ร่างที่สวมชุดนักบวชสีเขียว เค้าโครงใบหน้าของเขากลมราวกับเด็กและมีใบหน้าที่หวานราวกับผู้หญิงแบบนี้หากว่าไม่ใช่เ้าสำนักเสียวอันแล้วจะเป็ใครไปได้อีก?
“รุ่นพี่หลิน!” เสี่ยวอันไม่ได้สนใจสีหน้าที่แปลกประหลาดใจของทุกคนแต่กลับทักทายหลินลั่วหรานขึ้นมาก่อน
ดูจากท่าทางแล้ว เสี่ยวอันน่าจะตามพวกซินหยวนผิงมาหลินลั่วหรานมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าเื่ราวทั้งหมดนี้ถูกเส้นด้ายที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงกันเอาไว้เพียงแต่สถานการณ์ยังไม่แน่ชัดนัก และเมื่อความคิดเ่าั้ลอยขึ้น มันก็มาถึงจุดที่เธอไม่สามารถจะทำอะไรได้ทันเสียแล้ว
“อย่างไรเ้าสำนักเสี่ยวอันก็มาเป็ตัวแทนของนักบวชฮุยจู๋แล้วแน่นอนว่าก็คงจะต้องแบ่งกันเพิ่มขึ้นอีก” เธอ้าเพียงแค่ไม้รวมจิตจะแบ่งอะไรเท่าไร หลินลั่วหรานก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เธอพูดเสนอขึ้นมาโดยไม่คิดอะไรมากแต่กลับคอยดูอาการสีหน้าของซินหยวนผิงและเสี่ยวอันอยู่เสมอ
“อาจารย์พี่หลินพูดอะไรครับครั้งนี้ผมก็แค่มาหาหาสมบัติเก่าแก่ของเขาชิงเฉิงที่หายไปแทนท่านเ้าอาวาสก็เท่านั้นต้องขอให้อาจารย์พี่และนักฝึกศาสตร์ซินให้อภัยด้วย”
เสี่ยวอันนั้นสงบนิ่งราวกับทุกอย่างที่เขาทำเป็เพียงเื่ที่สมควรจะเป็อยู่แล้ว
แน่นอนว่าสีหน้าของซินหยวนผิงดูผิดปกติไปทันทีหลินลั่วหรานเห็นว่าเธอยังคงเผยรอยยิ้มอยู่แต่ใบหน้าของเธอกลับไม่ได้มีอารมณ์ของการยิ้มอยู่เลยแม้แต่น้อย
เื่นี้ฮุยจู๋ค่อนข้างดูเห็นแก่ตัวมากเขาเป็ถึงนักปราชญ์ระดับพื้นฐานตอนปลายแต่ตอนนี้กลับส่งลูกศิษย์ที่ยังฝึกไปไม่ถึงระดับฝึกลมปราณตอนปลายเลยด้วยซ้ำมาแทนและยัง้าส่วนแบ่ง ดังนั้นมันจึงดูไม่ให้เกียรติเธอและซินหยวนผิงมากเกินไปแม้ว่าเธอจะไม่ได้ใส่ใจอะไรแต่ซินหยวนผิงนั้นเป็ถึงนักฝึกศาสตร์มืดที่กล้าทำลายวัดระดับสูงและทำอะไรไร้เหตุผลดังนั้นความอันตรายในการเดินทางครั้งนี้ของเสี่ยวอันก็คงจะมีไม่น้อย
การที่มีคนมาคอยดึงดันความเกลียดชังแทนตัวเอง หลินลั่วหรานเองก็ยินดี
“แม่สาวซิน พวกเราเริ่มกันได้แล้วหรือยัง?”
การรวมตัวกันในครั้งนี้ช่างดูน่าประหลาด คนธรรมดาสามคน นักบวชหนึ่งคนผู้ฝึกศาสตร์มืดหนึ่งคน และนักปราชญ์สาวระดับพื้นฐานอีกหนึ่งคนหลินลั่วหรานมักจะรู้ว่ามักจะรู้สึกว่าจิตใจของตัวเองเต็มไปด้วยความไม่สงบและก็ยังคงไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอันตรายอะไรในราชวังับ้างเธอเพียงแค่้ารีบหาไม้รวมจิตให้พบไวที่สุดเท่านั้น เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลามากนัก
“ถ้าแบบนั้นก็เริ่มเถอะ” ไม่รู้ว่าซินหยวนผิงคิดอะไรอยู่เธอถึงได้เก็บอารมณ์มองข้ามเสี่ยวอันที่แม้จะดูเงียบสงบแต่กลับแสดงความ้าส่วนแบ่งออกมาอย่างชัดเจนซินหยวนผิงนำเอาตราประทับอันเล็กที่ไม่เคยห่างมือโยนออกไป
ตราประทับอันเล็กลอยอยู่ท่ามกลางอากาศห่างจากบริเวณประตูใหญ่สีทองประมาณสามฟุตหลินลั่วหรานส่งสายตาให้หรงตงหลินเพื่อบอกให้เขารู้ว่าไม่ควรจะออกห่างจากบริเวณด้านหลังของเธอไปไหนพร้อมกับส่งมวลพลังธาตุน้ำอันบริสุทธิ์เข้าไปในตราประทับอันเล็กตามที่พูด
ตราประทับอันเล็กดูเหมือนกับคนที่หิวโหยมาเนิ่นนานและมวลพลังธาตุน้ำก็เป็ของถูกปากของมันในระหว่างที่หลินลั่วหรานไม่ทันได้ระวังตัวเธอก็เกือบจะถูกมันดูดซับเอาพลังธาตุน้ำในกายไปจนสิ้น!
โชคดีที่ตอนนี้กลุ่มพลังธาตุน้ำในกายของเธอได้เปลี่ยนไปแล้วในระหว่างที่มันขยับเคลื่อนไหวโคจรเป็วงกลมพวกมันก็จะสามารถนำเอาพลังที่หลินลั่วหรานดูดซึมมาจากไข่มุกเปลี่ยนให้กลายเป็มวลพลังได้อย่างรวดเร็วและในตอนนี้เธอก็กำลังอยู่ภายใต้ทะเลสาบต้งถิงซึ่งเป็สถานที่ของราชวงศ์แห่งน้ำแม้ว่าจะเป็ราชวังัที่ถูกทิ้งร้างไปกว่าครึ่งแล้ว แต่พลังน้ำก็ยังคงมีอย่างสมบูรณ์และมันก็มากพอที่จะทำให้เ้าไข่มุกกินได้อย่างเต็มอิ่ม
ตราประทับอันเล็กส่งแสงประกายสีฟ้าใสออกมามวลพลังธาตุน้ำมากมายทำให้พลังโดยรอบของมันกลายเป็คลื่นกระจายออกไป
แสงสีฟ้าขยับเคลื่อนไหวเข้าออกไปมาหลินลั่วหรานเริ่มจะรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาแล้ว
ด้วยท่าทางหิวโหยและกินไม่อิ่มเสียทีของเ้าตราประทับอันเล็กหลินลั่วหรานก็เริ่มจะคลายความสงสัยและความกังวลที่ซินหยวนผิงมาเชื้อเชิญขอความร่วมมือจากเธอไปบ้างแล้วในตอนนี้นักปราชญ์ระดับพื้นฐานก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน และหากไม่ใช่เธอแล้วจะยังมีใครสามารถมอบมวลพลังน้ำมหาศาลแบบนี้ได้อีก
เธอขบฟันแน่น พลังธาตุน้ำไหลเข้าไปในตัวตราประทับ ก่อนที่มันจะค่อยๆเริ่มปรากฏพลังขึ้นมา ราวกับเ้าตราประทับอันเล็กสามารถััได้ถึงความเหนื่อยล้าของเธอมันจึงเป็ฝ่ายหยุดดูดซึมพลังเข้าไป
อยู่ๆ ซินหยวนผิงก็จับตัวของไอลี่ที่ยืนสงบนิ่งมาตลอดเอาไว้ในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังใกลัว เธอก็เฉือนเข้าที่ข้อมือของไอลี่ทันทีเืสดไหลรินออกมา เสียงของสายฟ้าดังขึ้นในมือของซินหยวนผิงก่อนที่เืสดเ่าั้จะถูกกลั่นให้กลายเป็หยดเืบริสุทธิ์สามหยดและนำใส่ลงไปในตราประทับ
ไอลี่ที่สูญเสียเืไปมาก เธอมีใบหน้าซีดเซียวขึ้นมาสายตาของเธอมองจ้องไปยังตราประทับอันเล็กจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็อยู่ที่ตรงนี้แล้ว
หลังจากดูดซับมวลพลังธาตุน้ำและได้ดื่มเืคนไปแล้ว แสงพลังก็หายไปหลังจากที่เ้าตราประทับอันเล็กบินวนไปอย่างช้าๆ ครบสามรอบ แสงสีฟ้าก็ะเิออกมาเสียงร้องของัดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วบริเวณโถงด้านนอกหรือว่านี่จะเป็ราชวงศ์ัที่ยังหลงเหลืออยู่ในราชวัง?!
ใบหน้าของซินหยวนผิงปรากฏความดีใจขึ้นมา เธอนำเอา ‘เยลลี่’ ให้กับไอลี่ที่กำลังมีอาการไม่สู้ดีนักกินเข้าไปหลังจากนั้นใบหน้าของเธอก็ฟื้นฟูกลับมาเป็เช่นเดิม
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ เกิดเป็รูปร่างขึ้นในแสงสีฟ้าอย่าเพิ่งพูดถึงคนธรรมดาทั่วไปอย่างหรงตงหลิน หลี่อันผิง หรือไอลี่เลยแม้แต่คนที่เคยเจอนกฟีนิกซ์และปลาเงินในพื้นที่ลึกลับมาก่อนแถมในบ้านเลี้ยงนกอินทรีสีทองและจิ้งจอกสีเขียวเอาไว้อย่างหลินลั่วหรานตอนนี้ก็ยังคงสูญเสียสติไปเช่นกัน
ัเป็สัตว์ในตำนานที่ถูกคนจีนเคารพบูชามาหลายพันปีดังนั้นความหมายที่ัมีต่อคนจีนนั้นไม่ใช่แค่เพียงธรรมดาทั่วไป
พวกเขามักจะคิดว่าตนเองเป็ลูกหลานของัมาตลอด
ทางด้านเรือจับปลาทั้งเล็กและใหญ่ที่กำลังอาศัย่เวลาก่อนห้ามจับปลาที่ล่องอยู่บนทะเลสาบต้งถิงต่างก็พบว่าตอนนี้้าท้องทะเลสาบเกิดอาการบ้าคลั่งขึ้นบางทีก็จะมีพวกปลามากมายะโขึ้นมาบนผืนน้ำ และรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจการจับกุมของแหพวกมันกำลังพุ่งตรงไปยังที่ใดที่หนึ่งของทะเลสาบต้งถิง
พวกมันเป็เพียงสัตว์ที่เพิ่งเริ่มจะมีวิวัฒนาการด้านความคิดแต่ด้วยสายเืแห่งราชวงศ์ น้ำกลับทำให้มันััได้ถึงกลิ่นอายของราชันของพวกมัน
นั่นคือพลังสืบทอดที่ซ่อนอยู่ในสายเื และทำให้พวกปลาทั้งหลายพากันพุ่งตรงไปยังทางราชวังัเพื่อทำความเคารพ
ไม่ได้มีเพียงแค่พวกคนเท่านั้นเสียงร้องก้องกังวานของัยังทำให้แม้แต่นกฟีนิกซ์ที่กำลังย่อยไฟประหลาดอยู่ในพื้นที่ลึกลับยังต้องโผล่หัวออกมาจากด้านในกระท่อมไม้ แววตาเยือกเย็นของฟีนิกซ์ปรากฏความคำนึงถึงออกมาผ่านหมอกหนาที่ขวางกั้นมันมองตรงไปยังบริเวณตราประทับอันเล็ก
ัตัวสีเงินปรากฏร่างขึ้นในแสงสีฟ้าเขาับนหัวของมันดูสง่าผ่าเผย เกล็ดัตามตัวประกายแสงไปทั่วบริเวณกรงเล็บส่องแสงวับวาวออกมา เพียงการมองคร่าวๆ ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความคมกริบของมัน
แต่ว่าต่อให้มันจะเป็ัที่มีพลังมากแค่ไหนแต่มันก็เป็เพียงแค่เงาร่างหนึ่งเท่านั้น...นี่คือเศษเสี้ยวจิติญญาของัเงินสินะ?! นกฟีนิกซ์ส่งความคำนึงถึงออกมาแต่ัเงินก็ไร้ซึ่งการตอบรับ ทำให้มันรู้สึกโศกเศร้านี่ก็เป็เพียงแค่เศษเสี้ยวจิติญญาที่ไม่หลงเหลือแม้แต่จิตใต้สำนึกแล้วมันจะไปเหมือนกับราชวงศ์ัที่เคยสูงศักดิ์ในวันวานได้อย่างไร?
บนโลกนี้ไม่น่าจะมีัหลงเหลืออยู่อีกแล้วใช่ไหม? ก็เหมือนกัน พวกฟีนิกซ์เองก็ไม่มีทางที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกแล้วนกฟีนิกซ์ที่ได้รับความเ็ปหันตัวกลับไปในกระท่อมไม้พร้อมทั้งลากเอาเ้าปลาเงินที่อยากจะออกมาชมความครึกครื้นให้กลับเข้าไปด้วย
ภายในพื้นที่ลึกลับกลับมาเงียบสงบ มีเพียงลมฤดูใบไม้ผลิเบาๆที่พัดผ่านให้พวกต้นไม้ใบหญ้าพากันขยับสั่นไหวไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าของเ้านกฟีนิกซ์ใน่วินาทีนั้น
แม้ว่าจะเป็เพียงแค่เศษเสี้ยวจิติญญา แต่มันก็บริสุทธิ์ชัดเจนและมีกลิ่นอายของัอยู่
ประตูใหญ่ของราชวังัอยู่ตรงนั้นไม่ว่าตัวัเงินจะมาจากอาณาจักรใต้น้ำแห่งไหนประตูใหญ่ของราชวังัก็ไม่เคยปิดกั้นพวกเดียวกัน
ร่างัพุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ ก่อนที่ประตูใหญ่สีทองจะค่อยๆ เปิดออก
หลินลั่วหรานหลุบสายตาลงเพื่อปกปิดความรู้สึกในใจทำไมซินหยวนผิงถึงได้รู้เื่ราวของราชวังัแห่งต้งถิงมากมายขนาดนี้? เธอตั้งใจใช้มวลพลังของหลินลั่วหรานเป็พลังผลักดันใช้เืของไอลี่เป็วัตถุดิบ เพื่อนำพาตราประทับให้เปิดประตูใหญ่แห่งราชวังัออก...จะยังไม่พูดถึงไอลี่ที่มีสายเืพิเศษแต่หลี่อันผิงล่ะ ซินหยวนผิงพาเขามาที่นี่เพื่ออะไรกัน?
แล้วก็ยังมีเสี่ยวอันอีก
ฮุยจู๋มี ‘บันทึกเื่ราวประหลาดแห่งจิ่วโจว’ มาตั้งนานแล้ว เขาก็น่าจะรู้เื่ของราชวังัแห่งต้งถิงมาเนิ่นนานแต่ระยะเวลาผ่านมามากมายขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่เคยมาที่นี่?
แล้วที่มาร่วมในครั้งนี้ เขา้าอะไรกันแน่...
บัลลังก์ัที่สูงสง่าอยู่บริเวณตรงกลางของโถงหลักทั่วทั้งตัวราชวังหน้าให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่เกรียงไกรัเงินส่งเสียงก้องกังวานขึ้นอีกครั้ง มันอยากจะพุ่งตรงไปยังบัลลังก์แต่ตราประทับกลับส่งพลังชักนำเอาตัวของัเงินให้กลับมา และเก็บกลับไปอีกครั้ง
หลินลั่วหรานรู้สึกว่าพลังมวลพลังธาตุน้ำที่อยู่โดยรอบตราประทับถูกใช้ไปจนหมดมวลพลังของนักฝึกศาสตร์ระดับพื้นฐานอย่างเธอก็คงทำได้เพียงแค่เรียกเศษเสี้ยวจิติญญาของัเงินให้ออกมาได้ในเวลาสั้นๆ ดังนั้นจึงทำให้เห็นได้ว่าความจริงเศษเสี้ยวพลังจิติญญานี้มีพลังที่มากมายมหาศาลเลยทีเดียว
“รีบเข้าไป!” ซินหยวนผิงลากตัวของหลี่อันผิงและไอลี่ให้ตามเธอเข้าไป
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเข้าไปได้โดยปลอดภัยหลินลั่วหรานเองก็เดินตามเข้าไปในประตูใหญ่พร้อมกับหรงตงหลินส่วนเสี่ยวอันก็เดินตามด้านหลังอยู่ไม่ห่าง ก่อนที่ประตูใหญ่สีทองจะค่อยๆ ปิดลง
ทั่วทั้งตัวราชวังกว้างใหญ่ไพศาล ด้วยเสาสีทองอันใหญ่ทำให้ที่นี่ดูยิ่งใหญ่อลังการมากขึ้นไปอีกซินหยวนผิงได้พาทั้งสองคนหายตัวไปก่อนแล้วหลินลั่วหรานเองก็ไม่ยินดีจะร่วมทางกับเสี่ยวอันนักโชคดีที่เสียวอันก็ยังพอรับรู้ได้ เขาจึงไปที่ห้องโถงแห่งหนึ่ง
เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีใครแล้ว หลินลั่วหรานก็ส่งสายตาให้กับหรงตงหลินเขานำเอากระดาษยับๆ ออกมา ก่อนที่จะใช้มันเทียบเข้ากับบริเวณรอบข้าง
ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เตรียมตัวอะไรมาเลยนี่คือแผนที่ราชวังัที่พวกเขาทั้งสองคนได้จากการสรุปข้อมูลมาจากด้านในบันทึกซีกไม้ไผ่จากถ้ำโบราณสมัยราชวงศ์ฮั่น!
ไม่รู้ว่าใครเป็ผู้บันทึกบันทึกซีกไม้เหล่านี้ถึงได้รู้เื่ราวภายในราชวังัต้งถิงมากมายขนาดนี้บริเวณกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่ยื่นยาวออกไปถึงด้านนอกหรือแม้กระทั่งบริเวณภายในต่างก็ถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด...
“รุ่นพี่ ทางนั้นคือจุดชมทะเลด้านซ้าย ไปทางนี้ครับ!”
หรงตงหลินเงยหน้าขึ้นมาจากแผนที่ที่คัดลอกเอาไว้เขาชี้ไปยังด้านหลังของโถงกลาง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยความมั่นใจคนทั้งสองคนต่างก็เดินผ่านไปโดยไม่ได้สนใจถึงประตูซี่เล็กบริเวณโถงกลางเลยแม้แต่น้อย
พลังของอักษรเวทแห่งการเคลื่อนที่ยังไม่หมดลงทำให้ความเร็วของหรงตงหลินว่องไวกว่าปกติเขาเดินนำอยู่ด้านหน้าและมีหลินลั่วหรานตามอยู่ด้านหลังก่อนที่จะหายไปในประตูเล็กๆ บานหนึ่ง
ในบริเวณห้องโถงกลางที่เงียบสงบ เสี่ยวอันเดินออกมาจากเสาต้นหนึ่งเขามองไปยังทิศทางที่หลินลั่วหรานหายไปพร้อมกับรู้สึกลำบากใจขึ้นมา
“ท่านอาจารย์บอกว่า หากตามอาจารย์พี่หลินไปก็จะได้พบกับของที่้าแต่ว่าทำแบบนี้มันดูไม่ค่อยดีใช่ไหม?” เสี่ยวอันรู้สึกลำบากใจขึ้นมาแต่ว่าด้วยประสบการณ์ในสามปีที่ผ่านมาเขาก็ไม่ใช่เสี่ยวอันที่จะพึงพอใจเพียงเพราะได้ทำอาหารอีกแล้วสำหรับการเป็ผู้สืบทอดแห่งเขาชิงเฉิงอย่างเขา ทำให้เขาต้องลงมือบีบอักษรไม้ไผ่หนึ่งให้แตกออกอย่างช่วยไม่ได้
แสงสีเขียวครอบคลุมไปทั่วทั้งตัวของเสี่ยวอันก่อนที่ทั่วทั้งตัวของเขารวมทั้งกลิ่นอายจะหายไปจากที่แห่งนั้น
ถ้าหากว่าเหวินหวนจิ่งได้เห็นสถานการณ์นี้ เขาก็คงจะรู้สึกเสียดายมากวัดชิงเฉิงนั้นสร้างตัวขึ้นมาได้เพราะอักษรเวทเพียงแค่อักษรเวทเรียกสายฟ้าก็ถือเป็กระดาษเวทระดับสูงแล้วมันมีมูลค่าสูงจนทำให้คนสามารถใช้ไปพร้อมกับกระอักเืไปพร้อมกันได้อักษรไม้ไผ่ที่เสี่ยวอันบีบแตกไปเมื่อสักครู่ มีมูลค่ามากกว่าอักษรเวทกระดาษมากมายโลกแห่งการฝึกศาสตร์ส่วนมากต่างก็รู้ดีว่านักบวชฮุยจู๋นั้นมีความสามารถมากมายแต่พวกเขากลับไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน...มันก็เหมือนกับที่ประเทศอเมริกาผูกขาดเทคโนโลยีบางอย่างกับประเทศจีนเขาไม่เคยขายอักษรเวทไม้ไผ่เลยสักครั้ง
“เธอไม่เป็อะไรใช่ไหม?” เมื่อเห็นว่าซิงหยวนผิงกำลังเดินตรวจสอบห้องโถงกลางอยู่หลังจากอดทนมานาน สุดท้ายหลี่อันผิงก็ส่งเสียงขึ้นถามไอลี่เบาๆ
ราชวังั ตราประทับอันเล็ก พลังเวท ัเงินเืคน...และหลินลั่วหราน เมื่อนำปัจจัยทั้งหมดเข้ามาเกี่ยวโยงเข้าด้วยกันมันก็ทำให้จิตใจที่ทะเยอทะยานของหลี่อันผิงสับสนไปหมด และเขาก็ไม่ทันได้สนใจความเกลียดชังที่มีต่อไอลี่จนพูดถามขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง
อย่างไรตอนนี้ก็มีเพียงแค่เขากับไอลี่ที่เป็คนในระดับเดียวกันนอกนั้นต่างก็เป็คนที่มีพลังเหนือธรรมชาติอย่างในละครซีรี่ส์ของอเมริกาที่เต็มไปด้วยเื่ราวมหัศจรรย์มากมาย
ไอลี่มองมาที่เขาด้วยสายตาเยือกเย็น และไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ในใจของเธอจะมีความอบอุ่นปรากฏขึ้นมาหรือไม่ ก็ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้
คนที่คอยมองอาการของทั้งสองอยู่ในสายตาอย่างซินหยวนผิงไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่มุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้น
จะประทับใจอะไร ก็อย่าได้ประทับใจกับความรู้สึก หลินลั่วหรานหวังว่าเธอจะชอบ ‘ของขวัญ’ที่ฉันนำมาให้นะ
