ลุงทิมม์ใส่กล่องกระดาษลงในช่องสี่เหลี่ยมคลายตู้ลิ้นชักสีเงิน ดันประตูปิด กดสวิทช์ เพียงเท่านั้นเองร่างของเ้าบิลลี่หนูน้อยก็สลายกลายเป็เถ้าธุลีอยู่ภายในตู้ ท่ามกลางสายตาของนีรยาที่ยืนมองทั้งน้ำตา
“ดูท่าทางหนูรักเ้าบิลลี่มากนะ”
ลุงทิมม์เดากล่าว สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสะสวยของคุณหนูผู้มีทรวดทรงสะดุดตาชาย
“เ้าบิลลี่เป็หนูแสนรู้… มันฉลาดค่ะ น่ารักมาก ได้เลี้ยงแล้วก็ผูกพันค่ะ… ตอนนี้ไม่มีเ้าบิลลี่แล้วหนูคงเศร้าไปอีกหลายวัน”
เสียงยังสั่นเครือ น้ำตาเอ่อคลอรอบดวงตาคมสวย
“งั้นวันไหนถ้าหนูคิดถึงเ้าบิลลี่… ก็ลองแวะมาเล่นกับหนูแฮมสเตอร์ที่บ้านลุงก็ได้นะครับ… รับรองว่าน่ารักและฉลาดไม่แพ้เ้าบิลลี่ของหนู… เห็นแล้วหนูจะหลงรัก”
ลุงทิมม์คิดว่าสิ่งที่ตัวเองแนะนำจะช่วยทำให้สาวน้อยคลายความโศกเศร้าได้เร็วขึ้น
“ขอบคุณค่ะ… แล้วหนูจะแวะไปนะคะ ว่าแต่บ้านคุณลุงอยู่ที่ไหนคะ… ”
“บ้านลุงอยู่ท้ายซอย… หาไม่ยากครับ สังเกตง่าย เป็บ้านไม้ตั้งอยู่กลางป่ากล้วย… รั้วอิฐมอญสีส้มครับ… ”
ลุงทิมม์กล่าว ก่อนจะแลกเบอร์โทรศัพท์กับหญิงสาว เผื่อไว้ให้หล่อนโทรมาถามทาง ถ้าหาบ้านแกไม่เจอ
“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง… ”
นีรยายกมือไหว้ ภายหลังเสร็จสิ้นเื่ของเ้าบิลลี่ซึ่งใช้เวลาไม่นาน
“ไม่เป็ไรครับ… ลุงยินดี”
“มีค่าใช้จ่ายยังไงคะ… ”
“ไม่เสียค่าใช้จ่ายหรอกครับ ที่นี่ยินดีทำให้ฟรี ลุงทำด้วยจิตอาสาครับ แต่ถ้าหนูอยากจะช่วยก็เอาเงินใส่ตู้บริจาคช่วยค่าน้ำค่าไฟทางวัดก็ได้ครับ”
ลุงทิมม์แนะ
“ค่ะคุณลุง… ”
หญิงสาวทำตามคำแนะนำ จากนั้นก็เดินกลับมายกมือไหว้ล่ำลาอีกครั้ง ก่อนจะขับรถกลับออกมาจากวัด
อีกหนึ่งเดือนต่อมา
