ในหนังสือที่องค์จักรพรรดิยาซินเขียนเน้นย้ำถึงความยากลำบากในการทลายจุดที่สำคัญในครั้งแรก แล้วยังมีจุดที่ยากจะทะลวงผ่านไปได้ในครั้งเดียว แต่สำหรับชุนเฟย ไม่รู้ว่าทำไม เพียงมองผ่านๆ ก็สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้ว ร่างกายสามารถทำได้ทันที ไม่มีความยุ่งยากแม้เพียงน้อยนิด และยังไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น
ครั้งหนึ่งชุนเฟยเคยสอนทักษะการควบคุมพลังและทักษะการหมุนเกลียวคลื่นพลังที่ตัวเองเรียนรู้ให้กับทหารรับจ้างสาวแสนสวยเอเลน่า แต่เอเลน่ากลับไม่เข้าใจถึงทักษะเหล่านี้เลย แม้จะทดลองทำตามแล้วแต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้
ซุนเฟยรู้สึกสงสัยขึ้นมาในใจ ก่อนจะพับความสงสัยนี้ไปก่อน
เมื่อชุนเฟยออกจากโลก Diablo ก็เป็เวลาหลังเที่ยงคืนแล้ว
ในเวลานี้ แองเจล่าและสาวน้อยเจ็มม่าได้นอนหลับพักผ่อนไปนานแล้ว รวมไปถึงสาวใช้ทั้งแปดนางด้วย
ชุนเฟยเดินออกมาจากเต็นท์ของาา ลมเย็นหนาวเหน็บพัดผ่านเข้ามา ฤดูหนาวของราชอาณาจักรนับวันก็ยิ่งหนาวเหน็บจับใจ ความวุ่นวายภายในค่ายทหารอาณาจักรบริวารค่อยๆ หยุดลง มีเพียงดวงไฟดวงเล็กๆ ที่ยังคงสว่างอยู่ บนถนนที่เพิ่งยกเลิกเคอร์ฟิวยังคงมีเงาของผู้คนเดินไปมา
งานเลี้ยงฉลองของค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดก็ได้สิ้นสุดลง
ภายในค่ายมีการตั้งเต็นท์ที่สวยงามอยู่สองสามหลัง นี่เป็ที่พักชั่วคราวสำหรับสาวๆ เมืองหลวง
อุปกรณ์เวทมนตร์ของเต็นท์เหล่านี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเต็นท์เวทมนตร์ของเมืองแซมบอร์ดเลย ผ้าทั้งหมดทอมาจากไหมทองคำลายดอกไม้ทั้ง้าและด้านล่าง บ่งบอกถึงความหรูหราและมั่งคั่ง หนึ่งในนั้นมีเต็นท์อยู่หลังหนึ่งที่เล็กกว่าหลังอื่นๆ เล็กน้อย แต่ตกแต่งอย่างหรูหรา นั่นคือเป็เต็นท์ของ 'แม่เล้า' ที่ชอบสวมผ้าปิดหน้า
ถึงตอนนี้ ทหารกะดึกของเมืองแซมบอร์ดยังคงทำงานอย่างเข้มงวด
เทศกิจสวมชุดเกราะกว่าห้าสิบนายยังคงกุมดาบแน่นในขณะที่เดินตรวจตราไปมาบริเวณค่าย จุดตรวจทั้งสี่ด้านมีเงาคนยืนตระหง่าน การเฝ้าระวังภายในค่ายทหารไม่ได้หย่อนยานลงเพียงเพราะได้รับชัยชนะเมื่อตอนกลางวันหรืองานเลี้ยงเมื่อตอนเย็น ซุนเฟยมองเห็นแม้กระทั่งชายผ้าคลุมสีดำของแปเตอร์ แช็คที่ยืนอยู่ตรงจุดตรวจเฝ้ายามกระพือไปตามแรงลม และ 'สองอสุรกาย' ที่เดินลาดตระเวนตรงริมแม่น้ำท่ามกลางลมหนาวเย็นะเืที่พัดผ่าน
ฉากนี้ทำให้ชุนเฟยรู้สึกพอใจมาก
เขาพยักหน้าเบาๆ มันไม่ได้ทำให้ผู้คนแตกตื่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' แล้วกลายเป็กลุ่มควันทะยานออกไปจากค่ายทหารอาณาจักรบริวารและจุดตรวจแต่ละจุดที่ตั้งอยู่รอบนอก และหายเข้าไปในเทือกเขามอร์โรท่ามกลางความมืด!
……
เทือกเขามอร์โร 'หลุมั์'
ใต้แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ยอดฝีมือลึกลับยืนนิ่งอยู่บนก้อนหินั์ที่อยู่ตรงขอบหลุมั์ เื้ัเป็หมอกควันที่พวยพุ่งราวกับหมู่ดอกไม้อันงดงาม แต่กลับคุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายอันตราย ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา มันกลายเป็ภาพที่งดงามอย่างพิสดาร
เงาร่างอันผ่ายผอมสันโดษยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ยอดฝีมือลึกลับจ้องซุนเฟยที่กำลังะโโลดเต้นด้วยท่าทางน่าเกลียดเพื่อฝ่าวงเวทอันแข็งแกร่งที่ติดตั้งอยู่รอบๆ หลุมั์เข้ามา
ถึงแม้ว่าไม่กี่วันมานี้จะคุ้นเคยกับการที่าาแซมบอร์ดใช้วิธีแปลกๆ ในการฝ่าวงเวทเข้ามา แต่ทุกครั้งที่เห็นก็ยังอดรู้สึกใไม่ได้อยู่ดี
ซุนเฟยไม่รู้ว่าเมื่อคืนตอนที่ตัวเองออกจากหลุมั์แล้ว ยอดฝีมือคนนี้ได้ย้อนกลับเข้ามาใหม่ แล้วลองเลียนแบบวิธี 'การเดินแบบไร้ทิศทาง' ของซุนเฟยก่อนหน้านี้เพื่อฝ่าเข้าไปหลุมั์ ทว่า ต่อให้เขาแข็งแกร่งกว่าชุนเฟยหลายเท่าก็ไม่อาจอดทนทำมันได้ถึงหนึ่งนาที สุดท้ายเขาก็ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ไปัักับวงเวทรอบๆ เข้าจนทำให้วงเวททำงานขึ้นมา...
ยอดฝีมือลึกลับมีวิธีการมากมายที่จะฝ่าวงเวทพวกนั้นเข้ามายังหลุมั์ได้ แต่ในบรรดาวิธีการเ่าั้ไม่ได้นับรวมวิธีแปลกๆ ที่ซุนเฟยใช้
ในจุดนื้ ทำให้ยอดฝีมือประเมินชุนเฟยสูงขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น
ลมหนาวพัดผ่าน
ร่างกายของชุนเฟยอ่อนล้าจากการฝ่าวงเวท เขาพยายามอดทนต่อสภาพพลังจิตที่ขาดแคลนและสภาพร่างกายที่ปวดร้าว โดยไม่ปิดบังยอดฝีมือลึกลับตรงหน้า เขารีบนั่งขัดสมาธิฝึกฝนตามทักษะในหนังสือทักษะสีม่วงก่อนจะลุกขึ้นยืนต่อหน้า ในใจของยอดฝีมือเกิดความรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง สายตาที่ดูเหมือนจะสงบนิ่งกลับกวาดสายตาขึ้นลงสำรวจร่างของซุนเฟยอย่างละเอียด ราวกับว่ากำลังมองร่างของสัตว์ประหลาดอยู่ก็ไม่ปาน
เพราะเขาพบว่า ความแข็งแกร่งของาาแซมบอร์ดได้เพิ่มขึ้นมาอีกขั้นแล้ว
นี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ
มันเหมือนกับว่า สภาพคอขวดของพวกนักรบหรือความยากลำบากในเส้นทางการฝึกไม่เคยเกิดขึ้นกับาาหนุ่มผู้นี้เลย ขอเพียงาาหนุ่มคนนี้้า ความแข็งแกร่งของเขาก็พร้อมจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น!
สภาวะที่น่าเหลือเชื่อเช่นนี้ ั้แ่ยอดฝีมือลึกลับเกิดมา เขาเคยพบมาแล้วครั้งหนึ่ง สภาวะแปลกๆ แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งมาก่อน
และตอนนี้ าาแซมบอร์ดเป็คนที่สอง
การพบเจอกันอีกครั้ง ทำให้มุมปากของยอดฝีมือลึกลับกระตุกขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้
ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่า สิ่งที่ตัวเองทำอยู่ในตอนนี้มันถูกต้องแล้วหรือไม่ การทำแบบนี้มันเหมาะกับราชอาณาจักรในตอนนี้จริงๆ หรือเปล่า? จากนี้ไปอีกไม่นาน าาแซมบอร์ดจะเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ถ้าถึงตอนนั้นเขาจะเป็อย่างไรกัน? จะทำให้ประวัติศาสตร์ที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันเมื่อสมัยยี่สิบกว่าปีที่แล้วซ้ำรอยเดิมหรือไม่? หรือตนควรเลือกทำตามวิธีที่สหายคนหนึ่งเคยพูด ฉวยโอกาสตอนที่นกอินทรียังไม่ถึงเวลากางปีกโผบินสู่ท้องฟ้า ให้หักปีกนั้นทิ้งไปเสีย?
ในเวลานี้ จิตใจของยอดฝีมือลึกลับเกิดความหวั่นไหวลังเลใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ความเร็วในการเติบโตของาาแซมบอร์ด...ทำให้เขารู้สึกกลัว
ยิ่งรู้จักาาหนุ่มตรงหน้ามากขึ้นเท่าไร ยอดฝีมือลึกลับก็ยิ่งรู้สึกถึงพลังที่น่ากลัวที่กำลังซุกซ่อนอยู่ในร่างของาาหนุ่มตรงหน้ามากขึ้นเท่านั้น มันยากจะจินตนาการได้ว่า หากวันใดวันหนึ่ง พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวของาาหนุ่มคนนี้ได้รับการขัดเกลาอย่างเต็มที่แล้ว เขาจะนำผลกระทบอะไรมาสู่ราชอาณาจักรและแผ่นดินอาเซรอทบ้างนะ!
“ผู้าุโ? ทำให้ท่านต้องรอนานเลย ข้ามาแล้ว”
ในขณะที่ยอดฝีมือลึกลับกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ชุนเฟยก็ใช้น้ำเสียงดีใจและสนิทสนมทักทายขึ้นมา
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ยอดฝีมือลึกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของาาแซมบอร์ด
ดวงตาคู่นี้ราวกับน้ำแร่แห่งขุนเขาที่ไหลวนอยู่ภายใน มันทั้งแจ่มชัดและใสสะอาด ยอดฝีมือลึกลับมองไม่เห็นถึงความทะเยอทะยานอยากจะโลกในดวงตาที่สุกสกาวราวกับดวงดาวเช่นนี้ และมองไม่เห็นถึงความกลัวหรือความประจบแจงเมื่อได้เมื่อพบกับผู้แข็งแกร่งกว่า ดวงตาคู่นี้มีเพียงความเชื่อมั่นและเชื่อใจที่ลูกศิษย์คนหนึ่งมีให้ต่ออาจารย์เท่านั้น
สายตาแบบนี้ ตัวเขาเองไม่ได้เห็นมานานเท่าไรแล้ว?
ยอดฝีมือลึกลับถามตัวเองในใจเบาๆ
ณ ตอนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คลื่นอารมณ์บางอย่างได้ตีตื้นขึ้นมาในอก ถึงแม้ว่าจิตใจของยอดฝีมือลึกลับจะผ่านการฝึกฝนถึงขั้น 'จิตใจดั่งน้ำแข็ง พิภพล่มสลายไร้ความตระหนก' แต่กลับเกิดความลังเลและละอายใจขึ้นมา
าาหนุ่มตรงหน้ากล้าที่จะเปิดเผยสภาพความอ่อนล้าของร่างกาย และกล้าที่จะนั่งสมาธิฟื้นฟูร่างกายของตัวเองต่อหน้าเขาในสภาพที่ไร้การป้องกัน แค่นี้ก็น่าจะอธิบายได้แล้วว่าาาหนุ่มคนนี้เชื่อใจเขามาก แต่เขากลับเกิดความความคิดแบบนั้นขึ้นมา...ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้นะ?
“นั่ง” หลังเสียสมาธิไปเล็กน้อย ยอดฝีมือลึกลับก็ชี้ไปที่ก้อนหินใหญ่ทรงกระดานหมากรุกที่สูงประมาณหนึ่งเมตรกว่าๆ ด้านข้างของตัวเอง ก่อนที่จะเป็ฝ่ายนั่งก่อน
ยอดฝีมือลึกลับเพิ่งนึกได้ว่ามีบางอย่างจำเป็ต้องพูดกับาาหนุ่มตรงหน้า
การปรากฏตัวต่อหน้าชุนเฟยทั้งสามครั้งที่ผ่านมา ครั้งแรกเขายืนนิ่งๆ อยู่กับที่ ครั้งที่สองเขาเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวของเขาทำให้ชุนเฟยรู้สึกตกตะลึง เขารีบเข้าไปนั่งตรงหน้ายอดฝีมือลึกลับทันที
ไม่กี่วันก่อน ซุนเฟยมีหลายอย่างอยากจะถามให้แน่ชัด แต่ตอนนี้ ในใจของซุนเฟยเริ่มปล่อยวางบ้างแล้ว ความรู้สึกในตอนแรกที่ซุนเฟยมีต่อยอดฝีมือลึกลับก็คือความหวาดกลัว ซึ่งตอนนี้มันได้เปลี่ยนเป็เคารพนับถือแล้ว ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปมากมายเช่นนี้ ทำให้ซุนเฟยลดความระวังตัวลงโดยไม่รู้ตัว เขายอมรับยอดฝีมือลึกลับที่มีพลังที่คาดเดาไม่ได้คนนี้เป็อาจารย์ของตนแล้ว บวกกับสัญชาตญาณของคนเถื่อนเลเวล 54 บอกกับซุนเฟยว่า ยอดฝีมือลึกลับที่น่ากลัวตรงหน้าไม่มีเจตนาร้ายต่อตัวเอง
“ผู้าุโ ขอบคุณท่านที่มอบหนังสือสองเล่มนี้ให้กับข้า มันทำให้ข้าได้ััถึงโลกแห่งการต่อสู้แบบใหม่...” เมื่อเห็นยอดฝีมือลึกลับนั่งนิ่งเงียบเหมือนโลหะไม่เปิดปากพูดออกมาสักที ชุนเฟยจึงเป็ฝ่ายทำลายความเงียบ หลังจากครุ่นคิดมาอย่างดี ซุนเฟยก็นำหนังสือทั้งสองเล่มนั้นออกมาจากแหวนเก็บของ แล้วส่งคืนให้กับยอดฝีมือลึกลับอย่างนอบน้อม
“หือ?” ยอดฝีมือลึกลับขมวดคิ้ว
“คือ ทักษะการต่อสู้ที่บันทึกในหนังสือสองเล่มนี้ ข้าจำได้หมดแล้ว เพราะอย่างนั้น...”
“อ้อ เ้าเก็บเอาไว้ก็ได้”
“ขอบคุณผู้าุโ แต่ว่า ในเมื่อหนังสือสองเล่มนี้เป็หนังสือที่องค์จักรพรรดิยาซินเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง คุณค่าของมันย่อมสูงส่งและยากที่จะประเมินได้ และถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าผู้าุโได้มันมาอย่างไร แต่ข้ารู้ดีว่า ถ้าไม่คืนให้ทันเวลาแล้วถูกทหารค้นเจอว่ามันหายไป องค์จักรพรรดิคงโกรธมากและสั่งให้ค้นหาหนังสือพวกนี้แน่ หากเป็เช่นนั้น ผู้าุโจะเดือดร้อนเอา อีกอย่าง ทักษะและหลักการที่เขียนในนี้ข้าก็เข้าใจเกือบหมดแล้ว จะให้โลภเก็บมันต่อได้อย่างไรเล่า?”
ยอดฝีมือลึกลับเงียบไปชั่วครู่ ไม่พูดอะไรต่อ เขาค่อยๆ โบกมือขึ้น แสงสว่างสีฟ้าอมเขียวก็สว่างขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะรับหนังสือทั้งสองเล่มในมือของซุนเฟยกลับมา
“ท้าทายวิหารอัศวิน ตบหน้าองค์ชายคริสโตเฟอร์ ลบหลู่เชื้อพระวงศ์ ฆ่าล้างบางกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต…” ยอดฝีมือลึกลับนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทุกเื่ที่ซุนเฟยทำอย่างชัดเจน เขานั่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ประโยคสุดท้ายที่พูดเจือไปด้วยความสงสัย ในขณะที่เปิดปากถามซุนเฟยเสียงเบาว่า “เ้าไม่ใช่คนกระหายเื แล้วทำไมถึงไม่ลองใช้วิธีที่ชาญฉลาดแก้ไขปัญหานี้เล่า?”
“ยุ่งยากเกินไปขอรับ” ชุนเฟยคิดแล้วคิดอีก ก่อนจะพูดออกมาตามตรงว่า “ในเมื่อข้ายืนอยู่ในตำแหน่งของผู้ที่อ่อนแอ นอกจากการตอบสนองอย่างแข็งกร้าวแล้ว ต่อให้ใช้วิธีการที่ชาญฉลาดแค่ไหนก็ทำให้บางคนมองว่า การที่ข้ายอมถอยนั่นหมายถึงข้าอ่อนแอ และเมื่อข้าถอยไปหนึ่งก้าว พวกมันก็จะก้าวเข้ามาอีกสิบก้าว”
“อ้อ” ยอดฝีมือลึกลับไม่ได้มีท่าทีบึ้งตึงเพราะคำตอบของชุนเฟย ความจริงแล้วคำตอบนี้ก็อยู่ในความคาดเดาของเขาั้แ่แรก เขาแค่ร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง แล้วไม่พูดอะไรอีก เขารอประโยคถัดไปของซุนเฟยอย่างเงียบๆ
--------------------
