ของทั้งหมดถูกนำมาวางตรงหน้าฮวาเจา วิทยุและนาฬิกาข้อมือยังอยู่ในสภาพดี ส่วนจักรยานและจักรเย็บผ้า เนื่องจากฮวาซานระมัดระวังในการเก็บรักษา โดยการคลุมด้วยผ้าห่มเก่า จึงไม่มีรอยขีดข่วน
ฮวาเจาตั้งใจจะปล่อยพวกมันไปครั้งหนึ่ง แต่ก็รู้ว่าหากเรียกร้องเงินก็จะต้องเสียเวลาพูดจาและอาจจะสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นอีก เมื่อยังไม่ถึงคราวเป็ตาย เธอจึงไม่อยากผลักฮวาซานให้จนตรอก
ฮวาเจาคว้าชัยชนะ พากลับมาพร้อมข้าวของขึ้นรถบรรทุก กลับบ้านท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ผู้คนในหมู่บ้านต่างคิดว่าเป็การแจกจ่ายอาหารบรรเทาทุกข์ จึงพากันวิ่งมาดู แต่กลับได้เห็นเื่ราวใหญ่โต
ฮวาซานยอมจำนน!
สายตาที่พวกเขามองฮวาเจาจึงเปลี่ยนไปในทันที
ฮวาเฉียงได้ยินเสียงรถยนต์ก็รีบออกมาต้อนรับ เมื่อสอบถามจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว...หลานสาวของเขารู้จักใช้ดาบของคนอื่นแล้ว...
แน่นอนว่าหากเป็เมื่อก่อน เขาที่ไม่รู้เื่ภายนอก ก็คงไม่กล้าใช้ดาบเล่มนี้
เขากลัวว่าสถานะของตนจะทำให้หวังเิเดือดร้อน และกลัวว่าหากหวังเิมีเื่อะไร จะทำให้หลานสาวของเขาเดือดร้อนไปด้วย
แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันในวันนั้น เขาก็สบายใจขึ้น โลกภายนอกดูเหมือนกำลังจะเปลี่ยนไป การจะหยิบยืมพลังเพียงเล็กน้อยก็คงไม่เป็อะไร
"มา ๆ ฮวา รีบไปทำอาหารเร็วเข้า จัดการต้อนรับสหายทั้งหลายหน่อย"
"ไม่ต้อง ๆ พวกเราไม่อาจรบกวนชาวบ้านได้แม้แต่เข็มเดียว!" เสี่ยวจ้าวรีบปฏิเสธ จับมือคนขับรถเตรียมจะวิ่งหนี
แต่ฮวาเจากลับคว้าตัวพวกเขาไว้แน่น ทั้งสองราวกับถูกตรึงอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะพยายามสะบัดอย่างไรก็ไม่เป็ผล
"กินข้าว กินข้าวเสร็จค่อยไป! อะไรกันชาวบ้าน พวกคุณเองก็เป็ชาวบ้านเหมือนกันนั่นแหละ! ชาวบ้านกินข้าวด้วยกันมันสำคัญตรงไหนกัน ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ให้พวกคุณกินเข็มกินด้ายหรอก กินข้าวกัน" ฮวาเจาพูดเล่น
เหล่าหนุ่ม ๆ ต่างก็หัวเราะ รู้สึกว่าสาวอ้วนคนนี้ก็ไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่คิด
"ห้ามขยับนะ ถ้าขยับอีก ฉันจะถอดล้อรถพวกคุณซะ" ฮวาเจาขู่ซ้ำ
เสี่ยวจ้าวกลัวจริง ๆ ด้วยแรงเมื่อครู่ เขามั่นใจว่าฮวาเจาสามารถถอดล้อรถได้ด้วยมือเปล่า
แน่นอนว่าล้อรถของพวกเขา วิ่งขึ้นลงเขาไม่กี่เที่ยวก็ต้องขันให้แน่นแล้ว ไม่งั้นมันจะหลุดออกมาเอง...
ฮวาเจาไปทำอาหาร ต้อนรับหนุ่ม ๆ สิบกว่าคน สำหรับเธอในตอนนี้ไม่ใช่เื่ยาก
เริ่มจากการผัดถั่วงอก 10 ชั่ง...
จากนั้นก็เอาฟักทองลูกใหญ่มาต้ม แล้วเอาข้าวโพดบดที่เหลืออยู่มาต้มเป็ข้าวต้มอีกหม้อก็พอแล้ว
ถึงจะไม่มีเนื้อ ไม่หรูหรา และอาจจะไม่อิ่ม...แต่รับรองว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืม!
เป็เช่นนั้นจริง ๆ ทั้ง 10 คนกินกันจนหน้ามืดตามัว รู้สึกเหมือนไม่เคยกินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน!
แต่มันก็ไม่ควรจะเป็แบบนี้นี่ พวกเขาถึงจะจนยังไงก็ยังพอมีถั่วงอกและฟักทองกิน
อืม...หรือว่าฝีมือของฮวาเจาจะดีกันนะ!
สาวอ้วนคนนี้ยังมีข้อดีขนาดนี้ซ่อนอยู่จริง ๆ ด้วย!
ในยุคที่ขาดแคลนน้ำมันเช่นนี้ ในหมู่บ้านแทบจะหาผู้หญิงที่กล้าพูดว่าตัวเองทำอาหารอร่อยไม่ได้ ทุกคนทำแต่อาหารหมู ทำแค่ให้มันสุกก็พอ
ทุกคนกินข้าวเสร็จก็รีบจากไป พร้อมกับถั่วงอกที่เหลืออีก 5 กระสอบ
จริง ๆ แล้วถั่วงอกพวกนี้เพิ่งงอกได้ไม่กี่วัน ควรจะยังไม่สมบูรณ์ดีนัก แต่ไม่มีอะไรที่การแลกเปลี่ยนพลังงานแก้ไขไม่ได้
ถั่วงอก 5 กระสอบกลายเป็สดชื่นขึ้นในทันที
แต่พวกมันก็ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าห่ม คนอื่นจึงมองไม่เห็น
แน่นอนว่าเธอก็กำลังหลอกฮวาเฉียงที่ไม่รู้เื่...หรือต่อให้รู้สึกแปลก ๆ บ้างก็คงไม่ใส่ใจ เธอจะได้ี้เี ส่งของไปที่อำเภอแค่ครั้งเดียว
เมื่อมีจักรเย็บผ้า เธอก็ต้องทำงานแล้ว และการเดินทางไปอำเภอก็เสียเวลาในการเข้าป่าของเธอ
เธอไม่ชอบใจ งานแรกของเธอคือลดน้ำหนัก! ทำให้สวย!
"กลับไปจดบัญชีไว้ด้วย แล้วเอามาให้ฉันทีหลัง" ฮวาเจาบอกก่อนที่เสี่ยวจ้าวจะไป
"แล้วก็ถามหัวหน้าของพวกคุณด้วยนะ ว่าพอจะบอกคนของรถไฟได้ไหม ให้ฉันเอาถั่วงอกไปฝากไว้กับรถไฟเที่ยวเช้าทุกวัน แล้วพวกคุณก็ไปรับที่ปลายทางได้เลย จะได้ไม่ต้องให้ฉันเดินทางทุกวัน"
"ได้ ผมจะกลับไปถามให้" เสี่ยวจ้าวรับปาก
ฮวาเจาส่งแขก เก็บกวาดครัวเสร็จ ก็รีบเอาถั่วเขียว 100 ชั่งไปแช่น้ำ
ไม่รู้ว่าหวังเิจะจัดการถั่วงอก 1,000 กว่าชั่งได้ไหม แต่ไม่เป็ไร เธอได้พูดถึงช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นไว้แล้ว เธอเห็นว่าหวังเิเป็คนคล่องแคล่ว น่าจะจัดการได้
เมื่อจัดการเื่ถั่วงอกเสร็จ เธอก็เข้าป่าอีกครั้ง
จากนั้นก็แบกตะกร้าใส่สารพัดของป่า ทั้งวอลนัท เกาลัด เมล็ดสน และเฮเซลนัท กลับมาด้วยสภาพที่เหม็นอับ
เธอไปเจอ "รังกระรอก" อีกแล้ว~
ครั้งนี้กระรอกตัวนี้ไม่ "เลือกกิน" ~ ในรังมีทุกอย่าง ไม่ได้มีแค่เกาลัดอย่างเดียว
การโกหกก็ต้องทำให้เหมือนจริง อย่าดูถูกสติปัญญาของฮวาเฉียง
เมื่อเดินผ่านบ้านของฮวาซาน ฮวาเจาได้ยินเสียงฮวาเสี่ยวอวี้ร้องไห้ในบ้าน ดูเหมือนจะถูกตีอย่างหนัก
สมน้ำหน้า! ชอบทำตัวไม่ดี! ไม่ใช่ของของตัวเองยังกล้าเอื้อมมือไปหยิบ!
เจียงฉินกำลังจะไปทำงาน เห็นฮวาเจาเงยหน้าขึ้นมา
"โอ๊ย ฮวาเล็ก เ้าไปทำอะไรมาเนี่ย?" เธอตั้งใจจะเดินเข้าไปใกล้ แต่กลับต้องถอยหลังหนีเพราะโดนฮวาเจาไล่หลัง
เมื่อฮวาเจาเห็นเธอ ก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ จึงพูดว่า "ป้าสาม เมื่อไหร่จะคืนบ้านให้ฉัน?"
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของเจียงฉินไม่ดี "นี่เด็กคนนี้ พูดอะไรของเ้า บ้านของเ้า เ้าก็อาศัยอยู่ไม่ใช่หรือไง พวกเราตอนนี้ไม่กล้าเข้าไปใกล้บ้านของเ้าแล้ว"
"อย่ามาตีมึน ฉันรู้ว่าฉันพูดถึงเื่อะไร ตอนที่แม่ของฉันจากไป ก็บอกว่าถ้าพวกคุณดูแลฉันดี บ้านหลังนั้นก็จะเป็ของพวกคุณ ไม่เช่นนั้นก็จะคืนให้ทีมผลิต!"
ยัยเด็กนี่ความจำดีจริง!
เจียงฉินด่าฮวาเจาในใจ แต่บนใบหน้ากลับยิ้มแย้ม "เ้าเด็กคนนี้ เื่ของผู้ใหญ่เ้าอย่ามายุ่ง"
พูดจบก็รีบเดินไป ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ตอนนั้นแม่ของฮวาเจาได้ทำข้อตกลงกับพวกเขาจริง ๆ แถมยังเซ็นสัญญาผ่านการรับรองจากทีมผลิตด้วย...
หลายปีมานี้ไม่มีใครมาหาเื่ครอบครัวฮวาซาน หากไม่ได้ดูแลกันดีจริง ๆ บ้านของเธอก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้
ยัยเด็กนี่ปากคอเราะร้ายจริง ๆ!
ดูเหมือนว่าต่อไปคงจะแตะต้องเธอไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว
น่าเสียดายนาฬิกาและจักรเย็บผ้าของเธอ!
หากจะถามว่ามีผู้หญิงคนไหนในบ้านของฮวาซานที่คู่ควรกับนาฬิกาข้อมือผู้หญิงเรือนนั้น ก็คงไม่มีใครนอกจากเธอ
เมื่อขอตรง ๆ ไม่ได้ ก็คิดหาวิธีอื่นแล้วกัน...เธอยังไม่ยอมแพ้
ฮวาเจามองตามแผ่นหลังของเจียงฉิน ก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้าน
เธอไม่ใช่คนใจแคบที่มองใครแล้วอยากจะควักลูกตาคนนั้น เธอชอบเก็บไว้ก่อน มองหลาย ๆ ครั้งค่อยเอาคืน...
เมื่อกลับถึงบ้าน ฮวาเฉียงก็คุ้นชินกับโชคดีของหลานสาวไปแล้ว
ในูเาลูกนี้มีแต่ของมีค่า ตราบใดที่คนขยันขันแข็ง ไม่ว่าจะเข้าป่าเมื่อไหร่ก็ไม่มีทางกลับมือเปล่า
แม้ว่าโชคของหลานสาวเขาจะดูดีเกินไปหน่อย ที่ใกล้หมู่บ้านขนาดนี้ยังมีของป่ามากมายขนาดนี้
แต่เื่โชคก็พูดไม่ได้ บางคนยังขุดเจอโสมป่าในหลังบ้านของตัวเองเลย!
ฮวาเจาเก็บเมล็ดสน เฮเซลนัท และวอลนัทไว้เตรียมกินเอง ส่วนเกาลัดลูกใหญ่ ก็ให้เหล่าสัตว์เลี้ยงในสวนหลังบ้านกินไป เลี้ยงไว้ให้มันโตไว ๆ จะได้ออกไข่
เห็นแล้วฮวาเฉียงก็ปวดใจ เกาลัด 1 ชั่งยังไงก็อร่อยและมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าข้าวโพด 1 ชั่ง แถมยังมีราคา นำไปขายในอำเภอแล้วซื้อข้าวโพดมาเลี้ยงหมูก็ยังจะคุ้มกว่า
"ไม่ต้องห่วงค่ะคุณปู่ ข้าวโพดจะมีแน่!" ฮวาเจาเอาเงิน 15 หยวนที่หามาได้วันนี้ออกมา "วันนี้รีบไปหน่อย ลืมซื้อข้าวสารไว้ เดี๋ยวครั้งหน้า พอคุณอาหวังเอาเงินค่าถั่วงอก 5 กระสอบของวันนี้มาให้ ปัญหาวิกฤตทางการเงินของบ้านเราก็จะได้รับการแก้ไขแล้ว พอถั่ว 100 ชั่งนี้งอกออกมา ขายออกไป แล้วงอกออกมาอีก ขายออกไปอีก...บ้านเราก็จะรวย!"
หลักการเงินต่อเงินแบบนี้ง่ายมาก ฮวาเฉียงเองก็เข้าใจ เพียงแต่ไม่เคยคิดว่าหลานสาวอ้วนของตนจะทำได้!
ซาบซึ้งใจจริง ๆ! พอนึกถึงชีวิตความเป็อยู่ของ่ไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็เหมือนกับฝันไป
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเย่เซิน! เขา...ได้จุดประกายให้หลานสาวของเขา เปลี่ยนไปเป็คนที่มีเหตุผลมากขึ้น
"ครั้งหน้าอย่าลืมให้หวังเิถามหาที่อยู่ของเย่เซินตอนนี้หน่อยนะ เขียนจดหมายไปหาเขาเยอะ ๆ ติดต่อกันไว้ คนเราก็ต้องพึ่งการติดต่อ ยิ่งติดต่อกันมากก็ยิ่งมีใจให้กัน" ฮวาเฉียงกล่าว
ฮวาเจาชะงักไป เขียนจดหมาย? เ้าของร่างเดิมรู้จักหนังสือเหรอ?
เธอรื้อฟื้นความทรงจำอย่างละเอียด ก็พบเศษเสี้ยวความทรงจำที่ฮวาเฉียงพยายามสอน "ฟ้าดินดำเหลือง จักรวาล" ให้เ้าของร่างเดิม
ฮวาเฉียงเคยเรียนโรงเรียนเอกชนมาบ้าง รู้หนังสือ ปีนั้นก็อยากจะเลี้ยงดูหลานสาวคนนี้ให้ดี แต่เ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนประเภทนั้น ไม่สนใจการเรียนเลยแม้แต่น้อย
เธอสนใจแต่เื่กิน
"ได้ ๆ หนูจะเขียนจดหมายไปหาเขา!" ฮวาเจาพยักหน้าถี่ ๆ แล้วพูดอย่างหนักแน่น "เพื่อสหายเย่เซิน หนูจะพยายามเรียนรู้หนังสือ! คุณปู่ต้องสอนหนูนะ!"
ในที่สุดก็มีข้ออ้างที่จะตั้งใจเรียนแล้ว! เธอไม่เพียงแต่ต้องอ่านออกเขียนได้ แต่ยังต้องเข้าสอบมหาวิทยาลัยในปีหน้าด้วย!
