จ้าวไห่ถังรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองในทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความเขินอาย
ยอดเขาอวบอิ่มที่ชุดตำรวจจราจรแทบเก็บไว้ไม่อยู่ถูกมือเฉินเฟิงจับเต็มไม้เต็มมือ
"เอวอยู่ด้านล่าง..."
จ้าวไห่ถังพูดผ่านหมวกกันน็อคด้วยความเขินอาย
"เดี๋ยวผมขยับไปกอดเอวเอง"
เฉินเฟิงยิ้มหยัน มือของเขาหยุดการสำรวจแต่ยังคงค้างอยู่บนยอดเขาโดยไม่ขยับลง
จ้าวไห่ถังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนถามเขาอย่างหมดหนทาง
"คุณจะไปไหน?!"
เฉินเฟิงตอบอย่างใจเย็น
"ตระกูลฉู่ที่ฉู่ปี้ชิงอยู่"
ตระกูลฉู่พัฒนาอย่างรวดเร็วภายใต้การนำของฉู่ปี้ชิง
เฉินเฟิงคาดว่าจ้าวไห่ถังน่าจะรู้จักฉู่ปี้ชิง ชนชั้นสูงหน้าใหม่แห่งโม๋ตู
"ท่านผู้เฒ่าตระกูลฉู่อายุครบรอบเจ็ดสิบปีวันนี้พอดี เขาเชิญพวกเราไปร่วมงานด้วย แต่เพราะต้องมาต้อนรับคุณ พวกเราเลยปฏิเสธไป จะไปร่วมงานเลี้ยงเหรอ? ตระกูลฉู่มีบุญคุณอะไรกับคุณล่ะ"
จ้าวไห่ถังถามคร่าวๆ ขณะขับรถด้วยความเร็วหนึ่งร้อยไมล์ต่อชั่วโมง
"ไปมอบระฆังให้เป็ของขวัญ!"
เฉินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ปล่อยจิตสังหารจากทั่วร่างกาย
เพียงพริบตาจ้าวไห่ถังที่หลังพิงติดอยู่กับอกของเฉินเฟิง ััได้ถึงความหนาวเย็นจนถึงขีดสุด
แม้ว่าภายนอกจะร้อนอบอ้าว แต่ก็ไม่อาจขับไล่ความหนาวเย็นออกจากร่างกายได้เลย
"เอ่อ... คุณกับฉู่ปี้ชิงเกี่ยวข้องกันยังไงเหรอ?"
เธอรีบถามด้วยความหวาดหวั่น จ้าวไห่ถังนึกขึ้นได้ว่า ณ ขณะนี้ ฉู่ปี้ชิงถือเป็ผู้หญิงที่ทรงอำนาจที่สุดในโม๋ตู ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็ดอกไม้ประดับเมืองอันดับหนึ่งแห่งโม๋ตูอีกด้วย
"ผมเป็คู่หมั้นที่เสียชีวิตไปแล้วของเธอ!"
เฉินเฟิงกัดฟันพูด
ความเกลียดชังของเขามิได้มุ่งเป้าไปที่ฉู่ปี้ชิงเพียงคนเดียว แต่เป็ทั้งตระกูลฉู่
เป็ตอนนี้เอง จ้าวไห่ถังจึงรับรู้ว่า ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ผู้เย้ายวนใจ ผู้เป็คนจับหน้าอกเธอ ทั้งยังควบคุมอำนาจชีวิตความเป็ตายของครอบครัวเธออย่างเฉินเฟิงคนนี้ แท้จริงแล้วคือคู่หมั้นที่เสียชีวิตไปแล้วของฉู่ปี้ชิงนี่เอง
เธอใจนมอเตอร์ไซค์เกือบพลิกคว่ำ
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเฟิงจึงขยับเข้าไปหาเธออย่างลุกลี้ลุกลน ปล่อยมือจากยอดเขาแล้วรีบจับแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์แทน
"ใอะไรขนาดนั้น มอไซค์ล้มมาเธอคงไม่รอด ให้ผมขับเองดีกว่า เพื่อเป็การชดเชยที่ทำจิตใจอันบอบบางของผมต้องหวาดกลัว เธอต้องเล่นเป็แฟนปลอมๆ ของผมระหว่างเราอยู่ในบ้านตระกูลฉู่"
คางของเฉินเฟิงเกยอยู่บนไหล่อันหอมหวานของจ้าวไห่ถัง เขาหัวเราะขบขัน พูดจาหยอกล้อทีเล่นทีจริงอยู่ข้างหูของเธอ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเ้าชู้
"นี่ฉันถูกเอาเปรียบ แล้วยังต้องโดนลวนลามทางวาจาเช่นนี้เลยหรือ?"
จ้าวไห่ถังหน้าแดงจนถึงใบหู ตำรวจสาวผู้เฉียบคมในวันธรรมดากลับกลายมาเป็สาวน้อยขี้อายในวันนี้
สุดท้ายจ้าวไห่ถังก็ยอมซุกตัวอยู่ในอ้อมอกเฉินเฟิงนิ่งๆ ทั้งคู่ดูมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
เฉินเฟิงเสกให้หมวกกันน็อคของทั้งคู่อันตรธานหายไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว ลมแรงจากความเร็วพัดปะทะใบหน้าโดยไร้สิ่งใดขวางกั้น
เฉินเฟิงบิดคันเร่ง เร่งความเร็วจนถึงขีดสุด ความเร็วรถพุ่งจากหนึ่งร้อยไมล์ต่อชั่วโมงเป็สามร้อยไมล์ต่อชั่วโมง เขาปล่อยตัวปล่อยใจและดื่มด่ำไปกับความรู้สึกที่สายลมพัดผ่านใบหน้าพร้อมกับรำพึงรำพันกับตนเอง
"นี่ต่างหากคือความรู้สึกของการขับมอไซค์ของจริง ใส่หมวกขับมอไซค์ก็เหมือนใส่ถุงยางตอนหลับนอนกับผู้หญิงนั่นแหละ ไม่สนุกเลยสักนิด!"
เขาขับตรงไปบนถนนเลียบสนามบินเป็ระยะทางประมาณห้ากิโลเมตร กระทั่งพบเข้ากับแยกไฟแดง
แต่ทว่ารถมอเตอร์ไซค์ความเร็วสูงถึงสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงที่อยู่ในมือเฉินเฟิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะจอดหรือชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อย
"ข้างหน้าเป็ไฟแดง เดี๋ยว... แล้วหมวกกันน็อคฉันหายไปไหน? หยุดรถเดี๋ยวนี้!"
จ้าวไห่ถังถามหาหมวกกันน็อคอย่างตื่นตระหนก เธอเพิ่งรู้ตัวว่าหมวกกันน็อคที่เธอสวมใส่ได้หายไปแล้ว
ในฐานะตำรวจจราจร เธอทำใจฝ่าฝืนกฎหมายอย่างการฝ่าไฟแดงไม่ได้
"ช่างมันแล้วกัน ผมไม่สร้างปัญหาให้คุณดีกว่า"
เฉินเฟิงหยุดมอเตอร์ไซค์ลงหน้าเส้นทางม้าลายพอดี
แต่หลังจากไฟแดงผ่านพ้น รถมอไซค์ตำรวจจราจรยังคงแล่นด้วยความเร็ว สามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงต่อไป นำพาเฉินเฟิงกับจ้าวไห่ถังไปยังตระกูลฉู่ด้วยความเร็วสูง
โดยปกติแล้วต้องใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีกว่าจะถึง แต่นี่กลับใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีเท่านั้น
ณ เวลานี้ บ้านโบราณเก่าแก่ตระกูลฉู่เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติมากหน้าหลายตากำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน
เสียงสนั่นหวั่นไหวดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าจึงสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนเป็อย่างมาก
ฝูงชนต่างเงยหน้ามองรถมอไซค์คันหนึ่งที่บินข้ามกำแพงบ้านเข้ามา
เสียงคำรามดังลั่นส่งท้ายของเครื่องยนต์ถึงกับทำให้จ้าวไห่ถังหูอื้อชั่วขณะ
"ถึงแล้ว!"
กระทั่งเฉินเฟิงะโ 'ถึงแล้ว' ข้างหูเธอนั่นแหละ เธอถึงตั้งสติได้
ประสบการณ์โลดโผนห้านาทีนี้นับเป็ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุดในชีวิตของเธอครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
จากนี้ไป ถ้าเฉินเฟิงขอเธอเป็แฟนอย่างจริงจัง เธอคงไม่คัดค้าน
เพราะเธอตกหลุมรักเฉินเฟิงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น!
นอกเหนือจากนี้ เฉินเฟิงยังถือหุ้นจ้าวซื่อกรุ๊ปอีกห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ เขาอาจช่วยครอบครัวของเธอให้พ้นวิกฤตในอนาคตได้
ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังเป็ผู้มีอำนาจมั่งคั่งในโม๋ตู น่าค้นหา!
เป็คู่หมั้นของคนอื่นแล้วยังไง?
จ้าวไห่ถังรักเขา เธอต้องแย่งเขามาให้ได้!
ด้วยแรงผลักดันจากอารมณ์ความรู้สึกนี้ จ้าวไห่ถังจึงประทับริมฝีปากลงบนใบหน้าเฉินเฟิงต่อหน้าทุกคนในงาน
และภาพนี้เองก็บังเอิญถูกฉู่ปี้ชิง หญิงสาวผู้กุมอำนาจสูงสุดในตระกูลฉู่เห็นเข้าเต็มสองตา
"เขา... เป็เขาจริงๆ... เขาฟื้นคืนชีพกลับมา?!"
ฉู่ปี้ชิงในชุดกี่เพ้าสีเขียวมรกต ถือแก้วไวน์แดงในมือด้วยท่าทางสง่างาม แต่เธอกลับปล่อยแก้วไวน์หลุดมือ ตกแตกกระจายทั่วพื้นในพริบตา
"พี่ เป็อะไร?"
ฉู่ปี้ฉง น้องสาวคนรองตระกูลฉู่ รีบยื่นมือประคองฉู่ปี้ชิงที่เกือบจะล้มพับลงไปกับพื้นเหมือนแก้วไวน์
"พี่เขยของเธอ เขาฟื้นกลับมาแล้ว แถมยังมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างกาย!"
ฉู่ปี้ชิงพูดด้วยความตกตะลึง ผสมกับความรู้สึกสูญเสียและขมขื่น
หลังๆ มานี้ เธอทุ่มเทเวลากับการแก่งแย่งอำนาจในตระกูลและพัฒนาธุรกิจ
สำหรับเครือญาติตระกูลฉู่ ทุกคนต่างรังแก ซ้อมทรมาน และพยายามลอบฆ่าเฉินเฟิงแขกผู้พักอาศัยจนเขาตายลง
โดยที่ฉู่ปี้ชิงไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง แต่เมื่อเธอเห็นเฉินเฟิงอยู่คู่กับผู้หญิงคนอื่นทำให้เธอรู้สึกหึงหวง
"ให้ผมอุ้มเธอลงมอไซค์นะ…"
เฉินเฟิงััแก้มที่ถูกจ้าวไห่ถังขโมยจูบและยังััได้ถึงความหึงหวงจากคู่หมั้นของเขาอย่างฉู่ปี้ชิงที่อยู่ไม่ไกลออกไป เขาจึงโอบไหล่และอุ้มจ้าวไห่ถังลงจากมอเตอร์ไซค์
หญิงสาวโอบรอบคอเขาด้วยมือเรียวยาว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหล ราวกับ้าอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์
"แกฟื้นกลับคืนมาได้ยังไงกัน? แล้วแกคิดว่าบ้านของพวกฉันเป็ที่ที่หมาหัวเน่าอย่างแกนึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไปอย่างงั้นหรือไง!"
ฉู่ควง ลูกพี่ลูกน้องคนโตของฉู่ปี้ชิง หลังจากดื่มเหล้าขาวในมือหมดขวดก็วิ่งปรี่เข้าหาเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทางด้านบรรพบุรุษตระกูลฉู่ผู้มีความรู้ด้านการบำเพ็ญตน พอเห็นเขายังมีชีวิตอยู่หลังจากถูกฝังเป็เวลาสามวันก็ไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจอะไร เพียงกังวลว่าพิธียืดอายุขัยของตนจะไม่ประสบความสำเร็จ
เสียงะโดังลั่นของฉู่ควงปลุกสองสาวให้ตื่นจากภวังค์แห่งความหึงหวงและความลุ่มหลง
"ฉู่ควง คิดจะทำอะไร? หยุดนะ!"
ฉู่ปี้ชิงกังวลว่าฉู่ควงจะสู้เฉินเฟิงไม่ได้ เพราะเขาเป็ถึงนักกีฬาเทควันโดสายดำ
ปั้ง!
เฉินเฟิงก้าวลงจากเบาะมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เตะฉู่ควงลอยขึ้นกลางอากาศ จนร่างกระเด็นร่วงลงบนโต๊ะหลักของงานเลี้ยงวันเกิด
โต๊ะนั้นรายล้อมไปด้วยผู้นำจากห้าตระกูลใหญ่และบริษัทใหญ่ทั้งสี่ในโม๋ตู
โดยเฉพาะปู่และพ่อของฉู่ควง ทั้งสองมองเหตุการณ์ด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นหน้าอกฉู่ควงยุบลงทั้งแถบ
ตายแล้ว ตายสนิท!
"ตระกูลฉู่... เป็ที่ที่อยากมาก็มา อยากไปก็ไปไม่ได้เรอะ? สามวันก่อน พวกอำมหิตฝังฉันทั้งเป็
วันนี้ฉันกลับมาที่นี่เพื่อร่วมงานวันเกิดเช่นกัน ส่วนของขวัญ... เป็โลงศพกับระฆังอย่างละใบเป็ไง"
เฉินเฟิงกวาดตามองรอบๆ น้ำเสียงเย็นะเืและเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยอง
ไม่เพียงแค่พูด เขาโยนโลงศพน้ำแข็งใบเล็กและระฆังทองคำจิ๋วออกไป
โยนออกไปไม่ไกล โลงศพและระฆังใบเล็กขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลม กลายเป็ขนาดปกติในพริบตา
ผู้คนรอบข้างต่างตกตะลึงเมื่อเห็นภาพนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าล้วนอยู่เหนือความเข้าใจของคนธรรมดา
แม้พวกเขาจะรู้ว่าตระกูลฉู่ไม่ธรรมดา
แม้เป็เพียงตระกูลชั้นสามที่ไม่โดดเด่น แต่ก็มีวิชาประหลาดบางอย่าง
มีข่าวลือเล่ากันว่า คนรุ่นเก่าตระกูลฉู่ทำพิธีสาปแช่งชายหนุ่มที่ชื่อเฉินเฟิงจนบ้านแตกสาแหรกขาด และแย่งอายุขัยของเขาให้กับบรรพบุรุษตระกูลฉู่
หากไม่ใช่เพราะวิชานี้ของผู้เฒ่าผู้แก่ตระกูลฉู่ บุคคลสำคัญจากตระกูลใหญ่และบริษัทชั้นนำคงไม่มาร่วมงานวันเกิดในวันนี้
"เฉินเฟิง เกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่..."
ฉู่ปิ้ชิงเดินเข้าหาเฉินเฟิงด้วยแรงพยุงจากน้องสาว ถามด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน
"ปู่ทั้งสี่คนของคุณร่วมมือกันใช้กำลังจับผมใส่โลงศพทั้งเป็ ้าทำพิธีย้ายอายุขัยไปให้กับปู่ทวดใกล้ตายของคุณ
ตอนนี้ ผมพังโลงศพออกมาเพื่อมาร่วมงานวันเกิดของปู่ทวดคุณและมาทวงคืนอายุขัยของผมด้วย ผมขอมอบระฆังทองเป็ของขวัญวันเกิด ส่วนโลงศพน้ำแข็งนี้ก็เพื่อรับชีวิตฉู่ควง!
ระหว่างเจ็ดวันที่ผมอาศัยอยู่ในตระกูลฉู่ ฉู่ควงคือคนที่โเี้อำมหิตที่สุด เขาทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะทรมานผม
เพราะผมเป็คู่หมั้นของคุณ คนที่แย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลที่มันคิดว่าควรจะเป็ของมัน!"
เฉินเฟิงพูดเสียงต่ำ สายตาจ้องมองเ้าของงานวันเกิด ปู่แท้ๆ ของฉู่ปี้ชิง ชื่อของเขาก็คือ ฉู่ฟาน
