว่า “นับแต่บัดนี้เป็ต้นไป ทุกคนไม่ต้องสนใจข้าอีก ปราณปีศาจเ่าั้...ไม่สามารถทำอะไรข้าได้แล้ว!”
“เนี่ยเทียน นี่คือวิชาลับที่ท่านอาจารย์ปู่สอนให้เ้าหรือ?” ลี่ฝานเอ่ยด้วยความตะลึง
“อืม” เนี่ยเทียนตอบรับ
“เหตุใดข้าไม่เห็นรู้เลยว่าในสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเรามีคาถาวิเศษที่ลึกลับเช่นนี้อยู่ด้วย?” ลี่ฝานถามอีกครั้ง
“เอ่อ บางทีอาจเป็เพราะท่านอาจารย์เองก็เพิ่งจะบรรลุวิชานี้กระมัง?” เนี่ยเทียนตอบรับลวกๆ
ลี่ฝานเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มักรู้สึกว่าเนี่ยเทียนโกหกอยู่ตลอดเวลา แต่รอบกายมีคนต่างสำนักอยู่เยอะ เขาเองก็ไม่สะดวกที่จะซักถามอย่างละเอียด
“ร้ายกาจยิ่งนัก!” ตอนที่หงช่านแห่งวังยมบาลเห็นว่าเขาสร้างสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดและสามารถมองข้ามปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวได้อย่างสิ้นเชิงก็ชื่นชมออกมาด้วยความจริงใจ “ผู้าุโอูจี้สมกับที่เป็คนมหัศจรรย์แห่งอาณาจักรหลีเทียนเรา ข้าล่ะนับถือเขาเลยจริงๆ”
“อืม มิน่าละผู้าุโอูจี้ถึงได้สอนลูกศิษย์ที่พิเศษออกมาได้ถึงสามคน” โจวอี้เองก็กล่าวเช่นกัน
“เอาล่ะ! เนี่ยเทียน ในเมื่อเ้าไม่เป็อะไร เ้าก็รีบไปต่อเถอะ!” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตเอ่ยเร่ง
“เข้าใจแล้ว” เนี่ยเทียนตอบรับ
หลังจากนั้นทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของสำนักโลหิตอีกครั้ง
เนื่องจากไม่ได้รับการรุกรานจากปราณปีศาจอีกต่อไป เนี่ยเทียนที่สร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาจึงเคลื่อนที่ได้อย่างสบายๆ และคล่องแคล่วยิ่งกว่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์คนอื่นๆ
อีกทั้งเขายังสามารถปลดปล่อยกระแสจิตออกไปรับััความเคลื่อนไหวรอบด้านได้เป็ระยะด้วย
และไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนแม้แต่ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นก็ยังจำต้องหยุดชะงัก เขากล่าวว่า “ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าจำเป็ต้องใช้เวลามาฟื้นฟูพลังิญญา!”
“ข้าเองก็เกือบถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน” โจวอี้แห่งสำนักภูตผีก็พูดขึ้นเช่นเดียวกัน
หงช่านและเฟิงหลัวต่างก็ฝืนประคองตัวเอง พวกเขาจำเป็ต้องใช้เวลา่หนึ่งมาฟื้นคืนพลังิญญาที่เผาผลาญไปเช่นกัน มิฉะนั้นหากปล่อยให้พลังิญญาไหลหายไปอย่างต่อเนื่อง รอจนพวกเขาไปถึงที่ตั้งสำนักโลหิตแล้วเกรงว่าคงมิอาจต่อสู้ได้อีก
“อ้อ ในเมื่อพวกท่านไปต่อไม่ไหว อีกทั้งสถานการณ์ของสำนักโลหิตก็เร่งด่วน หากไม่ถือสา ข้าขอล่วงหน้าไปก่อนแล้วกันนะ?” เนี่ยเทียนเอ่ย
-----
