ประหลาดราวกับมีมวลคลื่นพิศวาสลี้ลับส่งผ่านมาทางสายตาที่มองสบกันไปมา ทำให้อลังค์ตอบออกมาเหมือนต้องมนต์สะกด
“ตกลงครับ… ”
อลังค์ตอบเสียงหนักแน่น คนโง่เท่านั้นแหละที่จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปจากชีวิต
“ดี… ฉันเชื่อว่าเธอจะมีความสุขกับการได้อยู่ที่นี่ กับพวกเรา พวกเราทุกคนในบ้านหลังนี้รักกันมาก เราสาบานว่าจะมีความสุขร่วมกัน จะแบ่งปันทุกข์สุขร่วมกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในทุกๆ เื่”
ตองนวลกล่าวประโยคทิ้งท้ายเอาไว้ให้ชายหนุ่มแอบครุ่นคิดด้วยความสงสัย กับคำว่า ‘เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในทุกๆ เื่’ นั้นมีความหมายเฉพาะเจาะจงถึงสิ่งใดเป็พิเศษหรือไม่?
จากนั้นตองนวลก็สั่งให้ฝ้ายคำพาชายหนุ่มเดินเที่ยวชมส่วนต่างๆ ของบ้าน เพื่อสร้างความคุ้นเคยต่อกัน ด้วยหนุ่มสาวสองคนนี้เพิ่งได้เจอกันเป็ครั้งที่สอง แต่ชะตาก็ผลิกพัน ให้ต้องมาแต่งงานกันอย่างที่อลังค์ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าการที่ตัวเองตัดสินใจเข้าช่วยเหลือฝ้ายคำตอนโดนโจรวิ่งราวกระเป๋าสตางค์เมื่อวันนั้น จะเปลี่ยนอนาคตของตัวเองไปตลอดกาล
ในเวลาต่อมา หลังจากฝ้ายคำพาชายหนุ่มเดินชมบ้านจนทั่ว ก็ถึงเวลาที่ลุงอินทร์จะเข้ามารับ่ พาอลังค์เข้าไปชมไร่องุ่นและกาแฟทอดยาวไปถึงหลังเขา
“ยัยหนู... ช่วยโทรตามนายอินทร์ให้ที”
ตองนวลบอกกับสาวใช้ที่ชื่อแสงหล้า เมื่อพากันเดินออกมาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ทว่าไม่ทันที่แสงหล้าจะกดโทรศัพท์โทรหาอินทร์ถา หรือที่ผู้คนในบ้านพากันเรียกเขาว่า ‘ลุงอินทร์’ ก็เดินออกมาจากหลังพุ่มต้นแก้วที่มุมบ้าน
“ผมอยู่นี่แล้วครับคุณท่าน”
คนถูกตามตัวปรากฏกายขึ้นตรงหน้า ในมือถือสายยาง ลุงอินทร์กำลังรดน้ำต้นไม้ไปพลาง ในระหว่างรอรับ่พาอลังค์เข้าไปชมไร่
“นี่ลุงอินทร์… ”
แสงหล้าแนะนำชายวัยห้าสิบด้วยท่าทางนอบน้อม บอกให้รู้ว่า ‘อินทร์ถา’ คนนี้คงไม่ใช่คนงานธรรมดา ดูจากท่าทีเคารพนบนอบที่แสงหล้ามีต่อบุรุษร่างล่ำคนนี้
“สวัสดีครับลุง… ผม ‘อลังค์’ ครับ”
ชายหนุ่มแนะนำตัว สายตาจ้องมองชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อลายสก๊อตสีเขียวขี้ม้าสลับแดงเข้ม เข้ากันกับกางเกงยีนส์ สวมหมวกสีดำปีกกว้าง เหมือนในหนังคาวบอยไม่มีผิดเพี้ยน รองเท้าบูทสีเทาช่วยส่งให้ร่างซึ่งสูงตระหง่านเฉียดร้อยแปดสิบเิเนั้นยิ่งดูสูงเด่นขึ้นไปอีก ผิวสีน้ำตาลเข้มยิ่งเสริมส่งให้บุคลิกของลุงอินทร์ดูราวพระเอกหนังคาวบอยรุ่นใหญ่ยังไงยังงั้น
“สวัสดีครับ… ”
ลุงอินทร์ทักทายด้วยน้ำเสียงและแววตาเป็มิตร ก้าวยาวๆ ไปปิดก๊อกน้ำ ม้วนสายยางเก็บแล้วเดินกลับมาหาชายหนุ่มพร้อมกับพูดว่า
“คุณตัวใหญ่มาก… ยังหนุ่มมาก ท่าทางบึกบึนแข็งแรงแบบนี้น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของผมได้มาก”
ลุงอินทร์หรี่ตามองอลังค์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ที่นี่งานหนักมากหรือครับ”
อลังค์สงสัยกับคำพูดที่ลุงอินทร์บอกว่าการมาของเขาจะช่วยแบ่งเบางานของแกได้มาก
“งานในไร่ไม่เท่าไรครับ… แต่งานในเรือนหนักกว่า เพราะว่าบ้านหลังนี้มีผู้หญิงถึงสี่คน”
ลุงอินทร์ตอบ แต่คำพูดที่ได้ยินก็ไม่ได้ไขความสงสัยให้กระจ่างแต่อย่างใด อลังค์นึกสงสัยว่าอะไรคือ ‘งานในเรือน’ ที่ลุงอินทร์ว่า?
“ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยนะครับ”
ลุงอินทร์กล่าวพลางเดินนำไปยังรถกอล์ฟที่จอดอยู่ในโรงจอดรถ
“ครับ”
อลังค์ก้าวตาม ตามองตามแผ่นหลังกว้างของลุงอินทร์ เดินลิ่วๆ นำหน้าไปอย่างกระฉับกระเฉง
อลังค์เชื่อว่าลุงอินทร์คนนี้คงไม่ใช่คนงานธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะว่าแกดูหล่อเข้มจนมีออร่าเปล่งประกายออกมาให้รู้สึกได้
ลุงอินทร์เป็คนตัวใหญ่ มือใหญ่ แขนใหญ่ ต้นขาใหญ่รับกับสะโพกและ่เอวอันทรงพลัง ท่าทางแข็งแรงมาก แขนเสื้อที่ถูกถกขึ้นมาถึงข้อพับเผยให้เห็นผิวสีทองแดงคร้ามแดด ที่หลังแขนมีเส้นขนสีดำเป็แพแผ่คลุมลงมาถึงหลังมือ ปั้นไหล่เป็มัดกล้ามกลมสวย เนื้อตัวกำยำล่ำสันไปด้วยกล้ามเนื้อ ทำเอาคนเดินตามมองด้วยสายตาชื่นชมในรูปร่างและบุคลิกลักษณะสมชายชาตรีของลุงอินทร์คนนี้
