ผู้าุโทั้ง 2 สนทนากับเด็กชายไป กินอาหารไป
" เออใช่ แล้วลุงละครับ นับถือท่านแม็กน่าหรือเทพองค์อื่น ? " แนชถามขึ้น
" ทำไม ? เอ็งคิดว่าคนแคระใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้หรือ ถึงต้องนับถือเทพองค์อื่น " โซวิโลถาม
" เปล่า ผมคิดว่าจะมีเทพประจำเผ่าพันธุ์อะไรแบบนี้ " แนชตอบ
" เอ็งนี่ ความคิดแปลกจริง ๆ เคยเห็นพวกนอกรีตบูชาปิศาจ แต่เอ็งเล่นจะหาเทพองค์อื่นมานับถือเสียอย่างนั้น " โซวิโลเอ่ยออกมา
" ข้าแค่คิดเฉย ๆ ครับ แต่ลองคิดดูครับ พวกนอกรีตยังมี แต่ถ้าพวกนอกรีตมีมากกว่า 10 - 20 คนละครับ หรือมีจำนวนเป็หมื่นเป็แสน ทำยังไงละครับ " แนชสงสัย
" เพ้อเจ้ออะไรของเอ็งเนี่ย " โซวิโลถามขึ้น " เยอะขนาดนั้นได้มีาแน่นอน "
" นั่นไงครับ นี่แค่พวกหลงผิดนะครับ แล้วถ้าเป็กลุ่มคนที่นับถือท่านแม็กน่า แต่ตีความไปในอีกทางนึง แล้วยึดมั่นว่าสิ่งที่พวกตนคิดคือคำสอนที่ถูกต้องที่สุดเรื่อย ๆ มาเป็เวลาช้านาน และเกิดทะเลาะกันแล้วแยกเป็อีก 1 นิกาย หรือสร้างศาสนาใหม่เลยล่ะครับ " แนชคิดถึงความเป็ไปได้เกี่ยวกับการกำเนิดศาสนาในโลกเก่า " เราจะเข้าข้างใครล่ะครับ ถ้าเขาต่างก็นับถือท่านแม็กน่าทั้งคู่ "
ผู้สูงอายุทั้งคู่เงียบ และมองหน้ากัน สายตาที่ทั้งคู่มองกันเหมือนการส่งสัญญาณอะไรให้กันบางอย่าง
ด้วยการที่โลกใบนี้แบ่งเป็อาณาจักรและแต่อาณาจักรก็กว้างใหญ่ไพศาล ความเป็อยู่และการดำเนินชีวิตของแต่ละที่แต่ละอาณาเขตหรือหมู่บ้านก็ดำเนินต่างกัน
สิ่งที่เด็กชายพูด พอทั้ง 2 ได้ฉุกคิด ก็พบว่าั้แ่อดีตมา ไม่ใช่ไม่มีเหตุการณ์อย่างที่เด็กชายบอกจริง ๆ มีการตีความแตกต่างกันจริงอย่างที่เด็กชายพูดขึ้น แต่ปกติก็ไม่มีเื่หรือเหตุการณ์ที่มีคนทะเลาะกันหนัก ๆ ก็เพราะมาจากการที่แต่ละคนไม่คิดอะไรและคิดว่ามาจากต่างที่ต่างถิ่นกัน จึงอาจจะคิดคลาดเคลื่อนหรือปฏิบัติแตกต่างกัน
แต่หลัง ๆ มานี้ เริ่มมีเหตุการณ์ที่บางอาณาจักรคิดว่าความเชื่อเกี่ยวกับท่านแม็กน่าของพวกเขาน่าจะถูกต้องที่สุด ซึ่งถ้าคิดตามที่เด็กชายพูด ถึงในตอนนี้จะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ไม่นานจะต้องมีแน่นอน ซึ่งมันก็เริ่มส่งสัญญาณมาสักพักแล้ว
" แล้วอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ในทุกอาณาจักรไหมครับ ? " เด็กชายส่งเสียงขัดขวางผู้าุโทั้งคู่ ให้หลุดออกจากภวังค์ของตนเอง
" ใช่ มีอยู่ในทุกอาณาจักร " กาบรินัสบอก
" อืมม ขอให้อย่ามีาศาสนาเกิดขึ้นเลยล่ะกัน " แนชพูดแล้วก้มหน้าแกะสลักอยู่
" าที่เกิดจากศาสนารึ ? " กาบรินัสพูดขึ้น " ถ้าเ้าไม่นั่งพูดไปเรื่อย พวกเราคงนึกไม่ถึงจริง ๆ เกี่ยวกับคำนี้ " เขาพูดพร้อมกับทำท่าทางฉุกคิด
" อืมใช่ คิดเื่พวกนี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ยังเป็แค่เด็กตัวเหม็นอยู่เลย " โซวิโลพูดขึ้น
" ผมแค่คิดเอาเฉย ๆ ครับ " แนชไม่รู้จะตอบอะไร
" อืม คิดได้ไกลและถูกจุดดีจริง ๆ นะในแต่ละครั้ง " กาบรินัสพูดขึ้น
" อ้ออ จริงซิอาจารย์ เวทมนตร์กาลเวลา มันมีเทคนิคหรือแนวทางในการฝึกฝนยังไงครับ " แนชเปลี่ยนเื่ " เอาแบบเบื้องต้นก็ได้ครับ ไม่ต้องละเอียดมากก็ได้ "
" หืม เวทมนตร์การเวลาหรือ ? " กาบรินัสพูดขึ้น " ถ้าเอาแบบง่าย ๆ ก็เป็เวทมนตร์ที่ทำให้สิ่งนั้น ๆ เสื่อมลงจากที่เป็อยู่ คงอยู่กับที่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ หรือกลับไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดที่เคยเป็มา จะคล้าย ๆ กับการเสริมพลังหรือการบั่นทอนสิ่งนั้น ๆ ลง " เขาหยิบเอาช้อนมาวางตรงหน้าเด็กชาย " อย่างเช่นช้อนไม้คันนี้ ถ้าข้าส่งเวทมนตร์ไปยังมันเพื่อบิดเบือนกาลเวลาของตัวมัน จากปัจจุบัน ให้ไปสู่อนาคต เ้าคิดว่าช้อนไม้ในอนาคตอีก 10 ปีคันนี้จะเป็อย่างไร " เขาถามลูกศิษย์ตัวน้อย
" อืมม มันต้องเก่าขึ้นใช่ไหมครับ หรืออาจจะพังไปแล้ว " แนชตอบออกไป
" ใช่แล้ว มันก็ไปตรงกับสิ่งที่ข้าเคยอธิบายไปในเวทมนตร์มิติไงล่ะ สิ่งที่เ้าตอบมันก็คือทางหนึ่งทางในทางหลาย ๆ ทางที่จะเกิดขึ้น และไปบวกกับสิ่งที่ทำให้เกิดเวทมนตร์นั้น ๆ ออกมาคือ มานาและจินตนาการ อย่างเช่นช้อนคันนี้ ดูดี ๆ นะ " กาบรินัสจิ้มไปที่ช้อนไม้
แคร็ก !! ช้อนไม้คันนั้นหักลง และดูทรุดโทรมกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
" นี่คือเส้นทางหนึ่งในอนาคตของช้อนไม้คันนี้ที่ข้าแสดงออกมาโดยการใช้เวทมนตร์ " เขาแตะอีกทีตรงรอยที่แตกก็เชื่อมเข้าหากันจนไร้ร่องรอยการแตกหักอีกครั้ง แต่มันดูใหม่กว่าเดิมมาก " และนี่ก็เป็อีกหนึ่งในเส้นอดีตของช้อนคันนี้ ซึ่งข้าไม่เคยเห็นตอนมันถูกสร้าง แต่ข้าแค่รู้ได้ว่ามันต้องใหม่แน่นอน " และเขาแตะช้อนไม้คันนั้นอีกที มันก็กลับมาอยู่ในลักษณะเดิมที่เป็ก่อนที่จะหัก " และเราสามารถคงลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ได้ "
" นี่คือส่วนหนึ่งของเวทมนตร์การเวลา เ้าสามารถใช้เวทย์มิติได้แล้ว สิ่งที่ข้าแนะนำคร่าว ๆ ไปนี้เ้าเอาไปเปรียบเทียบเอาเองกับเวทย์มิตินะ เพราะมันมีความเกี่ยวโยงกัน " กาบรินัสพูด
" หัวจะะเิให้ได้ " แนชทำหน้าเหวอ " นี่คือเบื้องต้นแบบคร่าว ๆ หรอครับ "
" ใช่สิ จริง ๆ กาลเวลาหรือเวลามันเป็องค์ประกอบของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว ให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ดำเนินอยู่ในนั้น เวลาเป็แค่คำกล่าวอ้าง เวลามันก็เหมือนสิ่งที่ไม่มีอยู่ แต่จริง ๆ มันมีอยู่ มันเหมือนเป็สิ่งที่ใช้เรียกระยะของเหตุการณ์ เช่นตอนนี้เ้ายังเด็ก แต่ในอีก 10 ปี เ้าจะเป็วัยรุ่น ซึ่งในอีก 10 ปีก็คือคำเรียกของเวลาที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ระหว่างเด็กกับวัยรุ่นของเ้าเอาไว้ แต่จริง ๆ มันไม่ใช่แค่นั้น เวลามันเกี่ยวเนื่องกับการกำเนิดเกิดขึ้นและดับไปของสิ่งของต่าง ๆ ตามธรรมชาติด้วย ถ้าเ้าอยากรู้แบบละเอียดขึ้น ข้าจะอธิบาย " กาบรินัสยิ้มให้เด็กชาย
" พอแล้วครับ สมองผมรับไม่ไหวแล้ว " แนชตอบออกมา ในหัวเขามีอาการมึนตึ้บ
" เช่นนั้นก็ลองตีความเบื้องต้นให้ได้ก็พอแล้วนี่สำหรับเ้าน่ะ เ้ามันเด็กขี้โกงอยู่แล้ว เอ้ย อัจฉริยะ " อาจารย์ของเด็กชายแกล้งพูดแหย่
" เห้อ ถ้าผมฉลาดเป็กรดเหมือนอาจารย์ ตอนนี้ผมคงอาจจะได้ยึดครองโลกไปแล้วก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เด็กชายยืนเท้าสะเอวและหัวเราะ
" ท่านแม็กน่าเลยสร้างให้เอ็งโง่ไง " โซวิโลพูดขึ้น
" เจ็บจี๊ด ลุงนี่ไม่รักษาน้ำใจเอาเสียเลย " แนชหันไปบ่นโซวิโล
" คนแคระไม่มัวมาเสียเวลากับคำพูดโป้ปดมดเท็จหรอกเว้ย " โซวิโลบอก " ถึงมันจะดูเป็คำพูดโหดร้ายแต่พวกข้าจริงใจนะ ชอบคือชอบ ดีจะตาย "
" ไอดีมันก็ดีหรอกครับ แต่บางทีมันก็จี๊ด " แนชพูด " บางทีลุงอาจจะเปลี่ยนคำที่ว่าท่านแม็กน่าสร้างให้ผมโง่ เปลี่ยนเป็ท่านสร้างให้ผมต้องเพียรพยายามมากกว่าคนอื่นก็ได้นี่ครับ ดูซิ ละมุนจะตาย "
" ข้าก็ไม่ใช่คนแคระกันพอดีขืนพูดคำแบบนั้น แค่คำพูดที่สวยหรู แต่ยังไงมันก็หมายความว่าเอ็งโง่อยู่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า " โซวิโลหัวเราะขึ้น
" ทีหลังผมจะทำอาหารของลุงให้ไม่อร่อยอยู่คนเดียวเลย " แนชบ่นอุบอิบ
" เอ็งลองดูดิ ข้าจะเอามาเปลี่ยนกับอาจารย์เอ็ง " โซวิโลพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าตายียวนกวนประสาท
" โฮ่ โฮ่ โฮ่ เด็กทะเลาะกันหรือนี่ " กาบรินัสหัวเราะชอบใจ
" เอ็งเอาข้าไปเทียบกับไอเด็กตัวเหม็นนี่หรอวะ " โซวิโลพูดด้วยอารมณ์ไม่พอใจ ทั้งแนชและกาบรินัสก็หัวเราะชอบใจ
" แต่ว่าทำไมวันนี้ถึงมาถามเวทมนตร์กาลเวลาล่ะ " กาบรินัสถามเด็กชาย
" คือผมจะทำเครื่องปรุงรสใหม่ ๆ ขึ้นมาครับ แต่ผมอยากใช้เวทย์กาลเวลาเร่งเวลาของตัวมันน่ะครับ มันเป็ของหมักของดองครับ แต่ผมจะใช้แค่ตอนแรกนี่แหละครับ ดูว่ามันได้ผลไหม หลังจากนั้นก็จะปล่อยไปตามวิธีธรรมชาติครับ " แนชตอบ
" อืม เข้าใจล่ะ " กาบรินัสตอบ เครื่องปรุงใหม่ น่าสนใจ ๆ
" เออ อาจารย์ครับ ผมอยากรู้ว่าถ้าอาจารย์ไม่เคยเห็นสิ่งนั้น ๆ ว่ามันคืออะไร อาจารย์จะใช้เวทย์กาลเวลากับสิ่งนั้นได้ไหมครับ " แนชถาม
" สำหรับอาจารย์ คำตอบคือได้ แต่ไม่ใช่ว่านักเวทย์ที่ใช้เวทย์กาลเวลาทุกคนจะทำได้ ต้องเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์แขนงนี้พอสมควรเลย " กาบรินัสคลายข้อสงสัยของเด็กชาย " แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าจุดกำเนิดสิ่งนั้น ๆ มีอะไรบ้าง และกระบวนการในการไหลผ่านของเวลาคืออะไร พวกเขาก็อาจจะเดาได้ ถ้าเป็ผู้ใช้เวทย์เวลาที่พอมีฝีมือบ้างล่ะนะ "
" ถ้างั้น ผมทำตัวทดลองออกมาแล้วให้อาจารย์ร่ายเวทย์ให้ก็ได้ใช่ไหมครับ " แนชถามด้วยแววตาที่เป็ประกาย
" แน่นอนสิ ถ้าเ้าทำแล้วก็เอามาให้อาจารย์ได้เลย อาจารย์ก็อยากรู้เช่นกันว่ามันคืออะไร " กาบรินัสพูดขึ้นพร้อมยกยิ้ม
" เห้ย อย่าลืมข้าดิ " โซวิโละโขึ้นมา " สิ่งของใหม่ ข้าก็อยากรู้เช่นกันนะ "
" ถ้างั้นวันนี้ผมจะกลับไปซื้อของและกลับไปทำเลยละกันครับ งั้นผมไปละ บ๊าย บ่ายครับ " แนชพูดด้วยความตื่นเต้นจบ ก็เก็บหินแกะสลัก และลุกวิ่งเข้าวงแหวนเวทย์และหายตัวออกไป
" บ่ายอะไรของมันวะ " ผู้าุโทั้ง 2 พูดขึ้นพร้อม ๆ กัน
****************
สำหรับวัยรุ่นยุคมิลเลเนี่ยม ชื่อตอนกรุณาอย่าใส่ทำนอง
