ท่านเ้าเมืองไป๋เมื่อได้รับแจ้งจากทหารที่นำเสบียงไปส่งให้ซื่อจื่อ เขาเองก็กังวลไม่น้อยเลยกลัวว่าซื่อจื่อและทหารเพียงสองพันนาย จะต้านแคว้นศัตรูที่มีทหารจำนวนมากกว่าหลายเท่าได้อย่างไร เมื่อนั่งคิดทบทวนอยู่นานเขาจึงตัดสินใจ จะส่งทหารอีกหนึ่งพันนายไปเพิ่ม และออกเดินทางไปกับขบวนเสบียงตามที่ซื่อจื่อแจ้งมา อย่างน้อยมีทหารไปเพิ่มก็ยังช่วยต้านกองทัพแคว้นตงหนานได้ไม่มากก็น้อย
“เ้ารีบไปแจ้งกับนายกองหัวหน้าทหารรักษาเมือง แบ่งทหารออกมาหนึ่งพันนายเพื่อเดินทางไปสมทบกับซื่อจื่อ ในอีกสามวันข้างหน้าโดยจะนำเสบียงอาหารที่เตรียมไว้เดินทางไปพร้อมกัน” เ้าเมืองไป๋รู้สึกว่า่นี้เขาแก่ตัวลงไปมากทีเดียว ั้แ่มีเื่ของบุตรสาวที่ทำเื่งามหน้าเมื่อหลายวันก่อน
“รับทราบขอรับใต้เท้า”
ฝั่งครอบครัวลู่ชิงเมื่อได้ฟังลู่จื่อกับลู่เสียน บอกข่าวเกี่ยวกับการรับมือข้าศึกในอีกสามวันข้างหน้า พวกเขาก็ใไม่ต่างกันคิดว่าแคว้นตงหนานคงเกณฑ์คนมาเตรียมพร้อมไว้อยู่ก่อนแล้ว ถึงได้คิดบุกทันทีเมื่อได้รับข่าวจากทหารที่รอดกลับไป นั่นก็หมายความว่าทางฝ่ายศัตรู ได้วางแผนเื่าไว้ล่วงหน้าแล้ว มิเช่นนั้นจะสามารถรวบรวมกำลังทหารได้รวดเร็วเช่นนี้หรือ
“นายท่านสวีอย่าได้กังวลจนเกินไปขอรับ ซื่อจื่อบอกเอาไว้ว่าคนที่เป็ทหารตัวจริงอาจจะมีไม่มาก เพราะที่เหลือเป็บุรุษชาวบ้านแถบชายแดน ที่ถูกเกณฑ์เข้ามาร่วมรบมากกว่า จึงได้วางแผนรับมือเอาไว้แล้วคงจัดการได้ไม่ยาก นอกจากนี้วรยุทธ์ที่ซื่อจื่อมี ยังเหนือกว่าพวกเราสี่คนอีกนะขอรับ” ก้งเจี้ยเห็นท่าทางของลู่เวินจึงช่วยพูดให้เขาคลายความกังวล
“ท่านพ่อเ้าคะท่านเชื่อที่พี่ก้งเจี้ยพูดเถิด เพราะข้าก็คิดว่าพี่ชายเซียวต้องเก่งกาจพอตัว ไม่เช่นนั้นจะเป็ผู้นำทหารตั้งมากมายมาที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ” ลู่ชิงช่วยพูดกับบิดาอีกคน
“ท่านพี่เ้าคะถึงพวกเราจะกังวลไปก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ มิสู้อวยพรให้เหล่าทหารกล้าและเตรียมอย่างอื่น ไว้ช่วยเหลือพวกเขาดีกว่านะเ้าคะ” ฟางซินเองก็กังวลอยู่บ้างเช่นกัน แต่แล้วอย่างไรจะให้ออกไปสู้รบก็คงทำไม่ได้
“เช่นนั้นพรุ่งนี้หลังมื้อเช้าพวกเรามาช่วยกัน จัดเตรียมพวกยาทำแผล และยารักษาอาการต่าง ๆ เอาไว้ให้กับทหาร ที่อาจจะาเ็กันดีกว่าเ้าค่ะ วันที่จะนำเสบียงไปส่งพวกเราก็นำยาเหล่านี้ฝากไปด้วย อย่างไรที่นั่นย่อมมีทหาร ที่มีความรู้เื่การรักษาแผลอยู่ด้วยอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” ลู่ชิงไม่อยากให้ทุกคนมีเวลาว่างมากเกินไป มิเช่นนั้นจะเอาแต่นั่งคิดกังวลไปเรื่อยเปื่อยทำให้เสียสุขภาพได้
“ข้าเห็นด้วยกับน้องเล็กขอรับท่านพ่อท่านแม่ สิ่งที่พวกเราช่วยได้ดีที่สุด คงเป็เื่นี้ยังดีกว่าช่วยอะไรไม่ได้เลยขอรับ” ลู่เสียนสนับสนุนคำพูดของน้องสาวสุดฤทธิ์
“พวกเราสองคนก็จะช่วยทุกท่าน จัดยาเตรียมเอาไว้อีกแรงเ้าค่ะ ไม่เกินห้าวันก้งคุนที่ไปสืบข่าวที่ชายแดนก็คงกลับมาแล้ว” เพราะซื่อจื่อส่งก้งคุนไปสืบข่าวดูสถานการณ์ที่ชายแดน ว่ามีการเคลื่อนไหวไปถึงไหนแล้ว
“พรุ่งนี้พวกเราก็ร่วมด้วยช่วยกันทั้งหมดนี่แหละนะ ตอนนี้ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด” ลู่เวินที่เห็นทุกคนกระตือรือร้น ที่จะช่วยกันเตรียมยาก็คลายความกังวลไปได้บ้าง
ยามเช้าวันถัดมา หลังจากทุกคนทานมื้อเช้ากันเสร็จ ก็เข้ามาอยู่ด้านในกระโจมหลังใหญ่ ช่วยกันห่อเม็ดยาด้วยกระดาษ ที่ได้มาจากโรงหมอสำหรับ ห่อยาที่จำเป็ต่ออาการาเ็แยกกันเอาไว้
โดยใช้ด้ายสีต่าง ๆ มัดเอาไว้ ทำให้จดจำได้ง่ายยามที่ต้องหยิบออกมาใช้ นอกจากนี้ยังมีขวดสำหรับใส่น้ำเกลือ ในการล้างแผลและยาน้ำสำหรับทาแผลสด พวกเขาช่วยจัดเตรียมใส่เอาไว้ในหีบไม้ใบใหญ่พอสมควร
จนถึงวันที่ทหารหนึ่งพันนายของเมืองหย่งจิน และขบวนเสบียงต้องออกเดินทางไปที่ตำบลหย่งฝูเพื่อช่วยซื่อจื่อต้านกองทัพข้าศึก ก้งเจี้ยและก้งเยว่ได้นำหีบยาที่เตรียมไว้ นำมาฝากกับทหารที่เป็หัวหน้าในครั้งนี้ พวกเขากำชับให้คนที่มีความรู้ เื่การรักษาคนเจ็บเท่านั้นที่ใช้ได้ ก่อนใช้ยาในหีบใบนี้ให้อ่านรายละเอียดที่ติดอยู่ข้างขวด ห่อยาถึงแม้จะเขียนชื่อยาเอาไว้ ก็ให้จดจำสีของเชือกที่ใช้ผูกห่อยาอีกครั้ง ป้องกันการหยิบยารักษาผิดอาการของคนที่ได้รับาเ็ ทุกคนยืนส่งทหารกล้าทั้งหนึ่งพันนาย ออกจากเมืองหย่งจินไปจนลับสายตา
ตอนนี้ผ่านมาสองวันแล้ว ทุกคนที่อยู่ในเมืองหย่งจินยังคงใช้ชีวิตกันปกติอยู่ ลู่ชิงที่เบื่อกับการต้องอยู่แต่พื้นที่แถบที่พักของตน จึงขออนุญาตบิดาออกไปเดินเล่น ในตลาดของเมืองเสียหน่อย แม้จะได้รับอนุญาตจากบิดา แต่นางต้องพาก้งเยว่ติดตามไปด้วยเช่นเคย ลู่ชิงไม่มีปัญหาอยู่แล้วมีก้งเยว่ไปด้วย ย่อมพูดคุยเื่ของสตรีได้มากกว่า
“พ่ออนุญาตให้เ้าไปเดินเล่นได้แต่เ้าต้องพาก้งเยว่ไปด้วย และห้ามทำอะไรให้ตัวเองเดือดร้อน เข้าใจที่พ่อพูดใช่หรือไม่” ลู่เวินกำชับบุตรสาวอย่างดี เขากลัวนางจะไปรู้อะไรที่มันอันตรายกลับมาอีก
“เ้าค่ะ มีพี่ก้งเยว่ไปด้วยข้าย่อมสบายใจ จะไม่ให้มีเื่อันใดเกิดขึ้นแน่นอนเ้าค่ะ” ลู่ชิงรับปากบิดาเป็มั่นเป็เหมาะ
แต่มันคงจะเป็อย่างที่ลู่ชิงเคยคิดสงสัยเอาไว้ ว่าท่านเทพแอบเพิ่มภารกิจให้นางทำหรือไม่ ถึงแม้ลู่เวินจะเตือนบุตรสาว เกี่ยวกับการรับรู้เื่ราวอันตรายโดยบังเอิญนั้น
พวกเขาไม่สามารถจะรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า มันจะเกิดหรือไม่เกิดเนื่องจากมันห้ามไม่ได้ สำหรับการออกไปเดินเล่นครั้งนี้ของลู่ชิง และความบังเอิญครั้งนี้เป็เื่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย
“พี่ก้งเยว่พวกเราไปเดินดูร้านค้า ที่ยังเปิดในตลาดกันเถิดเ้าค่ะ เผื่อมีของน่าสนใจจะได้ซื้อกลับมาด้วย” ลู่ชิงไม่รอช้าเมื่อได้รับอนุญาต ก็รีบเดินจูงมือก้งเยว่ออกจากที่พักไปทันที
“เ้าค่ะ แต่คุณหนูอย่าอยู่ห่างจากข้านะเ้าคะ เพื่อความปลอดภัยของท่าน หากพลัดหลงกันขึ้นมาผู้คนมากมาย ไม่อาจไว้ใจใครได้” ก้งเยว่ส่ายหน้าให้กับความซุกซนของเด็กสาว
“อื้ม ข้าจะทำตัวติดพี่ก้งเยว่เอาไว้ตลอดเวลาเ้าค่ะ” ลู่ชิงรับปากก้งเยว่อย่างดี แต่ก็ไม่อาจเป็เช่นนั้นได้
ยามเดินมาถึงตลาดที่มีร้านค้า และแผงลอยต่าง ๆ ที่ยังเปิดขายอยู่ ลู่ชิงก็เดินแวะเกือบทุกร้านตลอดทาง แต่ไม่ได้ซื้อทุกร้าน กลับกันเื่ที่ลู่เวินกังวล กับความบังเอิญของบุตรสาวนั้น มันกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้เสียแล้ว
เพราะร้านขนมที่ลู่ชิงอยากชิมนั้น มีคนยืนต่อแถวอยู่สามสี่คน นางจึงรบกวนก้งเยว่ยืนต่อแถวให้ ส่วนตัวเองเดินไปดูปิ่นปักผมตรงแผงใกล้ ๆ กับร้านน้ำชาขนาดกลาง ลู่ชิงยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็บังเอิญเห็นบุรุษสองคนทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ พากันไปทางด้านข้างของร้านน้ำชา
ที่ไม่ค่อยมีผู้คนนางลืมตัวไปแล้วว่า อาจเป็อันตรายแต่เท้ากลับแอบเดินตามสองคนนั้น จนเข้ามาใกล้บริเวณนั้น ลู่ชิงจึงก้มตัวแอบอยู่หลังตะกร้าใบใหญ่ สิ่งที่ได้ยินก็ทำให้นางเกือบจะอุทานออกไป ยังดีที่ยกมือขึ้นมาปิดปากตนเองได้ทัน
“อี้ เ้าส่งข่าวให้ท่านแม่ทัพของเราแล้วใช่หรือไม่ ว่ายามนี้ที่เมืองหย่งจินซื่อจื่อจวนชินอ๋องแคว้นฉู่ พาทหารมาช่วยที่นี่สองพันนาย”
“ข้าเขียนจดหมายผูกติดขานกพิราบ ส่งไปั้แ่เมื่อวานป่านนี้คงถึงมือท่านแม่ทัพแล้วล่ะ ว่าแต่เื่ที่จะส่งคนปะปนเข้าไปในกองทัพของชินอ๋อง จะทำอย่างไรเ้าหาคนได้หรือยังเล่า”
“ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าจะจ้างชาวบ้านสักคน ที่เป็พวกเห็นแก่เงินมากหน่อย ส่งเข้าไปเป็ผู้ช่วยพ่อครัวในค่ายทหารของชินอ๋อง และจะนำยาพิษของพวกนอกด่านให้นำติดตัวไปด้วย แต่ข้าจะบอกเพียงว่ามันเป็ยาบำรุงร่างกายเท่านั้น ด้วยเป็ยาราคาแพงจึงต้องใส่เฉพาะอาหารของชินอ๋อง” เหล่าซานตอบกลับสหายเื่ที่จะวางยาพิษชินอ๋องอีกครั้ง
“แล้วชาวบ้านคนนั้นจะเชื่อที่เ้าพูดงั้นหรือ ข้าเกรงว่าจะทำแผนของพวกเราพังเสียมากกว่า”
“ข้าข่มขู่พวกมันด้วยการจับตัวคนในครอบครัวไว้แล้ว ไม่มีทางที่ชาวบ้านพวกนั้น จะทำแผนการของเราพลาดแน่นอน หากมีใครคิดหักหลังก็สังหารคนในครอบครัวพวกมันเสียก็สิ้นเื่”
“หากเ้าจัดการได้ข้าก็ไม่จะพูดอันใดอีก แล้วพวกเราจะออกไปจากที่นี่เมื่อใดรึ”
“ข้าคิดว่าเป็วันพรุ่งนี้ ตอนที่พวกทหารยามผลัดเปลี่ยนเวร ่เวลานั้นย่อมเปิดโอกาสให้พวกเรา หลบหนีออกไปได้โดยไม่ผิดสังเกต ยิ่งมีชาวบ้านเดินพลุกพล่านเสียขนาดนี้ พวกทหารมาดูแลไม่ถึงแน่นอน”
“อืม เช่นนั้นพวกเรากลับที่พักไปเตรียมตัวกันเถิด”
หลังจากทั้งสองคนแอบพูดคุยกันจบแล้ว จึงพากันเดินออกมาทางเดิม ลู่ชิงเห็นเช่นนั้นก็รีบเอาตะกร้าใบใหญ่ มาบังครอบรอบตนเองไว้ เมื่อมองผ่านรูของตะกร้าเห็นว่า พวกเขาเดินออกจากร้านน้ำชาไปแล้ว นางก็ออกจากที่ซ่อนรีบวิ่งไปหาก้งเยว่ ที่ตอนนี้หันซ้ายหันขวามองหาลู่ชิงอยู่เช่นเดียวกัน
“แฮ่ก ๆ ๆ พี่ก้งเยว่ พวกเรา ๆ รีบกลับไปที่พักกันเถิดเ้าค่ะ ข้าบังเอิญได้ยินเื่ใหญ่มาอีกแล้ว” ลู่ชิงที่วิ่งมาถึงตัวก้งเยว่รีบพูดขึ้นทั้งที่ยังเหนื่อยหอบอยู่ แต่จะปล่อยผ่านไปแค่หนึ่งลมหายใจก็อาจจะไม่ทันการณ์ได้
“คุณหนู!!! อีกแล้วหรือเ้าคะ” โอ้ยยย นางไม่อยากจะคิดเลย หากซื่อจื่อได้รู้ว่าเด็กน้อยของตน ซุกซนจนเจอเื่บังเอิญได้ทุกครั้ง ซื่อจื่อจะดุนางบ้างหรือไม่ แต่คิดไปคิดมาก้งเยว่เชื่ออย่างหลังมากกว่า ไม่มีทางที่เซียวหนิงหลงจะกล้าดุลู่ชิงได้ลงคอ
“โธ่ พี่ก้งเยว่มันเป็เื่บังเอิญจริง ๆ นะเ้าคะ ข้าไม่ได้ซุกซนหรือทำตัวให้มีอันตรายเลยนะ แต่เสียงของคนชั่วพวกนั้นมักจะลอยมาเข้าหูของข้าเองต่างหาก พวกเรารีบกลับกันเถิดเ้าค่ะ เพราะครั้งนี้เกี่ยวพันถึงชินอ๋องเชียวนะเ้าคะ” หากชักช้าเดี๋ยวคนพวกนั้นจะหนีออกไปได้เสียก่อน
“เ้าค่ะ ๆ” เื่ใหญ่จริง ๆ นั่นแหละเพราะเกี่ยวกับชินอ๋องเ้านายของพวกเขาเสียด้วย
ลู่ชิงกับก้งเยว่เดินอย่างเร่งรีบกลับไปที่พักทันที เมื่อมาถึงก็ไม่รอช้าก้งเยว่เรียกก้งเจี้ย ออกมายืนรวมกับครอบครัวของลู่ชิง เพื่อรับฟังเื่ราวที่ลู่ชิงได้ยินมาครอบครัวของลู่ชิงยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของนาง ก็คิดได้ว่าจะต้องเกิดเื่อะไรสักอย่างเป็แน่ และมันก็ไม่ผิดไปจากที่คิดเอาไว้
“ชิงเอ๋อร์เ้ารีบพูดมาเถิด พ่อดูจากท่าทางของเ้าแล้ว คงจะมีเื่บังเอิญกลับมาอีกกระมัง” ลู่เวินเอ่ยหยอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังอยู่ในที
“ทุกคนฟังให้ดีนะเ้าคะ ข้าได้ยินบุรุษสองคนพูดคุยกัน คาดว่าจะเป็สายลับที่แฝงตัวเป็ชาวบ้าน เข้ามาในเมืองหย่งจิน่ที่พวกเราอพยพกันมาที่นี่ พวกเขาคุยกันว่าจะจ้างชาวบ้าน ให้เดินทางไปที่ชายแดนเพื่อรับอาสาเป็ผู้ช่วยพ่อครัวในค่ายทหารของชินอ๋อง และยังจะมอบยาพิษของพวกนอกด่าน ให้ชาวบ้านนำติดตัวไป จากนั้นให้แอบใส่ในอาหารของชินอ๋องเพียงคนเดียวด้วยเ้าค่ะ พวกเขายังได้นัดแนะกันว่า จะหลบหนีออกจากเมืองหย่งจินในคืนวันพรุ่งนี้ ตอนที่ทหารป้องกันเมืองสลับเปลี่ยนเวรยามเ้าค่ะ” ลู่ชิงหอบลมหายใจเข้าลึก ๆ เพราะนางเล่นพูดยาวทีเดียวจนจบ
“ทำไมพวกเราถึงลืมเื่สายลับพวกนี้ไปได้นะ สังหารพวกมันไปตั้งกี่คนก็ยังสามารถส่งตัวแฝงเข้ามาจนได้ ข้าคิดว่าหากคุณชายยังอยู่ที่นี่พวกมันต้องวางยาพิษด้วยอีกคนเป็แน่” ก้งเจี้ยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่เผลอลืมเื่สายลับนี้ไป หากไม่ได้ลู่ชิงที่เกิดความบังเอิญเช่นนี้ แผนการของศัตรูคงสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“จะให้ซื่อจื่อรู้ไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะทำให้ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่มีสมาธิในการกำจัดพวกทหารที่กำลังจะข้ามูเา ฉะนั้นพวกเราคงต้องจัดการให้เรียบร้อยแทนค่อยรายงานทีหลัง” ก้งเยว่พูดกับก้งเจี้ย ตอนนี้ต้องอาศัยฝีมือของพวกเขาสามคนแล้ว
“พวกเ้าจัดการเื่สายลับสองคนที่ชิงเอ๋อร์พูดถึง ส่วนเื่ชาวบ้านที่ถูกจ้างวานคนนั้น ข้าจะไปแจ้งท่านเ้าเมืองขอให้ทหารช่วยจับตาดูว่า มีใครที่อยากจะออกจากเมืองหย่งจินใน่เวลานี้หรือไม่” ลู่เวินปล่อยเื่จับสายลับเป็ของผู้ดูแลสองคนนี้ ส่วนเื่ชาวบ้านคนนั้น เขาจะช่วยนำไปบอกกล่าวกับท่านเ้าเมืองให้อีกทาง
ก้งเยว่กับก้งเจี้ยเห็นด้วยกับความคิดนี้ของลู่เวิน พวกเขาสองคนจะได้ทุ่มเวลาในการค้นหาตัวสายลับให้ได้โดยเร็ว ส่วนลู่ชิงก็ทำหน้าตาสำนึกผิดเข้าไว้ เตรียมขอความสงสารจากบิดา ลู่เวินและฟางซินเห็นบุตรสาวทำหน้าเช่นนั้นก็ดุไม่ลง
พวกเขาสามีภรรยาใช่ว่าจะไม่สงสัย กับความบังเอิญนี้ของบุตรสาว เพราะยามที่นางบังเอิญได้ยินเื่ราวอะไรมา มักจะเป็เื่ใหญ่ไปเสียทุกครั้ง แต่ก็หาข้อสรุปเกี่ยวกับเื่นี้ไม่ได้ ว่าเป็แค่ความบังเอิญจริง ๆ หรือจะเกี่ยวกับท่านเทพ ที่นำนางมายังที่แห่งนี้กันแน่
บนูเาหลังหมู่บ้านอันผิง เซียวหนิงหลงปักหลักอยู่ที่นี่กับทหารได้สามวันแล้ว ที่ผ่านมายังเงียบสงบไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่แล้ว่ยามจื่อ ทหารกลุ่มหนึ่งได้ส่งสัญญาณบอกว่า มีความเคลื่อนไหวกำลังตรงมาทางพวกเขา
เซียวหนิงหลงใช้วิธีส่งสัญญาณมือ ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมกับการปะทะครั้งนี้ ไม่ถึงสองเค่อก็มีแสงไฟโผล่ออกมาให้เห็น ในระยะไกลพวกเขาเตรียมขึ้นสายคันธนูพร้อมยิงศัตรู ทหารแคว้นฉู่ที่อยู่บนเขาจะมีอาวุธติดกายหลายอย่าง
เมื่อทหารแคว้นตงหนานเดินขึ้นมาเรื่อย ๆ อีกแค่ครึ่งลี้จะถึงบริเวณที่เซียวหนิงหลงดักซุ่มอยู่แล้ว เพื่อเป็การเตือนให้ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาไม่ถูกสังหาร จึงะโออกไปด้วยเสียงที่ดังจนก้องไปทั้งป่า
“แคว้นตงหนาน! พวกเ้าอย่าได้คิดพาทหารข้ามผ่านูเาแห่งนี้ เข้ามายังเขตของแคว้นฉู่เด็ดขาด ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาด้วยความไม่เต็มใจ พวกท่านกลับบ้านไปหาครอบครัวเถิด พวกเราไม่ทำร้ายพวกท่านจนถึงแก่ชีวิต ข้าเข้าใจความรู้สึกของพวกท่านดี เช่นนั้นโปรดวางอาวุธ และรีบลงเขากลับบ้านไปเสียเถิด” เสียงที่ดังของเซียวหนิงหลง ทำให้ทหารของแคว้นตงหนานหยุดชะงักในทันที
“เ้าเป็ใคร! กล้าดีอย่างไรมาเป่าหู คนของแคว้นตงหนานของข้า วันนี้พวกเราจะบุกเข้าไปยึดชายแดนของพวกเ้าให้ได้ ต่อไปแผ่นดินของแคว้นฉู่ จะตกเป็ของแคว้นตงหนานอย่างสมบูรณ์ ส่วนพวกเ้าก็กลายเป็ทาสรับใช้พวกข้า จนกว่าจะตายเท่านั้น ฮ่า ๆ ๆ”
รองแม่ทัพสุ่นของแคว้นตงหนาน ะโตอบเซียวหนิงหลงกลับมา ถึงรองแม่ทัพสุ่นจะมีวรยุทธ์ในระดับสูง แต่เมื่อได้มาเผชิญหน้ากับเซียวหนิงหลงกลับไม่สามารถต่อกรได้ และสุดท้ายเขาก็ต้องกลายเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ให้ศัตรูไปเสีย
“ข้าเซียวหนิงหลง บุตรชายของแม่ทัพใหญ่ผู้มีฉายาว่าเทพาไร้พ่าย เซียวชินอ๋องแห่งแคว้นฉู่ หากคำเตือนของข้าพวกเ้าไม่รับฟัง ยังอยากจะทำศึกโดยไม่สงสารชาวบ้านตาดำ ๆ แล้วละก็ พวกเราทุกคนที่นี่ยินดีสังหารพวกเ้า ให้กลายเป็อาหารของสัตว์ร้ายบนูเาแห่งนี้เสีย” เตือนดี ๆ ไม่ยอมฟังอยากต่อสู้เขาไม่ขัดข้องอยู่แล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ ช่างเป็โชคดีของข้าเสียจริง ๆ วันนี้ข้าจะสังหารบุตรชายของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่ และนำศีรษะของเ้าไปเป็ของกำนัล ให้กับกองทัพแคว้นฉู่ดีหรือไม่” รองแม่ทัพสุ่นยังพูดจายโสโอหังกลับมาอีกครั้ง
“ใครจะตัดหัวใครเ้าก็รอดูเอาเองก็แล้วกัน ทุกคนยิงได้!!! ผู้ใดกล้าเข้ามายิงพวกมันจนกว่าลูกธนูจะหมด จากนั้นจงใช้ดาบในมือของพวกเ้า สังหารพวกมันให้สิ้นอย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว” สิ้นคำสั่งของเซียวหนิงหลง เสียงยิงลูกธนูก็ดังติดต่อกันอยู่เกือบหนึ่งเค่อ
“ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ!! ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ!!! อ๊ากกกก!!!”
ธนูที่ยิงออกไปล้วนยิงถูกเป้าหมายทุกดอก เสียงคนที่ร้องด้วยความเ็ปก็ดังไม่ขาดสาย ก่อนหน้านั้นเซียวหนิงหลงและบิดา ได้นำน้ำวิเศษในจำนวนที่มากหน่อย ผสมกับน้ำเปล่ามอบให้หน่วยลับทั้งหมด และทหารฝีมือดีที่คัดเลือกเอาไว้อีกหลายพันนายได้ดื่ม เพื่อให้คนเหล่านี้บรรลุวรยุทธ์ขั้นสูง ก่อนจะออกมาทำศึกในครั้งนี้
และตลอดการเดินทางจากเมืองหลวง จนถึงเมืองหย่งจินเซียวหนิงหลงยังให้พวกเขาได้ดื่มอีกหลายครั้ง ทำให้การมองเห็นในที่มืดยามค่ำคืน มองได้ชัดมากกว่าคนธรรมดา พวกเขาจึงยิงธนูออกไปด้วยความแม่นยำ ่เวลานั้นก็มีเสียงดังขึ้น คงเป็ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มานั่นเอง
“ข้าไม่้าสู้แล้วข้าจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้! ได้โปรดอย่ายิงข้าเลยขอรับ”
“ข้ายังไม่อยากตาย! ครอบครัวข้ายังมีคนแก่และเด็กให้ข้าต้องดูแลอีกหลายชีวิต”
“พวกข้าจะลงเขาไปเดี๋ยวนี้แล้ว ขอพวกท่านอย่าได้ยิงมาทางพวกเรานะขอรับ!”
“พวกเรารีบลงจากเขาด้วยกันเถิด หากยังชักช้าพวกเราจะตายกันหมด หน้าที่นี้ปล่อยให้พวกทหารต่อสู้ไปเถิด”
่ชุลมุนมีชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาไม่น้อย ที่ยอมทิ้งอาวุธและหันหลังวิ่งลงเขาไปอย่างรวดเร็ว ดั่งผึ้งแตกรังพวกเขายังคิดอยู่ว่า หากยอมลงเขาั้แ่ได้ยินคำเตือน คงไม่ต้องเสี่ยงถูกลูกธนูยิงเช่นนี้
“เ้าพวกขี้ขลาด!! กลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะตามไปสังหารพวกเ้าแน่นอน” รองแม่ทัพสุ่นที่เห็นชาวบ้านมากมาย ที่เกณฑ์มารบทิ้งอาวุธวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ก็ร้องะโข่มขู่ออกไป แต่ไม่มีใครหันกลับมาแม้แต่คนเดียว รองแม่ทัพสุ่นอารมณ์เสียเป็อย่างมาก แต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้เพราะคนที่วิ่งหนีไปกลุ่มใหญ่ ก็เป็แค่ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาระหว่างเดินทางเท่านั้น
“รองแม่ทัพท่านนี้อย่าได้พูดจาข่มขู่ชาวบ้านอยู่เลย คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเ้าคือข้าผู้นี้เท่านั้น” เซียวหนิงหลงะโออกไป เรียกสติของรองแม่ทัพสุ่นให้หันมาสนใจ การต่อสู้ตัดสินเป็ตายระหว่างพวกเขาจะดีกว่า
เซียวหนิงหลงไม่รอให้รองแม่ทัพสุ่นได้ตั้งตัว เขารีบดีดตัวออกไปด้วยความเร็ว พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายที่ตั้งท่ารับด้วยดาบเล่มใหญ่ การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เริ่มขึ้น ทั้งสองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับ ด้วยกระบวนท่าที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยขั้นวรยุทธ์ของเซียวหนิงหลงที่สูงกว่า ทำให้อีกฝ่ายได้รับาเ็ไปหลายแผล บนร่างกายเต็มไปด้วยเืที่ไหลออกมาไม่หยุด
“นะ นะ นี่เ้าบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงแล้วเช่นนั้นรึ!” รองแม่ทัพสุ่นที่าเ็ไปทั่วร่างใกับเื่นี้มาก เขาคิดว่าตนเองนั้นมีวรยุทธ์ที่เหนือกว่าอีกฝ่าย จึงได้ทะนงตนจนลืมตัว พอหันไปมองทหารที่ต่อสู้อยู่รอบ ๆ ต่างล้มตายไปไม่น้อยแล้ว
“ถูกต้อง ข้าบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงแล้ว และอีกไม่นานก็จะบรรลุขั้นสูงสุดอีกเช่นกัน ทำไม? เ้าเริ่มกลัวขึ้นมาแล้วเช่นนั้นรึ เมื่อกี้ยังมีท่าทีโอหังอวดดีอยู่มิใช่หรือ” หากไม่ได้น้ำวิเศษของชิงเอ๋อร์ วันนี้เขาคงต้องเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับแคว้นตงหนานเป็แน่
“หึ ข้าไม่มีทางยอมแพ้เด็กเมื่อวานซืนเช่นเ้าง่าย ๆ หรอก ข้าจะสู้ตายกับเ้า!! ย๊ากกกก” รองแม่ทัพสุ่นพูดจบก็ถือดาบเล่มใหญ่ กระโจนเข้าหาเซียวหนิงหลงทันที
เซียวหนิงหลงไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้เข้าถึงตัว เขาใช้กระบวนท่าวรยุทธ์ที่หลากหลาย และแปลกประหลาดเป็ฝ่ายรุกกลับเข้าหาอีกฝ่ายแทน รองแม่ทัพสุ่นที่ไม่ว่าจะหลบหลีก คมดาบของเซียวหนิงหลงไปทางใด ล้วนไม่สามารถหลบมันได้พ้น ตอนนี้แผลบนร่างกายเพิ่มขึ้นมาอีกหลายแผล และมันก็ลึกจนเกือบถึงกระดูก
“ข้าไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปแล้ว ขอจบการต่อสู้กับเ้าไว้แค่นี้ก็แล้วกัน ส่วนหัวของเ้าข้าจะนำมันไปส่งคืนให้แม่ทัพใหญ่ด้วยตนเองอย่างแน่นอน” เซียวหนิงหลงยังต้องเดินทางไปสมทบกับบิดา ที่ชายแดนอีกหลังจากจัดการเื่ที่นี่จบ
เมื่อสั่งลารองแม่ทัพสุ่นแล้ว เซียวหนิงหลงจึงเพิ่มความเร็วของกระบวนท่าต่อสู้ เข้าประชิดตัวอีกฝ่ายพร้อมกับยกดาบที่คมกริบ ตัดหัวของอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้ส่งเสียง ทหารที่เหลืออยู่ไม่มากกำลังสู้กันอยู่ เซียวหนิงหลงจึงะโด้วยเสียงที่ดังก้องป่าแห่งนี้อีกครั้ง
“ทหารแคว้นตงหนานจงวางอาวุธยอมแพ้ซะ! ตอนนี้รองแม่ทัพของพวกเ้าถูกข้าตัดหัวเรียบร้อยแล้ว หากยังอยากมีชีวิตจงวางอาวุธในมือ แต่ถ้าอยากตายจงต่อสู้กับทหารของข้าต่อไป” ด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่ว ทำให้ทหารแคว้นตงหนานหันมามองทางเขาทันที
“รองแม่ทัพสุ่นตายแล้วจริง ๆ งั้นรึ!”
“นะ นะ นั่นร่างที่ไร้ศีรษะของรองแม่ทัพสุ่นจริง ๆ ด้วย”
พอเห็นในมือของเซียวหนิงหลง ถือศีรษะรองแม่ทัพของพวกตน จึงหยุดต่อสู้และยอมวางอาวุธลง พวกเขาไม่อยากเชื่อว่ารองแม่ทัพสุ่นที่ว่าเก่งกาจ ยังต้องแพ้ให้กับเด็กหนุ่ม รุ่นราวคราวเดียวกับบุตรชายของรองแม่ทัพเอง
เมื่อทุกอย่างจบลงทหารแคว้นตงหนาน ล้มตายไปมากมายส่วนทหารแคว้นฉู่แม้จะไม่มีใครเสียชีวิต แต่ก็มีาเ็อยู่พอสมควร
“ตันเจียงเ้ากับทหารบางส่วน นำเชือกมามัดเชลยเหล่านี้เอาไว้ แล้วนำตัวลงไปที่หมู่บ้านอันผิง ส่วนคนที่ไม่าเ็ ช่วยกันพยุงคนของเราที่าเ็ลงไปรักษาาแก่อน และอย่าลืมบอกทหารที่หมู่บ้านทำอาหารง่าย ๆ ไว้สักหน่อย สำหรับคนเจ็บก็ทำเป็โจ๊กหรือข้าวต้มให้พวกเขาทานด้วย” แม้จะมีอาหารให้ทานทุกวัน แต่ว่าวันนี้พวกเขาใช้แรงกันไปมาก ให้พวกเขาได้กินอิ่มนอนหลับสักหน่อยจะเป็ไร
“ขอรับซื่อจื่อ” ตันเจียงคำนับเ้านายและไปทำตามคำสั่งทันที
เซียวหนิงหลงคิดเอาไว้ว่า จะส่งจดหมายไปแจ้งบิดาเื่การศึกของทางนี้ ทันทีที่กลับไปถึงเมืองหย่งจิน และคงจะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อรอกองทัพใหญ่ เพราะเขายังไม่วางใจสถานการณ์เท่าใดนัก คงต้องจัดกำลังทหารให้ไปสอดส่องบนูเาเป็ระยะหลังจากนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีทหารของแคว้นตงหนานบุกขึ้นเขามาอีก และที่สำคัญเขาคิดถึงชิงเอ๋อร์จะแย่แล้วนั่นเอง
