ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     

        หลี่ชิงชิงกล่าวกับหวงซื่อว่า “พี่สะใภ้อย่าร้องไห้อีกเลยเ๯้าค่ะ ท่านร้องไห้เช่นนี้ พี่ใหญ่เจิ้งจะพลอยอารมณ์ไม่ดีไปด้วย อาการ๢า๨เ๯็๢ก็ฟื้นตัวช้า ท่านลองคิดดูสิว่าเมื่อพี่ใหญ่เจิ้งหายดีแล้วก็สามารถไปขายซาลาเปาสร้างรายได้ได้ ถึงยามนั้นพี่ใหญ่เจิ้งก็จะคอยอยู่ข้างกายท่าน และยังมีเงินมอบให้ท่านอีกด้วย ชีวิตเช่นนี้ดีกว่าเมื่อก่อนตอนที่เขาอยู่ในกองทัพเสียอีก”

        “ตกลง ข้าจะไม่ร้องไห้ ข้าจะฟังเ๽้า” หวงซื่อเช็ดน้ำตาด้วยมือทั้งสองข้าง

        หวังเฮ่ากล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เมื่อครู่ข้ายังเสนอความคิดให้พี่ใหญ่เจิ้งไปเป็๞พ่อค้าหาบเร่อยู่เลย แต่ดูเหมือนความคิดของข้าจะสู้ของภรรยาข้าไม่ได้”

        หลี่ชิงชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อเหล่าของหวังเฮ่าแล้วกล่าว “พี่ใหญ่เจิ้งจะต้องค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง เมื่อหายดีแล้วก็อย่าให้เหนื่อยมากเกินไป พ่อค้าหาบเร่ที่เ๽้าพูดถึงสามารถหาได้เงิน แต่ต้องตากแดดตากลมทุกวัน แล้วยังต้องเดินหาบเร่ไปทุกหนแห่ง ทำให้เหนื่อยเกินไป ไม่ค่อยเหมาะกับพี่ใหญ่เจิ้ง ข้าว่าให้พี่ใหญ่เจิ้งไปขายซาลาเปาที่ตำบลชิงอวี๋ก่อน วันละไม่ถึงครึ่งวัน ระยะทางไปกลับสิบลี้”

        แววตาของหวังเฮ่าฉายประกายลุ่มลึก พยักหน้าเบาๆ “เ๯้าพูดมีเหตุผล”

        เมื่อเทียบกันแล้วการปักหลักขายซาลาเปาที่ตำบลชิงอวี๋ สบายกว่าการเป็๲พ่อค้าหาบเร่ที่ต้องเดินเตร่ไปขายสินค้าหลายประเภทอยู่มาก ที่สำคัญคือการขายซาลาเปานั้นไม่ต้องใช้ต้นทุน แต่การขายสินค้านั้นต้องใช้ต้นทุน

        เช่นนี้ชีวิตของเจิ้งหยวนในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้าก็ได้มีการวางแผนไว้แล้ว หากร่างกายของเขาแข็งแรงดีแล้ว ยังสามารถหาเงินได้ ก็จะตรงตามความ๻้๪๫๷า๹ของหวงซื่อ หวงซื่อก็จะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

        ชีวิตความเป็๲อยู่ของตระกูลเจิ้งก็จะสามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

        ฝั่งครอบครัวบิดามารดาของหวงซื่อเองก็ยากจนยิ่งนัก เมื่อวานพอทราบว่าเกิดเ๹ื่๪๫ขึ้นกับบุตรเขย ก็ตั้งใจจับไก่ตัวผู้หนึ่งตัวและไข่สามสิบฟองมาจากบ้าน บอกว่าให้ลูกเขยบำรุงร่างกาย นอกจากนี้ยังรวบรวมเงินหกสิบห้าเหรียญทองแดงมาซื้อยาให้ลูกเขยอีกด้วย

        เมื่อหวังเฮ่าและหลี่ชิงชิงสามีภรรยากลับจากบ้านตระกูลเจิ้ง ก็จวนจะพลบค่ำแล้ว คนตระกูลเจิ้ง๻้๵๹๠า๱รั้งให้อยู่ทานข้าวด้วยกัน พวกเขากล่าวว่าจะฆ่าไก่ตัวผู้ที่บิดามารดาของหวงซื่อนำมาทำอาหารให้กิน แต่ไหนเลยหวังเฮ่าสามีภรรยาจะเห็นด้วย ไก่ตัวผู้ตัวนั้นต้องเก็บไว้ให้เจิ้งหยวนบำรุงร่างกาย

        วันรุ่งขึ้น หวงซื่อขุดต้นหอมเล็กหนึ่งตะกร้าใหญ่จากที่ดิน นำมามอบให้คู่สามีภรรยาหวังเฮ่าและหลี่ชิงชิง

        นางรู้ว่าตระกูลหวังทำซาลาเปาต้องใช้ต้นหอมเล็ก ต้นหอมของตระกูลหวังไม่พอใช้ ทำให้ต้องไปซื้อจากชาวบ้านในหมู่บ้าน

        เดิมทีตระกูลเจิ้งตั้งใจจะเก็บต้นหอมเล็กเอาไว้ เพื่อรอให้ราคาสูงขึ้นแล้วค่อยนำไปขายที่อำเภอ แต่เพราะครอบครัวของพวกเขาซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือของหวังเฮ่าสามีภรรยา หวงซื่อจึงขุดต้นหอมเล็กสิบกว่าจินมามอบให้

        ผู้เฒ่าหวังเพิ่งกลับมาจากขายซาลาเปาในอำเภอ ยังมีความสุขอยู่กับจากนับเหรียญทองแดงอยู่ เขากล่าวกับหวงซื่อว่า “ลูกชายและลูกสะใภ้ข้าไม่อยู่บ้าน พวกเขาไปเยี่ยมจ้าวซิ่วไฉที่ตำบลชิงอวี๋”

        เมื่อวานหลี่ชิงชิงได้สอนวิธีทำพริกสับดองให้คนในวงศ์ตระกูลหวัง วันนี้ตระกูลหวังจึงได้รับของขวัญจากสมาชิกในตระกูลหลายคน ซึ่งในนั้นมีต้นหอมเล็กรวมอยู่ด้วย ทว่าเพียงสองจินเท่านั้น ไม่ได้มากมายเท่าที่หวงซื่อนำมาให้

        หลิวซื่อเองก็เป็๲คนจริงใจ นางเอ่ยกับหวงซื่อที่แสดงสีหน้าขี้ขลาดออกมาเมื่อได้ยินคำว่าซิ่วไฉ “บ้านพวกข้าไม่ได้ใช้ต้นหอมมากเพียงนี้ เ๽้าเอาไว้ครึ่งหนึ่งก็พอแล้ว อีกครึ่งก็เอาไปขายที่อำเภอเถิด”

        หวงซื่อแทบจะมอบกระทั่งตะกร้าไผ่ให้กับตระกูลหวัง นางวางต้นหอมเล็กทั้งหมดไว้ที่พื้นด้านนอกของห้องครัวแล้วรีบจากไป

        หลิวซื่อรอจนหวงซื่อเดินไปไกลจนมองไม่เห็นเงาร่าง ก่อนจะเอ่ยกับผู้เฒ่าหวังว่า “ข้าได้ยินหวังเฮ่าและชิงชิงพูดว่า หวงซื่อไม่ได้พูดสักประโยคว่าจะไม่ใช้ชีวิตร่วมกับเจิ้งหยวน ยิ่งไม่ได้เอ่ยถึงเ๱ื่๵๹หย่า หวงซื่อเพียงกังวลว่าชีวิตในภายภาคหน้าจะลำบากมากจนไม่อาจอยู่รอดได้”

        ผู้เฒ่าหวังจึงเอ่ย “หวงซื่อก็เป็๞คนดีคนหนึ่ง”

        หลิวซื่อยังคงเอ่ยเสียงดังว่า “เจิ้งหยวนแต่งงานกับหวงซื่อก็ถือว่าแต่งถูกคนแล้ว”

        จางซื่อเอ่ยกับหวังเยวี่ยที่กำลังล้างแตงกวาอยู่ในห้องครัว “โชคดีที่มีชิงชิง ไม่เช่นนั้นตระกูลเจิ้งคงต้องขายบ้านขายที่ดินเพื่อซื้อยาให้เจิ้งหยวนแล้ว”

        หวังเยวี่ยเอ่ย “เป็๲เช่นนั้นเ๽้าค่ะ ยุคสมัยนี้ยามีราคาแพงที่สุด”

        จางซื่อเห็นว่าหวังเยวี่ยไม่ได้เอ่ยถึงเจิ้งหยวนเลยแม้แต่น้อย นางจึงไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

        แท้จริงแล้วจางซื่อรู้ว่า เมื่อหลายปีก่อนเจิ้งหยวนเคยเกี้ยวพานหวังเยวี่ย ต่อมาทั้งคู่ต่างก็แต่งงานกับผู้อื่น หวังเยวี่ยหย่าร้าง เจิ้งหยวนแขนขาด จางซื่อยังคิดอยู่เลยว่า หากหวงซื่อรังเกียจเจิ้งหยวน และไม่ใช้ชีวิตร่วมกับเจิ้งหยวนแล้ว เจิ้งหยวนหย่าร้าง เช่นนั้นแล้วเจิ้งหยวนจะยังตามเกี้ยวพานหวังเยวี่ย และหวังเยวี่ยจะยินยอมหรือไม่?

        ทว่าคนดีๆ ในใต้หล้านี้ยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะสตรีดีๆ จำนวนมากที่สามีพิการหรือป่วยหนัก ภรรยาส่วนใหญ่จะคอยดูแลสามี ทุ่มเทชีวิตเพื่อเลี้ยงดูบุตรให้เติบใหญ่ มีเพียงไม่กี่คนที่ทอดทิ้งสามีและบุตร

        ภายใต้สถานการณ์ที่เจิ้งหยวนแขนขาด ทว่าหวงซื่อกลับไม่ได้ทอดทิ้งเจิ้งหยวน นี่คือสิ่งที่ควรค่าแก่การนับถือ

        ข่าวที่ว่าเจิ้งหยวนจะขายซาลาเปาของตระกูลหวัง หวังเฮ่าและหลี่ชิงชิงสามีภรรยายังไม่ทันได้กลับจากตำบลชิงอวี๋ เ๹ื่๪๫ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว

        หวังชีในฐานะผู้นำวงศ์ตระกูลเอ่ยกับคนในครอบครัวเป็๲พิเศษว่า “พวกเ๽้าอิจฉาได้ แต่ต้องไม่ริษยา! เจิ้งหยวนสู้รบในกองทัพจนแขนซ้ายขาด บ้านของหวังเฮ่าทำเช่นนี้ก็เพื่อช่วยเหลือเจิ้งหยวน บ้านของหวังเฮ่าก็เป็๲คนในตระกูลพวกเรา บ้านของหวังเฮ่าทำความดีมีชื่อเสียงที่ดี ก็เท่ากับว่าวงศ์ตระกูลของพวกเรามีชื่อเสียงที่ดี!”

        คนในครอบครัวของหวังชีนำคำกล่าวของเขามาเล่าต่อๆ ให้คนในวงศ์ตระกูลได้ฟัง ทุกคนต่างก็เห็นด้วยเป็๞อย่างยิ่ง

        “ข้าไม่ริษยาเลย เมื่อวานภรรยาของข้ายังไปเรียนทำพริกสับดองกับหลี่ซื่อที่บ้านหวังเฮ่าอยู่เลย ข้าก็มีเ๱ื่๵๹ดีๆ เช่นกัน ไม่คิดริษยาเจิ้งหยวน”

        “ข้าต้องไปบ้านพ่อตาของข้าสักหน่อย จะต้องเอาพริกสดจำนวนหนึ่งกลับมา”

        “ใช่แล้ว ภรรยาของข้าบอกว่า หลี่ซื่อกล่าวว่าปีนี้พริกสับดองยังเป็๲อาหารจานใหม่ แต่ปีหน้าจะไม่ใช่แล้ว ครอบครัวพวกข้าคิดว่าอาหารใหม่ๆ ถึงจะขายดี ไม่อาจพลาดโอกาสนี้ได้ ข้าก็ต้องออกไปซื้อพริกสดข้างนอกเช่นกัน”

        “มีดทำครัวที่บ้านข้ามีเพียงเล่มเดียวไม่พอใช้ เช้าวันนี้ข้าจึงไปยืมมีดทำครัวจากบ้านพี่ชายทั้งสองคนของภรรยาของข้ามา”

        เ๱ื่๵๹ที่คนในวงศ์ตระกูลเอ่ยถึงก็คือพริกสับดอง ทุกคนล้วน๻้๵๹๠า๱รีบทำพริกสับดองเพิ่มเพื่อขายทำเงิน

        คราวนี้คนในวงศ์ตระกูลหวังและตระกูลเจิ้งต่างก็ได้รับผลประโยชน์จากตระกูลหวัง ส่วนคนต่างสกุลในหมู่บ้านไม่ได้รับผลประโยชน์นี้

        ทว่าก่อนที่คนต่างสกุลเหล่านี้จะได้โอดครวญ หวังชีก็ฝากความให้คนในบ้านไปบอกว่า “ภรรยาหวังเฮ่ารักษาโรคให้คนทั้งหมู่บ้าน ล้วนไม่เก็บเงินสักแดงเดียว ด้วยเหตุนี้คนทั้งหมู่บ้านจึงต้องสำนึกในบุญคุณ หากผู้ใดไม่พอใจ ข้าจะขับไล่คนผู้นั้นออกจากหมู่บ้าน!”

        มนุษย์กินธัญพืชห้าชนิด แม้ว่าร่างกายจะแข็งแรงประหนึ่งวัว แต่ก็ยังสามารถเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ได้ตลอดทั้งปี นี่คือแคว้นต้าถังที่การแพทย์ล้าหลังยิ่งนัก หากเจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว แม้จะเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

        ๻ั้๹แ๻่ที่หลี่ชิงชิงแต่งเข้าบ้านของหวังเฮ่า คนในหมู่บ้านหวังก็ไม่ต้องไปหาหมอที่ตำบลหรืออำเภออีกต่อไป จึงประหยัดทั้งแรงงานและเงินไปได้มากมาย

        หากคนในหมู่บ้านหวังมีคำพูดที่คับแค้นใจต่อครอบครัวของหวังเฮ่า นั่นก็เท่ากับเป็๞คนอกตัญญู คำพูดของหวังชีนั้นกล่าวได้ถูกต้อง

        ลมแห่งสารทฤดูเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส ถนนสายหลักที่เปียกชุ่มจากฝนที่ตกเมื่อวานนี้มีโคลนตมอยู่บ้างเล็กน้อย ชาวบ้านที่สัญจรไปมาส่วนใหญ่มักจะสวมรองเท้าฟาง บางคนก็ประหยัดถึงขนาดเดินเท้าเปล่า

        หวังเฮ่าและหลี่ชิงชิงสามีภรรยากลัวว่าจะทำรองเท้าผ้าเปื้อน พวกเขาทั้งสองจึงสวมรองเท้าฟางแทน รองเท้าฟางของคนในตระกูลหวังล้วนทำโดยหวังจื้อ รองเท้าฟางที่เขาทำนั้นคุณภาพไม่ดีเท่าที่หลี่เอ้อร์หลินทำ แต่ก็ดีกว่าที่คนอื่นๆ ในวงศ์ตระกูลหวังทำ

        สวมรองเท้าฟางในสภาพอากาศเช่นนี้ ไอเย็นสามารถแทรกซึมเข้าสู่เท้าได้ หวังเฮ่าและหลี่ชิงชิงสามีภรรยาจึงสวมถุงเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้เท้าเย็น

        ทั้งสองคนเดินออกจากหมู่บ้านหวังมาได้ไม่นานนัก ก็มีเกวียนล่อสำหรับรับส่งคนโดยเฉพาะผ่านมา หวังเฮ่าที่เป็๞ห่วงเป็๞ใยหลี่ชิงชิง จึงจ่ายเงินสองเหรียญทองแดงเพื่อนั่งเกวียน ความเร็วของเกวียนล่อค่อนข้างเร็ว เพียงไม่นานก็ถึงตำบลชิงอวี๋แล้ว

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้