โม่ซันซันอยู่ในสภาพนิ่งอึ้งตลอดกระบวนการ!
นี่ข้าเพิ่งได้ยินอะไร? ทำไมฟังๆ ไปถึงได้รู้สึกคันไม้คันมืออยากเอาไม้ฟาดหัวมันสักทีขึ้นมา? ทำไมกำปั้นของข้าถึงทำท่าจะหลุดจากการควบคุมไปตกอยู่บนศีรษะของหวังเค่ออยู่รอมร่อ?
“เ้าตำหนักโม่ พวกมารร้ายถงอันอันกลุ่มนี้ หากท่านอยากได้ ข้ายินดียกให้โดยไม่้าเงินเลยสักแดงเดียว! เราต่างเป็คนสำนักเดียวกัน ท่านช่วยข้าเกลี้ยกล่อมจางหลี่เอ๋อร์ เื่เล็กๆ แค่นี้ท่านคงไม่แล้งน้ำใจปฏิเสธข้าหรอกกระมัง?” หวังเค่อยิงคำถาม
โม่ซันซัน “…!”
“เ้าตำหนักโม่! หรือว่าเื่นี้ทำให้ท่านต้องลำบากใจ?” หวังเค่อยิงออกไปนัดที่สอง
โม่ซันซันหน้ากระตุก “ไม่ใช่ว่าลำบากใจหรือไม่ เพียงแต่ ทำไมเ้าถึงไม่ไปพูดด้วยตัวเอง?”
“ไอ๊หยา ข้าก็บอกท่านไปแล้วไงล่ะว่าข้าทนเห็นสตรีหลั่งน้ำตาไม่ได้ เกิดนางหลั่งน้ำตาขึ้นมา ข้าต้องใจอ่อนแน่ๆ! มีแต่ต้องรบกวนท่านแล้ว!” หวังเค่อรีบกล่าว
โม่ซันซันเงียบไปครู่หนึ่ง “ได้ ตกลงตามนั้น!”
“ขอบคุณท่านมาก! เ้าตำหนักโม่ ก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจทั้งผิดไปแท้ๆ ไม่นึกเลยว่าท่านจะเป็คนที่เข้าหาง่ายแบบนี้!” หวังเค่อถอนใจด้วยอารมณ์
โม่ซันซันคราวนี้เงียบไปนาน
“จางเจิ้งเต้ามัวยืนเหม่ออะไรอยู่ได้!? เร็วเข้า รีบไปพาพวกถงอันอันมาให้เ้าตำหนักโม่ได้แล้ว!” หวังเค่อะโบอกจางเจิ้งเต้า
ตอนนี้เมื่อปราศจากภยันตราย หวังเค่อเองก็ไม่้าจางเจิ้งเต้าอยู่ข้างกายอีกต่อไป
จางเจิ้งเต้ากำลังคลื่นไส้อยากอาเจียนเพราะวาจาไร้ยางอายของหวังเค่ออยู่เป็ทุนเดิม แม่งเอ๊ย ให้ข้าไป? กำลัง้าอยู่พอดี!
“ได้ เ้ารอนี่แหละ!” จางเจิ้งเต้าวิ่งจู๊ดหายเข้าไปในห้องนอนเหมือนนักโทษที่ได้นิรโทษ
“เ้าตำหนักโม่ เื่ของเราก็คุยกันเสร็จแล้ว งั้นท่านช่วยปลุกคนของข้าทีได้หรือไม่? อ้อ จริงด้วย ให้ศิษย์พรรคอีกาทองคำพวกนั้นงีบต่อไปอีกหน่อยแล้วกัน ประเดี๋ยวตื่นขึ้นมาแล้วจะวุ่นวายเอา!” หวังเค่อว่า
“ได้!” โม่ซันซันพยักหน้า
จากนั้นก็โบกมือคราหนึ่ง
“วูบ!”
เหมือนมีสายลมอ่อนพัดเข้ามาในเรือนน้ำชากงอี้จากทั่วทิศทาง คนของหวังเค่อที่ยืนสัปหงกเฝ้าระวังอยู่พลันสะดุ้งตื่น จากนั้นไม่นานเถ้าแก่ของเรือนน้ำชากงอี้ก็มาหาหวังเค่อที่สวน
“ท่านประมุข? นี่คือ...?” เถ้าแก่ถามอย่างกังวล
“เรือนน้ำชากงอี้ไม่เหมาะที่จะใช้อยู่อีกแล้ว เ้ารีบไปบอกให้ทุกคนเก็บข้าวของออกจากเรือนน้ำชากงอี้ก่อนฟ้าสาง!” หวังเค่อสั่งการ
“ทราบ!” เถ้าแก่รับคำอย่างนอบน้อม
“ส่วนเซียนเทียนที่เกณฑ์มารวมถึงเื่ขายประกัน ข้าได้สอนเ้าไปหมดแล้ว ทางฝั่งเมืองจูเซียนจะยังคงดำเนินการต่อไป ยังไงซะพวกเซียนเทียนที่ยึกยักไม่รู้จะเอายังไงต่างก็รู้จักเ้าอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นเ้าก็แค่จัดการซะ!” หวังเค่อสั่ง
“ทราบ!” เถ้าแก่รับคำอย่างนอบน้อม
“ไปเถอะ!” หวังเค่อโบกมือ
เถ้าแก่คนนั้นปลีกตัวไปอย่างรู้งาน แต่โม่ซันซันทางด้านข้างกลับเผยสีหน้าประหลาดใจ
“เฮ้อ เ้าตำหนักโม่ ท่านเองก็คงทราบว่าลองสตรีได้อาละวาดเมื่อไหร่จะต้องเกิดเื่ราวตามมา ท่านเป็ั์ใหญ่ทารกแกนิญญาย่อมสามารถตีจากได้ทุกเมื่อ แต่หากคนของข้ายังอยู่ที่นี่พวกมันได้จบไม่สวยแน่! ให้พวกมันหนีก่อนภัยลามมาถึง! นี่เป็ปัญหาที่ข้าก่อ ไม่อาจให้พวกมันมาพัวพันได้ ท่านว่าไหม?” หวังเค่อยิ้มอธิบาย
“เ้าคิดได้รัดกุมนัก!” โม่ซันซันเอ่ยเสียงขรึม
“ก็แค่ประสบการณ์ชีวิตเล็กน้อยเองขอรับ ไม่อาจนับเป็อย่างไรได้ มาๆ ท่านนั่งก่อน เรามาคุยกันต่อดีกว่า!” หวังเค่อยิ้มชวน
แต่มีคนช่วยยกโต๊ะเก้าอี้มาให้หวังเค่อกับโม่ซันซันนั่งเพียงประปราย
โม่ซันซันนั่งลงด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น มองดูภาพอันน่ามหัศจรรย์สุดเปรียบที่กำลังดำเนินไปตรงหน้า
มันมองเห็นคนของเรือนน้ำชากงอี้ทำการย้ายบ้านแบบเต็มอัตราศึกด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง! คนนี้ยกเตียง คนนั้นแบกหม้อ อีกคนหายจู๊ดเข้าห้องน้ำไปก่อนกวาดเอากระดาษชำระมาจนหมด
หวังเค่อกับโม่ซันซันจิบชาพูดคุยกันไป ใช้เวลาไม่นานเรือนน้ำชากงอี้ก็ถูกขนของออกไปจนเกลี้ยงเกลา
บอกว่าเกลี้ยงเกลาก็คือเกลี้ยงเกลาจริงๆ โม่ซันซันลองกวาดประสาทััออกไปรอบๆ พบว่าแต่ละห้องเหลือแต่กำแพงเปลือยๆ ไว้เท่านั้น
“คนของเ้านี่ช่าง ช่าง...!” โม่ซันซันหน้ากระตุก
“ข้าสอนพวกมันให้รู้จักประหยัดอดออมนับแต่ยังเล็ก ไม่เท่าไหร่หรอกขอรับ ท่านไม่ต้องชมพวกมันก็ได้!” หวังเค่อยิ้มกล่าว
โม่ซันซันทำหน้าพิกล เ้าใช้ตาข้างไหนมองว่าข้ากำลังเอ่ยชมเื่ที่พวกมันรู้จักประหยัดอดออม? ข้ากำลังย่นจมูกใส่ความขี้เหนียวของพวกมันอยู่ต่างหาก
“เ้าตำหนักโม่ ข้าพาพวกมันมาหมดแล้ว ท่านดู!” จางเจิ้งเต้านำพวกถงอันอันออกมาจากห้อง
ถงอันอันและพลพรรคสิบหัวโล้นต่างก็กำลังสลบไสลไม่ได้สติกันทุกคน เนื้อตัวของพวกมันไหม้เกรียม หัวหูแดงแปร๊ดบวมโต
“นี่ นี่พวกมัน...?” โม่ซันซันไม่อาจเข้าใจภาพตรงหน้า
นี่คือดวงธาตุทองคำสิบเอ็ดคนเชียวนะ! ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับพวกมันกันแน่? ทำไมถึงได้มีสภาพน่าอดสูขนาดนี้?
“อ้อ ไม่ต้องห่วงไปขอรับ พวกมันคงจะสมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย ได้พักสักหน่อยเดี๋ยวก็หาย ท่านสบายใจได้ พวกมันยังไม่ตายขอรับ! ให้ข้าช่วยท่านมัดพวกมันเข้าด้วยกันไหมขอรับ?” หวังเค่อถูมือถาม
โม่ซันซัน “…!”
“มัวยืนเหม่ออะไรอยู่? ยังไม่รีบช่วยเ้าตำหนักโม่มัดตัวพวกมันอีก! เมื่อถึงเวลาต้องไปเ้าตำหนักโม่จะได้สะดวกสบายหน่อย!” หวังเค่อเร่ง
จางเจิ้งเต้ากลอกตาอย่างหัวเสีย “แม่งเอ๊ย ทำไมต้องเป็ข้าอีกแล้ว?”
แต่บ่นก็ส่วนบ่น จางเจิ้งเต้ายังคงเข้าไปมัดถงอันอันและพรรคพวกอยู่ดี
ตอนนั้นเองที่คนของหวังเค่อจัดการหอบข้าวหอบของออกจากเรือนน้ำชากงอี้ไปกันหมดแล้ว
เรือนน้ำชากงอี้กลายเป็ว่างเปล่าโล่งโจ้ง นอกจากศิษย์พรรคอีกาทองคำและกระเรียนมงกุฎแดงที่กำลังสลบอยู่ก็เหลือแต่หวังเค่อ จางเจิ้งเต้าและโม่ซันซันเท่านั้น
“เ้าตำหนักโม่ ประเดี๋ยวก็จะเช้าแล้ว พอจางหลี่เอ๋อร์มาถึงคงต้องรบกวนท่านจูงใจนางให้ข้าหน่อย ข้ากับจางเจิ้งเต้าขอตัวลาเพียงเท่านี้!” หวังเค่อประคองฝ่ามือคำนับ
“เ้าจะไปไหน?” โม่ซันซันมุ่นหัวคิ้ว
“ก็ต้องกลับพรรคเทพหมาป่า์สิขอรับ! ข้าขอฝากที่นี่ด้วยนะขอรับ!” หวังเค่อเอ่ยมาดขรึม
“เ้าตำหนักโม่ ขอตัวก่อนนะขอรับ!” จางเจิ้งเต้าเองก็สุภาพนอบน้อม
โม่ซันซันนิ่วหน้ามองคนทั้งสอง แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
“เผ่นเร็ว!” หวังเค่อคว้าตัวจางเจิ้งเต้าเผ่นแน่บออกจากเรือนน้ำชากงอี้ไปในทันที
หลังจากนั้นไม่นาน หวังเค่อกับจางเจิ้งเต้ากก็หายไปตามตรอกซอกซอยของเมืองจูเซียน
โม่ซันซันนั่งอยู่ตรงโต๊ะเก้าอี้ที่เหลือกันอยู่แค่นั้นก่อนนิ่วหน้ายกถ้วยชาขึ้นจิบ
“ทำไมกัน? ทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลตงิดๆ? ทำไมกันนะ?” โม่ซันซันไม่อาจเข้าใจ
เหลียวหน้ามองดูพวกถงอันอันที่ถูกมัดเป็เกี๊ยวนึ่งตรงพื้น โม่ซันซันถึงค่อยวางใจได้
“ก็แค่ช่วยถ่ายทอดคำพูดเองไม่ใช่รึ? งานไม่ต้องลำบากลงแรงแบบนี้ง่ายนิดเดียว เดี๋ยวก็ได้พาพวกถงอันอันกลับไปแล้ว นี่ก็ตรงตามที่ข้า้าไม่ใช่รึไง?” โม่ซันซันจิบชารอคอยรุ่งสาง
หวังเค่อจางเจิ้งเต้าใช้เวลาไม่นานก็ออกจากเมืองจูเซียน
“หวังเค่อ เ้าว่าจะเกิดเื่หรือไม่?” จางเจิ้งเต้าเป็กังวล
“เกิดเื่อะไร? คนของข้าออกไปกันหมดแล้ว ยังต้องกลัวอะไรอีก!” หวังเค่อว่า
“แต่จางหลี่เอ๋อร์จะฟังคำอธิบายของโม่ซันซันหรือ?” จางเจิ้งเต้าถาม
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย!” หวังเค่อจ้อง
“อ้าว!”
จางเจิ้งเต้าหน้าแข็งค้าง แม่งเอ๊ย จริงๆ ด้วย! เ้าโยนหม้อก้นดำให้โม่ซันซันไปแล้วนี่ เื่นี้ก็เลยไม่เกี่ยวผายลมอันใดกับเ้าแล้ว!
“จริงสิ! ข้าให้เ้าไปพาพวกถงอันอันออกมาจากห้องลับให้โม่ซันซัน แต่จางเสินซวีล่ะทำยังไง?” หวังเค่อถามอย่างสงสัย
“จางเสินซวี? เ้าไม่ได้บอกให้ข้าพามันมาด้วยนี่! มันก็ยังหลับอยู่ในห้องลับนั่นแหละ!” จางเจิ้งเต้าว่า
“ยังหลับอยู่? ช่างเถอะ หลับก็หลับ รอมันตื่นเดี๋ยวก็คงไปเอง!” หวังเค่อไม่แยแส
“ตอนนี้พวกเราจะกลับพรรคเทพหมาป่า์กันจริงๆ รึ?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างสงสัย
“ใครว่า?” หวังเค่อถามกลับ
“ไม่ใช่เ้าเพิ่งบอกโม่ซันซันมาแบบนี้?” จางเจิ้งเต้าสีหน้าพิกล
“ตาแก่นั่นน่ะรึ ข้าไม่ไว้ใจมันหรอก! ข้าจะกลับพรรคเทพหมาป่า์ได้ยังไง? เกิดมันรับมือจางหลี่เอ๋อร์ไม่ได้แล้วกลับมาหาเื่ข้าที่พรรคเทพหมาป่า์จะทำยังไง? หากท่านอาจารย์ยังไม่กลับพรรค ข้าก็จะยังไม่กลับเหมือนกัน!” หวังเค่อว่า
“ไม่กลับ? งั้นจะไปไหน?” จางเจิ้งเต้าสงสัยใคร่รู้
“ตามนี้! นอกจากเมืองจูเซียนยังมีเมืองเซียนอื่นๆ ที่้าทาบทามเซียนเทียนกับขายประกันอยู่! ก่อนหน้านี้ข้าอธิบายไปหมดแล้ว เ้าอยากไปขายประกันที่เมืองเซียนใหญ่ๆ ไหมล่ะ? เ้าก็จะได้ทำเงินด้วย!” หวังเค่อเกลี้ยกล่อมจางเจิ้งเต้า
“มือซ้ายการงาน มือขวาครอบครัว? เกลี้ยกล่อมคนซื้อประกันไปทำา? ข้าไปตามเมืองเซียนต่างๆ แล้วเ้าล่ะ?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างสงสัย
“ข้า? ข้าจะไปดูเมืองชิงจิงหน่อย ได้ยินว่าฝั่งพี่ใหญ่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ข้าต้องไปชี้แนะแนวทาง! รอเ้าเกณฑ์คนได้เมื่อไหร่ก็ตามข้ามาที่เมืองชิงจิงแล้วกัน!” หวังเค่อโน้มน้าว
“ข้าไม่ไปขายประกัน! ข้าจะไปเมืองชิงจิงกับเ้าด้วย!” จางเจิ้งเต้าส่ายหน้า
“ทำไม?” หวังเค่องุนงง
“ข้ารู้สึกว่าตามเ้าไปจะทำเงินได้มากกว่า!” จางเจิ้งเต้าพูดตามตรง
“แม่งเอ๊ย เ้าพูดแบบนี้แปลว่าข้าดูเหมือนเทพแห่งความมั่งคั่งรึไง?” หวังเค่อสีหน้าพิลึก
“เ้าคือเทพแห่งความมั่งคั่งที่ขี้เหนียวที่สุด! แม่งเอ๊ย คิดเอาเงินจากมือเ้าไม่ง่ายเลยสักนิด! แต่ถ้าเ้าได้กินเนื้องั้นข้ากินน้ำแกงให้ก็ได้นี่?” จางเจิ้งเต้าว่า
“ก็ได้ น้ำแกงก็น้ำแกง! แต่เ้าต้องลงมือลงแรงถึงจะมีน้ำแกงกิน! ไปกัน!” หวังเค่อไม่แยแส
ทั้งสองตรงไปยังเขตมนุษย์กันทันที
สิ่งที่พวกมันสองคนไม่รู้คือห้องลับเรือนน้ำชากงอี้ได้มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งโผล่มาอย่างเงียบเชียบ
โม่ซันซันนั่งจิบชาอยู่้า ไม่ได้ใส่ใจใต้ดิน แต่มันไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนป้าไม่ได้สลบอย่างที่คิดไว้ แต่มายังห้องลับเรือนน้ำชากงอี้ผ่านทางอุโมงค์
ไม่กล้าแหวกหญ้าให้งูตื่น เดิมตั้งใจจะมาเอาเงิน แต่พอเห็นจางเสินซวีนอนสลบอยู่ก็ต้องตื่นเต้นยินดีอย่างบ้าคลั่ง
มันหิ้วตัวจางเสินซวีที่กำลังไม่ได้สติเข้าอุโมงค์แล้วหนีไปในบัดดล
เงินส่วนรวมแสนห้าหมื่นชั่งที่เ้าตำหนักให้เป็การตายอย่างอเนจอนาถ ตนกลับไปย่อมต้องรับโทษ แต่ถ้าตนนำจางเสินซวีกลับไปด้วยไม่แน่ว่าบางทีอาจไถ่ถอนความผิดได้ก็ได้ อย่างไรซะฐานะของจางเสินซวีในพรรคอีกาทองคำนับว่าไม่ต้อยต่ำเลย
เนี่ยเทียนป้าเองก็ย่องออกจากเมืองจูเซียนไปในลักษณะนี้เช่นกัน
ฟ้าเริ่มสาง โม่ซันซันจิบชาไปกาหนึ่ง สุดท้าย ภายใต้แสงอาทิตย์สลัว กระเรียนมงกุฎแดงตัวเขื่องก็โผบินมาถึงเมืองจูเซียน
“าากระเรียนเร่งมือหน่อย ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็จะได้ล้างแค้นแล้ว เร่งมือหน่อย!” จางหลี่เอ๋อร์ยืนะโสั่งการอยู่บนหลังกระเรียน
“แกว้ก!”
กระเรียนตัวเขื่องกางปีก เพียงพริบตาก็มาถึงน่านฟ้าเหนือเมืองจูเซียน
“เอ๋? ไม่ใช่จางเสินซวีบอกว่ามัดมือมัดเท้าหวังเค่อไว้แล้วหรือ? แล้วไหนพวกมันล่ะ?” จางหลี่เอ๋อร์เบิ่งตามองลงมาอย่างโง่งม
“แกว้ก!” าากระเรียนตัวเขื่องกู่ร้องราวกับว่ากำลังพิโรธ
แต่าากระเรียนกลับพบว่าสมุนของมันสลบเหมือดกันอยู่ข้างล่าง แถมยังมีศิษย์พรรคอีกาทองคำอีกกลุ่มหนึ่ง
ปฏิกิริยาของาากระเรียนทำให้จางหลี่เอ๋อร์ตื่นตัวขึ้นมาโดยพลัน
นางคว้าดาบยาวมุ่งหน้ามายังฟากฟ้าเหนือเรือนน้ำชากงอี้พร้อมกับาากระเรียน
“จางหลี่เอ๋อร์ ข้ารอเ้าอยู่นานทีเดียว!” โม่ซันซันคลี่ยิ้มพร้อมลุกขึ้น
“แกว้ก!” าากระเรียนแผดเสียงใส่โม่ซันซันอย่างเกรี้ยวกราด
“ไม่ต้องห่วง พวกมันก็แค่สลบไปเท่านั้น เดี๋ยวข้าจะปลุกพวกมันเอง!” โม่ซันซันสะบัดชายเสื้อ
“วูบ!”
สายลมหอบหนึ่งพัดมา ศิษย์พรรคอีกาทองคำที่อยู่ไม่ไกลทยอยกันลืมตาตื่น
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่!” ศิษย์พรรคอีกาทองคำร่ำร้อง
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ก่อนหน้านี้หวังเค่ออยู่ในห้องนั่นขอรับ! ศิษย์พี่เสินซวีเข้าไปในนั้น!”
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ มีคนลอบทำร้ายพวกเรา!”
.........
......
...
ศิษย์กลุ่มหนึ่งมองโม่ซันซันอย่างตื่นตัว
“ไม่ต้องกังวลๆ ข้าเองก็แค่อยากมาเป็คนไกล่เกลี่ยเท่านั้น จางหลี่เอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ฟังข้าก่อน!” โม่ซันซันเปิดปากกล่าว
แต่จางหลี่เอ๋อร์มีหรือจะฟังเข้าหู
“โม่ซันซัน? ท่านคิดสอดมือเื่ของข้า? อย่าคิดว่าเพราะท่านเป็ทารกแกนิญญาแล้วข้าจะกลัวท่าน หวังเค่อไปไหนแล้ว?” จางหลี่เอ๋อร์จ้องโม่ซันซัน
โม่ซันซันมองจางหลี่เอ๋อร์ด้วยแววตาเห็นใจ
“จางหลี่เอ๋อร์ ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ หวังเค่อมีดีตรงไหน? ทำไมเ้าถึงหมายตามันไม่ยอมปล่อยวางสักที?” โม่ซันซันเกลี้ยกล่อม
“ใครหมายตามันไม่ยอมปล่อยวาง? ดี? ดีกับผีสิ! ย่าคนนี้จะฆ่ามันให้ได้!” จางหลี่เอ๋อร์ถลึงตา
แต่คำพูดเหล่านี้เมื่อเข้าหูโม่ซันซันกลับเป็เหมือนคำแง่งอนสะบัดสะบิ้ง
“หวังเค่อไปแล้ว ก่อนไปมันขอให้ข้าช่วยส่งต่อคำพูดให้เ้า!” โม่ซันซันสูดลมหายใจลึก
“ไปแล้ว? เป็ฝีมือท่าน ท่านเป็คนทำให้ศิษย์น้องข้าสลบไปกันหมดจนหวังเค่อหนีไปได้?” จางหลี่เอ๋อร์เส้นเืปูด
แม่งเอ๊ย กว่าจะสะกัดหวังเค่อไว้ได้ไม่ใช่ง่ายๆ แต่สุดท้ายกลับหนีไปได้เพราะโม่ซันซัน? พรรคเทพหมาป่า์ไม่มีตัวดีเลยสักตัว
“ข้าให้มันไปเองแหละ! จางเจิ้งเต้าก็เช่นกัน! ข้าเป็คนให้พวกมันไปก่อนเอง!” โม่ซันซันพยักหน้ารับ
จางหลี่เอ๋อร์กำดาบยาวในมือ จับจ้องโม่ซันซันปานจะกินเืกินเนื้อ
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ศิษย์พี่เสินซวีเข้าไปในห้องนั่นยังไม่กลับออกมาเลยขอรับ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครหาเจอ!” ศิษย์ที่ออกไปควานหาทั่วเรือนน้ำชากงอี้มารอบหนึ่งกลับมารายงาน
“น้องชายข้าไปไหน?” จางหลี่เอ๋อร์ถามเสียงต่ำ
“น้องชายเ้า? ข้าไม่เห็นมัน!” โม่ซันซันส่ายหน้า
“เมื่อกี้ท่านพูดเองว่าหวังเค่อกับจางเจิ้งเต้าไปแล้วนี่? พวกนั้นไม่ได้พาน้องชายข้าไปด้วย?” จางหลี่เอ๋อร์ถามเสียงต่ำ
“ไม่เลย พวกมันไปกันแค่สองคน! แล้วก็คนของเรือนน้ำชากงอี้ถูกหวังเค่อสั่งให้ออกไปหมดแล้ว! มีแต่ข้าที่ยังอยู่ หวังเค่อฝากฝังข้าให้มาช่วยเกลี้ยกล่อมเ้า!” โม่ซันซันส่ายหน้า
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ก่อนหน้านี้พวกเราถูกมันลอบทำร้ายจนสลบไปกันหมดก็เลยไม่รู้ว่าต่อจากนั้นเกิดเื่อะไรขึ้นบ้าง!” ศิษย์คนหนึ่งรายงานอย่างร้อนใจ
จางหลี่เอ๋อร์สีหน้าไม่น่าดูอยู่พักใหญ่
“หวังเค่อให้ข้ามาบอกเ้าว่าอย่าได้งมงายยึดติดกับมันนักเลย มัน มัน...เฮ้อ ข้าพูดไม่ออกจริงๆ! หวังเค่อฝากมาบอกว่าเลิกคลั่งไคล้เบ้าหน้าฟ้าประทานของมันได้แล้ว! เ้าควรลืมมันได้แล้ว!” โม่ซันซันว่า
จางหลี่เอ๋อร์ผงะไป นี่แปลว่าอะไร?
บรรดาศิษย์น้องทั้งหลายเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน! เบ้าหน้าฟ้าประทาน? หน้าตาแบบหวังเค่อน่ะนะ?
โม่ซันซันผู้นี้เองก็เป็รุ่นาุโท่านหนึ่ง แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้พูดจาบัดสีบัดเถลิงนัก!?
“ท่านพูดอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจสักนิด! ตอนนี้ข้าแค่อยากเห็นน้องชายข้ากับหวังเค่อเท่านั้น!” จางหลี่เอ๋อร์เอ่ยเสียงต่ำ
“ข้าไม่เห็นน้องชายเ้าเลย! แต่ตอนนี้ข้าเชื่อคำพูดของหวังเค่อแล้ว เฮ้อ! จางหลี่เอ๋อร์ ทำไมเ้า...ทำไมถึงไปหลงชอบหวังเค่อนั่นได้นะ? มู่หรงลวี่กวงตามเอาชนะใจเ้าเสียขนาดนั้นเ้ากลับไม่เหลียวแล หวังเค่อที่แท้มีดีตรงไหนกันแน่?” โม่ซันซันยังคงเกลี้ยกล่อมต่อไป
“ท่านพูดอะไรของท่าน? ตามเอาชนะใจ? ใคร? ใครตามเอาชนะใจใคร?” จางหลี่เอ๋อร์สีหน้าว่างเปล่า
“ก็เ้าไงล่ะที่ตามเอาชนะใจหวังเค่อจนหน้ามืดตามัว! ไหนจะบอกอีกว่ามันหล่อกระชากใจ!” โม่ซันซันย้อนรำลึกถึงคำพูดของหวังเค่อ
เรือนน้ำชากงอี้ตกอยู่ในความเงียบชนิดเข็มตกยังได้ยินอย่างเฉียบพลัน ผ่านไปสักพัก จางหลี่เอ๋อร์ก็ลุกพรึบด้วยไฟโทสะ
“โม่ซันซัน ตาแก่บัดสีบัดเถลิง เ้าคิดว่าเพราะข้าเป็ดวงธาตุทองคำก็เลยรังแกอย่างไรก็ได้งั้นสิ!? สวะเฒ่า! มาซี! กล้าหยามเกียรติพรรคอีกาทองคำ ข้าขอแลกชีวิตกับเ้า!” จางหลี่เอ๋อร์คำราม
“จัดขบวน!” ศิษย์พรรคอีกาทองคำกู่ร้อง
“แกว้ก~~~~~~~~~~~!” าากระเรียนผสมโรง
“นี่ นี่ นี่ พวกเ้าทำอะไร? ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ? จางหลี่เอ๋อร์ อย่าวู่วาม ทั้งพรรคเทพหมาป่า์และพรรคอีกาทองคำต่างก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน ขืนเราลงไม้ลงมือกันขึ้นมา ใต้หล้าได้หัวเราะเยาะพวกเราแน่!” โม่ซันซันะโอย่างตื่นตระหนก
“ตูม~~~~~~~~~~~~~~~!”
ความอารมณ์ร้ายของจางหลี่เอ๋อร์ปะทุออกมาทันควัน สิ่งปลูกสร้างมากมายในเรือนน้ำชากงอี้จมลงใต้กองไฟในทันใด
จางหลี่เอ๋อร์โมโหเป็ฟืนเป็ไฟ โม่ซันซันเองก็ไม่ได้รับความเป็ธรรม
หากตนไม่เผยฐานะ ลงมือสั่งสอนเ้าสักหน่อยย่อมไม่มีปัญหา แต่ถ้าตนเกิดลงมือตอนนี้ก็เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก หากเื่นี้กระจายไปถึงพรรคอีกาทองคำ พวกสติวิปลาสของพรรคอีกาทองคำจะต้องมาเอาเื่ข้าถึงพรรคเทพหมาป่า์อย่างแน่นอน
“ช้าก่อน!” โม่ซันซันะโอย่างหดหู่
“ตูม~~~~~~~~!”
ไฟลามเลียไปถึงท้องฟ้า ดึงดูดสายตาตื่นผวานับไม่ถ้วนมาจากเมืองจูเซียน
ภายในป่าเขาที่อยู่ไกลออกไปจากเมืองจูเซียน
หวังเค่อกับจางเจิ้งเต้ากำลังจับจ้องกองเพลิงที่กำลังลุกเป็โพลงอยู่ในเมืองจูเซียน
“หวังเค่อ จางหลี่เอ๋อร์คงจะไปถึงเมืองจูเซียนแล้วเริ่มต่อยตีกับโม่ซันซันขึ้นมาแล้วใช่ไหม?” จางเจิ้งเต้าอุทาน
หวังเค่อสีหน้าไม่น่าดู “โม่ซันซันนี่ก็เหลือเกิน ข้าแค่ให้มันถ่ายทอดคำพูด แต่มันกลับไปรังแกผู้เยาว์! ลงมือลงไม้เนี่ยนะ? ทารกแกนิญญารังแกดวงธาตุทองคำกลุ่มหนึ่ง? ถุย ไอ้แก่หน้าไม่อาย!”
จางเจิ้งเต้ามองหวังเค่อด้วยสีหน้าพิกล ที่โม่ซันซันต้องทะเลาะตบตีกับพวกนั้นยังไม่ใช่เป็เพราะเ้า? ใครกันแน่ที่หน้าไม่อายน่ะ!?
