ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างของซุนเฟย ตลอดเวลาที่มอง พวกเขาเห็นแค่ซุนเฟยหยิบขวดยาเล็กๆ สีแดงออกมาจากแหวนเก็บของ ก่อนจะเทของเหลวสีแดงราวกับเืนั้นเข้าไปในปากของ 'กริชไร้เงา' อินซากีที่กำลังหมดสติอยู่ จากนั้นาแที่น่ากลัวตามร่างกายของอินซากีก็เริ่มทำการสมานตัว เนื้อและิัใหม่จำนวนมากงอกออกมา การฟื้นฟูเร็วขึ้นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า าแตามร่างก็ค่อยๆ จางหายไป
ด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดแบบนี้ ทำให้หลายคนมองข้ามการเปลี่ยนแปลงอันน่าเหลือเชื่อที่กำลังเกิดขึ้นบนร่างของอินซากี
ในขณะที่ซุนเฟยประคองร่างศิษย์ของตัวเองขึ้นมา เขาก็หันหน้าไปมองยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมตรงหน้า ทันใดนั้นความตึงเครียดของบรรยากาศก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างทราบดีว่า ด้วยพลังของาาแซมบอร์ด ถ้า้าก็สามารถจัดการกับยอดฝีมือตรงหน้าได้อย่างง่ายดายราวกับบี้มดตัวหนึ่ง
แต่ถ้าลงมือก็เท่ากับว่าเป็การทำลายภาพลักษณ์วีรบุรุษในความคิดของพวกเขา ไม่มีใครคาดหวังให้าาแซมบอร์ดลงมือ เพราะก่อนหน้านี้ การกระทำที่าาแซมบอร์ดแสดงออกมาในยามเผชิญหน้ากับเหล่าอัศวินผู้ตัดสิน ทำให้มีผู้คนจำนวนมากยกย่องว่าเป็ผู้ยืนหยัดแข็งขืนต่ออำนาจบาตรใหญ่ ขณะเดียวกันก็มีนักรบที่มาจากอาณาจักบริวารจำนวนนับไม่ถ้วนเห็นาาหนุ่มคนนี้เป็วีรบุรุษของพวกเขา แต่ตอนนี้ หากาาแซมบอร์ดลงมือขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็ มันจะกลายเป็กลั่นแกล้งคนอ่อนแอ ภาพลักษณ์วีรบุรุษที่อยู่ในใจของเหล่านักรบรากหญ้าคงแตกสลายเป็เสี่ยงๆ
ดวงตาคมกริบราวกับมีดของซุนเฟยหยุดมองที่ใบหน้าของยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลม แม้ว่ายอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมจะไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป แต่ตอนนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมา เพียงเผชิญหน้ากับาาแซมบอร์ดตรงๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัวอย่างชัดเจน ยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่ถูกัั์จ้องมองมา แค่อีกฝ่ายเพิ่มแรงกดดันขึ้นอีกเล็กน้อยก็สามารถบีบให้เขาต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาได้แล้ว
นี่เป็ความกลัวที่ออกมาจากจิติญญา
“เ้ามีนามว่าอะไร?” ทันใดนั้นซุนเฟยก็เอ่ยถามขึ้นมา “มาจากอาณาจักรบริวารไหน?”
คำถามนี้ทำให้บรรยากาศในลานประลองยิ่งเพิ่มความตึงเครียดขึ้นมา
ถึงน้ำเสียงของาาแซมบอร์ดจะฟังดูนิ่งสงบ แต่ยิ่งสงบนิ่งเท่าไรก็ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น และเนื้อหาของคำถามก็ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าาาแซมบอร์ดเตรียมลงมือสังหาร ไม่เพียง้าสังหารยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมผู้โชคร้ายคนนี้ให้ตายเพียงคนเดียว แต่ถึงขนาด้าฆ่าล้างบางอาณาจักรบริวารของฝ่ายตรงข้ามให้เหี้ยน
เห็นได้ชัดว่ายอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมก็คิดเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
“นามของข้าคือ อาร์เยิน โรบเบิน ส่วนนามของอาณาจักรข้านั้น ฝ่าาจะได้ยินจากการประกาศของผู้ตัดสิน แต่อย่าหวังว่าจะได้รู้จากปากของข้า” เมื่อเห็นกรรมการผู้ตัดสินกลัวหัวหดอยู่ด้านข้างจนไม่กล้าที่จะเดินเข้ามา โรบเบินจึงยืดอกตัวเองแล้วพูดเสียงดังว่า “การต่อสู้บนสนามประลองดาบมันย่อมต้องมีาเ็ล้มตาย ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็ยั้งมือไม่สังหารเขาแล้ว แต่ถ้าาาแซมบอร์ด้าระบายอารมณ์โกรธส่วนตัวมาที่ข้าหรืออาณาจักรของข้า พวกข้าก็คงต้องสู้ตายกันไปข้างหนึ่งเท่านั้น”
เสียงประกาศกร้าวของอาร์เยิน โรบเบินเต็มไปด้วยความฮึกเหิม ทันใดนั้นเขาก็ได้รับเสียงเชียร์ดังกระหึ่มขึ้นมาจากเหล่านักรบเืร้อนที่ล้อมรอบสนามประลอง
น่าเสียดายว่า ไม่ใช่ทุกคนที่คิดว่าการกระทำของโรบเบินเป็สิ่งถูกต้อง
“บังอาจ พูดจาเหลวไหลเกินไปแล้วอาร์เยิน โรบเบิน ไอ้บ้าเอ๊ย ยังไม่รีบขออภัยาาแซมบอร์ดอีกหรือ เ้าโง่…” ในเขตเฝ้าสังเกตการณ์อีกด้านหนึ่งของสนามประลองดาบหมายเลขแปด ทันใดนั้นก็มีร่างอวบอ้วนของชายวัยกลางคนที่สวมมงกุฎอัญมณีสามสีคือแดง เขียว และน้ำเงินลุกพรวดพราดขึ้นมา ร่างของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธพลางชี้นิ้วด่าโรบเบิน จากนั้นก็หันกลับมาฉีกยิ้มและทำการประจบสอพลอราวกับสุนัขเจอนาย เขายิ้มกว้างขึ้นพลางพูดว่า “ฝ่าา ได้โปรดอย่าถือโทษไปเลย หลังจากนี้อาณาจักรตัวตั๋วของเราจะไม่มีคนที่ชื่อโรเบินอีกต่อไป ในเมื่อเขาบังอาจท้าทายอำนาจของฝ่าา หลังจากนี้ข้าจะประกาศยกเลิกความภักดีของโรบเบิน การกระทำของเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับอาณาจักรตัวตั๋ว ตัวข้าเลื่อมใสฝ่าามาโดยตลอด…”
เมื่อเห็นซุนเฟยเริ่มขมวดคิ้ว าาอาณาจักรตัวตั๋ว อาณาจักรบริวารระดับสามก็ไม่กล้าพูดต่อ เขาหันกลับมาพูดใส่อาร์เยิน โรบเบินที่ยืนอยู่บนสนามประลองดาบว่า “ไอ้โง่ เ้ามันรนหาที่ตายจริงๆ อย่าลืมพาบิดาใกล้ตายของเ้าไสหัวไปจากอาณาจักรข้าด้วย ต่อจากนี้อาณาจักรตัวตั๋วจะไม่ต้อนรับคนปัญญาอ่อนอย่างพวกเ้าสองคนพ่อลูกอีก…”
เ้าอ้วนคนนี้คือาาของอาณาจักรตัวตั๋ว อาณาจักรบริวารระดับสาม
โรบเบินเป็นักรบพเนจรที่เพิ่งสาบานถวายความภักดีต่อาาแห่งตัวตั๋วเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนหน้านี้เขาพาบิดาที่ป่วยหนักร่อนเร่มาเรื่อยๆ ด้วยสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เขาก็บังเอิญไปพบกับาาแห่งอาณาจักรตัวตั๋ว จากนั้นก็เข้าไปขอพึ่งพาาาอาณาจักรตัวตั๋ว ทางด้านาาอาณาจักรตัวตั๋วเห็นว่าโรบเบินแข็งแกร่งไม่น้อย น่าจะใช้ประโยชน์ได้ จึงรับนักรบตกยากผู้นี้ไว้ และเป็เพราะโรบเบินถึงทำให้อาณาจักรบริวารระดับสามเล็กๆ แห่งนี้สามารถผ่านรอบคัดเลือกก่อนหน้านี้มาและได้รับโอกาสเข้าแข่งขันในรอบสุดท้าย
เดิมทีาาแห่งตัวตั๋วยังคิดว่าตัวเองเก็บของมีค่ามาได้โดยบังเอิญ เขาดีใจจนยิ้มแทบไม่หุบ แต่ใครจะไปรู้ว่าของล้ำค่าชิ้นนี้กลับสร้างหายนะมาสู่อาณาจักรของตัวเองที่เกือบจะลงมือสังหารลูกศิษย์าาแซมบอร์ด จนาาแซมบอร์ดอาจพิโรธขึ้นมา าาแห่งตัวตั๋วใกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เขารีบร้อนะโออกมาประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างโรบเบินทันที เขาหวาดกลัวว่าซุนเฟยจะระบายความโกรธแค้นมาที่อาณาจักรตัวตั๋ว
คำพูดของาาแห่งตัวตั๋ว ได้ดึงดูดเสียงโห่ร้องและเสียงเหน็บแนมจากผู้คนที่อยู่รอบๆ ไม่น้อย
แทบทุกคนเริ่มเห็นใจโรบเบิน
ยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมคนนี้เป็คนดีและตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาในระหว่างการแข่งขันกับ 'กริชไร้เงา' อินซากีหรือแม้แต่ ‘สามเหตุผลที่ไม่ฆ่า’ ที่เขาพูดออกมาหลังคว้าชัยชนะจากคู่ต่อสู้ได้ คนผู้นี้คู่ควรกับคำว่าลูกผู้ชาย แต่น่าเสียดายที่เขากลับมอบความจงรักภักดีให้แก่าาที่รักตัวกลัวตายคนนี้ นี่มันไก่ได้พลอยชัดๆ
“แค่เ้าคุกเข่าขอโทษ เื่ในวันนี้ข้าจะไม่ซักถามอีก” สีหน้าของซุนเฟยสงบนิ่งมากในขณะที่พูดออกมาอย่างช้าๆ คำพูดนี้ลอยเข้ามาในหูของโรบเบินอย่างชัดเจน
นิ่งเงียบ
ยังคงนิ่งเงียบ
โรบเบินไม่พูดอะไรออกมาอีก สองเท้าของเขายังคงยืนอยู่อย่างมั่นคง ยืดกายตรงดุจหอก เปลวไฟคลื่นพลังสีเขียวอมน้ำเงินลุกโชนทั่วร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง พลังของนักรบระดับห้าดาวพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ภายใต้แรงกดดันที่ซุนเฟยปล่อยออกมา คลื่นพลังที่พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งนี้ก็ส่อแววจะทะลวงผ่านออกมาได้
นี่ก็คือสิ่งที่เขาเลือก
ยอมตายไม่ยอมคุกเข่า
เงาร่างนี้ยังคงเร่งโคจรเปลวคลื่นพลังสีเขียวอมน้ำเงินอย่างคลุ้มคลั่งและต่อต้านอย่างหนัก บรรยากาศที่เศร้าสลดปกคลุมไปทั่วสนามประลอง เพราะไม่ว่าจะเป็ผู้ชมนับพันที่อยู่รอบๆ หรือตัวโรบเบินเองต่างก็รู้ดีว่า ต่อให้พยายามสู้ตายสักแค่ไหน แต่สุดท้าย เขาก็ไม่อาจรับมือาาแห่งแซมบอร์ดได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ตอนนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับเื่แพ้ชนะแล้ว
แต่เป็เื่ศักดิ์ศรีของนักรบที่แท้จริงคนหนึ่ง
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเบา ๆ “เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า คิดดูสิ หากเ้าตายไปแล้ว ใครจะมาดูแลบิดาที่ไม่อาจใช้ชีวิตคนเดียวของเ้าได้?”
ซุนเฟยรู้เื่ราวของโรบเบินจากสมุดเล่มเล็กฉบับนั้นมาก่อนแล้ว
พอได้ฟังประโยคนี้ เปลวคลื่นพลังสีเขียวอมน้ำเงินบนร่างของโรบเบินก็ดูจะอ่อนแรงลง
ประโยคนี้เสมือนกริชอันคมกริบที่สุดในโลก แทงเข้ามาในหัวใจของโรบเบิน
แต่แค่พริบตาเดียว เขาก็ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ
“ถ้าตอนนี้ข้าเลือกที่จะคุกเข่า ท่านพ่อคงไม่มีทางยกโทษให้ข้าตลอดกาล ระหว่างความตายและศักดิ์ศรี ข้าและพ่อของข้าขอเลือกอย่างหลัง”
คำพูดของโรบเบิน เด็ดขาดราวกับเหล็กกล้า
“เยี่ยม เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมมากๆ นับได้ว่าเป็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่เ้าเป็ดั่งไข่มุกซึ่งถูกขว้างไปในที่มืด เป็วีรบุรุษที่ถูกทำให้อัปยศ!” ในขณะที่ทุกคนคิดว่าโรบเบินคงจะถูกสังหารในวินาทีถัดมา ทันใดนั้นซุนเฟยกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดต่อไปว่า “เ้าเป็นักรบที่แท้จริง และมีแค่าาที่แท้จริงเท่านั้นที่คู่ควรให้เ้ามอบความจงรักภักดีให้ การที่เ้าเลือกมอบความจงรักภักดีให้กับคนที่เหมือนหมูโง่นั่น ไม่รู้สึกเสียดายบ้างเรอะ?”
ในขณะที่ซุนเฟยพูดประโยคนี้ เขาก็ผายมือไปทางาาแห่งตัวตั๋วที่ยืนยิ้มประจบอยู่ไกลๆ
ตอนนี้เองเ้าหมูโง่ตัวนั้นก็พลันหน้าซีดขึ้นมา
โรบเบินคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ าาแซมบอร์ดจะพูดแบบนี้ขึ้นมา ทันใดนั้นก็เหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นมาในหัวราวกับว่าเขานึกอะไรบางอย่างออก เขารู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้างและไม่รู้จะพูดอย่างไร
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างสนามประลองดาบนับพันก็เริ่มส่งเสียงอุทานออกมาพร้อมเพรียงกัน
“เ้าหมูโง่คนนั้นไม่คู่ควรต่อความจงรักภักดีของเ้าหรอก ข้าคิดว่าเมืองแซมบอร์ดน่าจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเ้า อาร์เยิน โรบเบิน ข้าชื่นชมเกียรติยศในฐานะนักรบคนหนึ่งของเ้ามาก ดังนั้นเ้าจะเข้าร่วมเมืองแซมบอร์ดได้หรือไม่?”
บนใบหน้าของซุนเฟยเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ สายตาของเขาจ้องมองไปที่โรบเบินด้วยความแน่วแน่ ก่อนจะสำทับอีกประโยคว่า “แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การบังคับ ไม่ว่าการตัดสินใจของเ้าจะเป็อย่างไร ข้าก็หวังว่าจะได้รับมิตรภาพจากนักรบที่แท้จริงอย่างเ้า และนับแต่นี้เป็ต้นไป เ้าจะเป็แขกที่เมืองแซมบอร์ดให้การต้อนรับตลอดไป”
วิ้ง วิ้ง วิ้ง!
ฉับพลัน เสียงอุทานและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นมารอบๆ สนามประลองดาบ ทุกคนต่างคิดไม่ถึงว่าในตอนท้ายของเื่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเหมือนฉากในละครแบบนี้ มีนักรบรากหญ้าจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกโล่งอก เพราะการที่าาแซมบอร์ดไม่ได้กลั่นแกล้งคนอ่อนแอ นอกจากจะไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวัง ยังทำให้ภาพลักษณ์วีรบุรุษในจิตใจของพวกเขาไม่พังทลายลงไป
แต่ไม่ช้าพวกเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
อาร์เยิน โรบเบิน ลูกผู้ชายคนนี้ จะเลือกสวามิภักดิ์ต่อาาแซมบอร์ดหรือไม่?
ทุกคนต่างเฝ้ารอชมฉากจบที่มีความสุข พวกเขาเชื่อมั่นว่ามีเพียงาาแซมบอร์ด าาผู้ไร้เทียมทานคนนี้เท่านั้นที่คู่ควรให้นักรบที่แท้จริงอย่างโรบเบินรับใช้และตายแทนได้ ในเมื่อาาแห่งตัวตั๋วสมองหมูนั่นได้ยกเลิกความจงรักภักดีกับโรบเบินไปแล้ว นั่นหมายความว่า ตอนนี้โรบเบินมีอิสระที่จะเลือกมอบความจงรักภักดีให้ใครก็ได้
“ข้าอาร์เยิน โรบเบิน ขอสาบานจะจงรักภักดีต่อองค์าาอเล็กซานเดอร์ จะซื่อสัตย์ไม่ห่างหาย จวบจนกว่าชีวิตข้าจะหาไม่”
ในสายตาของผู้คนนับหมื่น โรบเบินคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ดาบยาวถูกเขาแทงลงกับพื้นแล้วกุมด้ามไว้มั่น ก่อนจะกล่าวคำปฏิญาณด้วยเสียงอันดัง ทุกคำพูดเขากล่าวออกมาอย่างชัดเจนราวกับกำลังร่ายกลอนก็ไม่ปาน
นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากลำบากอะไร
เพราะาาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็าาที่มีหนึ่งไม่มีสอง เป็บุคคลที่คู่ควรให้เขาจงรักภักดี
“ฮ่าๆๆ ต่อหน้าท่านเทพแห่งา ข้าจะขอรับความจงรักภักดีจากนักรบอาร์เยิน โรบเบิน…” ซุนเฟยปฏิบัติตามประเพณีแต่โบราณที่สืบทอดต่อกันมาของแผ่นดินอาเซรอท เขาหัวเราะในขณะที่ตอบรับคำปฏิญาณของโรบเบิน ใครๆ ต่างก็มองออกว่าาาแซมบอร์ดให้ความสำคัญต่อนักรบรากหญ้าคนนี้มาก เพราะในตอนท้ายเขาหันไปกล่าวคำเยาะเย้ยาาแห่งตัวตั๋วที่ยืนทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ไกลๆ ว่า “ฝ่าา ข้าขอขอบพระทัยเป็อย่างยิ่งสำหรับความเอื้อเฟื้อของท่านที่อุตส่าห์ส่งนักรบที่แท้จริงให้แก่ข้า!”
ใบหน้าขาวอวบอ้วนของาาแห่งตัวตั๋วในตอนนี้แดงก่ำราวกับขนมปังปิ้งบนเหล็กร้อน
---------------------------------
