“พระทัยเย็นก่อนดีฤาไม่พ่ะย่ะค่ะ เทพแห่งชะตาไม่เคยพูดความลับออกมา ไม่ว่ากับผู้ใดก็ตาม หากทำเช่นนั้นเกรงว่าจะทำให้ท่านเทพแห่งชะตาอึดอัดใจที่จะทำหน้าที่ได้”
“เช่นนั้น ข้าจะทำอย่างไรกับเื่นี้ดี ฤาข้าจำต้องใช้อำนาจสูงสุดบังคับพวกเขาให้รับตำแหน่ง ข้าหาได้้าทำเช่นนั้นกับลูกของข้า เทพเจียอี้บนแดน์ มีผู้ใดล่วงรู้อีกฤาไม่ ว่าลู่จินจะสละตำแหน่งองค์รัชทายาทนอกจากเ้ากับข้า” เทพเจียอี้น้อมตัวลงเล็กน้อย
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้น หากเทพแห่งชะตากลับมายังแดน์เมื่อใด เ้ารีบพาเขามาพบข้าโดยเร็วที่สุด”
“พ่ะย่ะค่ะ” เทพเจียอี้ค้อมตัวลง แล้วทูลลาก่อนจะเดินออกจากตำหนัก
หลายวันต่อมาอาการาเ็ที่เท้าของหนิงเอ๋อเริ่มดีขึ้น นางเริ่มวางเท้าลงบนพื้นช้า ๆ อย่างระวัง เมื่อพบว่าไม่มีอาการเจ็บมากแล้ว จึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วหัดเดินทีละก้าว ออกจากห้องบรรทมด้วยท่าทางทุลักทุเล สายตาหวานสัดส่ายมองหาองค์ชายรอง พลันขมวดคิ้วแปลกใจเมื่อออกมายังห้องเสวยแล้วพบเพียงความว่างเปล่า
"เซียนน้อยหนิงเอ๋อ เ้ามาออกมาทำไม แผลยังไม่หายดี พลังเซียนของเ้ายังไม่เท่าเดิม” เซียนรับใช้รีบเข้ามาประคอง ด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่อยากนอนแล้ว ข้านอนพักมานานมากเกินไป จนเริ่มคล้ายจะเดินไม่ได้เอาจริง ๆ ข้าอยากกลับตำหนักไท่จือ ข้าอยากไปหาพี่อิงอิงพวกเ้าไปส่งข้าได้ฤาไม่ ข้าอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมเช่นนี้ รู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวก” เซียนรับใช้หันมองหน้ากันอย่างมีความหมาย
“องค์ชายรองไม่ได้สั่งไว้ หากพวกเราพาเ้ากลับตำหนักไท่จือ พวกเราอาจมีโทษได้” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้น จึงนึกบางอย่างได้
“องค์ชายรองไม่ทำโทษพวกเ้าหรอก ข้าจะเป็คนบอกเขาเอง ว่าเป็ความ้าของข้า อีกอย่างข้าอยากออกไปสูดอากาศข้างนอก อย่างน้อยกลับไปตำหนักไท่จือ ก็ยังมีพี่อิงอิงให้ข้าได้พูดจาด้วยไม่เงียบเหงาเช่นนี้” เหตุผลมากมายของเซียนน้อยหนิงเอ๋อ ทำให้เซียนรับใช้หันมองหน้ากันอีกครั้ง
เมื่อไม่อาจทัดทานความ้าของหนิงเอ๋อได้ พวกนางจึงพาหนิงเอ๋อกลับตำหนักไท่จือตามคำขอ ระหว่างทางเดินหนิงเอ๋อพยายามเดินด้วยตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ถูกเซียนรับใช้คอยห้ามไว้ด้วยความเป็ห่วง
“เ้าต้องระวังให้มาก หากล้มไป แผลจะกลับมาระบมอีก ดีไม่ดี พวกข้าก็จะโดนองค์ชายรองตำหนิเอาได้”
“พวกเ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่ใช่องค์หญิงฟางเหนียง องค์ชายรองมิได้ห่วงข้ามากมายเพียงนั้นหรอก และหากพวกเ้าโดนตำหนิ ข้าจะรับโทษทั้งหมดเอง” หนิงเอ๋อค่อย ๆ ละมือจากเซียนรับใช้ แล้วพยุงตัวเองเดินไปตามทาง แม้จะรู้สึกถึงแรงกดอัดที่เท้า แต่นั่นไม่ได้ทำนางเ็ปมากนะ รอยยิ้มอ่อนหวานค่อย ๆ ปรากฏเมื่อนางพยายามก้าวเท้าเดินตรงมายังตำหนักไท่จือ พร้อมกับสายตาหวานทอดมองตรงไปยังเบื้องหน้าด้วยความดีใจ
“เซียนน้อยหนิงเอ๋อ บันไดตรงนั้นระวังเ้าต้องระวัง” เซียนรับใช้เอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วง
“ยามนี้หมดหน้าที่พวกเ้าแล้ว พวกเ้าส่งข้าเพียงเท่านี้ก็พอ ที่เหลือจะเดินไปเอง” หญิงสาวพูดจบ ก็เบี่ยงตัวเดินเข้าไปยังตำหนักไท่จือด้วยความดีใจ
สองเท้าของเซียนน้อยหนิงเอ๋อเดินเข้าไปยังวิมานของเซียน พลางเลื่อนสายตามองหาศิษย์พี่อิงอิงด้วยความคิดถึง ก่อนจะเข้าไปถามหาอิงอิงจากเซียนรับใช้คนอื่น ๆ
“ข้าเห็นนางทำขนมอยู่ในครัว” หลังจากนั้น หนิงเอ๋อก็เบี่ยงตัวเดินตรงไปยังครัวเพื่อไปหาศิษย์พี่อิงอิงทันทีไม่รอช้า ดวงตากลมเลื่อนมองพี่สาวก่อนจะปล่อยยิ้มกว้างเมื่อเห็นอิงอิงกำลังปรุงขนมอย่างใจเย็น
“พี่อิงอิง” เสียงใสของหนิงเอ๋อทำให้อิงอิงละจากถ้วยขนม แล้วมุ่งตรงมายังน้องสาวทันทีด้วยความคิดถึง
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง แผลหายดีแล้วฤาจึงกลับมาได้ ข้าเป็ห่วงแทบแย่ กลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเ้าอีก เ้ารู้ฤาไม่ว่าไหดูดิญญาร้ายกาจเพียงใด ไหนขอข้าดูแผลเ้าหน่อย” อิงอิงจับตามตัวหนิงเอ๋อ ด้วยความเป็ห่วงอย่างถึงที่สุด ก่อนหนิงเอ๋อจะรีบสวมกอดพี่สาวด้วยความคิดถึง
“แผลข้าหายดีแล้ว ข้าจึงกลับมาหาพี่อิงอิงได้ ท่านดูสิข้าเกือบเป็ปกติทุกอย่าง” นางหมุนตัวให้อิงอิงดูด้วยความดีใจ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เทพโอสถเก่งมากดังคำร่ำลือ โถดูดิญญาอาจทำให้เ้าดับสูญภายในเวลาไม่นาน แต่เ้าก็รอดมาได้ดังปาฏิหาริย์ หากเ้าเป็อะไรไปข้าคงโทษตัวเองไปตลอดชีวิต แค่ศิษย์น้องคนเดียวยังดูแลไม่ได้ จะเอาหน้าที่ไหนไปพบอาจารย์หญิง” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้น น้ำตาของนางจึงเอ่อขึ้นด้วยความซาบซึ้งใจ พลันโผเข้ากอดอิงอิงอีกครั้งด้วยความรัก
