เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินเดินถามคนไปทั่ว ชายคนหนึ่งจึงเดินเข้ามาพิจารณาเธอแล้วถามว่า “เธอจะไปทำอะไรที่สถานีตำรวจ? มีญาติอยู่ข้างในหรือ?”
“ใช่ค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ ชายคนนั้นเลยไม่มัวพูดไร้สาระ เขาพาฮั่วเสี่ยวเหวินตรงไปยังสถานีตำรวจ
พวกเขาเพิ่งเดินทางมาถึงชายร่างกำยำคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเหมือนจะปะทะ เขาเหลือบมองฮั่วเสี่ยวเหวินแวบหนึ่ง แววตามีความสงสัย
“มาหาใคร?” เหมือนเขาจะไม่อยากพูดมาก ถามแค่นี้แล้วมองลงมาที่เธอ
“ฉันมาเยี่ยมญาติชื่อจางเจียิ เขาคือเด็กผู้ชายที่เพิ่งถูกจับเมื่อไม่กี่วันก่อนค่ะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพูดจบ ชายคนนั้นตอบแค่ว่า ‘อ้อ’ ทว่าไม่ได้นำทางเข้าไปด้านใน
เขาเคยเจอเด็กชายที่ถูกจับมาเมื่อไม่กี่วันก่อนคนนั้น เหล่าหยางเป็คนนำคนไปจับ เมื่อวานยังพูดให้ฟังว่าได้สินบนมาไม่น้อย
“เธอคงเป็น้องสาวของเขาสินะ! ทำไมพ่อแม่ไม่มาด้วย?” ชายคนนี้สงสัย นี่มันพ่อแม่ประสาอะไร ส่งเด็กหญิงตัวเล็กๆ มาเยี่ยมผู้ต้องขังเพียงลำพัง
“พ่อตายแล้ว แม่แต่งงานใหม่ค่ะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพูดความจริง เพียงแต่พูดด้วยสถานะน้องสาวของจางเจียิ
‘ที่แท้ก็ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล มิน่าถึงได้ทำผิดกฎหมายเช่นนี้’ ชายคนนี้คิดในใจ ตอนแรกคิดว่าเหล่าหยางโยนความผิดให้เขาเพราะรับสินบนมา แต่ดูจากตอนนี้แล้วเหมือนจะไม่ใช่
“เอาเช่นนี้ ฉันจะพาเขาออกมาพบเธอ เยี่ยมเสร็จแล้วเธอค่อยลงบันทึก”
“ค่ะ”
เขาพาฮั่วเสี่ยวเหวินไปยังห้องแห่งหนึ่ง บอกให้เธอนั่งรอที่โต๊ะไม้สีแดงเข้มประเดี๋ยวเขาจะไปพาจางเจียิออกมา
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งซึ่งเย็นมาก เธอใช้สายตากวาดมองดูรอบๆ ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่ ไม่มีเครื่องเรือนใดๆ มีแต่โต๊ะกับเก้าอี้สองตัว
แสงแดดพาดผ่านหน้าต่างลงบนที่นั่งตรงข้ามของฮั่วเสี่ยวเหวินพอดี เธออดทนรอแทบไม่ไหว นับในใจว่าอีกกี่นาทีจางเจียิถึงจะมา
ไม่นานประตูก็ถูกผลักจากด้านนอก มีเสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้นเบาๆ ประตูค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ ชายผู้หยาบกระด้างคนนั้นได้เดินเข้ามา ท่าทางดูอ่อนโยนเป็พิเศษ
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน” จางเจียิดีใจมากทำท่าจะเข้ามากอดฮั่วเสี่ยวเหวิน แต่ชายคนนั้นร้องห้าม “ทำอะไรน่ะ? ไปนั่งตรงข้าม”
“พี่เจียิ พี่สบายดีหรือไม่?” เห็นจางเจียิสวมกุญแจมือ ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
“พี่ไม่เป็ไร พวกเขาไม่ได้ทำอะไรพี่”
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้ว่าเขายังคงแสร้งทำเป็เข้มแข็งเหมือนที่ผ่านมา เธอเห็นั้แ่ตอนที่เขาเดินเข้ามาแล้ว ร่างกายที่เดิมทีก็ซูบผอมอยู่แล้วของเขากลับลีบลงกว่าเดิม ทั้งข้อมือยังเต็มไปด้วยรอยแดง ต้องเจ็บมากแน่
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอต้องรอพี่นะ ไว้อีกสองปีพี่ออกมาแล้วจะไปตามหาเธอ”
คุยกันไม่กี่คำจางเจียิเริ่มพูดถึงแผนการในอนาคตหลังออกจากคุกให้ฟัง เขาแทบจะไม่ปกปิดความร้อนรนและกังวลของตัวเองแม้แต่น้อย โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เธอจะรอเขาจริงหรือ?
ขอบตาของฮั่วเสี่ยวเหวินเริ่มแดงขึ้นมา น้ำตาเอ่อล้นอย่างรวดเร็ว จางเจียิเอื้อมมือไปช่วยเช็ด แต่ว่ากุญแจมือช่างขวางหูขวางตาเขาจึงต้องหดมือกลับเข้าตัวอย่างช่วยไม่ได้
ฮั่วเสี่ยวเหวินดึงมือเขาไว้ ทั้งที่แสงอาทิตย์สาดลงบนตัวเขาทว่ามือของเขากลับเย็นเฉียบ
“พี่เจียิ ฉันไม่อยากให้พี่ติดคุก ฉันจะช่วยพี่ออกไปให้ได้” เสียงอ่อนหวานของเธอมีความดื้อดึงไม่ยอมแพ้ มือทั้งสองข้างของจางเจียิสั่นโดยไม่รู้ตัว
ชายคนนั้นเดินออกไปั้แ่เมื่อไรไม่รู้ เขาทำเพียงแค่เปิดประตูแง้มไว้โดยไม่กลัวว่าจางเจียิจะหนี เพราะกุญแจมือไม่ได้ถอดได้ง่ายๆ
“จริงหรือ? เธอจะช่วยพี่ออกไปงั้นหรือ?” จางเจียิจ้องตาฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างแน่วแน่ ทั้งที่ตอนแรกหมดหวังไปแล้วทว่าในใจกลับยังคงอธิษฐานขอให้เธอช่วยเขาออกไปให้ได้จริงๆ
“อื้ม ฉันจะขอร้องให้คุณลุงช่วยพี่ออกไป พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันอีก”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปกอดร่างผอมบางของเขาเบาๆ ได้ยินเธอบอกว่าจะขอให้คุณลุงช่วย จางเจียิกลับรู้สึกผิดหวังทันที
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน เกรงว่า…”
ไม่ปล่อยให้เขาพูดจบ ฮั่วเสี่ยวเหวินโน้มตัวเข้าไปจูบริมฝีปากที่แห้งผากของเขา ก่อนจะผละตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่มีสีหน้าแดงแปร๊ด
“ฉันไม่อยากฟังพี่พูดเหลวไหล หากเขาไม่ช่วยพี่ ฉันก็จะไม่กลับไป และไม่ยอมรับเขาเป็ครอบครัวด้วย”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพูดอยู่นาน แต่จางเจียิทำแค่นั่งฟังเงียบๆ ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ เขาพูดเสียงเบาว่า “กอดพี่หน่อย” น้ำเสียงมีความวิงวอน
เธอตอบรับคำขอนั้นทันที เขาััได้ถึงเส้นผมของเธอที่แม้จะไม่หอมเท่าไหร่แต่ยังคงนุ่มอยู่ จางเจียิดื่มด่ำกับทั้งหมดนี้อย่างละโมบ หลังจากวันนี้ไปอีกนานแค่ไหนจึงจะได้พบกันอีก?
ฮั่วเสี่ยวเหวินปลอบประโลมเขาอีกเล็กน้อย ต่อมาประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
ตำรวจผู้มาใหม่สวมชุดเครื่องแบบตรงทื่อ รูปร่างผอมบาง ฮั่วเสี่ยวเหวินผละออกจากจางเจียิตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบนั่งลงฝั่งตรงข้ามเช่นเดิม
ชายคนนี้หัวเราะราวกับเห็นฉากตลก “แหม ถึงกับกอดกันกลมเลย? เหล่าสวี นายมาดูสิ”
ชายร่างผอมอีกคนเดินเข้ามา เป็ตำรวจที่พาฮั่วเสี่ยวเหวินเข้ามาก่อนหน้านี้นี่เอง เขาชื่อสวีเถียน เคยรับราชการทหารในกองทัพ เพื่อนร่วมงานในสถานีตำรวจต่างเรียกเขาว่า ‘เหล่าสวี’
“เหล่าหยาง ช่วยจริงจังกับงานหน่อย” สวีเถียนหน้าตาบึ้งตึง พูดเสียงเย็นกับ ‘เหล่าหยาง’
ชายที่ถูกเรียกว่าเหล่าหยางยังคงทำสีหน้าเหมือนดูเื่สนุก ปากมีรอยยิ้ม เขาเหลือบมองจางเจียิแวบหนึ่ง
“หมดเวลาเยี่ยมแล้ว”
สวีเถียนเดินไปหาจางเจียิ บอกให้เขาไปกับตัวเอง
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน หากมีเวลาก็มาเยี่ยมพี่บ่อยๆ นะ” จางเจียิอาลัยอาวรณ์
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า เหมือนว่าคำพูดที่บอกกับเขาเมื่อครู่จะเสียเปล่า เขาไม่เชื่อว่าเธอจะช่วยออกไปได้หรือ?
“เธอชื่อฮั่วเสี่ยวเหวินสินะ?” ตำรวจแซ่หยางนั่งลงฝั่งตรงข้าม ทำท่าประหนึ่งเป็ขุนนางพบปะประชาชน
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันไปทางอื่นอย่างแเี แสร้งทำเป็ไม่ได้ยินที่เขาพูด
เธอแค่เห็นหน้าชายคนนี้ก็สะอิดสะเอียนแล้ว ทำท่าทำทางทรงเกียรติสง่าผ่าเผย แต่ลับหลังคอยรับเงินสกปรก
เห็นเธอไม่สนใจตัวเขา ชายคนนี้กลับไม่ขุ่นเคืองแต่อย่างใด เขาเริ่มชวนฮั่วเสี่ยวเหวินคุย
“ฉันสืบประวัติของเธอมาแล้ว ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าเธอแค่ขโมยเงินอย่างเดียว ต่อมาถึงได้รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เด็กคนนั้นลักทรัพย์เช่นกัน”
เขามองฮั่วเสี่ยวเหวิน พร้อมกับพูดต่ออย่างไม่ยี่หระ “สักวันหนึ่งเธอก็ต้องเข้ามาอยู่ในนี้เช่นกัน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินทนไม่ไหวอีกต่อไป “เวลาตำรวจทำคดีไม่ต้องใช้หลักฐานหรือ? พี่เจียิลักทรัพย์อะไร? ฉันสนับสนุนเขาอย่างไร?”
“หลักฐาน?” ชายแซ่หยางหัวเราะเหมือนได้ยินเื่ที่น่าขันที่สุด
“คำพูดของฉันก็คือหลักฐาน ฉันเป็คนรับผิดชอบคดีนี้ จะลงบันทึกคดีอย่างไรก็ได้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินโมโห มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ? แต่โต้เถียงไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เธอจึงไม่พูดอะไร
ชายแซ่หยางได้ใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขายกคิ้วพูดอย่างราบเรียบ “เธอรู้หรือไม่ว่าความผิดโทษฐานลักทรัพย์และเจตนาฆ่าต้องติดคุกกี่ปี?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหน้าซีด ดีดตัวลุกขึ้น “คุณหมายความว่าอย่างไร? พี่เจียิทำไปเพราะป้องกันตัวเอง คุณใช้อำนาจในทางมิชอบเพราะรับเงินจากบ้านฮั่ว ยังมียางอายอยู่หรือไม่?”
ชายแซ่หยางไม่สะทกสะท้าน “เธออย่าเพิ่งใจร้อนสิ? ขอแค่เธอแสดงความจริงใจสักเล็กน้อย ฉันจะลงบันทึกคดีว่าทำไปเพื่อป้องกันตัว จากนั้นจึงค่อยปล่อยตัวเขาในอีกสองสามวันก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้”
