รุ่งอรุณมาเยือน แอเรสใช้เวลาใน่เช้าตรู่ชำระล้างคราบเืสีดำและของเสียที่ถูกขับออกมาจากร่างกาย ทันทีที่คราบสกปรกหลุดออกหมด ร่างกายที่เคยซีดเซียวและแห้งเหี่ยวกลับดูมีน้ำมีนวล กล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพลังแฝงตัวอยู่ภายใต้ิั แม้จะยังดูผอมบางตามประสาเด็กหนุ่มวัยสิบหกปี แต่บุคลิกและท่วงท่าการเดินกลับสง่างามและมั่นคงราวกับราชสีห์
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำเรียบง่าย ยืนมองเงาตัวเองในกระจก ั์ตาสีดำสนิทที่เคยฉายแววหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับลึกล้ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
ปัง!!!
บานประตูไม้โอ๊กเนื้อดีถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีในชุดฝึกดาบเดินกร่างเข้ามาในห้อง พร้อมกับลูกสมุนหน้าตาท่าทางหาเื่อีกสองคน
"อ้าว! ยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอไอ้ขยะ?"
'คาเอล วอน ครอสอาร์ท' พี่ชายคนรองแห่งตระกูลดยุกแสยะยิ้มเย้ยหยัน ในมือของเขาถือดาบไม้สำหรับฝึกซ้อมที่สลักลวดลายเวทมนตร์เอาไว้ "ข้านึกว่าปลาในทะเลสาบจะแทะกระดูกแกจนหมดแล้วซะอีก อุตส่าห์แวะมาดูศพเสียหน่อย ผิดหวังจริงๆ"
แอเรสค่อยๆ หันกลับมามองผู้บุกรุก เขายังคงยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการหวาดกลัวจนตัวสั่นหรือร้องไห้โวยวายเหมือนทุกครั้ง
ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทำให้คาเอลชะงักไปชั่วครู่ เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสัตว์ร้ายจ้องมอง แต่ความหยิ่งผยองในฐานะ 'อัจฉริยะ' ของตระกูลทำให้เขาสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
"ยืนบื้ออยู่ทำไม! พวกแก ไปลากคอสมันลงมาคุกเข่าแทบเท้าข้าเดี๋ยวนี้!" คาเอลหันไปสั่งลูกสมุน
"รับทราบครับนายน้อย!" ลูกสมุนทั้งสองพุ่งปรี่เข้าไปหาแอเรสพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมหมายจะจับแขนขึงไว้
แต่ในเสี้ยววินาทีที่มือสกปรกของพวกมันกำลังจะแตะตัวเขา...
วูบ!
แอเรสขยับตัวด้วยความเร็วที่ดวงตาของอัศวินฝึกหัดไม่อาจมองทัน เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างพลิ้วไหว มือขวาตวัดคว้าข้อมือของลูกสมุนคนแรก ก่อนจะออกแรงบิดเพียงเล็กน้อย
กร๊อบ!!!
"อ๊ากกกก!!!" เสียงกระดูกแขนหักดังลั่นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน สมุนคนแรกลงไปนอนดิ้นพราดกับพื้น
สมุนคนที่สองเบิกตาโพลงด้วยความใ ยังไม่ทันได้ดึงสติกลับมา แอเรสก็ตวัดขากระแทกเข้าที่ยอดอกของมันอย่างจัง ร่างนั้นลอยละลิ่วข้ามห้องไปกระแทกกับกำแพงจนสลบเหมือดในทันที
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของคนที่กระดูกหัก
"ก... แกทำอะไรลงไป! ไอ้สวะ!" คาเอลหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและเสียหน้า เขาชักดาบไม้ออกมา ออร่าสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของผู้ใช้ปราณระดับ 'อัศวินฝึกหัด' แผ่พุ่งออกมาคลุมใบดาบ "แกกล้าขัดขืนข้าเรอะ! วันนี้ข้าจะตีแกให้พิการไปตลอดชีวิตเลย!"
คาเอลพุ่งทะยานเข้าหาแอเรส ดาบไม้ที่เคลือบออร่าถูกฟาดลงมาหมายจะฟาดให้กระดูกไหล่ของน้องชายแหลกละเอียด
แทนที่จะหลบ แอเรสกลับยกมือขวาที่ว่างเปล่าขึ้นรับคมดาบไม้ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคาเอล
หมับ!
มือเปล่าของแอเรสหยุดดาบไม้ที่เคลือบออร่าเอาไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับจับกิ่งไม้แห้งๆ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้น
"วิชาปราณกลืนกินนิรันดร์" แอเรสพึมพำเบาๆ
ทันใดนั้น ออร่าสีฟ้าบนดาบไม้ของคาเอลก็เริ่มบิดเบี้ยวและถูกดูดกลืนเข้าไปในฝ่ามือของแอเรสอย่างบ้าคลั่ง! คาเอลรู้สึกถึงพลังมานาในแก่นกายของตนเองกำลังไหลทะลักออกไปราวกับเขื่อนแตก ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรง ขาชาหนึบจนแทบยืนไม่อยู่
"น... นี่มันวิชามารอะไรกัน! ปล่อยข้านะ! ออร่าของข้า!" คาเอลแหกปากร้องลั่น ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีด
"แกเคยบอกไว้ใช่ไหม คาเอล..." แอเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของพี่ชาย "คนที่อ่อนแอคือขยะที่ไม่มีสิทธิ์มีชีวิต... กฎของตระกูลครอสอาร์ทช่างยุติธรรมดีจริงๆ"
แกรก... เพล้ง!
แอเรสออกแรงบีบเพียงนิดเดียว ดาบไม้เวทมนตร์ราคาแพงก็แหลกละเอียดคามือ จากนั้นเขาก็คว้าคอเสื้อของคาเอล เหวี่ยงร่างสูงใหญ่ของพี่ชายลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนพื้นไม้ะเื
อั้ก! คาเอลจุกจนพูดไม่ออก แอเรสยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนยอดอกของพี่ชายอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปลดปล่อย 'จิตสังหาร' ที่แท้จริงของวีรบุรุษผู้ฟันฝ่าดงซากศพในดันเจี้ยนนับร้อยชั้นออกมา
บรรยากาศในห้องเย็นะเืจับขั้วหัวใจ คาเอลเบิกตาโพลน ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม กลิ่นเหม็นฉุนลอยคลุ้งขึ้นมา... อัจฉริยะแห่งตระกูลดยุกถึงกับปัสสาวะราดกางเกงด้วยความกลัวตายที่ฝังรากลึกถึงิญญา
"งั้นตอนนี้... แกก็เป็แค่ขยะแล้วสินะ" แอเรสก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูคาเอล "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะรังเกียจจนเผลอเหยียบขยะชิ้นนี้ให้จมดิน"
แอเรสเตะร่างของคาเอลกระเด็นออกไปนอกประตูห้อง คาเอลตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามองข้างหลัง เขารีบวิ่งหนีหางจุกตูดไปพร้อมกับทิ้งลูกสมุนทั้งสองเอาไว้เื้ั
แอเรสปัดฝุ่นที่มือเบาๆ มุมปากยกยิ้มพึงพอใจ
"รสชาติของออร่าอัศวินฝึกหัด... ห่วยชะมัด" เขาบ่นพึมพำ ก่อนจะหันสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองไปยังทิศทางของสถาบันเวทมนตร์หลวง "ดูเหมือนฉันคงต้องออกไปหา 'อาหาร' ที่มีคุณภาพมากกว่านี้ซะแล้ว"
