บทที่ 9 พันธะเถื่อน nc
เสียงล้อรถบดเบียดกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่เครื่องยนต์ V8 ของรถสปอร์ตคันหรูจะดับวูบลงหน้าเซฟเฮาส์หลังงามที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้ชานเมือง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่พายุอารมณ์ลูกใหญ่จะพัดกระหน่ำทำลายความสงบนั้นจนราบคาบ
ปัง!
ประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากออกอย่างแรง ั ก้าวลงมาด้วยท่าทีรีบร้อน ั์ตาสีรัตติกาลที่เคยเยือกเย็นบัดนี้แดงก่ำและวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงแห่งความปรารถนาที่ยากจะควบคุม เขาอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง ช้อนร่างของ วาโย ขึ้นมาในอ้อมแขน
“อื้อ... พี่ั... ร้อน... ไม่ไหวแล้ว...”
วาโยในยามนี้แทบไม่เหลือสติสัมปชัญญะ ร่างกายขาวเนียนแดงซ่านไปทั้งตัวจากฤทธิ์ยาและอาการฮีทที่ปะทุถึงขีดสุด เสื้อเชิ้ตตัวบางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแนบไปกับลำตัว เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่ยั่วยวน มือเรียวปัดป่ายไปตามแผงอกแกร่งของอัลฟ่าอย่างเรียกร้องหาที่ระบายกลิ่น ดอกราตรีต้องฝน ที่ฟุ้งกระจายออกมาจากตัววาโย รุนแรงและเข้มข้นเสียจนัแทบสำลักความสุขสม มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอม แต่มันคือสารเคมีชีวภาพที่สั่งการตรงเข้าสู่สมองส่วนสัญชาตญาณของ True Alpha ว่า... ‘ผสมพันธุ์ซะ... ตีตราจองมันซะ’
“อดทนอีกนิด...”
ักัดฟันกรอด สันกรามปูนโปนขบกันจนเป็สันนูน เขาพยายามใช้สติเส้นสุดท้ายพาคนตัวเล็กเข้าไปในตัวบ้าน
แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูบ้านปิดลงและล็อคแน่น ความอดทนทั้งมวลก็พังทลาย
ัไม่รอที่จะพาอีกฝ่ายไปถึงห้องนอน เขาเหวี่ยงร่างของวาโยลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางห้องโถงใหญ่ การกระทำนั้นดูเหมือนจะรุนแรง แต่มือหนากลับประคองศีรษะทุยไม่ให้กระแทกพื้น
“ฮึก... พี่ั...”
วาโยเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ ริมฝีปากบวมเจ็บเผยอออกหอบหายใจรวยริน ท่าทางนั้นเชิญชวนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
“มึงเลือกเองนะวาโย... มึงเป็คนปลุกสัตว์ร้ายในตัวกูเอง”
ัคำรามเสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะโถมตัวลงทาบทับดั่งพยัคฆ์ตะปบเหยื่อ เขาบดจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย รุนแรงและดิบเถื่อน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก เกี่ยวตวัดดูดดึงลิ้นเล็กจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอายดังก้องไปทั่วห้องโถง
“อื้มมม!...”
วาโยครางประท้วงในลำคอ แต่สองแขนกลับโอบรัดรอบคอแกร่งแน่น แอ่นกายรับัันั้นด้วยความโหยหา
มือหนาหยาบกร้านของมาเฟียหนุ่มไม่อยู่นิ่ง มันลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบอบบางอย่างตะกละตะกลาม ััร้อนผ่าวนั้นลากผ่านหน้าท้องแบนราบ สอดเข้าไปใต้สาบเสื้อ บีบเค้นเอวคอดกิ่วจนขึ้นรอยแดง ก่อนจะกระชากเสื้อเชิ้ตที่เกะกะออกจนกระดุมกระเด็นเกลื่อนพื้น
แควก!
“สวย...”
ัพึมพำเสียงพร่า ั์ตาจ้องมองผิวขาวเนียนที่ตัดกับพรมสีเข้ม ยอดอกสีหวานชูชันสู้สายตา เขาไม่รอช้า ก้มลงไปมันด้วยริมฝีปากทันที
“อ๊า! พี่ั... เสียว... อย่ากัด...”
วาโยหวีดร้องเมื่อฟันคมขบเม้มลงบนยอดอก ก่อนที่ลิ้นสากจะตวัดเลียรัวเร็ว ความเสียวซ่านแล่นปราดจากปลายประสาทไปรวมกันที่จุดกึ่งกลางกาย วาโยบิดเร่าด้วยความทรมานที่แสนหวาน ขาเรียวเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของคน้าโดยสัญชาตญาณ
“แฉะขนาดนี้แล้ว... ยังบอกให้กูหยุดอีกเหรอ?”
ัผละใบหน้าขึ้นมา แสยะยิ้มเ้าเล่ห์ทั้งที่เหงื่อท่วมใบหน้า เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของวาโยออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวที่ชูชันและฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหล่อลื่นที่ร่างกายโอเมก้าผลิตออกมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับรองเผ่าพันธุ์
“ผม... ้าคุณ... เข้ามา... เข้ามาในตัวผม...”
วาโยร้องขอเสียงสั่นพร่า สติสัมปชัญญะถูกความ้ากลืนกินจนหมดสิ้น เขา้าการเติมเต็ม... ้าให้ัดับไฟราคะนี้
“ได้... กูจะสนองให้จนมึงลืมชื่อตัวเองเลย”
ัจัดการปลดเปลื้องพันธนาการของตัวเองเผยให้เห็นความเป็ชายชาตรีขนาดมหึมาที่ขยายตัวเต็มที่จนน่าเกรงขาม เส้นเืปูดโปนเต้นตุบๆ บ่งบอกถึงความพร้อมรบ
เขายกขาเรียวของวาโยขึ้นพาดบ่า แทรกกายเข้าไปอยู่ระหว่างกลาง แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวาโย
“มองกู... มองดูว่าใครที่เป็คนเอามึง”
สวบ!
“อ๊าาาาาา!”
วาโยกรีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งเมื่อตัวตนร้อนจัดรุกล้ำเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบในคราวเดียว ความอึดอัดคับแน่นเจียนจะฉีกขาดทำให้วาโยจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของัจนเืซึม
“แน่นชิบ...”
ัครางต่ำ กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน ช่องทางของวาโยตอดรัดเขาแน่นหนึบราวกับจะกลืนกิน มันทั้งร้อน ทั้งนุ่ม และเปียกชื้น “ผ่อนคลายหน่อยเด็กดี... อย่าเกร็ง... อา...”
ัก้มลงจูบซับเหงื่อที่ขมับชื้น พรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานเพื่อปลอบประโลม รอให้ช่องทางปรับสภาพรับขนาดของเขาได้ แต่มือหนากลับบีบเค้นสะโพกนิ่มอย่างมันเขี้ยว
เมื่อวาโยเริ่มผ่อนคลาย ัก็เริ่มขยับสะโพกสอบจากเนิบช้า เป็หนักหน่วง และรัวเร็วตามแรงอารมณ์ดิบ
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องกังวานสะท้อนผนังห้อง ผสานไปกับเสียงหอบหายใจและเสียงครางกระเส่า ัตอกอัดตัวตนเข้าไปลึกสุดโคนทุกจังหวะ เน้นย้ำจุดกระสันภายในจนวาโยตัวโยน หัวสมองขาวโพลนราวกับเกิดะเิขึ้นภายใน
“อ๊ะ! อ๊ะ! พี่ั... ลึก... มันลึกไป... อื้อออ!”
“ลึกสิดี... มึงจะได้จำว่าผัวมึงสู้แค่ไหน”
ัโน้มตัวลงไป ใช้ท่อนแขนยันพื้นพรม ล็อคร่างวาโยไว้ใต้ร่าง แผ่นหลังแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขยับไหววูบวาบตามจังหวะกระแทกกระทั้น กลิ่นฟีโรโมน ดินปืนและมินต์เย็น ของเขาแผ่พุ่งออกมาครอบคลุมร่างของวาโยจนมิด เหมือนกรงขังที่มองไม่เห็น
กลิ่นอายของผู้ล่า ผสมผสานกับกลิ่น ดอกราตรี ของผู้ถูกล่า กลายเป็กลิ่นหอมรัญจวนที่มอมเมาทั้งคู่ให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงตัณหา
“เรียกชื่อกู... วาโย... เรียกอีก!”
ัสั่งเสียงพร่า ขณะเร่งจังหวะถี่กระชั้น
“พี่ั... อ๊ะ! ั... ผัวจ๋า... วาโยไม่ไหว... จะเสร็จ... อ๊า!”
วาโยหวีดร้องปานจะขาดใจเมื่อักระแทกเข้าที่จุดเดิมซ้ำๆ ความสุขสมแล่นพล่านไปทั่วร่างเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูง
“พร้อมกัน... ไปพร้อมกู!”
ัคำรามลั่น เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกเหมือนเขื่อนแตกทลักทลาย
ในวินาทีที่วาโยปลดปล่อยธารอารมณ์ออกมาเลอะหน้าท้องแกร่ง ัก็กดสะโพกแแ่จนไร้ช่องว่าง ปลดปล่อยลาวาแห่งชีวิตเข้าไปในช่องทางรักที่ตอดรัดรุนแรง พร้อมกับปรากฏการณ์ทางสรีระของอัลฟ่า การน็อต (Knotting)
ส่วนโคนของความเป็ชายขยายตัวออก ล็อคติดกับช่องทางของวาโยอย่างสมบูรณ์ บังคับให้ทั้งคู่ต้องเชื่อมต่อกัน
แต่นั่นยังไม่พอสำหรับ True Alpha ที่กำลังหวงแหนคู่ครองถึงขีดสุด
ัโน้มหน้าลงไปที่ซอกคอด้านหลัง จุดชีพจรที่เป็จุดตายและจุดตีตราของโอเมก้ากลิ่นหอมตรงนั้นมันยั่วยวนจนเขาไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป
เขาต้องประกาศให้โลกรู้... ให้ไอ้หน้าไหนก็ตามที่คิดจะมาแตะต้องรู้ว่า... คนนี้มีเ้าของแล้ว
“มึงเป็ของกูคนเดียว วาโย...”
งับ!
“กรี๊ดดดดด! / อึก!”
วาโยหวีดร้องออกมาด้วยความเ็ปและสุขสมระคนกัน เมื่อเขี้ยวคมฝังลึกลงไปบนต่อมฟีโรโมนจนจมเขี้ยว เืสีสดไหลซึมออกมาผสมกับเหงื่อไคล แต่วาโยกลับไม่ผลักไส เขาแอ่นคอรับัันั้นด้วยความเต็มใจ ราวกับรอคอยเวลานี้มาทั้งชีวิต
ความรู้สึกวาบหวามแล่นปราดจากรอยกัด เชื่อมต่อกระแสจิติญญาของทั้งคู่เข้าด้วยกัน พันธะสัญญาที่ไม่มีวันลบเลือนได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
ัไม่ถอนเขี้ยวออกทันที เขาแช่ค้างไว้อย่างนั้น ปล่อยให้ฟีโรโมนของตนไหลเวียนเข้าสู่กระแสเืของวาโย เปลี่ยนกลิ่นกายของอีกฝ่ายให้มีกลิ่นของเขาเจือปนไปตลอดกาล
ผ่านไปครู่ใหญ่ ัจึงค่อยๆ ถอนเขี้ยวออก ลิ้นร้อนไล่เลียเืที่ไหลซึมออกมาจากรอยกัดรูปพระจันทร์เสี้ยวอย่างหวงแหนและทะนุถนอม
“ฮึก... ฮือ...” วาโยสะอื้นเบาๆ ร่างกายอ่อนปวกเปียกคาอกแกร่ง ตายังพร่ามัวไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ
ัพลิกตัวลงนอนตะแคงโดยที่ส่วนล่างยังเชื่อมติดกัน ดึงรั้งร่างบอบช้ำของวาโยเข้ามาในอ้อมกอดแน่น วงแขนแข็งแรงโอบรัดราวกับงูหวงไข่
“เจ็บไหม?”
เสียงทุ้มถามชิดใบหู แฝงความรู้สึกผิดเล็กน้อยแต่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
วาโยส่ายหน้าช้าๆ ซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจของัที่เต้นแรงพอๆ กับของตน
“เจ็บ... แต่รู้สึกดี... ดีมากๆ”
ัยิ้มกว้าง จูบขมับชื้นเหงื่อหนักๆ หนึ่งที นิ้วมือเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าเด็กหนุ่มออกอย่างอ่อนโยน ั์ตาสีรัตติกาลทอประกายความรักใคร่อย่างปิดไม่มิด
“จำไว้นะวาโย...”
ัเอ่ยเสียงหนักแน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“รอยกัดนี้คือคำสัญญา ไม่ว่ามึงจะอยู่ที่ไหน กลิ่นของกูจะปกป้องมึงใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องมึงได้อีก”
เขายกมือข้างซ้ายของวาโยขึ้นมา จูบที่หลังมือแล้วไล่ขึ้นไปจนถึงนิ้วนาง
“นับจากวินาทีนี้ มึงไม่ใช่ลูกหนี้ มึงไม่ใช่เบ้...”
ัเว้นจังหวะ โน้มหน้าลงไปกระซิบคำที่ทำให้หัวใจของวาโยพองโตจนคับอก
“แต่มึงคือ ‘เมีย’ และ ‘หัวใจ’ ของั”
วาโยยิ้มทั้งน้ำตา เขาขยับตัวเข้าไปเบียดความอบอุ่นนั้นมากขึ้น ซึมซับความรู้สึกปลอดภัยที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
“ครับ... วาโยเป็ของพี่ั... ของพี่คนเดียว”
บทรักอันดุเดือดจบลงแล้ว เหลือเพียงไออุ่นของความรักและพันธะสัญญาที่เกี่ยวร้อยิญญาสองดวงเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความเงียบสงบของเซฟเฮาส์ กลิ่นดินปืนและกลิ่นดอกราตรีได้หลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียวเป็กลิ่นแห่งความรักที่ไม่มีวันจางหาย
-----
