เล่มที่ 4 บทที่ 112 หายไป
ชั่วขณะที่เกิดะเิขึ้นมานั้น หลินเฟยเองก็ได้ยินเสียงดังกัมปนาทได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ลึกลงไปใต้น้ำนับพันจ้างก็ตาม เขาถูกกระแทกด้วยแรงอัดะเิจนวูบลงไป ไม่นานก็กระอักเืแดงสดออกมา ขาทั้งสองข้างก็อ่อนแรงโดยพลันราวกับใกล้จะหมดสติลง
ทว่าตอนนี้เขาจะล้มไม่ได้เด็ดขาด เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินเฟยก็กัดลิ้นตัวเองอย่างแรง เพื่อใช้ความเ็ปประคองสติตนเองไว้
หลินเฟยยกมือขึ้นเพื่อรอรับหินตงจี๋ที่กระเด็นกลับมาด้วยแรงอัดกระแทก
ก่อนที่เขาจะขว้างมันเข้าไปยังกรงเล็บอสูรอีกครั้ง
ผ่านไปหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง…
ทุกๆครั้งขว้างหินไปนั้น กรงเล็บอสูรก็จะล่าถอยออกไปนับสิบจ้าง แต่ในขณะเดียวกันหลินเฟยเองก็าเ็หนักขึ้นไปด้วย หลังจากขว้างหินตงจี๋มาจนถึงครั้งที่สิบ หลินเฟยก็รู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมา จนกระอักเืเฮือกใหญ่ออกมาเป็ครั้งที่สอง เืจากร่างกายของเขาทะลักออกมามากจนแทบจะย้อมทะเลสาบให้แดงฉานก็ว่าได้…
หลินเฟยรู้ดีว่าร่างกายของตนเองกำลังใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว…
แต่ตอนนี้เขาไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกต่อไป
สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือขับไล่กรงเล็บอสูรให้ล่าถอยไปเท่านั้น
และในที่สุด…
หลังจากที่เขาขว้างหินตงจี๋ออกไปจนถึงครั้งที่สิบเจ็ด อสุรกายขั้นกุ่ยหวังก็ดูเหมือนจะระคายขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากคำรามเสียงดัง ทันใดนั้นมันก็ชักกรงเล็บที่ยาวนับพันจ้างกลับไป
“ฟู่ว…” เมื่อหลินเฟยเห็นเช่นนี้ เขาก็ถอนหายใจออกมา
‘แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจไป…’
หลินเฟยล้วงเอายาลูกกลอนออกมาหนึ่งกำมือและใส่ปากตนเองเข้าไปทันที ไม่มีแม้แต่เวลาจะแยกแยะว่ายาแต่ละชนิดคืออะไร หยิบอะไรได้ก็ยัดใส่ปากไปทั้งหมด ก่อนจะเริ่มโคจรเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูอีกครั้งโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย
‘ไม่เหลือเวลาไปมากกว่านี้แล้ว…’
หลินเฟยรู้ดีว่าหากกรงเล็บอสูรเอื้อมลงมาอีกครั้ง เขาจะต้องตายแน่ๆ
ภายใต้การหลอมของเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถู ทำให้หินอุกกาบาตขนาดใหญ่เกิดเปลวไฟปะทุรุนแรงทันที ภายใต้เปลวไฟที่ลุกโชนนั้น ทำให้อุณหภูมิของน้ำที่อยู่รอบๆพลันเดือดจัดขึ้นมา
เวลาผ่านไปทีละนิด กระทั่งบัดนี้หินอุกกาบาตได้กลายเป็สีแดงเพลิงเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน กรงเล็บสีดำก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางหมู่มวลเมฆดำบนท้องฟ้าเหนือบริเวณทะเลสาบ…
ในตอนแรกอสุรกายขั้นกุ่ยหวังไม่เคยเห็นอาวุธขั้นอิงฝูที่มีมนต์สะกดยี่สิบเจ็ดสายอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย หากแต่หินตงจี๋นั้นกลับพิเศษกว่าอาวุธชนิดอื่นใด เพราะนอกจากจะมีน้ำหนักมหาศาลที่สามารถอัดกระแทกจนอสุรกายขั้นกุ่ยหวังให้รู้สึกเ็ปได้แล้ว มนต์สะกดของมันยังถูกหลอมด้วยผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันอย่างอู๋เย่วอีกด้วย หินตงจี๋จึงมีกลิ่นอายผู้บำเพ็ญจิงตันหลงเหลืออยู่ หากไม่พิจารณาดีๆก็อาจจะถูกหลอกเอาได้ แม้แต่อสุรกายขั้นกุ่ยหวังก็เกือบจะหลงกลไปเสียแล้ว
แต่ก็แค่เกือบเท่านั้น…
เพราะของปลอมอย่างไรก็คือของปลอมอยู่วันยังค่ำ
‘คิดว่าอาศัยแค่กลิ่นอายที่หลงเหลือของผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันแล้วจะหลอกอสุรกายขั้นกุ่ยหวังอย่างข้าได้เชียวหรือ?’
ไม่นานกรงเล็บอสูรก็พุ่งมายังทะเลสาบอีกครั้ง
ทว่า…
เกิดลมปีศาจกระโชกแรงบริเวณน่านฟ้าเหนือทะเลสาบขึ้นมา ชั่วครู่ก็มีมือหนึ่งที่เต็มไปด้วยเกล็ดปรากฏออกมา มือนั้นคว้าหมับไปที่กรงเล็บอสูรอย่างรวดเร็ว ด้วยไอปีศาจรุนแรงเช่นนี้จะต้องเป็ปีศาจขั้นเยาหวังที่ต่อสู้กับอสุรกายขั้นกุ่ยหวังเมื่อครู่เป็แน่
ชั่วขณะที่มือปีศาจใกล้เข้ามา กรงเล็บอสูรก็ชักกลับไปทันที มือและกรงเล็บขนาดมหึมาจึงกระแทกเข้าด้วยกันอย่างเต็มแรง ไอปีศาจและไออสูรเข้มข้นะเิออก จนอัดกระแทกทุกอย่างในรัศมีร้อยลี้ราบเป็หน้ากลอง…
หลังจากนั้นกรงเล็บและมือั์ก็ล่าถอยออกไป
“สิงซาน ข้าไม่เอาเื่ที่เ้าไล่ตามข้าั้แ่พิภพซ่างจงก็ได้ แต่ถ้ายังกล้ามาขวางอีกละก็ วันหน้าข้าจะฆ่าล้างเผ่าสิงของเ้าให้หมดสิ้นแน่!”
ท่ามกลางเมฆดำที่ปกคลุมอย่างหนาแน่น ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาราวกับเสียงฟ้าร้อง
“หึหึ ตาแก่ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้พื้นเพเ้ามาก่อนนะ หากกล้าขึ้นเสียงอีก ข้าจะจับลูกหลานเ้ากินให้หมดเลย” ไม่นานก็มีเสียงตอบรับที่ฟังดูอ่อนวัยกว่าดังมาจากสายลมปีศาจที่โหมรุนแรงดุจพายุหมุน
‘สงสัยคงจะไม่อยากมีเื่’ หลังจากที่พูดจบ ปีศาจขั้นเยาหวังก็ไม่ตามมาราวีอีก จากนั้นมันก็สลายลมปีศาจจากไป
ในเมื่อไม่มีใครเข้ามาขัดขวางแล้ว อสุรกายกุ่ยหวังก็ลงมือต่อทันที และกรงเล็บขนาดมหึมาก็ล้วงลงไปใต้น้ำอีกครั้ง…
ครั้งนี้มันไม่ออมแรงแม้แต่น้อย ชั่วขณะที่กรงเล็บอสูรจมลง น้ำในทะเลสาบก็ปั่นป่วนรุนแรง จนเกิดเป็คลื่นั์ท่วมทะลักออกมาจนบริเวณรอบด้านในรัศมีร้อยลี้กระทั่งกลายเป็หนองน้ำไปทั่วทั้งบริเวณ
เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น กรงเล็บมหึมาก็จมมิดลงไปใต้น้ำแล้ว
และในเวลานี้เอง หลินเฟยก็กำลังตั้งใจโคจรเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูอยู่ด้วย
“เร็วเข้าสิ เร็วเข้า…” ปีศาจกระบี่ที่อยู่ข้างๆกำลังสติแตก เอาแต่บ่นวนไปวนมารอบๆหลินเฟย…
ทว่าหลินเฟยก็แสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน เพราะตอนนี้เขากำลังตั้งสมาธิโคจรเคล็ดวิชาอย่างเต็มที่ อักขระของเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูมากมายพยายามแทรกซึมเข้าไปในหินอุกกาบาต แต่ก็กลับถูกเปลวไฟที่อยู่รอบๆเผาทำลายจนหมด ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟเลย…
กรงเล็บอสูรยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ…
จากนับพันจ้างก็เหลือห้าร้อยจ้าง และจากห้าร้อยจ้างก็เหลือเพียงสามร้อยจ้างเท่านั้น
และบัดนี้ก็อยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยจ้างแล้ว…
ไออสูรเข้มข้นปกคลุมทั่วบริเวณทะเลสาบทำให้เกิดความหนาวเย็นและบรรยากาศแสนวังเวง หลินเฟยที่าเ็สาหัส ก็ถูกไออสูรเข้มข้นจู่โจมเข้าอีกครั้ง จนกระอักเืออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า หลินเฟยไม่มีแม้แต่เวลาเช็ดคราบเืที่มุมปากด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เขากำลังจดจ่ออยู่ที่หินอุกกาบาตและอักขระมากมายที่ลอยอยู่เท่านั้น ต่อให้เป็ไออสูร กรงเล็บอสูร หรือแม้แต่อสุรกายขั้นกุ่ยหวังก็ตาม ล้วนไม่ได้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย…
‘ใกล้แล้ว ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ’
ขณะนี้กรงเล็บั์อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น อีกเพียงไม่ถึงยี่สิบจ้างก็จะสามารถฉีกกระชากร่างหลินเฟยให้ขาดกระจุยได้แล้ว…
“สำเร็จ!”
ชั่วขณะที่กรงเล็บั์กำลังเข้าประชิดตัว หลินเฟยก็อัดอักขระตัวสุดท้ายเข้าไปในหินได้สำเร็จ
ไม่นานก็เกิดกระแสน้ำวนสายหนึ่ง ก่อนที่หินอุกกาบาตขนาดั์จะหายวับไป
ทันทีทันใดแสงใต้น้ำก็ดับวูบจนมืดสนิท
ทุกสิ่งทุกอย่างหายวับไปในพริบตา
ทั้งหินอุกกาบาต ทั้งปีศาจกระบี่ รวมถึงตัวหลินเฟยเองด้วย…
พริบตาต่อมากรงเล็บอสูรขนาดั์ก็กระแทกเข้ากับก้นทะเลสาบจนเกิดเสียงดังกัมปนาท แรงกระแทกรุนแรงจนทำให้พื้นที่ก้นทะเลสาบเกิดเป็หลุมขนาดั์ที่มีรัศมีหลายร้อยจ้าง
จากนั้นก็เกิดเสียงคำรามดังสนั่นจนแผ่นดินะเืขึ้นมา
“ไม่ว่าจะหนีไปไหน ข้าจะต้องพลิกแผ่นดินตามล่าเ้าให้ได้!”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
