ตาเหวินยังไม่ทันจะอ้าปากอธิบายจบ 'ลุงต้าลี่' ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง
"ลุงครับ ป้าครับ... ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมเข้าใจดี พวกคุณอุตส่าห์เมตตารับคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างผมไว้ ผมซึ้งน้ำใจจริงๆ... ขอบคุณนะครับ เออ... แต่บอกไว้ก่อน ผมไม่เื่มากเื่กินหรอก อะไรก็กินได้หมด แต่... ผมกินจุมากเลยนะครับ รับไหวแน่นะ? แล้วก็... ตอนนี้ผมหิวไส้กิ่วแล้ว ขอกินอะไรหน่อยได้ไหมครับ?"
ยายฉินซูหลานยิ้มกว้าง ชี้มือไปที่ห้องโถง "โถพ่อคุณ... ไปล้างไม้ล้างมือซะ แล้วไปนั่งรอในห้องโถงนะ กำลังจะตั้งโต๊ะมื้อเที่ยงพอดี เดี๋ยวป้าจะดูสิว่าจะกินจุสักแค่ไหนเชียว"
หลังจากล้างมือเสร็จ ลุงต้าลี่เดินอาดๆ เข้าไปนั่งรออย่างว่าง่าย ตาต้าเหวินยกโต๊ะไม้ตัวเล็กมาวางตรงหน้า ไม่นานนัก ยายฉินก็ยกหม้อ 'หมั่นโถวแป้งข้าวโพด' ใบเบ้อเริ่มออกมา ในนั้นมีหมั่นโถวอัดแน่นอยู่ถึง 40 ลูก
"ต้าลี่เอ๊ย... กินรองท้องไปก่อนนะ เดี๋ยวป้าจะไปนวดแป้งทำบะหมี่เส้นสดให้กินตบท้าย"
ยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ การได้กินบะหมี่แป้งสาลีถือเป็ลาภปากสุดหรู แต่ยายฉินเต็มใจเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่ไม่อั้น ลุงต้าลี่กล่าวขอบคุณแล้วเริ่มโซโล่หมั่นโถวทันที
ยายฉินเข้าครัวไปนวดแป้งโดยมีชูชิงกับชูเฉียนเป็ลูกมือ ส่วนตาต้าเหวินรีบปลีกตัวไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อเจรจาเื่สำคัญ... 'หมูป่าแลกสิทธิ์ที่ทำกิน' ต้องใช้คำพูดให้ดี งานนี้ถึงจะคุ้ม
บะหมี่ยังไม่ทันจะลงหม้อ หมั่นโถว 40 ลูกก็อันตรธานหายวับไปราวกับเล่นกล ลุงต้าลี่เดินเกาหัวแกรกๆ มาที่หน้าประตูครัว
"เอ่อ... ป้าครับ ผมยังหิวอยู่เลย..."
ยายฉินตาโต รีบเร่งมือทำบะหมี่ "รอเดี๋ยวลูก แป๊บเดียวๆ"
สิบนาทีผ่านไป บะหมี่เส้นสดราดน้ำมันต้นหอมหอมฉุยถูกยกมาเสิร์ฟ ลุงต้าลี่ฟาดเรียบไปอีก 5 ชามใหญ่ถึงจะวางตะเกียบแล้วลูบท้องอย่างพอใจ
"อิ่มแล้วครับ"
ยายฉินเห็นความสามารถในการกินระดับ 'หลุมดำ' ของลุงต้าลี่แล้วก็เหงื่อตก รีบวิ่งแจ้นไปสมทบกับสามีที่บ้านผู้ใหญ่บ้านทันที ขืนช้าเดี๋ยวตาต้าเหวินไปตกลงเงื่อนไขเสียเปรียบเข้าจะยุ่ง... ต้องเอาสิทธิ์ที่ทำกินมาให้ได้ ไม่งั้นเลี้ยงเ้าั์นี่ไม่ไหวแน่
โชคดีที่ไปทันเวลา ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งกลับมาถึง พอได้ยินข้อเสนอ 'หมูป่าแลกที่ดิน' ก็ตาลุกวาว รีบตกลงเซ็นอนุมัติให้ลุงต้าลี่ได้สิทธิ์บุกเบิกที่ดินรกร้างบนเขา 10 หมู่แลกกับหมูป่าั์ตัวนั้นทันที
วันนั้นทั้งวัน... หมูป่ากลายเป็อาหารเย็นของคนทั้งหมู่บ้าน ส่วนลุงต้าลี่ก็ได้กลายเป็เ้าของที่ดินบนูเา 10 หมู่ อย่างเป็ทางการ
...
หลังจากตกลงกันว่าจะเกี่ยวข้าวให้เสร็จก่อนค่อยไปบุกเบิกที่ ตาต้าเหวินก็พาลุงต้าลี่ไปลองงานที่ทุ่งนา สอนวิธีเกี่ยวข้าวให้ดูรอบเดียว ลุงแกก็ทำได้คล่องปรื๋อ แถมดูจะสนุกกับงานซะด้วย
ชูชิงมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ... ยอมรับว่าตอนแรกแอบเสียดายนิดหน่อยที่ต้องรับภาระเพิ่ม แต่พอนึกถึงว่าเขาความจำเสื่อมและไม่มีที่ไป ก็อดสงสารไม่ได้
'เอาน่า... ถึงจะเลี้ยงด้วยข้าวสวยทุกมื้อไม่ไหว แต่หมั่นโถวข้าวโพดไม่อั้นนี่รับรองว่าไหว'
...
18:00 น.
ชูชิงรวบรวมไข่ได้ 300 ฟอง และไก่ตัวผู้อีก 2 ตัวจากหมู่บ้านเป่ยซิน จ่ายต้นทุนไป 15 หยวน หลังจากกินมื้อเย็นแบบเร่งด่วน เธอก็เตรียมตัวกลับไปเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลในเมือง
ลุงต้าลี่ที่เพิ่งฟาดหมั่นโถวมื้อเย็นไปอีก 60 ลูก พร้อมซุปถั่วเขียว 10 ชาม รู้สึกเกรงใจจนทนไม่ไหว จึงอาสาไปส่ง
"ชูชิง... ให้ลุงไปส่งนะ ลุงแรงเยอะ ช่วยแบกของได้สบายมาก"
"ไม่ได้หรอกลุง ลุงไม่รู้ทาง ขากลับเดี๋ยวหลง" ชูชิงปฏิเสธ
ลุงต้าลี่ยิ้มแห้งๆ "ไม่หลงหรอกเชื่อสิ ถึงจะจำเื่ตัวเองไม่ได้ แต่สมองส่วนความจำยังดีเยี่ยมนะ ขอแค่เดินผ่านครั้งเดียว ลุงจำแม่นยำเหมือนถ่ายรูปเก็บไว้เลย... ไม่เชื่อลองเอาหนังสือมาให้อ่านสิ อ่านรอบเดียวจำได้ทุกตัวอักษร"
ชูชิงลองหยิบหนังสือเล่มหนามาทดสอบ... 10 นาทีผ่านไป ลุงต้าลี่ท่องเนื้อหาให้ฟังแบบไม่ตกหล่นสักคำ
โอเค... ยอมเชื่อแล้วจ้า
...
ระหว่างเดินเท้าไปอำเภอ ชูชิงมองเสี้ยวหน้าของลุงต้าลี่แล้วรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด... เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งในชาติที่แล้ว แต่นึกไม่ออก
"ลุงต้าลี่... ให้หนูช่วยประกาศตามหาญาติลุงไหม?"
ลุงทำหน้านิ่ง "ลุงจำอะไรไม่ได้เลย จะไปตามหาใครที่ไหนได้... รอให้เขามาตามหาเราเองดีกว่า"
"ก็จริง... งั้นเดี๋ยวหนูจะคอยดูประกาศคนหายในหนังสือพิมพ์ให้นะคะ ปกติจะมีรูปถ่ายด้วย"
"ที่ทำการหมู่บ้านมีหนังสือพิมพ์ให้อ่านทุกวันไหม?"
"มีค่ะ"
"ดีเลย... ต่อไปลุงจะไปอ่านทุกวัน เผื่อเจอญาติไวๆ จะได้ไม่ต้องมาเบียดเบียนข้าวปลาบ้านหนูนานๆ" น้ำเสียงลุงดูรู้สึกผิดจริงๆ
"โธ่ลุง... อย่าคิดมากสิคะ หนูหาเงินเก่งนะ รับรองเลี้ยงลุงให้อิ่มได้สบายๆ แค่ขายไข่ขายไก่รอบนี้ก็ซื้อข้าวสารให้ลุงกินได้ครึ่งเดือนแล้ว"
ยิ่งพูดยิ่งแย่ ลุงต้าลี่หน้าหงอยลงไปอีก "ลุงเป็ผู้ชายตัวโตๆ จะให้เด็กผู้หญิงมาเลี้ยงดูมันน่าอาย... พรุ่งนี้ลุงจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ถ้าได้ของดีๆ ลุงจะเอาไปฝากหนูขายที่โรงพยาบาลนะ"
"ไม่ต้องรีบหรอกลุง แผลยังไม่หายดี พักผ่อนก่อนเถอะ"
ลุงชี้ที่หน้าผาก "หายแล้ว... แค่ได้กินอิ่ม แผลแค่นี้จิ๊บจ๊อย"
ชูชิงเพ่งดูแผลที่หน้าผาก... จริงด้วย แผลสมานเร็วมากจนน่าใ
"ลุง... แผลหายเร็วขนาดนี้ได้ไงคะ?"
"ความสามารถพิเศษมั้ง... ลุงสังเกตว่าขอแค่ท้องอิ่ม ร่างกายมันจะซ่อมแซมตัวเองเร็วมาก วันก่อนแขนเป็แผลลึก กินกระต่ายไปสองตัว วันเดียวหายสนิท รอยแผลเป็ก็ไม่มี"
ชูชิงตาโต 'นี่มันยอดมนุษย์ หรือเปล่าเนี่ย?'
"ลุงต้าลี่คะ... ฟังหนูนะ เื่นี้ห้ามบอกใครเด็ดขาดนะลุง ขืนคนอื่นรู้ เขาจะหาว่าลุงเป็ตัวประหลาด แล้วลุงจะอยู่ยาก"
"ตายายหนูก็บอกไม่ได้เหรอ?"
"ไม่ได้ค่ะ ห้ามหลุดปากเด็ดขาด"
"โอเค... ลุงรับปาก"
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่มาถึงหน้าโรงพยาบาล ชูชิงจัดการขายไก่ 2 ตัวให้โรงอาหารได้เงินมา 4 หยวน
พยายามจะยัดเงินสินน้ำใจให้ผู้จัดการแต่เขาไม่รับ เธอจึงเก็บไว้ในใจว่าต้องหาโอกาสตอบแทนวันหลัง
หลังจากส่งลุงต้าลี่กลับ ชูชิงก็แบกตะกร้าไข่เข้าห้องผู้ป่วยไปเล่าเื่ราวผจญภัยวันนี้ให้พ่อแม่ฟังอย่างสนุกสนาน
ในขณะเดียวกัน... ลุงต้าลี่ที่วิ่งจ๊อกกิ้งกลับถึงหมู่บ้านเป่ยซิน แทนที่จะเข้านอน เขากลับแอบคว้าเคียวมุ่งหน้าไปที่นาของตาเหวิน
ภายใต้แสงจันทร์สลัว เงาร่างสูงใหญ่เกี่ยวข้าวด้วยความเร็วเหนืุ์... เพียงแค่สองชั่วโมง งานที่คนปกติสองคนต้องทำทั้งวันก็เสร็จเรียบร้อย
