“นี่ ถึงแล้ว”
คนบางคนมาหยุดบนหลังคาหนึ่ง ท่าทางเกร็งไม่เป็ธรรมชาติเล็กน้อย
เสิ่นม่านส่งเสียง “เอ๋?” จากนั้นรีบปล่อยตัวเขา “อ้อ เช่น…เช่นนั้นก็บ๊ายบาย ข้าจะกลับห้องล่ะ”
“เดี๋ยวก่อน” หนิงโม่ชำเลืองดูด้านล่าง มีโจรเฝ้ายามกลางคืนอยู่ราวเจ็ดถึงแปดคน ดูท่าทีแล้ว คนเหล่านี้ยังไม่ไว้ใจนางสักเท่าไร
เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ข้าจะล่อพวกเขาออกไปก่อน รอจนลานไม่มีผู้ใด เ้าค่อยกลับห้อง เข้าใจไหม?”
เสิ่นม่านยังคงมึนงงเล็กน้อย นางชะงักไปเสี้ยววิ ก่อนจะทำสัญญาณมือว่าตกลง “ตกลง ไม่มีปัญหา”
หนิงโม่ “…”
แย่แล้ว ยังรู้สึกว่านางน่ารักเหลือเกิน ทำอย่างไรดี?
เขาไม่อยากคิดต่อ เขาทิ้งเสิ่นม่านไว้และเหินไปทางมุมหนึ่งของลาน ไม่นานนัก เสิ่นม่านก็เห็นเรือนหลังหนึ่งมีไฟลุกท่วม
“ไฟไหม้!”
“เอาน้ำมาเร็ว!”
“รีบดับไฟเร็ว!”
“……”
กลุ่มโจรข้างนอกชุลมุนวุ่นวายกันใหญ่ เสิ่นม่านนั่งอยู่บนหลังคา เมื่อแน่ใจว่าคนในลานถูกเหตุไฟไหม้ดึงดูดออกไปจนหมด จึงเตรียมกลับเข้าห้อง
ครั้นแล้ว… สูงเหลือเกิน เหตุใดจึงไม่มีบันไดเล่า!
เสิ่นม่านหงุดหงิด นั่งลังเลอยู่บนหลังคาสูงสี่ถึงห้าเมตรอยู่ชั่วครู่ จากนั้นตัดสินใจเด็ดเดี่ยวกัดฟันะโลงไป
“ตุ้บ!”
นางกระแทกลงบนพื้นเต็มแรง เสิ่นม่านเจ็บจนร้องซี้ด นางนวดก้นที่น่าสงสาร แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาสนใจความเ็ปมากนักจึงรีบมุดกลับเข้าห้อง
เมื่อคนเฝ้ายามกลับมา เสิ่นม่านก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าง่วงซึม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูเหมือนคนเพิ่งตื่นไม่ผิดเพี้ยน
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดด้านนอกจึงเอะอะเช่นนี้?”
โจรทั้งหลายมองตากันและตอบตามความจริง
“เทพธิดาหลิน บ้านของหัวหน้าสามไฟไหม้ขอรับ เมื่อคืนนี้มีพี่น้องของเราตายไปหลายคน หัวหน้าใหญ่สงสัยว่าค่ายเรามีสายลับแฝงตัวเข้ามา จึงให้พวกข้าพาท่านไปถามความที่โถงหลัก”
เสิ่นม่าน “…”
อยู่ดีไม่ว่าดี หนิงโม่ดันไปจุดไฟที่พักของเฉียนิเจี๋ย เมื่อกลางวันนางเพิ่งงัดกับสองพี่น้องไปหนึ่งยก ตอนนี้ย่อมต้องสงสัยนางเป็ธรรมดา
ไปก็ไปสิ ถึงอย่างไรผู้ที่ฆ่าคนและจุดไฟเผาก็ไม่ใช่นาง
ทว่าอย่างน้อยนางก็เป็ถึงเทพธิดา ถูกพาไปไต่สวนกลางดึกเช่นนี้ก็สมควรโมโหสักหน่อยไม่ใช่หรือ?
เสิ่นม่านทำหน้ารำคาญ “อะไรกัน ข้านอนอยู่ในห้องดีๆ แล้วคนจุดไฟเผาจะเป็ข้าได้อย่างไร?”
โจรเหล่านี้เหลียวซ้ายแลขวาและเอ่ยเสียงค่อย “เทพธิดา พวกข้าน้อยไม่ได้หมายถึงท่าน ท่านนอนอยู่ในห้อง ข้าน้อยเป็พยานได้ ท่านเพียงไปที่โถงหลักพอเป็พิธีสักครู่”
ไปเป็พิธีกับผีน่ะสิ!
ั้แ่นางมาถึง ในค่ายก็ไม่สงบ หากนางเป็หัวหน้าโจรก็ต้องสงสัยเช่นกัน เสิ่นม่านหาวและโบกมืออย่างรำคาญใจ
“เร็วเข้า นำทางไป” ดูจากท่าทาง คงไม่ได้หลับฝันหวานแล้วคืนนี้
เมื่อถึงโถงหน้า เสิ่นม่านเห็นใบหน้าของเฉียนิเจี๋ยในแวบแรก ใบหน้าดำปี๋อย่างกับก้นหม้อ
“ต้องเป็นางตัวดีนี่แน่! เ้า้าเอาคืนพี่ชายข้า!”
เสิ่นม่านเดินเข้ามา สายตาทั้งห้องจับจ้องมาที่นาง
“อะไรกัน? ในค่ายมีปัญหาก็เรียกข้ามา เทพธิดาอย่างข้าไม่ต้องนอนเลยหรือ?” นางหาวอย่างเกียจคร้านและให้คนนำเก้าอี้มา จากนั้นนั่งไขว่ห้าง ท่าทางสบายใจเฉิบ
“เทพธิดา คืนนี้ที่เรียกท่านมา เพราะว่าที่พักของหัวหน้าสามไฟไหม้ เราอยากถามว่าคืนนี้ท่านได้ออกจากห้องหรือไม่…”
มีลูกน้องคนหนึ่งถามนางอย่างระมัดระวัง เสิ่นม่านเลิกคิ้วข้างหนึ่งและมองเขาเงียบๆ
“ข้าออกจากห้องหรือไม่ พวกเ้าไม่รู้หรือ? หรือว่าพวกเ้าเจ็ดแปดคนเฝ้าข้าไว้ตลอด แต่กลับไม่กล้ามั่นใจว่าข้านอนอยู่ในห้องหรือเปล่า? ได้โปรดเถิด แม้ข้าจะมีวิชา แต่ก็ไม่ถึงกับเหาะเหินหรือมุดดินได้ หากมีวิชาเช่นนั้นข้าคงหนีไปนานแล้ว จะยังอยู่ในค่ายของพวกเ้าเพื่ออะไร?”
คนทั้งหมด “…”
พูดจามีเหตุผล ชั่วขณะนั้นไม่อาจหาคำพูดมาคัดค้านได้
เจี่ยต้าหลงนั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธาน นิ่งเงียบไม่พูดจา หลิวเฮยชีเป็ตัวแทนในการตอบ “น้องสามบอกว่า เมื่อครู่เขาเห็นคนที่จุดไฟ คนผู้นั้นตีเขาจนสลบและจุดไฟเผาห้องของเขา”
เอ๋ เห็นคนก่อเหตุด้วยหรือ?
ในที่สุดเสิ่นม่านก็แสดงรู้สึกน่าสนใจ “แล้วจับได้หรือไม่?”
“หากจับตัวได้ ยังจะเรียกเ้ามาอีกหรือ?”
เฉียนิเจี๋ยที่เพิ่งหนีรอดจากความตายกำลังโมโหเดือดดาลจึงเอ่ยสวนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“หลินผิ่นหรู นับั้แ่เ้ามาที่ค่าย พี่น้องของเราตายและาเ็เป็ว่าเล่น เมื่อคืนมีคนตาย คืนนี้มีไฟไหม้ เ้าแฝงเข้ามาที่ค่ายของเรา ตกลงว่ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่?”
“มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?” เสิ่นม่านม้วนจอนผมข้างหนึ่งเล่น แล้วถามกลับไปอย่างเกียจคร้าน “พวกเ้าเองไม่ใช่หรือที่พาข้าขึ้นเขามา?”
โจรทั้งหลาย “…”
ดูเหมือนจะใช่ ตอนนั้นโก่วตั้นพาตัวนางขึ้นมา แล้วยังบอกว่าจะมอบให้หัวหน้าใหญ่เพื่ออุ่นเตียง?
เสิ่นม่านถามกลับอย่างไม่รีบร้อน “ฆ่าคน จุดไฟเผา พวกเ้าจับตัวคนร้ายไม่ได้ แต่กลับมาปรักปรำสตรีอ่อนแอที่ไร้เรี่ยวแรงจะมัดไก่อย่างข้า หรือว่าวิธีการของท่านเฉียนิเจี๋ยคือชอบเอาผู้หญิงมาเป็แพะรับบาป?”
“ปากคอเราะรายนัก! หลินผิ่นหรู เ้ากล้าพูดหรือว่าเื่คืนนี้ไม่เกี่ยวกับเ้า? แม้ว่าเ้าไม่ใช่คนลงมือ แต่ต้องเป็คนสั่งการแน่! ใครบ้างไม่รู้ว่าเ้ามีวิชามาร! ไม่แน่เ้าอาจจะใช้วิชามารนำภัยมาให้ค่ายของเราก็เป็ได้ เ้าบอกมาสิว่า ตกลงเ้าคือใครกัน?!”
เฉียนิเจี๋ยไล่กัดราวกับหมาบ้า เสิ่นม่านอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
พี่สองสกุลเฉียนคู่นี้ตอแยเก่งกว่าที่นางคาดคิดไว้มาก เสิ่นม่านมองไปทางเจี่ยต้าหลงที่ไม่ได้ส่งเสียงั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้และยิ้มอ่อน
“หัวหน้าใหญ่ สำหรับคำพูดของเฉียนิเจี๋ย ท่านเห็นว่าอย่างไร? ท่านเองก็คิดว่าข้ามีปัญหาหรือ?”
เจี่ยต้าหลงยิ้ม รอยยิ้มนั้นลึกล้ำยากแท้หยั่งถึง “ข้ามีหรือจะสงสัยเทพธิดา?”
เขากวาดมองรอบทิศ ลูกน้องคนหนึ่งที่เฝ้าเสิ่นม่านก่อนหน้านี้เดินมาข้างหน้าเขาและโน้มตัวกระซิบไม่กี่คำ เขาจึงยิ้มเอ่ย
“มีพี่น้องที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ผู้ที่ฆ่าคนและจุดไฟเมื่อคืนนี้เป็ผู้ชาย นี่ไม่เกี่ยวกับเทพธิดา เ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง”
นี่จะปล่อยนางกลับไปเลยหรือ? เสิ่นม่านหมดคำพูด ลุกขึ้นตบก้นพร้อมจากไป
เฉียนิเจี๋ยเบิกตาโตและเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยว “พี่ใหญ่ ท่านจะปล่อยนางตัวดีกลับไปหรือ?”
เจี่ยต้าหลงเหลือบมองเขาและเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ “ห้องของเ้าถูกเผา คืนนี้ให้พี่น้องเราจัดที่อยู่ให้เ้าใหม่ เ้าออกไปก่อน ข้ามีเื่จะคุยกับเ้ารอง”
นี่ตั้งใจจะปล่อยผ่านเื่ของเขาไปหรือ?
เฉียนิเจี๋ยหัวเราะเยือกเย็นในใจ สะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างอารมณ์เสีย
เมื่อลูกน้องทั้งหลายออกไปหมด สีหน้าของเจี่ยต้าหลงเปลี่ยนเป็ตึงเครียดทันใด เขาตวาดหลิวเฮยชี
“เ้าเฝ้าคนอย่างไรกัน?”
หลิวเฮยชีใบหน้าขึงขัง “ลูกน้องเจ็ดแปดคนเฝ้าจับตาดูในบ้าน เดาว่าคงไม่ใช่ฝีมือนาง อีกทั้งคนที่ฆ่าคนยังเป็ผู้ชาย หรือจะเป็…”
เสียงของเขาเบาลงและกระซิบข้างหูเจี่ยต้าหลง
“หรือว่าสองพี่น้องคู่นี้กำลังสร้างเื่?”
-----
