สวี่กวนเซิงเกือบจะต้องตกอยู่ในสภาพของคนประสาทหลอน เขาไม่โกรธเคืองอย่างธรรมดาแล้ว แต่ตอนนี้มันแฝงไปด้วย... ความเคียดแค้นชิงชัง!
ไม่ว่าจะเป็อย่างไร เขาก็คือคนที่ผู้เฒ่าร้องไห้ดูแลจนเติบใหญ่ แม้ว่าจะไม่เคยพูดคุยกับผู้เฒ่าร้องไห้เลยสักคำ แต่ในใจของเขา และในจิตใต้สำนึกของเขา ก็รู้สึกมีความใกล้ชิดกับผู้เฒ่าร้องไห้เป็อย่างมาก เป็ความรู้สึกเหมือนญาติสนิทคนหนึ่ง
ในอดีต สวี่กวนเซิงคิดว่าผู้เฒ่าร้องไห้เป็คนสติไม่ดีคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ยอมรับเขาเป็ศิษย์ แต่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่ผู้เฒ่าร้องไห้จะรับศิษย์เฒ่านั้นแต่กลับมอบหัวใจเพลิงมรณะให้กับหลี่โหย่วฉาย สิ่งนี้ทำให้ในใจของสวี่กวนเซิงรู้สึกริษยาและเกลียดแค้นยิ่งนัก
ความสามารถของเขานั้นไม่ธรรมดา มีการเปิดผนึกะ และอาศัยพละกำลังของตนเองในการแย่งชิงตำแหน่งเจ็ดสิบสองอสูรธรณี หรือ
แม้กระทั่งการได้เป็หัวหน้าของเจ็ดสิบสองอสูรธรณี ก็ยังมาจากความมั่นใจในตัวเอง แม้ว่าสวี่กวนเซิงจะไม่คิดว่าตนเองมีความสามารถติดอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่ในแดนต้าโหมวเทียน แต่เขาก็ยังติดอยู่ในห้าอันดับแรก คุณสมบัติเช่นนี้... ทำไมจึงไม่เป็ที่สนใจของผู้เฒ่าร้องไห้?
เมื่อมองไปยังหัวใจเพลิงมรณะที่อยู่กลางฝ่ามือของฉินอวี่ พลังสังหารในจิตใจของสวี่กวนเซิงก็เริ่มควบคุมไม่ได้ ร่องรอยของความหวาดระแวงผุดขึ้นในจิตใจของเขาทันที จนอยากจะจับแยกชิ้นส่วนคนที่อยู่ตรงหน้า และ่ชิงหัวใจเพลิงมรณะเอาไว้ เพื่อบรรเทาความเกลียดชังในจิตใจ
“ซื้ด!” สวี่กวนเซิงสูดลมหายใจลึกๆ และระงับความโกรธและความแค้นเอาไว้ในใจ
เมื่อมองไปยังฉินอวี่ที่กำลังเดินเข้ามา สวี่กวนเซิงขยับความคิดเล็กน้อย เถาอู้ก็ส่งเสียงขึ้นมา พร้อมการโจมตีอันดุเดือดที่แฝงไปด้วยกลิ่นเหม็น ในเวลานี้สวี่กวนเซิงเต็มไปด้วยความอาฆาต แต่ความอาฆาตที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้หมายจะสังหารฉินอวี่ แต่เป็การเอาชนะฉินอวี่อย่างสมบูรณ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพละกำลังของตนเองแข็งแกร่งกว่าฉินอวี่ มีพร์ที่ดีเลิศกว่า และมีคุณสมบัติที่คู่ควรกับการเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้
แน่นอนว่าสวี่กวนเซิงไม่อาจสังหารฉินอวี่ได้ด้วยเหตุผลเหล่านี้แน่นอน!
สวี่กวนเซิงที่ยืนอยู่บนหลังของเถาอู้ควบคุมการเคลื่อนไหวของมันให้มุ่งหน้าโจมตีฉินอวี่อย่างต่อเนื่อง ดวงตาทั้งสองของเขากำลังมืดบอดด้วยความโกรธและริษยา แต่ใน่เวลาอันสั้นมันก็ค่อยๆ สงบลง และดูเหมือนเขาจะกำลังหมกมุ่นอยู่กับโลกแห่งความคิดของตนเอง
จนไม่ทันสังเกตเห็นฉินอวี่ที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ความคิดของเขากำลังวกวนไปมาอย่างรวดเร็ว
“หากมองจากหัวใจเพลิงมรณะของหลี่โหย่วฉายแล้ว มันน่าจะเป็เพียงเค้าร่าง แต่ยังไม่ใช่พลังที่แท้จริง ไม่เช่นนั้น... ก็คงไม่ใช่แค่ทำให้เถาอู้ถอยกลับไป” สวี่กวนเซิงพึมพำในใจ
ก่อนหน้านี้เขาได้แต่ใว่าเหตุใดฉินอวี่จึงโจมตีให้เถาอู้ถอยกลับไปได้ แต่ในตอนนี้ เขาเข้าใจแล้ว ว่ามีสาเหตุมาจากหัวใจเพลิงมรณะ
โดยทั่วไปแล้ว เพลิงมรณะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวของพยนต์มรณะ แต่อาจจะเป็เพราะหัวใจเพลิงมรณะน่าจะพัฒนาขึ้นถึงระดับหนึ่งแล้ว และไม่เพียงแต่จะเผาผลาญการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับพยนต์มรณะ แต่ยังสามารถเผาพยนต์มรณะให้กลายเป็ผุยผงได้อีกด้วย
แต่เื่ที่น่าตลกคือ สายเืของพยนต์มรณะนั้นกล่าวกันว่าสามารถควบคุมความเป็ความตายได้ ควบคุมพลังแห่งความตายได้ แต่สิ่งที่เป็คู่ขัดแย้งโดยตรงคือหัวใจเพลิงมรณะ และเมื่อหัวใจเพลิงมรณะพัฒนาถึงขีดสุด มันเรียกได้ว่าสามารถเผาผลาญหมื่นสรรพสิ่งทั่วทั้งฟ้าดินได้เลยทีเดียว รวมทั้งพลังแห่งความตายด้วย!
สวี่กวนเซิงเคยได้ยินว่าหยินหยางเต้าจวินมีเพลิงมรณะ แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าเขามีหัวใจเพลิงมรณะด้วยหรือไม่ ท้ายที่สุด ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเขาจะสามารถััได้ เพียงแต่ สิ่งที่ทำให้เขานึกไม่ถึงเลยก็คือ ผู้เฒ่าร้องไห้ไม่เพียงจะมีเพลิงมรณะ แต่ยังมีหัวใจเพลิงมรณะอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับหลี่โหย่วฉายอีกด้วย
“เงื่อนไขในการกำเนิดของหัวใจเพลิงมรณะนั้นนับว่ารุนแรงมาก ไม่ได้้าเพียงพลังแห่งความตายเท่านั้น แต่ยัง้าเงื่อนไขอื่นๆ อีกด้วย แม้ว่ายังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนักในตอนนี้ แต่ก็สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีทางเกิดจากสนามรบโบราณแห่งนั้นแน่นอน และในแดนต้าโหมวเทียน... คงมีแต่เพียงในเขตซากปรักหักพังนั่นเท่านั้นจึงจะให้กำเนิดหัวใจเพลิงมรณะขึ้นมาได้!”
“ข้าห่างชั้นกับเขานักหรือ? เช่นนั้น ข้าก็จะทำให้ท่านได้เห็น ของที่ท่านมอบให้กับเขา ข้าก็สามารถแย่งชิงมาได้! และเขา... ก็ไม่ได้เก่งอะไรนักหรอก!” สวี่กวนเซิงเผยใบหน้าอันดุร้ายออกมา บางทีนี่อาจเป็คำอธิบายของเขา ในภายหน้าเขาจะต้องชิงหัวใจเพลิงมรณะกลับมาจากฉินอวี่ให้ได้ และค่อยให้คำอธิบายกับผู้เฒ่าร้องไห้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องเอาชนะและได้หัวใจเพลิงมรณะ!
“ไม่ได้ ไม่มีทางใดจะ่ชิงเพลิงมรณะมาได้เลยในขณะที่อยู่ในการท้าประลอง เพราะถึงอย่างไร เขาก็สามารถยอมแพ้ได้ตลอดเวลา! ในแดนต้าโหมวเทียน มโนจิตของผู้เฒ่าร้องไห้ครอบคลุมถึงทุกซอกมุม... หากเป็เช่นนี้ต่อไป คงเหลือแต่เพียงในหอคอยเทียนกังเท่านั้น ที่ข้าจะมีโอกาสได้ชิงหัวใจเพลิงมรณะมาจากมือของเขาได้!” สวี่กวนเซิงตัดสินใจอย่างแน่วแน่
ในขณะที่สวี่กวนเซิงกำลังนิ่งเงียบอยู่นั้น
บนยอดเขาลูกหนึ่ง
ฉวีหย่งเซิงกำลังยืนมองฉินอวี่ที่กำลังปะทะกับเถาอู้อย่างบ้าคลั่งด้วยความตกตะลึง และอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าอยู่หลายครั้ง จนไม่มีสติรู้ตัวอยู่เป็เวลานาน
ไม่เพียงแต่ฉวีหย่งเซิงเท่านั้น แม้แต่อสูรธรณีคนอื่นๆ ต่างก็จ้องไปยังร่างที่โชกไปด้วยเื แต่ก็มีแสงสว่างเปล่งประกายออกมา ราวกับว่าฉินอวี่เป็ดวงอาทิตย์ที่สาดส่องไปทั่วผืนฟ้า
“คน... คนบ้า! นี่มันคนบ้าชัดๆ!” ในฐานะที่หลัวป้าอวี่เป็ผู้นำของเจ็ดสิบสองอสูรธรณี เขาได้อุทานออกมาด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งขรึม
สวี่กวนเซิงหมกมุ่นอยู่กับความคิดตนเองจนไม่ทันสังเกตอะไร แต่ั้แ่แรกเริ่มพวกเขาต่างจับจ้องไปยังลานประลองอย่างสนใจ ราวกับว่าจะคอยดูว่าฉินอวี่จะต่อสู้กับเถาอู้อย่างไร และเถาอู้รับมือฉินอวี่แบบไหน เดิมทีแล้ว พวกเขาต่างต่อต้านฉินอวี่และไม่คาดหวังอะไรในตัวเขา เพราะคิดว่าเขาก็แค่มาสู้จนตัวตายแค่นั้น
แต่... แต่ฉินอวี่ กลับลุกขึ้นและตอบโต้กลับครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ในใจของพวกเขารู้สึกแปลกใจและใเป็อย่างมาก เขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม นั่นคือเถาอู้ เถาอู้ในระดับเขตแดนเต๋า แม้ว่าจะกลายเป็พยนต์มรณะแล้ว แต่ร่างกายที่ใช้โจมตีออกไปนั้นก็ยังยากที่คนทั่วไปจะสามารถต้านทานได้
ยิ่งไปกว่านั้น หลี่โหย่วฉายต้องตั้งรับการโจมตีนี้มากว่าร้อยครั้งแล้ว... หากจะบอกว่ามีเกราะป้องกันระดับเต๋า ก็พอจะฟังดูมีเหตุผล แต่เขามีเพียงเนื้อหนังปกติ ร่างกายที่มีชีวิตกำลังต้านทานอย่างสุดกำลัง... เป็เื่ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
เมื่อมองไปยังฉินอวี่ที่โชกไปด้วยเื เหล่าอสูรธรณีต่างใเป็อย่างยิ่ง พวกเขาทั้งหมดต่างนึกขึ้นทันทีว่าหากเป็ตนเอง จะสามารถทนรับการโจมตีของเถาอู้ได้สักกี่รอบ จะสามารถล้มแล้วลุกขึ้นมาอย่างหลี่โหย่วฉายได้หรือไม่...
แต่ท้ายที่สุด ในจิตใจของอสูรธรณีทุกคนต่างมีความมั่นใจว่าตนเองก็ทำได้อย่างฉินอวี่
“ทำไม... ข้าจึงมีความรู้สึกว่า หลี่โหย่วฉายผู้นี้ ยิ่งาเ็เท่าไร....เขาก็ดูเหมือนจะยิ่งแข็งแกร่ง? อีกอย่าง พลังปราณในร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะขยายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง... น่าเสียดาย มีม่านพลังอยู่ จึงไม่อาจจะััอะไรได้” หลัวป้าอวี่พึมพำกับตนเอง เป็เพราะม่านพลัง เขาจึงไม่สามารถััถึงพลังปราณในร่างกายของฉินอวี่ได้ ทำได้เพียงดูด้วยตาเนื้อเท่านั้น และตัดสินได้จากลำแสงโลหิตที่เปล่งออกมาจากฉินอวี่
“ดูเหมือนว่าทุกคนจะดูถูกหลี่โหย่วฉายเกินไปหน่อย เขานี่มันคนบ้าคนหนึ่งเลยทีเดียว เหลยจั๋วเยว่... เ้าไม่ควรไปยั่วยุคนบ้าแบบนี้เลย!” หลัวป้าอวี่ถอนหายใจ พวกเหลยจั๋วเยว่และหลัวอวิ๋นทุนล้วนแต่พบเจอเขาแล้ว ทำให้ต่าง้าจะสังหารฉินอวี่ให้ได้ในการต่อสู้จัดอันดับ แต่ตอนนี้... ในใจของหลัวป้าอวี่เริ่มไม่แน่นอนแล้ว หากเป็เช่นนี้ต่อไป ตัวเขาเองจะเอาชนะหลี่โหย่วฉายได้จริงหรือ?
ไม่รู้เป็เพราะเหตุใด เมื่อมองไปยังฉินอวี่ที่ไม่ยอมแพ้โดยง่าย และกำลังาเ็อย่างสาหัส หลัวป้าอวี่ก็ยิ่งไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่ทำให้หลัวป้าอวี่แทบจะรับไม่ได้เลยก็คือ... หลี่โหย่วฉายยังอยู่เพียงขั้นกุมารทิพย์ระดับกลาง หากเขาเข้าสู่ขั้นเทพ์ได้จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน!
“นี่มันคนบ้าชัดๆ!”
“คนบ้าหลี่!”
เหล่าอสูรธรณีต่างก่นด่าอยู่ในใจ ในใจของอสูรธรณีที่วางเดิมพันเอาไว้เริ่มซับซ้อนมากขึ้น ในส่วนลึกของจิตใจ เริ่มมีความรู้สึกเสียใจขึ้นมา หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้ั้แ่แรก ในตอนนั้น... ทำไมพวกเขาจะต้องเดิมพันกับคนบ้าเช่นนี้ด้วย?
“โฮก!” เมื่อถูกกระแทกลอยขึ้นไปหลายต่อหลายครั้ง ฉินอวี่ที่โชกไปด้วยเืก็ะโตรงขึ้นมา ส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง พลังปราณในร่างกายเดือดพล่าน กลายเป็แก่นปราณอันบริสุทธิ์กระจายไปทั้งแขนขาของเขา เขากำหมัดขึ้นแน่น ก่อนจะส่งเสียงคำรามไปบนฟ้าอีกครั้ง!
โฮก โฮก โฮก!
พลังปราณแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างของฉินอวี่ หากไม่ใช่เพราะการสกัดไว้ของม่านพลัง เกรงว่าพลังของเขาคงจะปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้า เมื่อมองไปยังเถาอู้ที่อยู่ตรงหน้า และมองไปยังสวี่กวนเซิงที่อยู่บนหลังของเถาอู้แล้ว ฉินอวี่ก็หายไปทันที
จี้เปลวอัคคี!
สวี่กวนเซิงที่ยืนอยู่บนหลังของเถาอู้ สะดุ้งตื่นขึ้นทันทีเพราะเสียงคำรามของฉินอวี่ เขาได้ทำการวิเคราะห์เหตุผล ว่าจะทำอย่างไรให้ได้หัวใจเพลิงมรณะมาจากฉินอวี่ แต่หลังจากได้สติขึ้นมา เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณที่พลุ่งพล่านของฉินอวี่ จึงทำให้สวี่กวนเซิงใขึ้นมาทันที!
“เป็ไปได้อย่างไร!”
สวี่กวนเซิงเงยหน้าขึ้นมองไปทางฉินอวี่ที่กลายเป็จี้เปลวอัคคีขนาดมหึมา ขนลุกตั้งไปทั่วร่างกาย ความคิดในใจของเขาหมุนเร็ว ผู้าุโที่ขัดสมาธิอยู่บนศีรษะเถาอู้ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที ปากอันแก่ชราที่ปิดอยู่นานนับเวลาไม่ได้ ก็พูดขึ้นมาคำหนึ่ง “มรณะ!”
