“《ความจริงของป๋ายจิ้ง》!” ป๋ายจิงจิงหยิบหนังสือที่จูชิงเพิ่งเก็บ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ป๋ายจิ้งเป็นักหลอมอักขระิญญาที่แข็งแกร่งมากที่สุดในศตวรรษที่ผ่านมา แม้ว่า《ความจริงของป๋ายจิ้ง》จะเป็ความรู้เกี่ยวกับอักขระิญญาที่เขาเขียนลงไปตอนที่เป็ขั้นสั่งสมแต่ก็ยังคงมีความรู้ลึกล้ำ สำหรับนักหลอมอักขระิญญาขั้นมนุษย์แล้ว มันเปรียบเสมือนแสงนำทาง
“เ้าอ่านจบหมดแล้วรึ?” ป๋ายจิงจิงมองจูชิงด้วยความประหลาดใจ ถึงเป็นางยังเข้าใจได้เพียง 80% เท่านั้น ส่วน 20% ที่เหลือต้องให้ศิษย์พี่กับท่านอาจารย์ช่วยเหลือถึงจะเข้าใจ นางไม่เชื่อว่าจูชิงที่เป็มือใหม่จะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดที่ต้องใช้เวลาสองถึงสามปีได้ใน่เวลาสั้นๆ
“ประมาณหนึ่ง ส่วนที่ยังไม่เข้าใจข้าจำเอาไว้แล้ว หากมีโอกาสข้าจะลองขอคำแนะนำจากนักหลอมอักขระิญญาคนอื่นดู” จูชิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่พูดอยู่เขาก็อ่านหนังสืออักขระิญญาอีกเล่มหนึ่งจบพอดี
“เ้าทำขอไปทีแบบนี้ไม่ได้ อักขระิญญาต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ เ้าไม่รู้ตรงไหนก็ถามข้าสิ!” ป๋ายจิงจิงกล่าว
“ถามเ้า?” จูชิงหันมองป๋ายจิงจิงอย่างประหลาดใจ
“ทำไม ยังไงข้าก็เป็ศิษย์พี่ของเ้าอยู่ดี ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า นักหลอมอักขระิญญาขั้นบุษราระดับต่ำ!” ป๋ายจิงจิงยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ
ความประหลาดใจในดวงตาของจูชิงทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม “นักหลอมอักขระิญญาขั้นบุษราระดับต่ำ!”
ป๋ายจิงจิงยิ้มเยาะ “สุดยอดเลยใช่มั้ยล่ะ ข้าคืออัจฉริยะแห่งการหลอมอักขระิญญาของขุนเขากระบี่เทียนหยวน อีกไม่กี่ปี ข้าก็จะกลายเป็ปรมาจารย์นักหลอมอักขระิญญาอย่างแท้จริง ถึงตอนนั้นชื่อเสียงคงเลื่องลือไปทั่วทั้งทวีปเฉียนหยวนแล้ว”
จูชิงเบะปาก การมีชื่อเสียงโด่งดังไม่ใช่เื่ดี เหมือนกับเขาในตอนนี้ จอมยุทธ์ทั้งทวีปเฉียนหยวน้าฆ่าเขา ดังนั้นจึงต้องมุดหัวซ่อนตัวอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ทว่าชื่อของจูชิงรู้จักกันแค่ในหมู่จอมยุทธ์ชั้นสูงเท่านั้น อย่างป๋ายจิงจิงที่เป็ขั้นหลอมลมปราณจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจูชิงบ้าง
“การซ้อนทับของหน่วยฐานอักขระิญญากับรูปแบบของจุดตัด มันแปลกมาก ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่” จูชิงพลิก《ความจริงของป๋ายจิ้ง》แล้วไปเจอกับหัวข้อนั้นพอดี
ป๋ายจิงจิงผงะเล็กน้อย จากตรงนี้สามารถรู้ได้ทันทีว่าจูชิงอ่านจบแล้วจริงๆ
“ง่ายมาก เพราะหน่วยฐานที่ซ้อนทับกันไม่คงที่ บางอักขระิญญาก็มีรูปแบบการทับซ้อนตายตัว จุดตัดเองก็มีรูปแบบเฉพาะเช่นกัน” ป๋ายจิงจิงพูด
“แสดงว่านักหลอมอักขระิญญาแต่ละคนก็มีวิธีการเฉพาะตัวต่างกันไปอย่างนั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
ป๋ายจิงจิงพยักหน้า “ใช่แล้ว นักหลอมอักขระิญญาทุกคนมีวิธีการวาดอักขระิญญาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็วิธีการเชื่อมต่อหรือการทับซ้อนอักขระิญญาแบบเดียวกัน แต่เมื่ออยู่ในมือของนักหลอมอักขระิญญาที่ต่างกัน พลานุภาพย่อมแตกต่างกันมากเช่นกัน”
คำถามแต่ละคำถามของจูชิงนั้นเฉียบแหลมมาก บางคำถามกระทั่งป๋ายจิงจิงยังรู้สึกว่ายาก ดังนั้นนางก็เลยจำคำถามเ่าั้ไว้ แล้วจะกลับมาตอบจูชิงหลังจากที่กลับไปถามศิษย์พี่ของนาง
ด้วยนิสัยของป๋ายจิงจิงแล้ว นางไม่มีทางพูดว่าไม่รู้ต่อหน้าจูชิง นางตอบเขาไปแค่ว่าลืมไปแล้ว ขอกลับไปคิดก่อน ซึ่งจูชิงก็ไม่ได้ซักไซร้อะไร
จูชิงเจอกับป๋ายจิงจิงที่หอคัมภีร์บ่อยๆ นับวันคำถามของจูชิงก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบางคำถามป๋ายจิงจิงเองก็ยังไม่เคยเจอ นางก็เลยจดคำถามของจูชิงลงไปในกระดาษ
สืออวี้ศิษย์พี่ของป๋ายจิงจิงมองแผ่นกระดาษในมือด้วยความประหลาดใจ คำถามหลายสิบข้อเขียนติดกันแน่นขนัด ส่วนใหญ่เป็ปัญหาที่มีแค่นักหลอมอักขระิญญาขั้นบุษราระดับสูงหรือระดับกลางเท่านั้นที่จะพบเจอ ป๋ายจิงจิงในตอนนี้ยังห่างจากขั้นนั้นไกลโขนัก
ก่อนหน้านี้ที่ป๋ายจิงจิงมาถามเขาเื่อักขระิญญา เขารู้สึกว่ามันแปลกมากแล้ว แม้ว่าป๋ายจิงจิงจะมีพร์ในด้านการหลอมอักขระิญญา ทว่านางี้เีมาก เขากับอาจารย์ต้องเข้มงวดกวดขันจนสุดท้ายนางก็ทะลวงขั้นพลังสำเร็จ แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงมาเรียนรู้อักขระิญญาด้วยตัวเองเสียอย่างนั้น
“เ้าเรียนอะไรพวกนี้มาจากไหน มันลึกล้ำเกินไปสำหรับเ้าในตอนนี้” สืออวี้ส่ายหัว
“ศิษย์พี่อย่าถามมากน่า แค่ตอบคำถามพวกนี้ให้ข้าก็พอแล้ว” ป๋ายจิงจิงทำหน้ามุ่ย
“ยุ่งยากจริง!” ครั้นสืออวี้อ่านคำถามทั้งหมดในกระดาษ เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้
คำถามพวกนี้ไม่ได้เป็คำถามตื้นๆ แต่เป็คำถามที่ผ่านการคิดมาแล้ว น่าจะมาจากการอ่านตำราอักขระิญญาหลายร้อยเล่ม!
“ทำไมถึงได้เยอะขนาดนี้?” สืออวี้ขมวดคิ้ว เขาสำเร็จเส้นทางนักหลอมอักขระิญญาแล้ว คำถามพวกนี้ไม่ได้ยากสำหรับเขา ทว่าคนที่คิดคำถามนี่จะต้องไม่ใช่คนสามัญธรรมดา อย่างน้อยก็ต้องเป็ผู้รอบรู้
สืออวี้เหลือบมองศิษย์น้องของตัวเอง เขารู้ดีว่านิสัยของนางเป็อย่างไร เป็ไปไม่ได้ที่ป๋ายจิงจิงจะคิดคำถามพวกนี้ขึ้นมาเอง
“ครืดๆ!” สืออวี้ยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วจรดพู่กันตอบคำถามทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ป๋ายจิงจิงมองคำตอบในกระดาษพลางยิ้มอย่างพึงพอใจ นางยัดกระดาษเก็บไว้ในอกและเดินจากไปอย่างมีความสุข นางมั่นใจมากว่าถ้าเจอจูชิงในวันพรุ่งนี้ เขาจะต้องใจนอ้าปากค้างเป็แน่แท้
จริงดังคาด ทว่าคนที่ใไม่ใช่จูชิง หากเป็ป๋ายจิงจิง นางมองกระดาษสองแผ่นที่มีตัวอักษรแน่นขนัดแทบเป็ลมหมดสติ
“แบบนี้นี่เอง เ้าเก่งจริงๆ!” จูชิงอ่านคำตอบในกระดาษ รู้แจ้งกระจ่างในฉับพลัน
ป๋ายจิงจิงหน้าร้อนผ่าวเหมือนกับเป็ไข้ คำถามที่จูชิงถามคราวนี้ นางไม่รู้อะไรเลย ไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ
“ไม่รู้? ต้องกลับไปคิดอีกแล้วรึ?” จูชิงเอ่ยถามป๋ายจิงจิงที่กำลังตะลึงงัน
“อื้อ!” ป๋ายจิงจิงพยักหน้าอย่างอายๆ
“ไม่เป็ไร ข้าถามเ้ามากเกินไปด้วย เ้าค่อยๆ กลับไปคิดเถอะ เจอกันพรุ่งนี้” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
เขามองป๋ายจิงจิงเดินจากไป มุมปากยกยิ้มเ้าเล่ห์
จูชิงไม่ใช่คนโง่ ถ้าเป็ตอนแรกป๋ายจิงจิงบอกว่าลืมก็พอเชื่อถือได้ ทว่าพอกลับไป วันต่อมานางจะมาพร้อมกับคำตอบที่สมบูรณ์แบบทุกครั้ง
หากป๋ายจิงจิงเป็คนตอบได้จริงๆ ก็ไม่จำเป็ต้องให้จูชิงรอถึงหนึ่งวันเต็ม มีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือมีนักหลอมอักขระิญญาที่เก่งกว่านาง ทว่าเขาก็ไม่ได้จี้จุดถามเื่นี้
“ข้าไม่เชื่อว่าอัจฉริยะด้านหลอมอักขระิญญาอย่างข้าจะแพ้ให้กับเ้า” ป๋ายจิงจิงหยิบตำราอักขระิญญาหลายร้อยเล่มออกมาจากชั้นหนังสือด้านหลัง ถ้าจูชิงอยู่ที่นี่ เขาก็จะพบว่าตำราเ่าั้เขาอ่านครบจนหมดแล้ว
อาจารย์ของป๋ายจิงจิงเป็นักหลอมอักขระิญญาที่มีตำแหน่งสูงสุดในขุนเขากระบี่เทียนหยวน ไม่ว่าจะเป็หนังสือหรือตำราอักขระิญญาแบบไหนที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมี ล้วนแล้วอยู่ที่นี่เกือบทั้งหมด
แต่ด้วยนิสัยเกียจคร้านของป๋ายจิงจิง ถึงมีสมบัติล้ำค่าอยู่ข้างกาย นางก็ไม่สนใจที่จะอ่านหรือเรียนรู้ สุดท้ายสืออวี้ก็เลยส่งนางไปที่หอคัมภีร์ หวังว่าบรรยากาศในหอคัมภีร์จะช่วยให้ป๋ายจิงจิงอยากอ่านหนังสือขึ้นมาบ้าง
“เ้าสัตว์ประหลาดนั่นอ่านหนังสือมากมายขนาดนี้ในวันเดียวได้ยังไง?” ป๋ายจิงจิงมองกองหนังสือทับซ้อนกัน จู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมา
นางเกลียดการอ่านหนังสือที่สุด แต่ตอนนี้นางแสร้งทำตัวเป็ศิษย์พี่ต่อหน้าจูชิงจะให้น้อยหน้าเขาไม่ได้ ถ้านางยังไม่เข้าใจคำถามที่จูชิงถาม แล้วอีกฝ่ายจับได้คงถูกอีกฝ่ายหัวเราะเยาะท้องแข็งเป็แน่
ป๋ายจิงจิงเองก็อ่านหนังสือเร็วมากเช่นกัน แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับจูชิง แต่ก็สามารถอ่านหนังสือจบหนึ่งเล่มได้ในหนึ่งชั่วยาม เข้าใจเนื้อหา 40-50%
ป๋ายจิงจิงขยี้ตาบวมเป่ง ตอนนี้นางอดชื่นชมจูชิงไม่ได้ที่สามารถอ่านหนังสือทั้งหมดนี่ได้ในเวลาสั้นๆ!
“ยากเข้าใจเสียจริง” ป๋ายจิงจิงพบว่ามีหนังสืออักขระิญญาบางเล่มที่ไม่ว่าจะอ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจ คิดจะตอบคำถามของจูชิง ยิ่งเป็ไปไม่ได้
“คงต้องไปขอให้ศิษย์พี่ช่วย” ป๋ายจิงจิงส่ายหัวอย่างโศกเศร้า
เมื่อสืออวี้เห็นคำถามที่เขียนเต็มหน้ากระดาษทั้งสองแผ่น เขาถึงกับขมวดคิ้ว
“่นี้เ้าอ่านหนังสือเยอะขนาดนี้เชียวรึ?” สืออวี้รู้ว่าป๋ายจิงจิงไม่มีทางถามคำถามเหล่านี้
อ่านหนังสือเป็ร้อยเล่มในวันเดียว ต้องอ่านด้วยความเร็วระดับไหน
ป๋ายจิงจิงหน้าร้อนผ่าว นางอ่านหนังสือแค่เล่มเดียวก็ไม่ไหวแล้ว จะไปอ่านเป็ร้อยเล่มในวันเดียวได้อย่างไร
“ทิ้งไว้ที่นี่แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าเ้าค่อยมาเอา!” สืออวี้ยิ้มเล็กน้อย
“อื้อ! ศิษย์พี่ข้าเก่งที่สุด!” พอได้ยินศิษย์พี่ว่าดังนั้น ป๋ายจิงจิงก็ะโโลดเต้นแล้วเดินจากไป
ครึ่งชั่วยามต่อมา สืออวี้ก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดป๋ายจิงจิงถึงทำตัวแปลกไป
“เ้าสำนักพาเด็กนั่นกลับมาแล้วงั้นรึ” สืออวี้ยิ้มเล็กน้อย
เื่ที่เกิดขึ้นกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนเมื่อตอนนั้น ทุกคนต่างก็คิดว่าจูชิงที่เป็คนสร้างเื่จะต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย แต่พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจูชิงจะไม่ตาย ทั้งยังถูกเ้าสำนักพากลับมาที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน
มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นใน่เวลานั้น เดิมทีสืออวี้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย หากแต่ผู้มีพร์ด้านหลอมอักขระิญญาใช่ว่าจะพบเจอง่ายๆ เพราะจูชิงมีพร์นั้น สืออวี้ก็เลยอยากชี้แนะให้กับจูชิง
“น่าสนใจมาก ถ้าพูดถึงเื่ทฤษฎีของอักขระิญญาเขาเก่งกว่าจิงจิงมาก มิน่าล่ะจิงจิงถึงได้รู้สึกกดดันเฉกเช่นนั้น” สืออวี้ยิ้ม
อย่างไรก็ตาม อักขระิญญาไม่ได้เป็เพียงเื่ของทฤษฎี ถ้าไม่สามารถเขียนอักขระิญญาออกมาได้ ทฤษฎีก็เปล่าประโยชน์
“วิ้ง!” กลางดึก ณ โลกหินโลหิต์ มีเสียงวิ้งดังออกมาจากร่างกายของจูชิง ลมปราณหลั่งผสานอักขระาหลัวโหวเส้นหนึ่ง ทั้งยังสำเร็จเป็ขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้า!
