คลื่นัน้ำซัดกระหน่ำเข้าใส่เรือบินของตระกูลกู่อย่างรุนแรง เสียงของคลื่นน้ำคำรามราวกับอสูรโบราณพยายามฉีกเรือทั้งลำออกเป็ชิ้น ๆ แต่คนคุมเรือซึ่งผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนกลับไม่ตื่นตระหนก เขาะโสั่งการอย่างเด็ดขาด อาคมเสริมพลังถูกเปิดซ้อนกันหลายชั้น ม่านพลังเรืองแสงสว่างวาบ ัน้ำของจางเหวินพุ่งชนเข้ากับม่านพลังป้องกันของเรืออย่างจัง แรงกระแทกทำให้เรือทั้งลำสั่นะเืจนโครงสร้างส่งเสียงดังครืน แต่ม่านพลังนั้นก็รับแรงปะทะเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว ัน้ำไม่อาจทะลุเข้ามาภายในเรือได้ ทำได้เพียงแตกสลายกลายเป็สายน้ำที่ไหลลงไปตามม่านพลัง
กู่หลานเยว่ทรุดตัวลงไปกระแทกกับพื้นเรือ หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะะเิออกมานอกอก ลมหายใจขาดห้วง มือทั้งสองสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ การบ่มเพาะของนางเพิ่งทะลวงผ่านมาถึงระดับก่อตั้งิญญาเมื่อไม่นานนี้เท่านั้น เมื่อเทียบกับสนามรบระดับนี้ นางแทบไม่มีคุณสมบัติจะยืนอยู่ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ ตลอดสิบหกปีที่เกิดมา นางไม่เคยรู้จักกับคำว่าหวาดกลัว และั้แ่ได้รับระบบวายร้ายมาในใน่ไม่กี่เดือนก่อน ทำให้นางเป็อัจฉริยะที่ไร้เทียมทานในระดับการบ่มเพาะเดียวกันด้วยพร์และภูมิหลังของตระกูลกู่ นางเหยียบย่ำบุตรแห่งโชคชะตามาแล้วห้าคนอย่างง่ายดาย ทุกคนพ่ายแพ้โดยไม่อาจแม้แต่จะต้านทานนางด้วยซ้ำ
แต่ในวันนี้ เพียงแค่เผชิญหน้ากับจางเหวิน นางกลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่ต่อหน้าฝันร้ายที่ไม่อาจหลุดพ้นได้
นางพยายามรวบรวมสติ เมื่อเห็นว่าัน้ำไม่สามารถบุกเข้ามาในเรือได้ ความตึงเครียดในใจนางคลายลงเล็กน้อย กู่หลานเยว่ยกมือขึ้นเช็ดใบหน้าโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ติดอยู่บนฝ่ามือมันกลับไม่ใช่เหงื่อ หากเป็หยดน้ำเย็นเฉียบจากเม็ดฝนที่ตกลงมาก่อนหน้านี้
ในเสี้ยววินาทีนั้น ความคิดหนึ่งแล่นผ่านวาบขึ้นมาในสมองของนางอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของกู่หลานเยว่เปลี่ยนไปทันที เืในร่างกายของนางพลุ่งพล่าน นางรีบเปิดแหวนมิติ แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ใช้จิตััเปิดแหวน
ตูม!!
เสียงแรงปะทะดังสนั่น ผู้คุ้มกันบนเรือหลายคนพุ่งเข้ามาอย่างสุดชีวิต เพราะในขณะเดียวกันนั้นเอง เม็ดฝนบนแขนของกู่หลานเยว่ก็เริ่มบิดเบี้ยว รูปร่างของมันขยายออก กลายเป็ร่างของจางเหวินในพริบตา ดวงตาของเขาเ็า ว่างเปล่า มือข้างหนึ่งกุมหอกน้ำที่อัดแน่นด้วยพลังแห่งน้ำเอาไว้ แม้จะไม่เสถียร แต่แรงสังหารกลับชัดเจนจนทำให้ลมหายใจของนางติดขัด
หอกน้ำพุ่งแทงไปที่กู่หลานเยว่โดยไม่ลังเล เป้าหมายคือหัวใจของนาง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตาย แสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสายพุ่งแทรกเข้ามาพร้อมกัน สาวรับใช้ของตระกูลกู่ที่มีการบ่มเพาะระดับนักบุญเคลื่อนไหวพร้อมเพรียง ดาบศักดิ์สิทธิ์ฟาดเข้าหาหอกน้ำ ฝ่ามือพลังสะกดกดทับร่างจางเหวิน อีกสองคนเปิดม่านพลังซ้อนกันปกป้องกู่หลานเยว่ไว้ด้านหลัง
แรงปะทะเกิดขึ้นกลางเรือ เสียงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก หอกน้ำของจางเหวินแตกสลายกลายเป็ละออง แต่แรงสะท้อนก็ทำให้สาวรับใช้สองคนกระเด็นถอยออกไปพร้อมเืที่พุ่งออกจากปาก แต่พวกนางยังยืนหยัดไม่มีท่าทีว่าจะถอย ก่อนที่ร่างของจางเหวินที่แปรสภาพมาจากเม็ดฝนจะแตกสลายอีกครั้ง กลายเป็น้ำไหลกระจายไปตามพื้นเรือ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลย
กู่หลานเยว่หอบหายใจแรง ร่างกายอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว ดวงตาสั่นไหวเมื่อมองไปยังหยดน้ำที่ยังคงตกกระทบพื้นเรือด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง นี้เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางตระหนักว่า ความได้เปรียบที่เคยมีทั้งหมด อาจไม่มีความหมายใด ๆ ในเวลานี้
าานักบุญของตระกูลกู่ที่กำลังต่อสู้พัวพันอยู่กับร่างแยกน้ำของจางเหวินพลันััถึงความปั่นป่วนผิดปกติจากทิศทางของเรือบิน พลังที่แผ่ออกมาจากเรือลำนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาหันศีรษะไปมองเพียงเสี้ยววินาที และเพียงแค่นั้นหัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้น
ภาพที่เห็นคือคลื่นน้ำวนขนาดใหญ่กำลังถูกสร้างขึ้นบนเรือบินของตระกูลกู่ มันทำให้เขานึกถึงสถานะของกู่หลานเยว่ หากกู่หลานเยว่เป็อะไรไป ผลลัพธ์อาจกลายเป็หายนะสำหรับเขาที่ไม่อาจถูกกอบกู้ได้ ความโกรธของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง าานักบุญะเิพลังทั้งหมดออกมาโดยไม่ยั้งมือ เสียงคำรามดังสนั่น
“ไอ้เด็กเวร!”
ตูมมมม!
ออร่าศักดิ์สิทธิ์ถาโถมบดขยี้ร่างแยกน้ำของจางเหวินจนแตกสลายเป็ละอองในพริบตา เขาไม่รอช้า ก่อนจะพุ่งกลับไปยังเรือบินด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมร่างของจางหลิงเยว่
ในเวลาเดียวกันนั้น ห่างออกไปไม่ไกล บริเวณขอบป่าอสูรโบราณที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมฝนที่โปรยปรายลงมาเล็กน้อย พื้นที่แห่งนั้นถูกห่อหุ้มด้วยม่านพลังและคลื่นน้ำที่ก่อเป็กำแพงหนา เสียงจากภายในไม่อาจเล็ดลอดออกไปสู่โลกภายนอกได้ แม้แต่เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ดังขึ้นอย่างทรมานก็ถูกกลืนหายไป
“อ๊าาาาาาาา หยุดเถอะ หยุด! ข้าจะให้เ้าทุกอย่าง… ได้โปรด! ปล่อยข้าไป… จางเหวิน!”
“อ๊าาาาาาาาาาา”
ชายที่กรีดร้องนั้นคือบรรพบุรุษของราชวงศ์ขนนกสีเงิน ใบหน้าที่เคยสง่างามในตอนนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือทั้งสองถูกยกขึ้นอย่างอ้อนวอน แต่ลำคอของเขาถูกจางเหวินบีบแน่น พลังชีวิตถูกดูดกลืนออกไปอย่างต่อเนื่อง ออร่าการบ่มเพาะที่เคยแข็งแกร่งแตกกระจาย เส้นเืบนใบหน้าปูดโปน ก่อนที่พลังจะล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง
ภายในม่านพลังคลื่นน้ำนั้นเต็มไปด้วยซากศพของนักบุญถึงสิบสองร่าง ร่างแต่ละร่างล้วนแห้งเหี่ยว ิัเหี่ยวย่น พลังิญญาถูกดูดจนหมดสิ้น เหลือเพียงเปลือกนอกที่ไร้ชีวิต แต่ก็ยังคงมีอีกเจ็ดร่างที่ยังคงหายใจอยู่ แต่ร่างกายของพวกเขาถูกพิษของจางเหวินกัดกินจนไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย ทำได้เพียงรอความตายอย่างสิ้นหวังในเวลานี้
นักบุญคนหนึ่งนอนอยู่ไม่ไกลนัก เขามองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาสั่นไหว ในตอนแรกเมื่อพวกเขาโจมตีจางเหวิน และถูกพิษของจางเหวินโจมตี ทุกคนเข้าใจว่าพิษของจางเหวินมาจากเื ซึ่งก็ถูกต้องเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ความจริงคือพิษส่วนใหญ่ถูกผสมอยู่ในละอองอากาศรอบตัวของจางเหวิน เมื่อสูดเข้าไป พลังภายในจะเริ่มปั่นป่วน ไม่อาจควบแน่นได้ ร่างกายจะเริ่มอ่อนล้ากล้ามเนื้อไม่ยอมขยับ
พิษนี้ไม่รุนแรงถึงขั้นสังหารนักบุญได้ไม่ว่าจะในสภาวะปกติหรือาเ็หนักก็ตาม มันเพียงทำให้อ่อนแอลงชั่วคราวลงเท่านั้น หากมีเวลาและความสงบเพียงพอ พวกเขาสามารถขับพิษนี้ออกจากร่างได้ แต่เงื่อนไขเ่าั้จางเหวินไม่ได้ปล่อยให้มันเกิดขึ้น หลังจากที่พวกเขารับพิษเข้าไปและนักบุญคนอื่นที่ไม่โดนพิษต่างหลีกหนีห่างออกไปโดยไม่ได้ช่วยเหลือพวกเขา
ดังนั้นพวกเขาทำได้เพียงพยายามตั้งสมาธิเพื่อขับพิษออก แต่ยังไม่ทันได้ขับพิษออกจนสำเร็จ จางเหวินก็ก้าวขึ้นไปที่ระดับนักบุญปลอมแล้ว ก่อนที่เขาสร้างคลื่นน้ำมาจมพื้นที่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว นักบุญสิบเก้าคนที่ถูกพิษกลืนกินถูกคลื่นกลืนหายไปพร้อมกัน ไม่มีใครมาช่วย ไม่มีใครหนีรอด
แต่ทว่าภายในกระแสน้ำ ัน้ำหลายตนว่ายวนตามหาพวกเขาเรียงคน เมื่อพบร่างกายของพวกเขามันก็จะเข้ามากลืนร่างนักบุญเ่าั้ทันที พร้อมลากพวกเขามายังม่านพลังนี้ในสภาพพิการ ในตอนแรกที่พวกเขามาถึงยังม่านพลังคลื่นน้ำแห่งนี้พวกเขาก็ทำการเร่งขับพิษออกให้เร็วที่สุด
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเสียงม่านพลังก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ตอนแรกคนอื่นๆ ก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงเป็นักบุญคนใหม่ที่ถูกพาตัวมาที่นี่ แต่ในเวลานั้นเองปริมาณพิษในร่างกายที่พวกเขาพยายามกำจัดมันกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงกรีดร้องของนักบุญคนหนึ่งจะดังขึ้นในตอนนั้น นักบุญที่เหลืออยู่ต่างลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายก่อนที่ภาพเบื้องหน้าในตอนนั้นจะทำให้พวกเขาตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
มันคือร่างจางเหวินในสภาพใกล้ตาย ผมของเขาขาวโพลนเปียกชื้นด้วยสายฝน ิัแตกลายเต็มไปด้วยรอยเื ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับคนที่มีอายุมานานหลายล้านปี แต่ดวงตาของเขากลับสว่างวาบเ็า และมั่นคง ก่อนที่เขาบีบคอนักบุญคนหนึ่ง พร้อมเสียงกระดูกแตกดังอย่างแ่เบาก่อนจะเริ่มดูดกลืนพลังของนักบุญทีละคน
