ฝูงชนมองดูภาพสนมหลิวผู้ดุร้าย ยืนหลับตาพริ้ม มีแผ่นสีฟ้าแปะหน้าผาก และถือพัดลมรูปกระต่ายเป่าหน้าตัวเอง
“เห็นไหมเพคะ” ซูซินยิ้มหวาน
“ท่านปู่เซียนรู้ดีที่สุดว่าลูกค้า้าอะไรชุดดับร้อนนี้ หม่อมฉันคิดราคาพิเศษแลกกับปิ่นทองคำบนหัวท่านอันนั้น พอดีไหมเพคะ”
สนมหลิว ดึงปิ่นทองคำปักผมส่งให้ซูซินทันทีแบบไม่คิดชีวิต
“เอาไป เอาไปเลย แล้วข้าขอน้ำเติมใส่ไอ้กงล้อนี่ได้ไหม ข้าไม่อยากหยุดเป่าเลย”
ซูซินรับปิ่นทองคำมา ส่งให้เสี่ยวหลี่เก็บ
“เรียบร้อยเพคะ เชิญลูกค้าท่านต่อไป”
ฝูงชนเห็นอิทธิฤทธิ์การปราบมารของซูซิน ต่างพากันแย่งยื่นถุงเงินและของมีค่ามาข้างหน้า
“ข้าเอาด้วย ข้าเป็คนขี้ร้อน”
“ข้าขอยันต์เหมันต์”
“ข้าขอสมัครสมาชิกระดับทองคำ”
ซูซินมองความโกลาหลที่เปลี่ยนเป็เม็ดเงิน (และแต้ม) มหาศาล
การตลาดแบบซื้อด้วยความตื่นตระหนกนี่มันได้ผลดีจริงๆ
“ชุนหลันจดชื่อ เสี่ยวหลี่รับของ” ซูซินสั่งการเสียงดัง
“วันนี้ร้าน 'เดอะซีนิธ' สาขาวังหลวงรวยเละ”
แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น สายตาคู่หนึ่งจากมุมมืดบนหลังคาตำหนักตรงข้าม กำลังจับจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนใจ
ไม่ใช่ด้วยความโลภแต่ด้วยความสงสัยใคร่รู้
ชายชุดดำผู้หนึ่งขยับตัวเบาหวิว
“ของวิเศษรึน่าสนใจ นายเหนือหัวต้องอยากรู้เื่นี้แน่”
พริบตาเดียว เขาก็หายวับไป ทิ้งไว้เพียงใบไม้ไหว
ดูเหมือนว่าธุรกิจของซูซินจะเริ่มดึงดูดความสนใจจาก 'กลุ่มอำนาจมืด' เข้าเสียแล้ว
…………………..
ยามโฉ่ว (0100 - 02.59 น.) วังหลวงตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมพัดยอดไม้
แต่ในห้องนอนของตำหนักวสันตสุข องค์หญิงน้อยซูซินยังไม่หลับ
นางกำลังนอนกลิ้งไปมาบนเตียงกว้างด้วยความสุขสมอย่างที่สุด
“อานี่สิคืออารยธรรม”
ภายใต้ผ้าปูที่นอนผ้าไหมราคาแพง ซูซินได้แอบสอดไส้ 'ท็อปเปอร์ยางพาราแท้ 100% หนา 4 นิ้ว' (ราคา 80 แต้ม) เอาไว้
หลังจากทนนอนปวดหลังบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ มาหลายคืน ในที่สุดคืนนี้นางก็ได้ััความนุ่มเด้งที่รองรับสรีระระดับสูง
[คะแนนสะสมคงเหลือ 30489 แต้ม]
“รวยแล้วก็ต้องปรนเปรอตัวเองหน่อย” ซูซินพึมพำ พลิกตัวกอดหมอนข้าง (ที่เพิ่งซื้อมาเหมือนกัน) “พรุ่งนี้จะติดแอร์ไม่สิ ติดแอร์คงดูเว่อร์ไป เดี๋ยวโดนจับเผาว่าเป็แม่มด เอาแค่พัดลมไอเย็นก็พอ”
ขณะที่นางกำลังเคลิ้มจะหลับ...
[ติ๊ง! คำเตือนระบบรักษาความปลอดภัย!]
[ตรวจพบผู้บุกรุก! พิกัด หลังคาตำหนักทิศเหนือ]
[ระยะห่าง 15 เมตร 10 เมตรกำลังเคลื่อนที่เข้าหาหน้าต่างห้องนอน]
ซูซินเบิกตาโพลง ความง่วงหายเป็ปลิดทิ้ง
ผู้บุกรุก?
โจรขโมยของ? หรือนักฆ่า?
ไม่ว่าจะเป็ใคร การที่มันย่องมาตอนดึกขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เื่ดี
“คิดจะมาทำจารกรรมข้อมูลทางการค้ากับข้าเรอะ เร็วไปร้อยปีไอ้น้อง”
ซูซินดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
“ระบบ! เปิดโหมดป้องกันตัว แนะนำของที่ใช้หยุดศัตรูแต่ไม่ถึงตาย และไม่เสียงดังจนคนทั้งวังตื่น (เดี๋ยวไทเฮาตื่นมาด่า) ”
[แนะนำสินค้า 1. กับดักกาวดักหนูั์ (เหนียวหนึบ) - 5 แต้ม 2. สปอตไลต์เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว - 15 แต้ม 3. แก๊สน้ำตาแบบกระป๋อง - 20 แต้ม]
ซูซินแสยะยิ้มในความมืด
“เอาเบอร์ 2 จัดมา 4 ตัว รอบทิศทาง!”
.……..
บนหลังคาตำหนักวสันตสุข
ร่างเงาสีดำเคลื่อนไหวแ่เบาราวกับแมว เขาคือ 'เงา' ยอดฝีมือแห่งหน่วยข่าวกรองลับ
เป้าหมายคืนนี้คือการ 'ขโมยตัวอย่าง' สินค้าวิเศษขององค์หญิงเก้า เพื่อนำไปให้นายเหนือหัวตรวจสอบ
เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงมาที่ระเบียงหน้าต่างห้องนอนของซูซิน
ใช้มีดสั้นงัดสลักหน้าต่างไม้อย่างชำนาญ ไร้เสียง ไร้ร่องรอย
“ช่างง่ายดายนัก เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย ไร้การป้องกัน” เงาคิดในใจ
เขาค่อยๆ แง้มหน้าต่างออก แล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้องที่มืดสนิท...
วูบ!
ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้นห้อง แสงสว่างจ้าสีขาวนวลระดับ 5,000 ลูเมน (ความสว่างเท่าสนามบอลขนาดย่อม) ก็ะเิออกมาจากมุมห้องทั้งสี่ทิศพร้อมกัน!
“เฮ้ย!” เงาอุทานลั่น ยกมือขึ้นปิดตาด้วยความใสุดขีด
สายตาของเขาที่ปรับให้ชินกับความมืดมิด ถูกแสง LED ความเข้มข้นสูงกระแทกเข้าไปเต็มๆ จนตาพร่ามัว มองเห็นแต่สีขาวโพลน
“อ๊าก! ตาข้า!”
“ยินดีต้อนรับสู่เดอะซีนิธ สาขาวังหลวง!” เสียงเล็กๆ แต่ผ่านการขยายเสียงด้วย 'โทรโข่งจิ๋ว'ดังขึ้นก้องกังวาน
เงาพยายามหรี่ตามองฝ่าแสงสว่าง เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงยืนเท้าสะเอวอยู่บนเตียง สวมแว่นตาดำทรงนักบินสุดเท่
“เ้าเป็ใคร! ใครส่งเ้ามา” ซูซินะโผ่านโทรโข่ง ใส่หน้าผู้บุกรุกที่กำลังตาบอดชั่วคราว
เงานั้นสมเป็ยอดฝีมือ แม้ตาจะมองไม่เห็นแต่สัญชาตญาณยังดีเยี่ยม เขาชักดาบสั้นออกมาตั้งท่าป้องกัน
“ปีศาจ! เ้าใช้สิ่งใดทำตาข้าบอด”
“ปีศาจบ้านป้าเ้าสิ นี่มันหลอด LED ประหยัดไฟเบอร์ 5” ซูซินตอบกลับ “เก็บมีดซะถ้าไม่อยากโดน 'อาวุธลับขั้นต่อไป'”
ในมืออีกข้างของซูซิน ถือกระป๋องสเปรย์สีแดง (สเปรย์พริกไทย) เตรียมพร้อม
เงาลังเล เขาััได้ว่าเด็กคนนี้ไม่มีจิตสังหาร มีแต่จิติญญาพ่อค้า?
“ข้าไม่ได้มาทำร้ายเ้า ข้าแค่มาตรวจสอบ” เงาตอบเสียงต่ำ พยายามปรับสายตา
“ตรวจสอบ?” ซูซินหัวเราะ หึๆ “ภาษาทางการเรียกว่า 'สอดแนม' สินะ ใครส่งเ้ามา คู่แข่งทางการค้าเ้าไหน สนมหลิว หรือองค์ชายสาม?”
“ไม่มีใครจ้างข้า” เงาตอบเลี่ยงๆ “ข้ามาในนามของความมั่นคงของแผ่นดิน ของวิเศษของเ้ามันอันตรายเกินไป อาจเป็ภัยต่อราชบัลลังก์”
ซูซินนิ่งคิด
ความมั่นคง? ภัยต่อบัลลังก์?
อ้อพวกฝ่ายตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐนี่เอง น่าจะเป็คนของแม่ทัพ หรืออ๋องสักคน
นางลดโทรโข่งลง แต่ยังไม่วางสเปรย์พริกไทย
“ปิดไฟ” นางสั่งระบบ
แสงสว่างจ้าดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัว
เงากระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส
“ฟังนะ คุณโจร” ซูซินนั่งขัดสมาธิบนเตียง “ของที่ข้าขาย มีไว้เพื่อความสุขสบายของราษฎร (และเงินในกระเป๋าข้า) ไม่ได้มีไว้ก่อฏ ถ้าเ้านายเ้ากังวลนักก็ให้เขามาคุยกับข้าดีๆ ไม่ใช่ส่งคนมาย่องเบาแบบนี้ มันเสียมารยาท”
ซูซินล้วงมือเข้าไปในถุงย่ามข้างตัว
“อ่ะ เอาไป”
นางโยนวัตถุบางอย่างให้เงา
เขารับไว้ด้วยความระมัดระวัง มันคือขวดแก้วใบเล็ก บรรจุน้ำสีดำสนิท
“นี่คืออะไร ยาพิษ?”
“นี่คือโคล่า” ซูซินเฉลย “เครื่องดื่มแห่งมิตรภาพ รสชาติซ่าบาดคอแต่ชื่นใจ เอาไปให้นายของเ้าลองดื่ม ดูสิว่ากินแล้วจะอยากฏ หรืออยากเรอออกมาด้วยความสุข”
เงมองขวดในมืออย่างงุนงง เด็กคนนี้ประหลาดเกินไป นางไม่กลัวเขา แถมยังให้ของเขาอีก?
“บอกเ้านายเ้าด้วย” ซูซินกล่าวทิ้งท้าย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็จริงจังแบบนักธุรกิจ “ถ้าอยากได้ 'เทคโนโลยี' ไปช่วยเสริมความมั่นคง'เดอะซีนิธ' ยินดีเปิดโต๊ะเจรจา ข้ามีสินค้าเกรดกองทัพเพียบแต่ต้องจ่ายหนักหน่อยนะ”
เงาจ้องมองเด็กน้อยตาแป๋วบนเตียงครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บขวดโคล่าเข้าอกเสื้อ
“ข้าจะจำคำพูดของเ้าไว้องค์หญิงซูซิน”
พรึ่บ!
ร่างดำทะยานออกทางหน้าต่าง หายลับไปกับความมืดราวกับไม่เคยมีตัวตน
ซูซินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงบนที่นอนยางพารา
“เกือบไปแล้ว...”
มือของนางชื้นเหงื่อ
“ระบบพรุ่งนี้ซื้อ 'ระบบเลเซอร์เตือนภัย' มาติดเพิ่มด่วนเลยนะ โลกยุคโบราณนี่มันเถื่อนจริงๆ”
.……………
ณ จวนอ๋องรุ่ย
สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่ามีการคุ้มกันแ่าที่สุดในเมืองหลวง
บุรุษหนุ่มรูปงาม ใบหน้าคมเข้มดุดัน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูง ในมือถือฎีกาลับทางทหาร
เขาคืออ๋องรุ่ยหลงเว่ย พระอนุชาของฮ่องเต้ ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ผู้ปกป้องแผ่นดิน และเป็คนที่ขี้ระแวงที่สุดในปฐี
“กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”
เงาดำปรากฏกายขึ้นกลางห้อง คุกเข่าลง
“ได้เื่ว่าอย่างไร” อ๋องรุ่ยถามโดยไม่เงยหน้า “เด็กนั่นเป็สายลับจากแคว้นศัตรู หรือเป็แม่มดหมอผี”
“นางเป็แม่ค้าพ่ะย่ะค่ะ” เงาตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสับสน
อ๋องรุ่ยเงยหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูง “แม่ค้า?”
“พ่ะย่ะค่ะ นางมี 'อาวุธแสง' ที่ทำให้ตาบอดได้ชั่วขณะ และมีวาจาฉะฉานเกินเด็ก นางฝากสิ่งนี้มาถวายท่านอ๋อง”
เงายื่นขวด 'โคล่า' ให้
อ๋องรุ่ยรับขวดแก้วใสมาพิจารณา น้ำสีดำข้างในมีฟองอากาศผุดขึ้นมาเล็กน้อย
“นางบอกว่านี่คืออะไร”
“นางเรียกว่า 'โคล่า' พ่ะย่ะค่ะ บอกว่าเป็เครื่องดื่มแห่งมิตรภาพและนางฝากข้อความมาว่า หากท่านอ๋อง้า 'เทคโนโลยีเสริมความมั่นคง' นางยินดีเจรจาการค้า”
“หึ...” อ๋องรุ่ยกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ศัตรูในสนามรบต้องขนลุก
“เจรจาการค้างั้นรึกับเด็กแปดขวบเนี่ยนะ”
เขาเปิดจุกขวดโคล่า กลิ่นหอมหวานซ่าๆ ลอยแตะจมูก
“น่าสนใจดูท่าหลานสาวของข้าคนนี้ จะมีความลับซ่อนอยู่เยอะทีเดียว”
อ๋องรุ่ยไม่ได้ดื่ม แต่วางขวดลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์
“จับตาดูนางต่อไปและเตรียมรถม้า พรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมหลานรักที่วังหลวงเสียหน่อย ข้าอยากเห็น 'เทคโนโลยี' ของนางด้วยตาตัวเอง”
……………
ยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.)
บรรยากาศภายในตำหนักวสันตสุขเช้านี้เย็นสบายผิดปกติ ไม่ใช่เพราะอากาศภายนอก แต่เป็เพราะนวัตกรรมใหม่ที่ซูซินเพิ่งติดตั้งเสร็จ
'พัดลมไอเย็นเคลื่อนที่ขนาด 20 ลิตร' (ราคา 45 แต้ม) กำลังส่งเสียงครางหึ่งๆ เบาๆ เป่าลมเย็นฉ่ำผ่านแผงรังผึ้งที่ซูซินสั่งให้เสี่ยวหลี่คอยเติมน้ำแข็ง (ที่ไปขโมย เอ้ย…ไปเบิกมาจากโรงน้ำแข็งหลวง) ใส่ลงไปเรื่อยๆ
ซูซินนั่งจิบ 'ช็อกโกแลตร้อน' อยู่บนเก้าอี้บีนแบ็ก อ่านบัญชีรายรับที่ชุนหลันจดไว้อย่างอารมณ์ดี
“เมื่อวานขายบัตรสมาชิกระดับเงินได้ 50 ใบ ระดับทองคำ 10 ใบกำไรสุทธิพุ่งกระฉูด ถ้าเป็แบบนี้ อีกไม่นานข้าคงซื้อรถสปอร์ตมาขับเล่นในวังได้แน่” ซูซินยิ้มกว้าง
“องค์หญิงเพคะ” เสี่ยวหลี่วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน เหงื่อท่วมตัว
“แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ภัยพิบัติมาเยือน!”
“อะไรอีกล่ะ ลูกค้าตบแย่งของกันอีกรึ” ซูซินถามอย่างไม่ทุกข์ร้อน
