องค์รัชทายาท ! ปรมาจารย์ชิงเหรินกลับมาแล้ว!” หนานเป่ยหลิน ที่อยุ่ข้างๆเมื่อเห็นฟางชิงเหรินเขาก็รีบรีบรายงานทันที
ฟางชิงเหริน เดินมาด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อเขามาถึง กลับรู้ว่าโจวเย่ไม่อยู่ที่นี้แล้ว
อะไรนะ? อาจารย์ ไปแล้วเหรอ?” ฟางชิงเหรินอุทานด้วยความใ
อาจารย์เหรอ?" พวกทหารตกตะลึง
พวกทหารมองด้วยความตะลึง เมื่อไหรกันที่โจวเย่ เป็อาจารย์ของฟางชิงเหริน
ฟางชิงเหริน ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ท่านปรมาจารย์ชิงเหริน เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” เป่ยหยางซ่งถาม
จักรพรรดิ์เพิ่งออกคำสั่งแต่งตั้งให้อาจารย์ เป็ซู่กั๋วกง และยังแต่งตั้งให้เขาเป็ผู้นำของกองทัพอัคคีเหล็ก ! คำสั่งถูกส่งออกมาแล้ว และเหล่าขุนนาง ก็รู้เื่นี้แล้ว ฟางชิงเหรินยิ้มอย่างขมขื่น เขามาช้าไปหนึ่งก้าว
ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี่ตกตะลึงอีกครั้ง ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง
เป่ยหยางซ่ง ตกตะลึงเช่นกัน
เนื่องจากจักรพรรดิได้ออกคำสั่ง แต่งตั้งตำแหน่งแล้ว คุณชายเย่ ตอนนี้ก็คือซู่กั๋วกงแล้ว ไม่ว่าคุณชายเย่จะอยู่ที่ไหนก็ตาม เขาก็คือซู่กั๋วกง เป่ยหยางซ่งกล่าว
ปรมาจารย์ชิงเหริน คุณชายเย่เพิ่งออกไปครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ท่านอยากจะตามไปหรือไม่?” หนานเป่ยหลินถาม
ฟางชิงเหรินส่ายหัวแล้วพูดว่า "ไม่ อาจารย์บินได้ บางทีเขาอาจจะออกจากเมืองหลวงไปแล้ว"
หลังจากออกจากค่ายทหารแล้ว โจวเย่ก็กลับมายังเมืองหลวงอีกครั้ง
สิ่งแรกที่ทำเมื่อมาถึงเมืองหลวงคือการกินให้อิ่มท้อง
โจว่เย่ไม่รู้ว่าเขาถูกแต่งตั้งโดยจักรพรรดิ และเขาไม่รู้ว่าจ่าวหยางและคนอื่น ๆ ได้ออกจากค่ายทหารเพื่อตามหาเขา!
โจวเย่เข้าไปในร้านอาหารเทียนหลาน ร้านอาหารเทียนหลาน ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองหลวง เพราะนักร้องของเทียนหลาน นั้นสวยมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเ้าของร้านเทียนหลาน เป็หญิงสาวที่สวย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็ผู้ชายพวกเขาทั้งหมดมาหาเธอ เช่นเดียวกับลูกหลาน ของเหล่าขุนนางระดับสูงหลายคน
ร้านอาหารมีชีวิตชีวามาก บนเวทีตรงกลางมีนักร้องและนักเต้น ร้องและเต้นเก่งทุกคน มันมีเสน่ห์มาก ผู้ชายจับจ้องไปที่พวกเขา และผู้คนจำนวนมากกลืนน้ำลายและถูมือเหมือนสัตว์ร้าย
โจวเย่เพียงมองดู จากนั้นจึงขึ้นไปที่ชั้นสอง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบดู แต่โต๊ะบนชั้นสองที่ราวบันไดจะทำให้เขาดูสบายตามากขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้โจวเย่แปลกก็คือไม่มีใครนั่งอยู่ใกล้ตำแหน่งนี้เลย
ขณะที่เขารู้สึกแปลกๆ เขาก็สังเกตเห็นว่ามีดวงตามากมายมองมาที่เขา
โต๊ะนี้มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” โจวเย่แอบสับสน และรู้สึกอยู่เสมอว่าสายตาของคนเหล่านี้ไม่ถูกต้อง
เ้าของร้านที่เห็นโจวเย่ก็เฉินขมวดคิ้ว จากนั้นจึงเดินขึ้นไปบนชั้นสองอย่างรวดเร็ว
ต้องบอกเลยว่าเ้าของร้านสวยมากกก เธอสวมชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิง เธออวบอ้วนมาก อกยื่นออกมา มันช่างสง่างาม ทุกการกระทำน่าดึงดูดใจมาก เธอเป็เหมือนนางฟ้า
เมื่อเห็นเ้าของร้านผู้หญิงเดินเข้ามา หลายคนก็แสดงดวงตาที่เป็ประกาย
สิ่งนี้ทำให้โจวเย่สับสนมากยิ่งขึ้น เขาไม่รู้ถึงสถานการณ์เลย
น้องชายดูน่ารักนะ น้องชายมาที่เทียนหลานเป็ครั้งแรกเหรอ?” เ้าของร้านหญิงถามด้วยเสียงแ่เบา ทำให้โจวเย่รู้สึกแปลกๆ
โจวเย่หันไปมอง จากนั้นพยักหน้าแล้วถามว่า มีอะไรผิดปกติเหรอ"
สำหรับการมาเยือนครั้งแรกของน้องชาย พี่สาวจะขอเตือนน้องชายว่า น้องชายสามารถเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาได้” เ้าของร้านสาวแสนสวยกระซิบ
น้องชาย นี่คือที่นั่งของนายน้อยเฟิงของเรา ไม่มีใครกล้านั่ง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าว
เป็เช่นนี้นี่เอง" โจวเย่พยักหน้า จากนั้นเขาก็เข้าใจว่าทำไมไม่มีใครนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้
เมื่อโจวเย่เพิ่งลุกขึ้นและ้าเปลี่ยนโต๊ะ เสียงที่เ็าและดุร้ายก็ดังขึ้น "ใครกล้าขนาดนั้น กล้าที่จะนั่งในตำแหน่งของข้า !
คุณชายเฟิงมาแล้ว! จู่ๆ ใบหน้าของคนในร้านอาหารก็แสดงความกลัว
เ้าของร้านสาวส่ายหัวและกระซิบ "น้องชายข้าขอให้น้องชายโชคดี พี่สาวไม่สามารถช่วยน้องชายได้"
ชายคนหนึ่งในวัยสามสิบต้นๆ สวมชุดผ้าสีขาวกำลังมาที่ชั้นสอง ตามมาด้วยทหารยามสิบคน
ชายผู้เป็หัวหน้าคือคุณชายตงเฟิง !
คุณชายเฟิง เป็เกียรติที่ท่านมาที่นี้” เ้าของร้านสาวทักทายเขาด้วยรอยยิ้มอันมีเสน่ห์
นายน้อย จะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้? ทหารยามคนหนึ่งที่หยุดโจวเย่ใว้ได้ถามตงเฟิง ด้วยความเคารพ
นายน้อยเฟิง เขายังเป็เด็ก ทำไมต้องไปยุ่งกับเขาด้วย” เ้าของร้านสาวพูดอย่างรวดเร็ว เธออยากช่วยโจวเย่
วันนี้น้องสาวคนสวยพูดไม่ถูกต้อง ถ้าข้าไม่จัดการกับคนที่กล้ามานั่งที่โต๊ะข้า พรุ่งนี้มันก็จะมีคนกล้ามานั่งที่โต๊ะข้าอีก ข้าจะจัดการเขาเป็แบบอย่าง ตงเฟิงส่ายหัว ดวงตาที่ดุร้ายของเขากวาดไปทางโจวเย่ และพูดอย่างเ็า "ฆ่าเขาซะ!"
เ้าของร้านสาวเหลือบมองโจวเย่ อย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่กล้าเข้าไปแทรกแซง เธอไม่สามารถเสียงชีวิตเพื่อคนที่ไม่รู้จักได้
โจวเย่ จ้องไปที่ตงเฟิง อย่างเฉยเมย และถามอย่างเฉยเมย "เ้ากำลังสั่งให้พวกเขามาฆ่าข้าเหรอ?"
เมื่อมองไปที่โจวเย่ ตงเฟิง ก็เหงื่อออกทันที เมื่อเห็นความเ็าในดวงตาของโจวเย่
ดวงตาของเขาเย็นจังเลย ตงเฟิงแอบพูดในใจ
เ้าของร้านสาวก็ผงะเช่นกัน ร่องรอยของความกลัวแล่นเข้ามาในหัวใจของเธอ
ฆ่าเขา!" ตงเฟิง ะโด้วยความโกรธ ดวงตาของโจวเย่ทำให้เขาอึดอัดมาก และเขารู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องมองอยู่เสมอ
ทหารยามที่อยู่ใกล้โจวเย่ หลังจากได้รับคำสั่ง ก็ไม่ลังเลที่จะโจมโดยใช้ฝ่ามือ กระแทกลงไปตรงที่หน้าอกของโจวเย่อย่างโเี้
ทันใดนั้นดวงตาที่เยือกเย็นของโจวเย่ ก็ะเิพลังชีวิตอันเยือกเย็นออกมา และในขณะที่ทหารยาม โจมตีมานั้น เขาก็ต่อยออกไปด้วยหมัด
ปัง !
ในการต่อยของโจวเย่ ทำให้หน้าอกของทหารยามถูกกระแทกอย่างแรง และด้วยพลังที่รุนแรงมาก ทหารยามนั้นได้อาเจียนออกมาเป็เื และร่างของทหารยามก็กระเด็นออกไปนอกร้านอาหาร ไม่ทราบว่าเป็หรือตาย
ระดับที่สามของอาณาจักรของอาณาจักคุรุยุทธ์ ! ทุกคนในร้านอาหารต่างสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงและมองไปที่โจวเย่ด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาไม่รู้จริงๆ ว่าโจวเย่มีพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ั้แ่อายุยังน้อย
เ้าเด็กเหม็น! เ้ายังพอมีความสามารถอยู่บ้าง!” และไม่มีใครกล้าโอหังต่อหน้าข้ามาก่อน ! ใบหน้าของตงเฟิงหน้าเกียจมาก
ทหารยามอีกเก้าคนโจมตีพร้อมกัน ทุกคนบนชั้นสองหนีลงมา และผู้คนที่ชั้นหนึ่งเองก็รีบออกจากร้านอาหารด้วยเพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลง
ปัง ปัง ปัง !"
เมื่อเผชิญกับการโจมตีอันรุนแรงของทหารยามทั้งเก้า โจวเย่ไม่ได้แสดงจุดอ่อนใดๆ
ความแข็งแกร่งของทหารยามทั้งเก้าไม่ได้อ่อนแอ พวกเขาอยู่ระดับที่ห้าของอาณาจักรคุรุยุทธ์
โจวเย่ ใช้ทักษะก้าวย่างหมาป่าอสูร ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเขาสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีอันรุนแรงของคนทั้งห้าได้อย่างง่ายดาย
------------------------------------------------------------------------
** ซู่กั๋วกง คือตำแหน่งบรรดาศักดิ์สูงสุดของขุนนาง
