หนึ่งเดือนผ่านไป ~~
นับั้แ่วันที่ฉันเริ่มงานวันแรกจวบจนกระทั่งถึงวันนี้ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ฉันที่ได้รับหน้าที่ต้อนรับแขกต่างชาติในส่วนที่ถ้าหากพี่มะลิกับพี่จินดาไม่สามารถสื่อสารได้ อีกทั้งหน้าที่พิเศษที่ฉันได้รับมอบหมายนั่นก็คือคอยเป็ล่ามดูแลลูกค้าคู่รักที่ฉันเป็คนปิดดีลพักไปก่อนหน้านี้
คำชมมากมายทั้งจากลูกค้าและเพื่อนพนักงานด้วยกันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่ตัวเองไม่ได้เป็คนไร้ค่าเหมือนดั่งที่เคยคิดมาก่อน และด้วยความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้่ชีวิตในตอนนี้ของฉันทุกอย่างดูจะราบรื่นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ไม่ว่าจะเป็พี่นิดที่ขายดิบขายดีกับข้าวที่มีก็ขายหมดก่อนสิบโมงเช้าทุกวัน และฉันที่แม้จะมีปัญหาเื่งานบ้างแต่ก็เป็ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาของคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนเท่านั้นเอง ส่วนหน้าที่หลักที่ฉันได้รับมอบหมายฉันกลับทำมันได้เป็อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง
ทั้งหมดทั้งมวลทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทางจนเราสามคนอันมีฉัน คุณพ่อ และพี่นิด เริ่มจะหายใจหายคอได้คล่องบ้างแล้ว และแม้ว่าทุกอย่างจะยังคงวนลูปแบบเดิมในทุก ๆ วันแต่พวกเราก็มีความสุขตามประสา
และแม้ว่าจะมีบ้างที่ฉันต้องเข้ากะกลางคืนตามที่คุณเชนได้แจ้งไว้ั้แ่ต้น แต่ด้วยเพราะโรงแรมนี้เป็โรงแรมระดับห้าดาว อีกทั้งการรักษาความปลอดภัยที่เป็เลิศถึงขนาดได้รับรางวัลระดับประเทศ นั่นจึงทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกกังวลใจมากนักทางด้านความปลอดภัย ออกจะชอบด้วยซ้ำเพราะการทำงานกลางคืนมันสงบดีจริง ๆ ไม่ต้องวุ่นวายกับผู้คนมากนัก แต่ถึงจะคิดแบบนั้น...ก็ยังมีบางสิ่งที่คอยรบกวนหัวใจฉันอยู่เสมอด้วยเพราะยามค่ำคืนที่มักจะเงียบสงัดนั้นกลับมีใบหน้าของใครบางคนที่ฉันไม่ควรนึกถึงอีกคอยจะโผล่ขึ้นมาให้หงุดหงิดหัวใจอยู่ร่ำไป...
“อาทิตย์นี้เราเข้ากะดึกใช่ไหม”
พี่มะลิถามหลังจากที่ฉันเพิ่งมาปรากฏตัวหน้าฟอนต์ในเวลาเย็นและด้วยคุณเชนที่เห็นฉันเป็ผู้หญิงเขาจึงไม่ได้ให้ฉันประจำกะกลางคืนตลอดเวลาแต่เขาก็จะสลับเข้ากะกับฉันด้วยเหมือนกัน
“ใช่ค่ะพี่มะลิ...อาทิตย์นี้เป็อาทิตย์แรกที่ลูกจันเข้าทั้งสัปดาห์เลยค่ะ” (^-^)
ฉันพูดหลังจากที่ก่อนหน้านี้คุณเชนให้ฉันลองเข้ากะกลางคืนแค่สัปดาห์ละครั้งเพื่อทดลองงาน ก่อนจะเริ่มให้ฉันเข้ากะเต็มสัปดาห์เป็ครั้งแรก
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกการรักษาความปลอดภัยของโรงแรมเราดีอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหากแขกเรียกให้ไปเซอร์วิส้าก็เรียกพี่ ๆ รักษาความปลอดภัยกับพี่ ๆ แม่บ้านที่เข้ากะกลางคืนไปด้วยเข้าใจไหม”
พี่มะลิที่มักจะย้ำฉันเป็ประจำเวลาที่ฉันได้เข้ากะดึก และมันก็ทำให้ได้แต่ซาบซึ้งใจเพราะนับั้แ่ฉันมาทำงานที่นี่นอกจากคุณเชนก็มีพี่มะลินี่แหละที่ดีกับฉันเสมอ
“ขอบคุณนะคะพี่มะลิ...พี่เองก็เดินทางกลับบ้านดี ๆ นะคะ”
ฉันพูดในสิ่งที่ฉันพูดอยู่ประจำกับพี่มะลิ ส่วนพี่จินดาหลังจากที่ฉันเรียนรู้งานจนชำนาญทางคุณเชนก็เริ่มจัดตารางการเข้างานสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนฉันแทบจะไม่ได้เจอหน้าพี่จินดาเลย
และนอกจากฉัน พี่มะลิ พี่จินดาแล้วที่นี่ก็ยังมีพนักงานต้อนรับคนอื่นอีกด้วย เพียงแต่เพราะว่าฉันเป็คนเดียวที่ได้ทักษะทางด้านภาษาเยอะที่สุดนั่นจึงมีแค่ฉันกับคุณเชนเท่านั้นที่จะได้เข้ากะกลางคืน
จากนั้นเมื่อแสงตะวันที่เริ่มจะลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกับพนักงานกะเช้าที่ได้ทยอยกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จนเมื่อลูกค้าที่ล็อบบี้ก็เริ่มจะทยอยขึ้นไปพักผ่อนยังห้องตัวเองจนเกือบหมด ฉันที่เตรียมตัวประจำยังตำแหน่งพนักงานต้องรับเหมือนเช่นเคยก็ได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกพลังที่จะทำงานในค่ำคืนนี้
จนกระทั่งเมื่อดวงตะวันได้ลาลับขอบฟ้าแล้วเข้าย่างสู่ยามนิทราอันมืดมิด ความเงียบสงัดที่เขาปกคลุมบรรยากาศก็เริ่มจะพาความเหงาให้เข้าปกคลุมหัวใจ
“คิดถึงคุณพ่อจัง...ป่านนี้คงจะนอนหลับแล้วล่ะมั้ง”
ฉันพูดกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความคิดถึงคนที่บ้าน เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมาฉันจะเห็นพนักงานคนอื่นจะแอบเล่นโทรศัพท์กันบ้าง แต่ฉันเองก็ยังไม่เคยแอบเล่นเลยสักครั้งเดียว และแม้ว่าจะมีบ้างที่บางค่ำคืนยามที่ฉันเข้ากะดึกนั้นฉันจะอยากโทรวิดีโอคอลไปหาพี่นิดเพื่อคุยกับคุณพ่อบ้าง แต่ฉันก็ยังไม่กล้าพอด้วยกลัวว่าตัวเองจะถูกไล่ออกจากงานที่ดีขนาดนี้
“ไม่เอาดีกว่า...ถึงไม่มีคนแต่เรารู้อยู่แก่ใจดี”
ฉันงึมงำกับตัวเองพลางคิดนู้นคิดนี้เพื่อดับความเหงาที่มี ก่อนจะเดินไปดูนู้นดูนี้เพื่อขยับร่างกายให้ตื่นตัว
จนกระทั่ง...เมื่อเสียงกดกริ่งเรียกพนักงานตรงฟอนต์ดังขึ้น ฉันที่เดินไปดูความเรียบร้อยตรงล็อบบี้ก็รีบสาวเท้าก้าวเดินมายังหน้าเคาน์เตอร์ทันที
“สวัสดีค่ะ...คุณผู้ชาย้าความช่วยเหลือทางด้านไหนสามารถแจ้งดิฉันได้เลยนะคะ” (^-^)
เสียงหวานเอ่ยพูดประโยคคุ้นเคยอย่างนอบน้อม ก่อนจะทันได้มองคนตรงหน้าว่าเป็ใคร
“พอดีผม้าคีย์การ์ดลิฟต์ชั้นเพนท์เฮ้าส์ที่อยู่้าระ...รบ...ก..ว..น”
และในขณะที่คนพูดยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมานอกจากจะทำให้ฉันใกับคนที่ได้เจอแล้ว เขาเองก็ดูจะใไม่แพ้กัน...
“คุณลูกจัน...!! / คุณหมอโฮชิ...!!”
สองเสียงที่ดังประสานกันลั่นท่ามกลางความเงียบสงบ ไม่อาจกลบความใที่ฉายบนใบหน้าของคนทั้งสองในตอนนี้ได้
“คุณลูกจันทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ คุณรู้ไหมว่าผมตามหาคุณไปทั่ว แล้วนี่ชุดพนักงาน...เอ๊ะ...หรือว่า...”
คนตัวโตเอ่ยถามรัวเพราะนอกจากความใเขานั้นกลับรู้สึกดีใจซะมากกว่า
“เอ่อ...เื่มันยาวนะคะ แล้วนี่คุณหมอมาพักผ่อนหรอคะ เดี๋ยวลูกจันจะบริการให้เต็มที่เลยค่ะ แล้วก็ใช่ค่ะลูกจันเป็พนักงานต้อนรับของที่นี่เองค่ะ” (^-^)
ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ เพราะการได้เจอคนที่เคยมีไมตรีต่อกันมันย่อมให้ความรู้สึกที่ดีในยามเหงาจนลืมสังเกตไปเลยว่าในประโยคของผู้ชายตรงหน้ามีอะไรทะแม่ง ๆ อยู่
“อ่ะ...เออ...เดี๋ยวนี้โรงแรมนี้เขาให้พนักงานผู้หญิงเข้ากะกลางคืนกันแล้วหรอครับ”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทันทีอย่างเห็นได้ชัดจนฉันเองยังใว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงขึงขังได้ขึ้นมาอย่างนี้ แต่ด้วยความคิดที่ว่าเขาคงเป็ห่วงตามประสาสัญชาตญาณของคนเป็หมอนั่นจึงทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไร
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ...ที่นี่การรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม อีกอย่างลูกจันก็เต็มใจที่จะอยู่กะกลางคืนเองค่ะ แถมกลางคืนก็สงบสุด ๆ ลูกจันชอบงานนี้มากเลยค่ะ คุณหมอโฮชิอย่าคอมเพลนเลยนะคะ”
ฉันพูดด้วยความรู้สึกจากใจจริงที่มีต่องานของตัวเอง อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะขอร้องเขากลาย ๆ ด้วยไม่อยากมีปัญหาจนทำให้เสียงานที่ทั้งเงินเดือนดี สวัสดิการดี อีกทั้งเพื่อน ๆ พนักงานส่วนใหญ่ก็ดีไปด้วย
“ก็ได้ครับ นี่ผมเห็นแก่คุณลูกจันนะครับเนี่ย” (^-^)
เสียงละมุนอดไม่ได้ที่จะใจอ่อนหลังจากได้ฟังทั้งน้ำเสียงและสายตาออดอ้อนของหญิงสาวที่เขาเองเฝ้าคิดถึงใบหน้าน่ารัก ๆ นี้อยู่หลายครั้ง...
