ศิษย์ร้อยคนมองหน้ากันไปมาแล้วกวาดสายตามองเทือกเขาด้วยความหวาดผวา
เทือกเขาแห่งนี้มีสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณอยู่ แค่เห็นหน้ามันก็ฉีกร่างของพวกเขาให้แหลกเป็ชิ้นๆ ได้แล้ว ใครจักกล้าพูดว่าตัวเองสามารถเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณได้กัน?
กระทั่งถงเิที่เติบโตในป่ายังแสดงความกลัวออกมาอย่างชัดแจ้ง เขาถูกเลี้ยงดูโดยสัตว์ป่า สัญชาตญาณแกร่งกล้ายิ่งกว่าคนทั่วไป ถึงอย่างนั้นเขายังััได้ถึงอันตรายน่าพรั่นพรึงที่ซ่อนอยู่ในเทือกเขา อันตรายถึงขั้นที่ฆ่าเขาได้
“ขั้นสร้างลมปราณ...” รอยยิ้มหม่นหมองปรากฏบนใบหน้าของซั่งกวานเหยียนหลาน
ในจักรวรรดิต้าฉี จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณสามารถเป็ผู้บัญชาการนำทัพทหารนับหมื่นคน สถานะสูงส่งแสนพรรณนา ทว่าในการทดสอบของขุนเขากระบี่เทียนหยวนครั้งนี้กลับมีสัตว์อสูริญญาระดับนั้นอยู่ด้วย
สำนักเป็ผู้อยู่เหนือฟ้า กระทั่งราชันผู้ปกครองเมืองยังต้องกลัวเกรง!
“ครืนน!” ผู้าุโลองกระบี่สะบัดมือ อาณาเขตต้องห้ามที่ปกคลุมเทือกเขาพลันเปิดออก แรงดึงดูดมหาศาลแพร่งพรายดูดศิษย์ร้อยคนเข้าไปข้างใน
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างกะทันหันสร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าศิษย์ พวกเขาส่งเสียงร้องแตกตื่น มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ หนึ่งในนั้นก็คือจูชิง
จูชิงผ่านศึกหนักบนเกาะหลัวโหวมาแล้ว อย่าว่าสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณเลย สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็เคยเห็นมาแล้ว เื่แค่นี้ทำให้เขาใมิได้
แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณจริงๆ ด้วยพลังของจูชิงในตอนนี้แล้วมีแต่ต้องหนีไปให้ไกลที่สุด ถึงเขาจักผสานสี่อักขระาหลัวโหวได้ มีฤทธิรณแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง ทว่าคิดประมือกับสัตว์อสูริญญาระดับนั้นยังเร็วไปหลายปี
“กี้ๆๆ!” ัคะนองน้ำน้อยม้วนรัดแขนขวาของจูชิงพลางเปล่งเสียงร้อง มันััได้ว่ามีอาหารรสเลิศอยู่ในเทือกเขาแห่งนี้
“เงียบหน่อย ที่นี่คือขุนเขากระบี่เทียนหยวน ประเดี๋ยวก็มีคนจับเ้าไปกินหรอก” จูชิงถลึงตาใส่ัคะนองน้ำน้อย
ยามนี้ัคะนองน้ำน้อยมีแค่ก้อนเนื้อเล็กๆ ที่อยู่กลางหัว ซึ่งเป็วิวัฒนาการแรกเริ่มของั ถ้าคนของขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาเจอเข้าจักต้องเป็ปัญหาอย่างแน่นอน
ัคะนองน้ำน้อยมองจูชิงด้วยความขุ่นเคืองแล้วหันหน้าหนี ก้อนเนื้อที่อยู่บนหัวหดเล็กลง ทำให้มันดูคล้ายกับงูสีทองตัวเล็กๆ
ัคะนองน้ำเป็สัตว์อสูรที่พบเจอได้ยากยิ่งยวด ทว่างูทองคำเป็สัตว์ที่พบเจอได้ทั่วไป ัคะนองน้ำน้อยเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมันเช่นนี้ช่วยลดปัญหาให้กับจูชิงไม่น้อย
ัคะนองน้ำน้อยอยู่ในขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแรกเริ่มก็จริง ทว่ามันเป็สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ มีพลานุภาพเหนือชั้นกว่าสัตว์อสูริญญาเท่าหนึ่ง ขอแค่ไม่เจอสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณ พวกเขาสามารถเดินทางอยู่ในเทือกเขาแห่งนี้ได้สบายๆ
ครั้นัคะนองน้ำน้อยเลื้อยลงพื้น มันก็แหงนหน้ามองฟ้า ดวงตาทั้งสองกลอกไปมาแล้วเคลื่อนตัวหายเข้าไปในป่าดุจดั่งสายฟ้าทองคำ หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาพร้อมคาบกิ่งไม้อันหนึ่ง
จูชิงเปิดคัมภีร์หนังอสูร พอลองเทียบๆ ดูก็พบว่าท่อนไม้นั้นก็คือไม้สงบจิตขั้นมนุษย์ระดับต่ำ ถ้าจุดมันระหว่างบำเพ็ญเพียรมีสรรพคุณช่วยให้จิตสงบ มีมูลค่าสิบค่าคุณูปการ
“ทำได้ไม่เลว!” จูชิงเก็บไม้สงบจิตลงไปในถุงเอกภพ แล้วโยนผลไม้ให้กับัคะนองน้ำน้อย มันอ้าปากกลืนกินผลไม้ลงไปในท้องอย่างรวดเร็ว
ถ้าหากผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาเห็นภาพนี้เข้า มีหวังได้กระอักโลหิตออกมาเป็แน่แท้ ไม้สงบจิตหนึ่งอันมีค่าเท่ากับสิบค่าคุณูปการ ถึงจะเป็ไม้สงบจิตหมื่นปีที่มีคุณภาพก็ยังมีค่าแค่ห้าสิบค่าคุณูปการเท่านั้น แต่ผลป๋ายเฉาที่จูชิงให้กับัคะนองน้ำน้อยเป็ผลไม้ดึกดำบรรพ์ ถ้านำไปแลกเปลี่ยนกับสำนักน่าจักได้แสนค่าคุณูปการเป็อย่างน้อย มูลค่าต่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว
เกาะหลัวโหวเป็โลกดึกดำบรรพ์ ของล้ำค่าดึกดำบรรพ์ที่อยู่บนเกาะหลัวโหวนั้นพบเจอได้ยากยิ่งในทวีปเฉียนหยวน และเพราะเกาะหลัวโหว ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจึงได้เป็สำนักที่ยิ่งใหญ่แห่งทวีปเฉียนหยวน แม้ว่าจักถูกสำนักอื่นๆ บนทวีปเฉียนหยวนล้อมปราบอยู่หลายครั้ง แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะมอบเกาะหลัวโหวนี้ให้เลย
ทว่าเกาะหลัวโหวมีอาณาเขตต้องห้ามอยู่ อีกทั้งจอมยุทธ์ที่เข้าไปในเกาะจักถูกยับยั้งขั้นบำเพ็ญเพียร ดังนั้นขุนเขากระบี่เทียนหยวนจึงหาของล้ำค่าที่อยู่ในเกาะได้ไม่มากนัก อย่างของล้ำค่าเช่นผลป๋ายเฉา ถึงเป็ขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังมีเก็บไว้ไม่มาก
“ฉึบ!” จูชิงใช้มือสับไผ่สีฟ้าคราม มันเป็วัสดุขั้นมนุษย์ระดับต่ำ สามารถนำไปหลอมเป็ศัสตราวุธิญญาได้ มีค่าเท่ากับสิบสามค่าคุณูปการ
“โฮกก!” หลังจากเก็บเกี่ยวทรัพยากรไปได้ขณะหนึ่งจูชิงก็พบกับสัตว์อสูริญญา!
“หมีดำขั้นหลอมกายาสูงสุด อุ้งมือหนึ่งอันมีค่าสิบค่าคุณูปการ หัวใจมีค่าห้าสิบค่าคุณูปการ ขนกับหนังมีค่าห้าค่าคุณูปการ ชิ้นส่วนอื่นๆ มีค่ายี่สิบค่าคุณูปการ” จูชิงมองหมีดำตัวนั้นพลางประเมินมูลค่าของมัน จากการคำนวณคร่าวๆ หมีดำหนึ่งตัวน่าจักมีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยสิบห้าค่าคุณูปการ มากกว่าสมุนไพรที่ได้มาก่อนหน้านี้รวมกันเสียอีก
“ไหนๆ ก็เจอแล้วจักปล่อยโอกาสให้หลุดมือได้อย่างไร” จูชิงยิ้ม
“โฮกก!” หมีดำกางกรงเล็บแหลมคมมาดหมายกระซวกร่างจูชิงให้แหลก
“ฟิ้ว!” ทว่าจูชิงกลับยิ้มมองหมีดำด้วยความสมเพช
“แคร่ก!” หมีดำคร่ำครวญ เสียงกรงเล็บแตกดังชัดถนัดหู กรงเล็บนั่นทำอะไรจูชิงมิได้แม้แต่น้อย
“คิดจักกินข้างั้นรึ เ้ายังอ่อนหัด!” ลมปราณปกคลุมทั่วทั้งปลายนิ้วของจูชิง ทะลวงกะโหลกหมีดำผ่านทางลูกตา หมีตัวใหญ่ั์ล้มตึงไปกับพื้น ร่างกายไม่มีาแแม้แต่น้อย ยิ่งหนังสมบูรณ์มากเท่าใด มูลค่าก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากแยกชิ้นส่วนของหมีดำเสร็จ จูชิงก็ขับเคลื่อนหินโลหิต เปลวเพลิงสีแดงกลั่นหลอมเืหมีดำเป็โลหิตบริสุทธิ์ครึ่งขวด จากนั้นจูชิงก็เก็บมันใส่ไว้ในถุงเอกภพ
“กี้ๆๆ!” ัคะนองน้ำน้อยดิ้นพล่านอย่างไม่พอใจ เพราะในหัวของหมีดำไม่มีเน่ยตัน
จูชิงกลอกตา “สัตว์อสูริญญาขั้นหลอมกายาจักมีเน่ยตันได้อย่างไร ถ้าอยากได้เน่ยตันก็ไปหาสัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสิ”
“กี้ๆๆ!” ัคะนองน้ำน้อยก้มหน้าแนบกับพื้นพักหนึ่งแล้วกลายเป็แสงสีทองพุ่งขึ้นไปบนฟ้า!
“แกว๊ก!” ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็มีปักษาตัวเท่าวัวบินทะยานออกมาราวกับหนีอันใดสักอย่าง
จากนั้นภาพที่จูชิงเห็นคือัคะนองน้ำน้อยกำลังรัดคอปักษาั์ ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ร่างใหญ่ั์ก็หล่นตกลงมาสู่พื้นดิน
จูชิงถึงกับพูดไม่ออก ัคะนองน้ำแข็งแกร่งเกินไปแล้ว มันจงใจรัดคอปักษาั์แล้วใช้หางเจาะกะโหลก กลืนกินเน่ยตันที่อยู่ข้างใน
“อินทรีย์สีฉาด สัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแรกเริ่ม!” จูชิงกลอกตา ัคะนองน้ำน้อยกินสิ่งที่มีค่าที่สุดของอินทรีย์สีฉาดไปแล้ว
ทว่าชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เหลือของอินทรีย์สีฉาดรวมๆ แล้วมีประมาณสี่ร้อยค่าคุณูปการน่าจะใกล้เคียงกับเน่ยตันหนึ่งอัน
“เน่ยตันมูลค่าสูงขนาดนี้เชียวหรือ!” จูชิงตกตะลึง เพราะในคัมภีร์หนังอสูรบันทึกไว้ว่าเน่ยตันเป็สิ่งที่มีค่ามากที่สุด แม้เป็สมุนไพรหมื่นปีขั้นบุษราระดับสูงยังด้อยกว่าเน่ยตันของสัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ
“ตึงตัง!” เสียงอึกทึกดังมาจากในป่า!
จูชิงไปเดินตามทิศทางเสียง ทันใดนั้นเขาก็เห็นบุรุษหลายคนกำลังล้อมสตรีคนหนึ่ง ซึ่งนางก็คือซั่งกวานเหยียนหลาน
“นังบ้า ส่งโสมเืมา ไม่งั้นข้าจักฆ่าเ้าซะ!” บุรุษตัวสูงใหญ่ชักมีดพร้าข่มขู่สืบเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
“ข้าเป็คนเจอโสมเื ทำไมข้าต้องให้เ้าด้วย!” ซั่งกวานเหยียนหลานแค่นเสียงหึพลางเหยียดเท้าถอยหลัง
“โสมเื สมุนไพรขั้นบุษราระดับต่ำ มีมูลค่าอยู่ที่ห้าร้อยค่าคุณูปการ นางโชคดีขนาดนั้นเชียวรึ?” จูชิงยังตะลึงงัน
สมุนไพรขั้นบุษราระดับต่ำมีอยู่ไม่มากนัก เพิ่งเริ่มการทดสอบไม่เท่าไหร่ นางกลับเจอสมุนไพรขั้นบุษราเสียอย่างนั้น
โสมเืที่มีมูลค่าห้าร้อยค่าคุณูปการคุ้มค่าแก่การลงมือแล้ว แม้ว่าซั่งกวานเหยียนหลานจักแข็งแกร่ง แต่บุรุษหลายคนที่อยู่ตรงหน้าก็มิได้อ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุรุษที่เป็หัวโจกอยู่ในขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าห่างจากขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณเพียงขั้นเดียวเท่านั้น
“วิ้ง!” แรงพลังมหาศาลจากมีดพร้าใหญ่ทำให้ซั่งกวานเหยียนหลานตัวกระเด็นลอยออกไปไกล กระอักโลหิตกลางอากาศ
“ถึงเวลาตายของเ้าแล้ว!” บุรุษผู้นั้นหัวเราะ
ซั่งกวานเหยียนหลานขมวดคิ้ว ถ้าสู้กันหนึ่งต่อหนึ่ง นางยังพอมีโอกาส หากแต่อีกฝ่ายมีลิ่วล้อตั้งหลายคนจักไปสู้ชนะได้อย่างไร
จูชิงส่ายหัวเล็กน้อย กายาหายวับในพริบตา มือขวาจับมีดพร้าใหญ่เอาไว้ก่อนถึงตัวซั่งกวานเหยียนหลาน!
มีดพร้าใหญ่ทรงพลังที่สามารถทลายูเาหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ และที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คือมือเปล่าของชายผู้นั้นกลับไม่มีรอยแผลเลยสักนิด
“ศิษย์สำนักเดียวกันแท้ๆ พวกเ้าอยากได้โสมเืก็เื่หนึ่ง ไฉนถึงต้องฆ่านางด้วยเล่า” จูชิงถอนหายใจ
ชายคนนั้นดิ้นทุรนทุรายอยู่หลายครั้งเพื่อที่จะดึงมือออก แล้วก็พบว่าเหมือนมีูเาทับอยู่ที่มีดพร้าใหญ่ ไม่สามารถขยับตัวได้เลย
“อย่ามาสะเหล่อยุ่งเื่ของข้า!” เขาคำราม ปล่อยลูกเตะออกไป
ลมปราณบางเบาปกคลุมกายาจูชิง ชายผู้นั้นคล้ายกับเตะเหล็กทมิฬ แรงมหาศาลสะท้อนกลับ ส่งผลให้เขากระเด็นลอยลิ่วปลิวไปไกล!
“แหมะ!” หัวจุ่มตกลงไปในโคลนสภาพไม่ต่างอะไรกับสุนัข
ซั่งกวานเหยียนหลานมองจูชิงด้วยความใ เขาเป็แค่ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้าเองไม่ใช่รึ เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
“อภัยคนได้พึงให้อภัย” จูชิงโยนโสมเืทิ้งให้พวกนั้นไป
คนที่เหลืออยู่เบิกตาทั้งสองกว้าง ในเมื่อเป็ฝ่ายชนะแท้ๆ เหตุใดถึงยังทำเช่นนั้น สมองเ้านี่มีปัญหาหรือไร
“นั่นมันของข้านะ!” ซั่งกวานเหยียนหลานเม้มปากแน่น
“ถ้าไม่ให้พวกเขา ชีวิตเ้าจักต้องหาไม่!” จูชิงเหลือบมองซั่งกวานเหยียนหลาน ในสมองผู้หญิงมีแต่ขี้เลื่อยหรืออย่างไร ทำไมถึงได้โง่ขนาดไหน
