แสงโลหิตปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ ลมปราณพลุ่งพล่านก่อเกิดร่างเงาัเหนือกายจูชิง เืัทั้งห้าหยดในตันเทียนกับหยดเืัอีกห้าหยดในอักขระาหลัวโหวผสานรวมกันเป็หนึ่งเดียว จากนั้นลมปราณัมหาศาลพลันรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าอกของจูชิง!
ภายใต้การหล่อเลี้ยงของลมปราณั าแอันน่าสยดสยองดิ้นไปดิ้นมาเหมือนกับหนอน ก่อนที่สะเก็ดเืจะค่อยๆ หลุดล่อนออกทีละนิด
ยามนี้จูชิงหมกมุ่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียร ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกศิษย์เก้าคนจากสำนักปีศาจห้อมล้อม ทันใดนั้นัคะนองน้ำที่นอนหมอบอยู่กับพื้นก็ชะโงกหน้ามองไปข้างนอกถ้ำอย่างระแวดระวัง
แสงวิบวับสาดส่องผ่านดวงตาของัคะนองน้ำน้อย ได้เวลาสนุกแล้ว
ัคะนองน้ำน้อยมิได้เห็นศิษย์สำนักปีศาจเก้าคนนั้นอยู่ในสายตาสักนิด จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณไม่ได้เป็พิษเป็ภัยกับมันแต่อย่างใด
ัคะนองน้ำน้อยซ่อนขั้นบำเพ็ญเพียรของตัวเองเป็อย่างดี ในสายตาของคนนอกมันเป็แค่งูเหลือมั์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ นอกจากจูชิงแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าัคะนองน้ำน้อยเป็ขั้นสร้างลมปราณแรกเริ่ม อีกทั้งในแง่ของสายเื สายเืัแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณทั่วไปหลายเท่า
หากเหล่าผู้าุโเห็นัคะนองน้ำน้อยด้วยตาตัวเอง พวกเขาย่อมเห็นขั้นบำเพ็ญเพียรที่แท้จริงของมัน ทว่าศิษย์สำนักปีศาจเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งเฉกเช่นนั้นจึงมองไม่เห็น
ัคะนองน้ำน้อยขยับตัวเลื้อยออกจากถ้ำในพริบตา
“แค่คนพิการคนเดียวต้องระวังขนาดนี้เชียวรึ!” ศิษย์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสามชั้นฟ้าเบะปาก
พวกเขาทั้งเก้าคนแยกย้ายไปคนละทิศละทาง เคลื่อนตัวเข้าใกล้ถ้ำทีละเล็กทีละน้อยปิดทางหนีทั้งหมดของจูชิง
ทันใดนั้นแสงสีทองสว่างวาบในความมืด ศิษย์สำนักปีศาจผู้นั้นเอามือปิดตาโดยพลันทันใด
และแสงสีทองนั่นก็เป็ภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นในชีวิตก่อนที่บริเวณหน้าอกจะมีรูขนาดใหญ่ประจักษ์ หัวใจแหลกสลายเป็เสี่ยง!
ัคะนองน้ำน้อยมองศพศิษย์สำนักปีศาจพลางเหยียดยิ้มไม่แยแส สำหรับสัตว์อสูริญญาเืเนื้อของจอมยุทธ์เปรียบดั่งยาชูกำลังชั้นดี ในป่าเขาแห่งนี้มีจอมยุทธ์นับไม่ถ้วนตกเป็อาหารของสัตว์อสูริญญา
ทว่าจูชิงเคยสอนัคะนองน้ำไว้ว่าเืเนื้อของจอมยุทธ์นั้นไม่ได้น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย กระนั้นแล้วมันก็ปลดถุงเอกภพที่ผูกอยู่ที่เอวของจอมยุทธ์ผู้นั้นห้อยไว้ที่คอของตัวเอง
“พวกมนุษย์อ่อนแอเสียจริง!” ัคะนองน้ำน้อยเลื้อยอยู่ในป่า รู้สึกผิดหวังกับพลังของพวกศิษย์สำนักปีศาจ
เพราะพวกเขากระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง ัคะนองน้ำน้อยสามารถลอบสังหารพวกนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่ศิษย์สำนักปีศาจคนอื่นๆ ไม่สังเกตเห็นความผิดปกติด้วยซ้ำ
“ฟึ่บ!” ัคะนองน้ำน้อยทะลวงผ่านอกศิษย์สำนักปีศาจอีกคน
ศิษย์สำนักปีศาจจับหน้าอกของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ มองงูตัวเล็กที่กำลังมองเขาอย่างสนุกสนาน
มันเป็แค่งูเหตุใดถึงแสดงสีหน้าเหมือนกับมนุษย์ได้เล่า ศิษย์สำนักปีศาจอยากร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าเขาไม่อาจส่งเสียงใด จากนั้นร่างไร้ิญญาก็ทรุดล้มลงกับพื้น
เพลานี้ัคะนองน้ำน้อยเปรียบดั่งมัจจุราชแห่งรัตติกาล ทุกครั้งที่มันปรากฏตัวจักต้องมีศิษย์สำนักปีศาจตาย
เมื่อเหลือศิษย์สำนักปีศาจอยู่แค่สามคน ในที่สุดพวกเขาก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบจนน่าฉงน!
“กี้ๆๆ!” ัคะนองน้ำน้อยไม่ซ่อนเร้นตัวอีกต่อไป มันกระโจนเข้าใส่ศิษย์สำนักปีศาจคนหนึ่ง
“แย่ล่ะสิ!” ศิษย์สำนักปีศาจผู้นั้นม่านตาหดเล็ก รีบเหยียดเท้าถอยทันใด
“อั่ก!” ทว่าความเ็ปที่ได้รับนั้นสาหัสเกินทานทน ทำให้เขาหมดสติไปในทันที
แขนของเขาถูกหักเป็สองส่วนในพริบตาเดียว บริเวณหน้าอกกลายเป็รูขนาดใหญ่!
“มีเขา...” นั่นคือคำพูดสุดท้ายของเขา ภาพเขานั่นทำให้นึกถึงสิ่งน่ากลัวบางอย่างขึ้นได้ แต่กลับไม่สามารถบอกเื่นี้กับสองคนที่เหลือได้แล้ว!
“ให้ตายสิ ไอ้งูนี่มันมาจากไหน!” ครั้นเห็นศิษย์สำนักเดียวกันตายไปจนหมด ศิษย์สำนักปีศาจทั้งสองที่เหลือโกรธมาก ศิษย์ผู้นำกลุ่มสำนักปีศาจสวมถุงมือสีดำ เหวี่ยงแขนปล่อยพลังหมัดแกร่งกล้าดั่งภูผา
ัคะนองน้ำน้อยเอี้ยวตัวหลบ กายาแปรเปลี่ยนเป็แสงสีทองโจมตีศิษย์สำนักปีศาจ!
“เร็วมาก!” ศิษย์สำนักปีศาจขมวดคิ้ว ดูท่าศิษย์น้องของเขาน่าจะตกอยู่ในอันตรายแล้ว
“ครืนนน!” เขาชักมือกลับมาป้องกันทันเวลา ใช้ถุงมือดำต่อต้านการโจมตีของัคะนองน้ำน้อย!
ัคะนองน้ำน้อยหยุดชะงักไปชั่วขณะ มันมองมนุษย์ผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนสกัดกั้นการโจมตีของมันได้!
“เป็แค่สัตว์อสูริญญาเคลื่อนย้ายลมปราณแรกเริ่ม อาจหาญทำตัวจองหองต่อหน้าข้า ข้าจัก่ชิงเน่ยตันของเ้า แก้แค้นให้กับศิษย์น้อง!” ศิษย์สำนักปีศาจแค่นเสียงหึ
ศิษย์สำนักปีศาจกางนิ้วทั้งห้าจับัคะนองน้ำน้อย กำปั้นสั่นสะท้านจากการฝืนใช้ลมปราณ!
ปราณทมิฬพร่างพรายปกคลุมถุงมือดำ เสียงเอ็ดอึงอึกทึกกึกก้องไปทั่วป่า
ัคะนองน้ำน้อยหน้ามืดทะมื่น มนุษย์ผู้นี้ต่างกับมนุษย์คนอื่นๆ ที่มันเคยเจออย่างสิ้นเชิง!
“อ๊ากกก!” ทว่าทันใดนั้นเสียงกรีดร้องดังสนั่นลั่นป่า ศิษย์สำนักปีศาจอีกคนที่เหลืออยู่ถูกผ่าครึ่งขาดเป็สองท่อน!
ในเวลาเพียงหนึ่งถ้วยชา ศิษย์สำนักปีศาจทั้งเก้าคนก็เหลืออยู่แค่คนเดียว!
ขณะที่ัคะนองน้ำน้อยบุกบั่นอยู่ด้านนอกนั้นจูชิงที่อยู่ในถ้ำพลันเอามือกุมอก ใบหน้าขาวซีด เห็นได้ชัดว่าการปรับเปลี่ยนลมปราณสร้างภาระมากมายกับร่างกายของเขา
ศิษย์ผู้นำกลุ่มสำนักปีศาจเดือดดาล สัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแรกเริ่มเพียงตัวเดียวสังหารศิษย์สำนักปีศาจขั้นหลอมกายามากมายเช่นนั้นได้อย่างไร!
“ตายซะ!” กรงเล็บเหล็กแหลมคมฟาดฟันัคะนองน้ำน้อย!
“เคร้ง!” ัคะนองน้ำน้อยสะบัดหัว เขายาวสีทองคำเจาะทะลุถุงมือดำแทงหมัดของศิษย์สำนักปีศาจ
ศิษย์สำนักปีศาจผู้นั้นใจหายวาบ พริบตาเดียวกระดูกมือขวาพลันแหลกเป็เสี่ยงๆ!
“เป็ไปได้อย่างไร เหตุใดถุงมือเหล็กของข้าถึงได้...” ขณะที่กำลังตกตะลึง ไอเย็นพัดผ่านทำให้เขาเสียวสันหลัง แต่คิดจะหลบก็ไม่ทันเสียแล้ว ทำได้เพียงขับเคลื่อนลมปราณห่อหุ้มกายาของตัวเอง
“ฉัวะ!” ลมปราณพังทลายอย่างง่ายดาย กระบี่ยาวทมิฬตัดผ่านกรีดแผ่นหลังจนเป็แผลขนาดใหญ่ ลึกจนมองเห็นกระดูกขาว
ความตายครอบงำจิตใจ เขาไม่อยากตายอยู่ที่นี่ เขาเป็อัจฉริยะสำนักปีศาจ ภายภาคหน้าควรมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วแว่นแคว้น
เขายังไม่อยากตาย!
ทว่าเขาไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว!
กระบี่ยาวแทงเข้าที่กะโหลก จบสิ้นวายชีวาโดยยังมิทันได้เอ่ยชื่อของตัวเอง!
เป็จูชิงที่ออกมาลงมือสังหารศิษย์สำนักปีศาจคนสุดท้าย จูชิงมองัคะนองน้ำที่มีถุงเอกภพเจ็ดถุงห้อยที่อยู่คอพลางหัวเราะ “ทำได้ดีมาก เ้าเอาของพวกนี้ไปสิ”
ัคะนองน้ำน้อยยิ้มแล้วเลื้อยไปนอนอยู่บนไหล่ของจูชิง ส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวราวกับกำลังอวดความสำเร็จของมัน
จูชิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับการตายของศิษย์สำนักปีศาจทั้งเก้าคน หลังจากจัดการเก็บศพของพวกเขาเสร็จ เขาก็เข้าไปทำกรรมฐานในถ้ำต่อ
ครึ่งเดือนผ่านไป จูชิงใช้โอสถไปเป็จำนวนมาก ภายใต้การหล่อเลี้ยงของหินโลหิตในที่สุดาแก็จวนจะหายเป็ปกติแล้ว ขั้นบำเพ็ญเพียรเองก็ก้าวหน้าขึ้นอีกหนึ่งขั้นพลังย่อย สำเร็จเป็ขั้นหลอมกายาหกชั้นฟ้า เืัอีกหนึ่งหยดเพิ่มขึ้นในตันเถียน
ในเวลาเดียวกันมีถุงเอกภพหลายถุงวางกองกันอยู่ในถ้ำ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็ผลงานของัคะนองน้ำน้อย
ถุงเอกภพเหล่านี้เป็ของจอมยุทธ์ที่พยายามเข้ามาใกล้ถ้ำแล้วถูกัคะนองน้ำน้อยสังหารอย่างไร้ความปรานี
“ไปกันเถอะ!” หลังจากจูชิงจัดการของที่อยู่ในถุงเอกภพเสร็จ เขาก็กวักมือเรียกัคะนองน้ำน้อย
ัคะนองน้ำน้อยโจนทะยานไปเลื้อยรัดแขนขวาของจูชิงด้วยความปีติ
“ขอบใจเ้ามากที่ช่วยปกป้องข้า!” จูชิงลูบหัวัคะนองน้ำน้อย
เขาเข้าเขาพันจั้งมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว ่เวลาที่ผ่านมามีอัจฉริยะน่าทึ่งมากมายถือกำเนิด ภายใต้แสงสว่างของบุตร์เ่าั้ ผลงานของจูชิงดูจะธรรมดาไปเสียหน่อย
หนึ่งในนั้นก็คือชีเหวินนิกายพุทธ บ่วงวชิระทำให้เขากลายเป็ผู้ไร้เทียมทานในเขาพันจั้ง กระทั่งศัสตราวุธิญญาก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้
สองวันก่อนชีเหวินใช้บ่วงวชิระประมือกับช้างแมมมอธเยือกแข็งขั้นสร้างลมปราณแรกเริ่ม แม้ว่าจะเสียเปรียบอยู่บ้าง ทว่าช้างแมมมอธตัวใหญ่ั์ก็ถูกเขาซัดกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง หลังจากผ่านการต่อสู้ดุเดือดถึงหนึ่งวันเต็ม ช้างแมมมอธเยือกแข็งก็ถูกชีเหวินสังหาร
ชีเหวิน่ชิงเน่ยตันของช้างแมมมอธเยือกแข็งกับผลน้ำลายัเสร็จก็ไปจากที่นี่!
มีคนสนใจผ่าศพช้างแมมมอธเยือกแข็งพลันพบว่ากระดูกถูกบดขยี้เป็เสี่ยง อวัยวะภายในแหลกเละเป็เนื้อเดียวกัน!
ความแข็งแกร่งของชีเหวินสร้างความตกตะลึงให้กับหมู่ชน นอกจากความเร็วที่ช้าไปสักหน่อย ชีเหวินก็ไม่มีจุดอ่อนใดๆ อีกเลย
ผู้ที่น่ากลัวที่สุดในบรรดาสาวกลัทธิเต๋าก็คือเด็กหนุ่มผู้เชี่ยวชาญเจตจำนงกระบี่ เจตจำนงกระบี่ของเขานั้นแกร่งกล้าเหนือพรรณนา คู่ต่อสู้ไร้ซึ่งกำลังต่อต้าน ครั้งหนึ่งเขาเคยประมือกับสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณแรกเริ่ม แม้ว่าสุดท้ายจักแพ้พ่ายแต่ก็รอดพ้นจากเงื้อมมือของมันได้โดยไร้รอยขีดข่วน เท่านั้นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาแล้ว
ถ้าจูชิงอยู่ที่นี่จะต้องจำเด็กหนุ่มผู้นั้นได้อย่างแน่นอน เด็กหนุ่มผู้นั้นก็คือเย่หงเฉิน คนที่เขาบังเอิญพบตอนกำลังจะออกจากเกาะหลัวโหว แม้เพิ่งเริ่มเดินบนเส้นทางบำเพ็ญเพียร หากกลับตระหนักรู้เจตจำนงกระบี่ได้ ต่อมาก็ถูกนักพรตเต๋าพากลับมายังลัทธิเต๋า เมื่อเวลาผ่านไป เย่หงเฉินแกร่งกล้ายิ่งกว่าเดิมเป็ทวีคูณ ในขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแทบไม่มีใครสามารถประมือกับเขาได้
หากถามว่าใครที่สามารถทลายบ่วงวชิระของชีเหวินได้ เกรงว่าคงมีแต่เจตจำนงกระบี่ของเย่หงเฉินแล้ว
สำนักปีศาจเองก็มีอัจฉริยะจำนวนไม่น้อย ประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน ทั้งยังอำมหิตเหี้ยม ซึ่งเป็เอกลักษณ์เฉพาะของสำนักปีศาจ
ถ้าเทียบกันระหว่างสามขุมพลังอำนาจ ขุนเขากระบี่เทียนหยวนกับสำนักอื่นๆ ยังห่างชั้นมากโข นอกจากกวานซิงแล้ว ศิษย์คนอื่นๆ ถือว่าธรรมดา แม้ว่าจะไม่แย่ แต่ก็ไม่มีอะไรพิเศษ!
