ที่เยี่ยนจิงยามเช้าตรู่ในบริเวณคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่อยู่แถบชานเมืองถูกออกแบบสไตล์จีนย้อนยุคภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ทั้งดอกไม้และพืชพรรณต่างๆถูกนำมาวางเรียงรายตกแต่งได้อย่างรื่นรมย์ เนื่องจากอุณหภูมิที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ต้นสนไซปรัสในบ้านหลังนี้เปลี่ยนสีเป็สีเขียวอ่อนรับเข้ากับหิมะที่ค่อยๆโปรยปรายลงมาจากบนฟ้า ทั้งหมดทั้งมวลนี้ช่วยให้บรรยากาศในลานดูน่าผ่อนคลายเป็อย่างยิ่ง
บนโต๊ะหินอ่อนสีฟ้าตรงมุมหนึ่งของลาน้าโต๊ะเป็กระดานหมากรุกจีนแกะสลักเอาไว้อย่างประณีตหมากรุกสีดำขาวถูกวางเอาไว้ราวกับเป็กลยุทธ์
ใกล้ๆ บริเวณนั้นเป็กระถางใส่หมากที่มีชายชราผมหงอกคนหนึ่งนั่งอยู่ ทั่วทั้งลานรอบนอกเต็มไปด้วยกลุ่มคนคุ้มกันหลายคนกำลังยืนตระหง่านคอยป้องกันภัยอย่างเงียบๆ
ชายชราผู้นี้สวมชุดผ้าฝ้ายสีดำทับด้วยเสื้อโค้ต ผมของเขาเป็สีเทาอมดำเล็กน้อยใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยที่ผ่านห้วงเวลาอันยาวนาน ในขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังหยิบหมากรุกวางลงไปบนกระดาน อีกมือหนึ่งก็ถือกรรไกรเล็มต้นบอนไซแคระที่วางอยู่ด้านหน้าของตนอย่างสบายอารมณ์
ชายชราคนนี้ค่อยๆ บรรจงพรวนดินจากนั้นก็โรยปุ๋ยผสมกับเมล็ดพืชลงไปในกระถาง จากนั้นก็นำกระถางที่ตนเองพรวนดินเสร็จแล้วไปวางอยู่ที่ด้านหนึ่งของสวน เขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะหินพลางรินน้ำชาดื่มอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็กลับมาสนใจกับหมากรุกจีนบนโต๊ะอีกครั้ง
ในตอนนั้นเองหญิงชราที่สวมเสื้อคลุมสีเทาก็เดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งเธอยิ้มให้ชายชราและโค้งคำนับลง
“นายท่านคะ ผู้บัญชาการหยางกลับมาแล้วค่ะ เขากำลังรอคุยกับท่านอยู่ด้านนอก”
ชายชราที่อยู่ในอิริยาบถผ่อนคลาย ทันใดนั้นหมากรุกในมือกลับร่วงลงไปที่กระดานด้านล่าง สถานการณ์ของหมากรุกสีดำกำลังอยู่ใน่อันตราย ชายชราส่ายหน้าก่อนจะถอนหายใจ
“ให้เขาเข้ามาได้”
“ค่ะ” หญิงชรารับคำสั่ง
หลังจากนั้นไม่นานชายผู้หนึ่งที่สวมเครื่องแบบชุดสีเขียวเข้ม ร่างกายสูงใหญ่และดูแข็งแรงกำยำกว่าชายทั่วไปก็ก้าวเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลามันเต็มไปด้วยจิติญญาที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ หยางพั่วจวิน
“พ่อ ผมมาแล้ว” หยางพั่วจวินก้มหัวลงทำความเคารพชายชราด้วยความนอบน้อม
ชายชรากวักมือเรียกเขาเข้ามานั่ง“พั่วจวิน นั่งลงแล้วช่วยพ่อดูหน่อยสิว่าหมากสีดำเป็อย่างไรบ้าง?”
หยางพั่วจวินทำตามคำสั่งของชายชราทันทีเขานั่งลงตรงด้านหน้าและเพ่งมองหมากดำบนกระดานอยู่นานสองนาน ก่อนจะกล่าวขึ้น
“หมากสีดำกำลังจะพ่ายแพ้ ถ้ายังฝืนเดินหน้าต่อไปย่อมจะต้องพบเจอหายนะอย่างแน่นอน”
“อืม...” ชายชราพยักหน้าเขาไม่ได้บอกว่าคำพูดของหยางพั่วจวินผิดหรือถูกมีเพียงรอยยิ้มจางบนใบหน้าเท่านั้นที่ปรากฏออกมา
“เ้ารีบถ่อมาจากเจียงหนานเพื่อที่จะมาหาคนแก่อย่างพ่อคงจะเหนื่อยมากเลยสินะ”
“ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ตามถ้าเป็เื่ของพ่อล่ะก็ ผมไม่มีทางที่จะเหนื่อยง่ายๆ แน่นอน” หยางพั่วจวินกล่าวอย่างจริงใจ
“ฮะฮะ...” ชายชราคลี่ยิ้มออกมา “ทั้งชีวิตของหยางกงิผู้นี้ มีเพียงเ้ากับจี้หยูได้ก็นับว่าเป็สิ่งประเสริฐที่สุดในชีวิตแล้วจี้หยูแต่งงานอยู่ที่จงไห่ แต่ลูกชายของข้ากลับยังอยู่ที่ค่ายทหารในเจียงหนานช่างน่าเสียดายจริงๆ”
หยางพั่วจวินขมวดคิ้วเขากล่าวออกมาด้วยความขมขื่นเล็กน้อย
“พ่อไม่ต้องห่วงนะครับหลังจากที่การเลือกตั้งสิ้นสุดลงเมื่อใด ผมจะกลับมาที่เยี่ยนจิงในทันที เมื่อถึงตอนนั้นผมก็จะพาหลี่เอ๋อร์มาพบกับพ่อด้วย”
หยางกงิเงียบไปคล้ายว่าจะจำอะไรได้
“พ่อได้ยินมาว่าครั้งนี้มีนายทหารและรองประธานหลายแห่งเข้ามาลงสมัครด้วยหลายคนต่างก็อิจฉาริษยาเรา เื่ของคณะกรรมาธิการชาติและพรรคภายใน ต่างเป็เื่ยุ่งยากทั้งนั้นพ่อเองก็แก่แล้ว คงจะอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นานนัก อำนาจที่พ่อมีตอนนี้ก็ยกให้เ้าไปแทบทั้งหมดแล้วตอนนี้พ่อแค่้าพักในที่ที่เงียบสงบเท่านั้น”
หยางพั่วจวินยกศีรษะขึ้นมองบิดาของตนอีกครั้ง“พ่ออย่าพูดเช่นนั้นสิครับ ไม่ใช่ว่าพ่อเป็คนบอกผมเองไม่ใช่เหรอ ว่าพักนี้กระชุ่มกระชวยขึ้นจนสามารถอยู่ได้อีกตั้งหลายสิบปีน่ะ?”
“การเกิดและการตายเป็เื่ธรรมดาเมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้นก็ย่อมจะกลายเป็ผู้ใหญ่ในวันหน้า เป็พ่อคนแม่คนในอนาคต ในขณะที่คนแก่ๆอย่างพ่อก็จะสิ้นลมไปไม่ช้าก็เร็ว ชีวิตของพ่อหยางกงินั้นอาจเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ในสายตาของใครหลายๆ คน แต่พ่อกลับคิดว่ามันช่างไร้ประโยชน์ราวกับว่าพ่อเกิดมาได้ไร้ประโยชน์สิ้นดี”
“พ่อ...”
“พั่วจวิน” หยางกวงิกล่าว “ลูกยังหนุ่มยังแน่นลูกยังต้องเรียนรู้อีกมาก ความคิด การตัดสินใจ และความรับผิดชอบ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็สิ่งที่ได้มาจากการเรียนรู้เท่านั้นลูกเป็ได้มากกว่าพลตรี แกนหลักของประเทศเราต้องใช้กำลังอันสามัคคีมาขับเคลื่อนมันถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ตระกูลหยางของเราเป็หนึ่งในนั้น พ่อภูมิใจที่มีลูกอย่างเ้า แม้แต่ทุกคนในตระกูลก็ยังรู้สึกเป็เกียรติที่ได้เ้ามาเป็ผู้สืบทอด”
“พ่อสืบทอดสายเืมาจากท่านบรรพบุรุษหากไม่มีพ่อ ก็คงไม่มีผมในวันนี้”หยางพั่วจวินกล่าว
หยางกงิไม่พูดอะไรต่อ ชายชราจิบชาในถ้วยเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้น
“ถูกต้องพ่ออาจได้รับสายเืที่สืบทอดมาจากท่านบรรพบุรุษของตระกูลเราก็จริง และบางทีเหตุผลนั้นอาจเป็เื่ที่เราต้องคุยกันอย่างจริงจังในวันนี้”
หยางพั่วจวินกะพริบตาเขาไม่เข้าใจว่าบิดาของตน้าจะสื่อถึงอะไร
หยางกงิพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงดวงตาสาดประกายความทุกข์ออกมาชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็ความยินดีที่ปิดไม่มิด ชายชราดึงเอกสารปึกหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อของตนจากนั้นจึงวางมันไว้ต่อหน้าของหยางพั่วจวิน
หยางพั่วจวินรู้สึกถึงลางไม่ดีเขารับมันมาก่อนจะอ่านดูคร่าวๆ จากนั้นสีหน้าของหยางพั่วจวินก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง!
“พ่อ... เกิดอะไรขึ้น... ทำไมพ่อถึง...” หยางพั่วจวินรู้สึกอ่อนแรงลงทันใด
ปริมาณเอกสารมากมายตรงหน้าของหยางพั่วจวิน แสดงถึงผลการรายงานการตรวจสอบดีเอ็นเอมากมายของหยางเฉินและหยางพั่วจวิน ทั้งหมดถูกดำเนินการอย่างลับๆโดยที่หยางพั่วจวินไม่อาจรู้แม้แต่น้อย!
หยางกงิถอนหายใจออกมา
“เ้าไม่จำเป็ต้องแปลกใจเห็นได้ชัดว่าเ้าและภรรยาเป็ผู้ให้กำเนิดเขาในปีนั้น มีคนช่วยฉันสืบเื่นี้โดยรายงานผลมาที่ฉันโดยตรงอีกทีหนึ่ง”
ถ้อยคำเหล่านี้ราวกับเป็สายฟ้า ที่ผ่าลงในจิตใจของหยางพั่วจวิน “พ่อ... ทำไม... ทำไมถึง...”
หยางกงิแค่นรอยยิ้ม
“ในอดีตที่ผ่านมาฉันเคยต้องลงแข่งขันชิงตำแหน่งมากมายในการเมืองรวมทั้งอิทธิพลภายในประเทศ หากมันสำเร็จลง ตระกูลหยางของเราก็จะเป็อันดับหนึ่งในบรรดาตระกูลทั้งหลายในเยี่ยนจิงได้ถ้าฉันแพ้ มันก็คงยากที่จะบอกว่าตระกูลของเราจะตกต่ำลงถึงขนาดไหน ในตอนนั้นถึงเ้าและภรรยาต่างยังไม่ได้แต่งงานถ้าหากมีเด็กเกิดขึ้นมาล่ะก็ แน่นอนว่ามันต้องเป็เื่อื้อฉาวที่ส่งผลในวงกว้าง เ้าก็เลยตัดสินใจส่งเด็กคนนั้นออกไปที่ไหนก็ไม่รู้สิ่งที่เ้าทำ ทำให้พ่อรู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก เหนือเกียรติยศและความรุ่งเรืองทั้งหมดคือการใส่ใจคนในตระกูลหยางเืเนื้อเชื้อไขของเรา แล้วดูสิ่งที่เ้าทำสิ เ้าส่งเขาออกไประหกระเหินเร่ร่อน อ้างว่าไม่รู้จักแสร้งทำเป็ไม่รับรู้ ไม่เคยคิดที่จะกลับไปหาลูกของตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว”
ใบหน้าของหยางพั่วจวินเปลี่ยนจากสีขาวเป็สีแดงเขาคิดว่าเื่พวกนี้มีเพียงเขาและภรรยาเท่านั้นที่รู้ แต่กลับกลายเป็ว่าพ่อของเขากลับรู้เื่นี้มาโดยตลอด
โดยเฉพาะกับเื่ที่เขาทำเป็ไม่รู้จักลูกของตน
“พั่วจวิน เื่ราวในอดีตที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป หากเป็ครอบครัวธรรมดาๆ ล่ะก็การที่เ้าและภรรยาจะมีเด็กก่อนแต่งงาน ก็ไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่อะไร แม้แต่ตอนนี้การจะให้เด็กคนนั้นกลับเข้ามาตระกูลก็ไม่ใช่เื่ยุ่งยากหรือเป็เื่ใหญ่เขาสามารถเป็ที่รักของคนในตระกูลด้วยซ้ำ แต่ทำไมเ้าถึงยอมแพ้และทิ้งเด็กคนนั้นได้ลงคอ” หยางกงิกล่าวอย่างเ็ป
“บางทีคงเป็เพราะฐานะสมาชิกผู้เป็เสาหลักของตระกูลอาจทำให้เ้ารู้สึกอับอาย ในตอนนั้นเ้าอาจไม่รู้สึกอะไรที่ได้เอาเด็กคนนั้นออกไปจากชีวิต แต่ตอนนี้มันไม่มีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้นเ้าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเืเนื้อเชื้อไขของตนได้อีก ลูกหลานตระกูลหยางต้องเร่ร่อนอยู่ที่โลกภายนอกด้วยความสิ้นหวังก็เพราะเ้าการจะล้างผิดในครั้งนี้ย่อมต้องเป็หน้าที่ของตระกูลหยางที่ควรกระทำ”
หยางพั่วจวินก้มหน้าลงก่อนจะถามด้วยสีหน้าอันหลากหลาย “ใครเป็คนส่งรายงานพวกนี้ให้พ่อเหรอครับ?”
หยางกงิถอนหายใจ “หัวหน้าตระกูลหลินจากจงไห่หลินจื้อกั๋วส่งมา”
“ตระกูลหลิน... หลินจื้อกั๋ว...” ใบหน้าของหยางพั่วจวินเต็มไปด้วยเมฆครึ้ม“หลินจื้อกั๋วเป็เพียงนายพลทั่วไปเขาไม่มีอำนาจทางการทหารมากมายขนาดนั้น ไม่คิดเลยว่าจะกล้ามาหาเื่ตระกูลหยางของเราโดยใช้เื่ส่วนตัวโจมตีมาแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเขา้าให้ผมเสียชื่อเสียงและสูญเสียอิทธิพลทางการทหารไปอีกทั้งยังคิดจะสั่นคลอนสถานะตระกูลหยางของเราด้วย”
หยางกงิขมวดคิ้วพูดขึ้น “พั่วจวิน หลินจื้อกั๋วอาจเป็เพียงนายพลธรรมดาในสายตาเ้าแต่เ้าไม่อาจมองข้ามตระกูลหลินและตัวเขาไปได้โดยเด็ดขาด ที่เ้าเห็นเป็เพียงเปลือกนอกของคนคนนั้นและตระกูลหลินเท่านั้น เ้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสภาความมั่นคงของประเทศ จึงทำให้เ้าไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาพ่อขอบอกเ้าเอาไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน แม้แต่พ่อเองก็ยังต้องรักษาหน้าหลินจื้อกั๋วเอาไว้ส่วนหนึ่งหลังจากนี้ก็อย่าหาว่าพ่อไม่เตือนเ้าก็แล้วกัน!”
เมื่อได้ยินบิดาของตนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมผิดปกติหยางพั่วจวินก็รู้สึกแปลกใจ ไม่ใช่ว่าหลินจื้อกั๋วเป็เพียงนายพลธรรมดาๆ? แล้วเขาเป็ใครกัน?
หลังจากเงียบไปสักพักหยางพั่วจวินก็กล่าวขึ้น
“ั้แ่ที่พ่อรู้เื่นี้ ผมก็ไม่คิดจะปฏิเสธอีก แน่นอนว่าผมเองก็หวังว่าจะพาเด็กคนนั้นกลับไปตระกูลหยางด้วยกันถึงอย่างไรเขาก็เป็ลูกของผม ไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธอีกแล้ว เพียงแต่หลังจากนี้ไม่นานทางประเทศเองก็กำลังจะมีการเลือกตั้งขึ้นผมคิดว่าเราควรจะรอให้ผ่าน่นั้นไปก่อน หลังจากนั้นเราค่อยกลับมาพูดเื่นี้กันอีกครั้งดีไหมครับ?”
ภายในดวงตาของหยางกงิปรากฏความผิดหวังขึ้นเล็กน้อยแต่ชายชราก็พยักหน้ารับคำ
“ลูกเป็ลูกของพ่อ อีกไม่นานพ่อก็ต้องส่งตระกูลทั้งตระกูลให้เ้าดูแล และพ่อหวังเพียงว่าเ้าจะปฏิบัติกับเขาให้ดี เราไม่รู้ว่าเขาเติบโตมาอย่างไร แต่เราก็ไม่ควรละเลยความเป็อยู่ของเขาไปอย่างง่ายดายอีกครั้ง”
“เข้าใจแล้วครับ” หยางพั่วจวินยืนขึ้น “ถ้าพ่อไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับจากนี้ผมจะกลับไปที่กองทัพบกก่อน”
“ไปเถอะ อยู่ที่นี่จะเสียเวลาเ้าเปล่าๆ ”หยางกงิตอบ
หลักจากที่หยางพั่วจวินออกไปไม่นานหญิงชราคนเดิมก็กลับมาอีกครั้ง เธอพูดกับหยางกงิด้วยรอยยิ้ม
“นายท่านอยากให้เปิดเผยสถานะของเขาให้ชัดเจนเลยหรือเปล่าคะตอนนี้นายน้อยเฉินกำลังจะแต่งงานกับหลินรั่วซีที่เป็หลานสาวของหลินจื้อกั๋ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้เป็สามีภรรยากันตามกฎหมาย”
“ใช่... นั่นไม่น่าแปลกใจเท่าไร” หยางกงิพยักหน้ากล่าว
หญิงชราระบายยิ้ม
“บางทีนายน้อยเฉินอาจกลับมาทันงานเลี้ยงฉลองของตระกูลหยางไม่รู้ว่าเขาจะเหมือนกับพ่อของตนหรือเปล่า บางทีท่านหญิงน้อยอาจเป็คนที่ดีใจที่สุดก็ได้หลังจากที่ต้องแยกกับลูกชายของตัวเองมาตั้งหลายสิบปี”
หยางกงิถอดถอนหายใจพลางมองหมากรุกสีดำ
“ชีวิตก็เหมือนกับหมากรุกบางทีเราคงไม่อาจคาดเดาตาต่อไปได้ง่ายดายนัก”
“!”
หมากรุกสีดำที่อยู่บนกระดานกลับกลายเป็ฝ่ายได้เปรียบจากนั้นมันก็กำลังจะโต้กลับหมากสีขาวอีกครั้ง!
