บทที่ 9 : เ้าที่ปะทะเ้าแม่
"จะรับน้องงั้นสิ..." ลลินพึมพำกับตัวเอง "ได้... เดี๋ยวจัดให้"
ลลินสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งที่สุด เธอคว้า "เครื่องอัดเสียงดิจิทัล" (Gadget ยอดฮิตยุค 2000 ที่เธอเพิ่งซื้อมาไว้บันทึกการประชุม) ใส่ไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน แล้วเปิดประตูกระจกออกไปเผชิญหน้า
อากาศภายนอกเริ่มเย็นลง แต่บรรยากาศหน้าร้านกลับร้อนระอุ เจ๊จูยืนท้าวสะเอว หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (ปนอิจฉา) ขนาบข้างด้วยวินมอเตอร์ไซค์ร่างั์สองคนที่มองลลินด้วยสายตาคุกคาม
"มีธุระอะไรหรือเปล่าคะเจ๊?" ลลินถามเสียงเรียบ ยืนกอดอกพิงวงกบประตู ไม่แสดงอาการเกรงกลัว
"ยังมีหน้ามาถาม!" เจ๊จูแว้ดเสียงแหลม "ลูกค้าหล่อนมาจอดรถขวางหน้าร้านฉัน! แถมทิ้งแก้วพลาสติกเกลื่อนหน้าร้านฉันไปหมด วันนี้ฉันขายของไม่ได้เลย รับผิดชอบมาซะดีๆ!"
ลลินเลิกคิ้วมองไปที่หน้าร้านเจ๊จู พื้นสะอาดเอี่ยมไม่มีขยะสักชิ้น เพราะเธอจ้างแม่บ้านกวาดถนนทำความสะอาดไปแล้วั้แ่ตอนบ่าย "ขยะตรงไหนคะเจ๊? หนูเห็นแต่พื้นสะอาดๆ ส่วนเื่ที่จอดรถ... ตรงนี้มันถนนสาธารณะนี่คะ ใครจะจอดก็ได้ไม่ใช่เหรอ? หรือเจ๊สัมปทานถนนเส้นนี้ไปแล้ว?"
"นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ!" วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งชี้หน้า "เจ๊จูเขาค้าขายที่นี่มาเป็สิบปี เอ็งมาทีหลังอย่ามาทำเก่ง รู้จักไหมคำว่า 'ค่าดูแล' น่ะ?"
เข้าประเด็นจนได้... รีดไถชัดๆ
ลลินหัวเราะในลำคอ "อ๋อ... ที่แท้ก็จะมาเก็บค่าคุ้มครอง" เธอขยับตัวเล็กน้อย แอบกดปุ่มบันทึกเสียงในกระเป๋า "พี่คะ ยุคนี้ปี 2005 แล้วนะ นายกฯ ทักษิณเพิ่งประกาศากับผู้มีอิทธิพล พี่แน่ใจเหรอว่าจะมาข่มขู่รีดไถนักศึกษาหน้าสยามฯ แบบนี้?"
"แล้วไงวะ! ใครจะช่วยเอ็ง!" ชายฉกรรจ์ก้าวสามขุมเข้ามา "จ่ายมา 5,000 แล้วเื่จบ ไม่งั้นร้านสวยๆ ของเอ็ง พรุ่งนี้อาจจะกระจกแตกก็ได้นะ"
เจ๊จูยิ้มเยาะ คิดว่าเด็กสาวตัวคนเดียวต้องกลัวจนตัวสั่นแน่ๆ
แต่ลลินกลับแสยะยิ้มเ็า ดวงตาจ้องมองเจ๊จูเขม็ง แล้วใช้สกิล "เนตรประเมินมูลค่า" สแกนไปที่ตัวเจ๊จูทันที
[ติ๊ง!] <เป้าหมาย: เจ๊จู (แม่ค้า)> <จุดอ่อน: แอบขายหวยใต้ดินรายใหญ่ในซอย, สัญญาเช่าแผงกำลังจะหมดอายุเดือนหน้าและยังไม่ได้ต่อสัญญา>
"เจ๊จูคะ..." ลลินเอ่ยเสียงเบา แต่หนักแน่น "หนูได้ข่าวว่าสัญญาเช่าแผงของเจ๊จะหมดเดือนหน้านี่นา... แล้วทางทรัพย์สินฯ เขากำลังกวาดล้างพวกแผงลอยที่แอบขาย 'หวยใต้ดิน' อยู่พอดี... ถ้าหนูเอารูปถ่ายโพยหวยที่เจ๊จดเมื่อเช้า ไปร้องเรียนพร้อมคลิปเสียงที่พี่วินคนนี้ขู่กรรโชกทรัพย์เมื่อกี้... เจ๊คิดว่าเจ๊จะได้ต่อสัญญาไหมคะ?"
หน้าของเจ๊จูซีดเผือดลงทันทีราวกับไก่ต้ม ขาแข้งเริ่มสั่น "กะ... แก... แกพูดเื่อะไร! ฉันไม่ได้ทำ!"
"หลักฐานหนูมีนะคะ จะลองดูไหม?" ลลินแกล้งแตะที่กระเป๋าเสื้อ "แลกกันไหมคะ? เจ๊กลับไปเงียบๆ แล้วเลิกยุ่งกับหนู ต่างคนต่างอยู่ หรือจะให้หนูส่งเื่พรุ่งนี้เช้า?"
เจ๊จูลุกลี้ลุกลน หันไปมองหน้าวินมอเตอร์ไซค์ "เฮ้ย! พวกเอ็ง... กลับ! กลับก่อน!"
"อ้าวเจ๊! แล้วเงินล่ะ?" วินมอเตอร์ไซค์งง
"บอกให้กลับไงโว้ย!" เจ๊จูตวาดลั่น กลัวความลับแตก เธอรีบดึงแขนลูกสมุนเตรียมจะถอยหนี
แต่ทว่า... วินมอเตอร์ไซค์อีกคนหนึ่งที่ดูท่าทางเมายา กลับไม่ยอมจบง่ายๆ เขารู้สึกเสียหน้าทีถูกเด็กผู้หญิงถอนหงอก "ปากเก่งนักนะนังหนู! ขอสั่งสอนหน่อยเถอะ!"
ชายร่างั์ง้างมือขึ้นสูง เตรียมจะตบเข้าที่ใบหน้าของลลิน ลลินเบิกตากว้าง เธอกำลังจะคว้ากระป๋องสเปรย์พริกไทยที่ซ่อนไว้ด้านหลัง แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการ...
หมับ!
มือปริศนาที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของนักเลงคนนั้นไว้กลางอากาศแน่นขนัด จนชายร่างั์ร้องโอย
ลลินเงยหน้ามองเ้าของมือนั้น ร่างกายสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพง แม้จะถอดเนกไทออกแล้วและพับแขนเสื้อขึ้นอย่างสบายๆ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้คนรอบข้างแทบหยุดหายใจ
"ผู้ชายรังแกผู้หญิง... ไม่อายปากตัวเองเหรอครับ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้น ภูผา นั่นเอง! เขาบิดข้อมือชายคนนั้นเพียงเล็กน้อย ร่างั์ก็ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเ็ป
"คุณภูผา..." ลลินหลุดปากเรียก
เจ๊จูและวินมอเตอร์ไซค์เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มชัดๆ ก็ตาเหลือก ถึงพวกเขาจะเป็แค่แม่ค้าและนักเลงปลายแถว แต่ใครบ้างในกรุงเทพฯ จะไม่รู้จัก "ภูผา วรโชติเมธี" เ้าของโรงแรมที่หรูที่สุดในย่านนี้! การมีเื่กับเขา เท่ากับการหาที่ตายในวงการทำมาหากิน
"ขะ... ขอโทษครับเสี่ย! ผมไม่รู้ว่าเป็เด็กเสี่ย!" วินมอเตอร์ไซค์รีบยกมือไหว้ปลกๆ เจ๊จูหน้าถอดสี รีบไหว้ขอโทษแล้วลากลูกน้องวิ่งหนีหายไปในซอยอย่างรวดเร็วราวกับนินจา
ความเงียบกลับคืนมาสู่หน้าร้าน ภูผาปล่อยมือ แล้วหันมามองลลินด้วยแววตาพิจารณา เขาเห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้น... เห็นตอนที่เธอขู่เจ๊จูอย่างชาญฉลาด และเห็นตอนที่เธอเตรียมสู้ยิบตาโดยไม่ร้องขอชีวิต
"ปลอดภัยนะ?" เขาถามสั้นๆ
"ปลอดภัยค่ะ ขอบคุณที่ช่วยนะคะ" ลลินยิ้มบางๆ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นใเหมือนนางเอกละครหลังข่าว "แต่จริงๆ เมื่อกี้ถ้าคุณมาช้าอีกนิด หนูคงได้ใช้สเปรย์พริกไทยทดสอบประสิทธิภาพแล้ว"
ภูผาหลุดขำออกมาเบาๆ มุมปากยกยิ้มที่หาดูได้ยาก "หึ... เธอนี่มันเหลือเชื่อจริงๆ ตัวแค่นี้จะไปสู้อะไรกับพวกมัน"
เขามองเข้าไปในร้านที่ปิดไฟมืดแล้ว แต่ยังได้กลิ่นหอมจางๆ ของชา "ฉันผ่านมาทำธุระแถวนี้ ได้ยินลูกน้องคุยกันว่ามีร้านชาเปิดใหม่ อร่อยมาก... กะว่าจะมาลองชิมสักหน่อย แต่ดูท่าจะมาเก้อสินะ"
ลลินมองป้าย SOLD OUT ที่แขวนอยู่ แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มผู้มีพระคุณ ดวงตาของเธอเป็ประกายระยิบระยับ
"สำหรับลูกค้าทั่วไปน่ะหมดแล้วค่ะ..." ลลินไขกุญแจเปิดประตูร้าน ผายมือเชิญเขาเข้าไปด้านใน "แต่สำหรับ VIP ที่ช่วยชีวิตเ้าของร้านไว้... ยังพอมีวัตถุดิบพิเศษเหลืออยู่แก้วหนึ่งพอดีค่ะ สนใจรับไหมคะ?"
ภูผามองเด็กสาวตรงหน้า แล้วรู้สึกว่าหัวใจที่เคยด้านชาจากการทำงานหนักมาทั้งวัน... กระตุกวูบไหวแปลกๆ
"เอาสิ" เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาในร้านเล็กๆ ของเธอ ราวกับก้าวเข้ามาในกับดักที่เต็มใจจะติด
