เมื่อริมฝีปากแดงก่ำของหลีจิ้งขยับเบาๆ ขณะอธิบายเวทควบคุมปีศาจให้เนี่ยเทียนฟังนั้น ไม่ว่าจะเป็คนของหุบเขาเทา วังยมบาล หรือว่าสำนักภูตผีต่างก็เป็ฝ่ายเคลื่อนตัวออกไปจากตำแหน่งที่หลีจิ้งและเนี่ยเทียนอยู่ คล้าย้าเลี่ยงรับฟัง
แต่ต่อให้พวกเขาอยากจะฟัง เกรงว่าก็คงไม่ได้ยินอะไรแม้แต่คำเดียว มิอาจรับรู้ได้ถึงความมหัศจรรย์ของเวทควบคุมปีศาจ
เสียงของหลีจิ้งที่แ่เบาและเนิบช้า อธิบายความมหัศจรรย์ของเวทควบคุมปีศาจให้เนี่ยเทียนฟังทีละประโยคอย่างอดทน
แรกเริ่มเนี่ยเทียนไม่พูดอะไร เอาแต่จดจำเวทควบคุมปีศาจไว้ในส่วนลึกของจิตใจ รอจนหลีจิ้งเริ่มอธิบายอย่างจริงจังทีละประโยคแล้ว เนี่ยเทียนถึงจะเอ่ยถามบ้างสองสามคำ
หลีจิ้งใช้เวลาตลอด่เช้าหมดไปกับการอธิบายเวทควบคุมปีศาจคัมภีร์เืให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด
“เ้ามีเวลาสองวันในการทำความเข้าใจกับความมหัศจรรย์ของเวทควบคุมปีศาจ สองวันนี้หากเ้าเจอกับปัญหาใดก็มาสอบถามข้าได้ตลอดเวลา” เมื่อถึง่เที่ยง หลีจิ้งก็หยุดการอธิบายในที่สุด จากนั้นจึงใช้สายตาที่มองทะลุปรุโปร่งไปถึงหัวใจ มองไปยังเนี่ยเทียนเงียบๆ แล้วจึงกล่าวว่า “สองวันให้หลัง ข้าจะพาเ้าไปที่สำนักภูตผี ถึงเวลานั้นเ้าค่อยใช้วิธีเดิมปลุกโครงกระดูกปีศาจเืให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ใช้โครงกระดูกปีศาจเืช่วยวังยมบาลและสำนักภูตผีสังหารพวกภูตผีปีศาจ”
“ตกลง” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ก่อน” หลีจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่ง อยู่ๆ แหวนที่นางสวมก็เปล่งแสงวาบ แล้วยาคืนพลังจิตสี่เม็ดก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของนาง “ได้ยินว่าเ้ามีความสามารถในการรับฤทธิ์ยาคืนพลังจิตที่น่าตะลึง ยาคืนพลังจิตสี่เม็ดนี้น่าจะพอทำให้พลังจิตของเ้าฟื้นคืนมาได้”
นางส่งยาคืนพลังจิตมาให้
“ขอบคุณมาก” หลังจากรับมา เนี่ยเทียนก็กลืนลงท้องไปคำเดียวโดยไม่ลังเล
ก่อนหน้านี้ตอนที่ทำความเข้าใจกับคาถาสะเก็ดดาวบทต้น เขาสูญเสียพลังจิตไปไม่น้อย ตอนนี้พลังิญญาในร่างของเขาเป็ปกติ เมื่อได้กินเนื้อสัตว์วิเศษเข้าไปพลังเืเนื้อก็ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาช้าๆ มีเพียงความเสียหายทางพลังจิตเท่านั้นที่ยังไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ
หลีจิ้งคือผู้แข็งแกร่งขอบเขตลี้ลับ แน่นอนว่าย่อมมองออกถึงปัญหาที่เขากำลังเผชิญ ดังนั้นจึงมอบยาคืนพลังจิตสี่เม็ดให้แก่เขา
“จำไว้ว่าอย่าเผาผลาญพลังจิตเกินจำเป็อีก” หลีจิ้งขมวดคิ้วน้อยๆ คล้ายจะรู้แม้กระทั่งว่าที่พลังจิตของเขาเสียหายก็เพราะทำความเข้าใจกับคาถาสะเก็ดดาว “ภารกิจที่สำคัญที่สุดสำหรับเ้าในตอนนี้ก็คือตั้งใจศึกษาเวทควบคุมปีศาจ มีเพียงเข้าใจถึงความลี้ลับมหัศจรรย์ของเวทควบคุมปีศาจเท่านั้น เ้าถึงจะสามารถควบคุมโครงกระดูกปีศาจเืได้อย่างแท้จริง และทำให้มันสำแดงศักยภาพที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้”
“ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเวทควบคุมปีศาจให้มาถามข้า ส่วนความ้าด้านอื่นๆ เ้าไปบอกอวี๋ถง”
กล่าวจบหลีจิ้งก็หมุนตัวกลับไป เดินเยื้องย่างไปยังจุดที่ผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตรวมตัวกันอยู่
เนี่ยเทียนมองเรือนกายที่งามสง่าของนางด้วยอาการเหม่อลอย ในใจเต็มไปด้วยความปลงอนิจจัง
เขายังจำได้ว่าตอนที่เขาเข้าร่วมงานพินิจของวิเศษหอหลิงเป่า พระจันทร์สีเืดวงหนึ่งลอยสูงขึ้นกลางฟ้า เบื้องใต้พระจันทร์คือหลีจิ้งที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเื เงาโลหิตดุร้ายเงาหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาฉีกทึ้งค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภา ต่อสู้อย่างดุเดือดกับฝางฮุยแห่งหอหลิงเป่า นำพาคนของสำนักโลหิตประหัตปะาหอหลิงอวิ๋นจนเืนองแผ่นดิน
เวลานั้นเขาเองก็ถูกผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตไล่ฆ่า เสี่ยงอันตรายทุกฝีก้าว
แม้แต่ฝันเขาก็ยังคิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งตนจะมาอยู่ในสำนักโลหิต ถูกผู้แข็งแกร่งที่ทัดเทียมได้กับอาจารย์ของเขาผู้นี้ถ่ายทอดเวทลับของสำนักโลหิตให้อย่างตั้งใจ
หลีจิ้งกลับไปถึงจุดที่คนสำนักโลหิตรวมตัวกันแล้วจึงกวาดตามองอวี๋ถงหนึ่งครั้ง เอ่ยเสียงเรียบเฉย “่นี้อาหารการกินของเนี่ยเทียน เ้าเป็คนรับผิดชอบหาไปส่งให้เขา ไม่ว่าเขา้าอะไร เ้าจงตอบสนองความ้าของเขาให้ได้อย่างเต็มที่ หากทำไม่ได้ค่อยมาบอกข้า”
อวี๋ถงกล่าวอย่างนอบน้อม “ศิษย์เข้าใจแล้ว”
“อืม” หลีจิ้งพยักหน้าเบาๆ
เวลาหลังจากนั้นตลอดทั้งวัน เนี่ยเทียนก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
เขาใช้ยาคืนพลังจิตมาฟื้นฟูพลังจิตของตัวเองก่อน ส่วนเส้นใยพลังจิตที่เหลือเป็ส่วนเกินก็ได้แทรกซึมเข้าไปในสะเก็ดดาวเจ็ดดวง และก็ทำให้สะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวงนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
จากนั้นเขาจึงตั้งใจทำความเข้าใจกับความมหัศจรรย์ของเวทควบคุมปีศาจ
เวทควบคุมปีศาจคือเวทลับอย่างหนึ่งสำหรับสื่อสารกับปีศาจเื การสื่อสารกับปีศาจเืมีสองวิธี วิธีแรกคือใช้การขานรับจากเื อีกวิธีหนึ่งคือใช้ความรู้สึกร่วมกันทางจิติญญา
จากที่หลีจิ้งบอก ปีศาจเืระดับต่ำที่ไม่มีหลงเหลือแม้แต่ิญญา ทำได้แค่เพียงใช้การขานรับด้วยเืเท่านั้น
แต่ปีศาจเืระดับสูงอย่างโครงกระดูกปีศาจเืนี้ เนื่องจากิญญายังหลงเหลืออยู่ ไม่เพียงสามารถใช้การตอบรับด้วยเืสด ยังสามารถใช้ความรู้สึกร่วมทางจิติญญาได้ด้วย
ขณะที่ทำการหลอมโครงกระดูกปีศาจเื เสิ่นซิ่วอาจารย์ของอวี๋ถงเคยใช้เืสดในร่างตัวเองหลอมละลายเข้าไปในเืของโครงกระดูกปีศาจเื
ซึ่งแม้แต่ิญญาที่เหลืออยู่ของโครงกระดูกปีศาจเืก็ยังถูกเสิ่นซิ่วผนึกไว้ในไข่มุกเืวิเศษ และใช้เืสดของตัวเองหล่อเลี้ยงทุกวัน
โครงกระดูกปีศาจเืตนนั้นหากสามารถฟื้นตื่นขึ้นมาได้จริงๆ นายของมันก็น่าจะเป็เสิ่นซิ่ว
เสิ่นซิ่วสามารถใช้เืสดที่นางกรอกลงไปในโครงกระดูกปีศาจเืและิญญาของมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในไข่มุกเืวิเศษมาควบคุมโครงกระดูกปีศาจเืได้ด้วยการใช้วิธีการขานรับทางเืสดและทางจิติญญา
ทว่าั้แ่วินาทีที่โครงกระดูกปีศาจเืถูกเนี่ยเทียนปลุกให้ตื่น อวี๋ถงที่ขอบเขตต่ำต้อยไม่มีความสามารถที่จะกำราบิญญาของโครงกระดูกปีศาจเืได้ ทำให้ิญญาของโครงกระดูกปีศาจเืที่เหลืออยู่หลุดออกจากการควบคุมของไข่มุกเืวิเศษ เข้าไปอยู่ในสมองของโครงกระดูกปีศาจเืโดยตรง
วินาทีนั้น เสิ่นซิ่วก็สูญเสียสิทธิ์ในการควบคุมโครงกระดูกปีศาจเืไปอีกครั้ง
อีกทั้งเนื่องจากโครงกระดูกปีศาจเืจะตื่นขึ้นมาได้ก็เพราะพลังชีวิตของเนี่ยเทียนเท่านั้น ต่อให้เสิ่นซิ่วสามารถควบคุมโครงกระดูกปีศาจเืได้ ก็ไม่สามารถนำมันมาใช้ประโยชน์
---เพราะเสิ่นซิ่วไม่สามารถปลุกให้โครงกระดูกปีศาจเืฟื้นตื่น
ตอนที่โครงกระดูกปีศาจเืตนนั้นถูกนำมาหลอม เนื่องจากไม่มีเืของเนี่ยเทียนมาปะปน ดังนั้นหลีจิ้งจึงแนะนำให้เขาใช้วิธีเรียกขานทางจิติญญา
แต่เนี่ยเทียนกลับคิดว่า ตอนที่เขาปลุกโครงกระดูกปีศาจเืนั้น หลักๆ แล้วเป็เพราะอาศัยเืของเขาที่หยดลงไปในหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเื
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตั้งใจจะทดลองทำทั้งสองวิธี
ทว่าก่อนหน้าที่จะติดต่อกับโครงกระดูกปีศาจเื เขา้าทำความเข้าใจกับความมหัศจรรย์ของเวทควบคุมปีศาจอย่างแท้จริงเสียก่อน ดังนั้นเขาจึงคิดจะเอาปีศาจชั้นต่ำบางส่วนมาทดลองฝึกซ้อมฝีมือ
เขา้าทดลองผลลัพธ์ของเวทควบคุมปีศาจไปทีละขั้น
เมื่อถึงกลางดึก เนี่ยเทียนที่เข้าใจกับเวทควบคุมปีศาจเล็กน้อยก็เริ่มอยากจะลงมือ
เมื่อเขาลืมตาก็เห็นว่าอวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตถือถาดสีเงินขนาดใหญ่ั์ใบหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่เต็มใจ
ในถาดสีเงินมีผลไม้ที่มีปราณิญญา และเนื้อสัตว์วิเศษที่ปิ้งจนมันเยิ้มวางไว้มากมาย
“นี่คืออาหารของเ้าในวันนี้”
พออวี๋ถงวางถาดเงินนั้นไว้ตรงเท้าของเนี่ยเทียนก็หมุนตัวหมายจะจากไป
นางไม่อยากอยู่นานแม้แต่วินาทีเดียว
“เดี๋ยวก่อน” เนี่ยเทียนพูดขึ้นเบาๆ
“มีอะไรจะสั่งอีก?” อวี๋ถงถาม
“ช่วยเอาอาหารแบบนี้มาอีกแปดส่วนในปริมาณเท่ากัน ข้าค่อนข้างจะกินจุหน่อย” เนี่ยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“อ้อ” อวี๋ถงจึงจากไป
ตอนที่นางหันหลังให้เนี่ยเทียน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น พูดกับตัวเองในใจ “กินให้ท้องแตกตายไปเลยสิ!”
ผ่านไปครู่หนึ่งนางก็ยกถาดเงินขนาดใหญ่ั์อีกสองถาดที่บรรจุเต็มไปด้วยอาหารกลับมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนอีกครั้ง แล้วก็พบทันทีว่าอาหารที่นางนำมาส่งก่อนหน้านี้ถูกเนี่ยเทียนกินเกลี้ยงไปแล้ว
อวี๋ถงตะลึงงัน วางถาดทั้งสองลงแล้วหมุนตัวจากไป
รอบต่อมาตอนที่นางยกถาดสีเงินใหญ่ั์สามใบเดินมาหาเนี่ยเทียน ดวงตาก็จ้องที่เนี่ยเทียนเขม็ง อยากจะดูว่าเนี่ยเทียนกำลังกินอยู่จริงหรือไม่
นางรู้สึกว่าพอเนี่ยเทียนที่ถูกหลีจิ้งฉกตัวมาอยู่ในสำนักโลหิตรู้ถึงความสำคัญของตัวเองจึงจงใจกลั่นแกล้งนาง
นางไม่คิดว่าเนี่ยเทียนจะกินอาหารมากมายขนาดนั้นได้หมดจริงๆ
ทว่าเมื่อนางจ้องเนี่ยเทียนตาไม่กะพริบ นางกลับพบว่าเนี่ยเทียนกำลังสวาปามอาหารในถาดเงินเ่าั้ด้วยความเร็วที่น่าใ
อาหารที่วันหนึ่งนางก็กินไม่หมด เนี่ยเทียนกลับฟาดเรียบในพริบตา
อวี๋ถงใช้สายตาเหมือนมองเห็นตัวประหลาดมองไปยังเนี่ยเทียนที่อ้าปากกัดกินอาหารคำโต เชื่อแล้วจริงๆ ว่าเนี่ยเทียนไม่ได้ล้อนางเล่น และไม่ได้จงใจเล่นงานนาง
ไม่นานหลังจากนั้น นางยังคงทยอยเอาอาหารปริมาณตามที่เนี่ยเทียน้ามาส่งลงตรงหน้าเนี่ยเทียนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่เนี่ยเทียนกินอาหารที่นางเอามาให้จนหมดแล้วก็เรอเอิ๊กออกมา พูดด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน “เอาปีศาจเืมาให้ข้าตัวหนึ่ง ข้าอยากทดลองใช้เวทควบคุมปีศาจ”
“เพิ่งวันเดียวเ้าก็จะทดลองควบคุมปีศาจเืแล้วรึ?” อวี๋ถงขมวดคิ้ว
“ต่อให้ไม่สำเร็จ แต่ก็ควรลองดูมิใช่หรือ?” เนี่ยเทียนกล่าว
“ปีศาจเืระดับต่ำส่วนใหญ่ล้วนถูกนำไปเสียสละเป็ห่าะุในตอนต่อสู้กับภูตผีปีศาจ ปีศาจเืที่ตายไปล้วนถูกภูตผีปีศาจกลืนลงท้องหมดแล้ว” อวี๋ถงอธิบาย “ปีศาจเืที่ร้ายกาจหน่อยก็ล้วนมีเ้านาย ไม่สามารถถูกเ้าควบคุมได้ ที่เ้าทดลองได้มีเพียงโครงกระดูกปีศาจเืที่เดิมทีควรเป็ของอาจารย์ข้าตนนั้น”
อวี๋ถงชี้ไปยังโครงกระดูกปีศาจเืที่อยู่ด้านหลังเนี่ยเทียน ั์ตามีความขุ่นเคืองที่ปกปิดไม่มิด
โครงกระดูกปีศาจเืเดิมทีควรเป็ของเสิ่นซิ่ว นางคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเนี่ยเทียนที่ปลุกโครงกระดูกปีศาจเืได้มาชุบมือเปิบแย่งเอาอาวุธสังหารที่ควรเป็ของอาจารย์นางไป
“มีเพียงโครงกระดูกปีศาจเืเท่านั้นหรือ...”
เนี่ยเทียนโบกมือ บอกเป็นัยว่าไม่มีธุระของอวี๋ถงแล้ว นางสามารถไปได้
เนี่ยเทียนที่นั่งนิ่งอยู่นาน ในที่สุดก็ลุกขึ้นยืน ขมวดคิ้วมุ่น เดินมาหยุดอยู่ข้างโครงกระดูกปีศาจเืที่นอนนิ่ง
เขาขึ้นไปยืนอยู่บนข้อต่อกระดูกฝ่าเท้าของโครงกระดูกปีศาจเื แล้วยื่นนิ้วหนึ่งออกไปแตะเบาๆ ทดลองดูก่อนว่าสามารถใช้พลังเืลมมาติดต่อกับโครงกระดูกปีศาจเืได้หรือไม่
-----
