ชายชราพบเจออะไรมามาก เขาจะใกับสายตาแค่นี้ได้อย่างไร?
“อย่ารำคาญคำพูดคนแก่อย่างข้าเลยนะ เห็นว่าแม่เลี้ยงเ้าไม่ได้เข้ากับคนอื่นเขาง่ายๆ ถ้าให้เด็กๆ ไร้พลังพวกนี้กลับไปจะไม่เหมือนโยนเข้ากองไฟรึ?” หากเข้ากับแม่เลี้ยงได้ดี หลิวจือเฮ่าคงไม่โดนบีบบังคับให้ออกจากบ้านไปสู้ในสนามรบจนสร้างชื่อเสียงได้ด้วยตัวเอง "แล้วก็ไอสังหารในตาเ้าหนักไป ต่อหน้าเด็กๆ เก็บหน่อย อย่าทำให้เด็กใ” เขาส่ายหัว ตบไหล่ของหลิวจือเฮ่าพลางเอ่ยแซว
หลิวจือเฮ่าหลุบตาต่ำ รู้สึกขมขื่นเล็กน้อย สิ่งที่ชายชราพูดล้วนแทงใจดำทั้งนั้น แม่เลี้ยงของเขาไม่ใช่คนดีอะไรนัก
แม้ว่าเขาจะไม่มีหลักฐานเพียงพอ แต่เขาก็สงสัยว่านางเป็คนทำ
นางทำเช่นนี้เพราะกลัวว่าความโดดเด่นของเขาจะบดบังลูกชายนาง กลัวเขาจะได้สืบต่อตระกูลหลิว
ยกเว้นท่านปู่และท่านย่าแล้ว เขาไม่มีความรักต่อคนอื่นในตระกูลหลิวเลยแม้แต่น้อย สิ่งนี้ทำให้เขาไม่ได้มีความสนใจในการสืบทอดตระกูลหลิวไปโดยธรรมชาติ
แต่ตอนนี้เขาอยากจะสู้ ถ้าไม่สู้คงจะทำให้การลงมือของนางเสียเปล่า
เมื่อเห็นหลิวจือเฮ่าหลบตาไม่ส่งเสียง ชายชราก็ร้อนรนเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วและพูดต่อ "นายพลหลิว ถือเป็การตอบแทนข้าที่ช่วยชีวิตไว้ ช่วยเก็บเป็ความลับเถอะนะ" เขาไม่อยากให้พวกหลิวจือโม่กลับไปที่ตระกูลหลิวจากใจจริง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ "ในอนาคต ไว้เ้าเป็ผู้นำสืบทอดตระกูลหลิวแล้วค่อยพาพวกเขากลับก็ยังไม่สาย”
ดูแลตัวเองไม่ได้แล้วจะดูแลคนอื่นได้อย่างไร
ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็จะล้มล้างความคิดของเ้าเด็กนี่ให้ได้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือเฮ่าเงยหน้าขึ้นมองชายชราและพูดอย่างหมดหนทาง "ต่อให้ข้ารอได้ ท่านปู่ก็คงรอไม่ได้" ท่านปู่อยากเจอลุงสี่อีกครั้ง ถ้าลุงสี่ไม่อยู่แล้ว อย่างน้อยได้เจอลูกๆ ของเขาก็ยังดี
ชายชราโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ปู่แกน่ะแข็งแรงจะตาย อยู่ต่ออีกสิบยี่สิบปีก็ไม่ใช่ปัญหา" เขาไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับผู้เฒ่าหลิวนัก หากไม่ใช่เพราะเขาบังคับให้หลิวเหวินจิ้งหย่ากับคุณหนูตระกูลลู่ หลิวเหวินจิ้งก็คงไม่หนีออกจากบ้าน
มุมปากของหลิวจือเฮ่ากระตุก เขามองชายชราโดยไม่พูดอะไรอีก
“นายพลหลิว ตกลงไหม”
"ตกลง" เซวียเหล่าใช้เื่ช่วยชีวิตเขามาขู่แล้ว เขาจะไม่ตกลงได้หรือ?
เมื่อได้ยินคำตอบของหลิวจือเฮ่า ชายชราก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ต้องแบบนี้สิ ถ้าไม่ตกลง เขาจะจับโยนออกไปให้อาหารสัตว์ป่าเสียเลย
"เซวียเหล่า จือโม่มีพี่น้องไหม?" เขาได้ยินชายชราพูดว่ามีเด็กๆ ไม่รู้ว่ามีกี่คน เขาเองก็เห็นแค่หลิวจือโม่ ยังไม่ได้เห็นเด็กคนอื่นๆ เลย “พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
ชายชรามองดูเขา ตอบรับและเล่าสถานการณ์ของครอบครัวของหลิวจือโม่ให้ฟังคร่าวๆ "ตอนนี้ เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงอยากให้เ้าปิดเื่นี้” ต่อให้พี่น้องทั้งสามได้รับการปฏิบัติที่ดี แต่ถ้าทั้งสามคนกลับไปแล้วพวกหลี่ชิงหลิงจะทำอย่างไร
แม้ว่าหลี่ชิงหลิงสามารถดูแลน้องๆ ได้ดี แต่เขาก็รู้สึกว่าอยู่ด้วยกันจะดีที่สุด
หลังจากฟัง หลิวจือเฮ่าก็เงียบไป เื่นี้ยากจริงๆ ด้วย
จากที่ชายชราพูด พี่น้องทั้งสามของเขามีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะคู่หมั้นตัวน้อย
หากเขาพาหลิวจือโม่และน้องๆ ไป ทิ้งคู่หมั้นตัวน้อยไว้เื้ั คงไม่ดีเลยจริงๆ
“นายพลหลิว…” ชายชราเพิ่งพูดก็ถูกหลิวจือเฮ่าขัด
"เซวียเหล่า เรียกว่าจื่อเหิงเถอะ อย่าเรียกนายพลแบบนี้เลย เดี๋ยวเด็กๆ ได้ยินจะกลัวข้า”
ชายชราก็พยักหน้าและทำตาม "งั้นข้าจะพยายามกล้าหาญเรียกจื่อเหิงนะ” เขาหัวเราะเหมือนจิ้งจอก "จื่อเหิง ข้าออกจากเมืองหลวงมาสิบกว่าปีแล้วเลยไม่ค่อยรู้เื่ราวในนั้น ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม”
แม้ว่าเขาจะจากมาแล้วก็ยังรู้สึกว่ารู้สถานการณ์เพื่อจะได้เตรียมการไว้ก่อนจะดีกว่า
หลิวจือเฮ่าชำเลืองมองชายชราและเล่าสถานการณ์ในเมืองหลวงให้เขาฟังคร่าวๆ เมื่อชายชราได้ยินว่าตระกูลลู่ฟื้นฟูแล้ว เขาก็ตบต้นขาอย่างมีความสุข
"ปู่เ้าน่ะมองพลาด คงไม่คิดว่าตระกูลลู่จะฟื้นตัวได้สินะ" ชายชรายิ้มจนตาปิด “ถ้าตอนนั้นเขาไม่เอาแต่ประจบสอพลอก็คงไม่เสียลูกชายที่รักไปสี่คน”
ชายชราหลิวคงกระอักเืจริงๆ
“...” หลิวจือเฮ่าไปต่อไม่ถูก มาว่าปู่เขาต่อหน้าแบบนี้จะดีจริงๆ หรือ? ไม่กลัวเขาโมโหแล้วลงมือหรือ?
ชายชราไม่ได้สนใจหลิวจือเฮ่าเลย เขาตบไหล่หลิวจือเฮ่าอีกครั้งและถามอย่างกระตือรือร้น "จื่อเหิง เล่าสถานการณ์ตระกูลลู่ให้ฟังหน่อย” เขามีความประทับใจที่ดีกับผู้เฒ่าตระกูลลู่
ตอนอยู่เมืองหลวงเคยได้พูดคุยกันอยู่บ้าง
หลิวจือเฮ่าไร้ทางเลือก เมื่อเห็นว่าชายชราสนใจมากจึงเล่าเื่ที่ตนรู้ไป
ทันทีเล่าจบ รอยยิ้มบนหน้าของชายชราก็หายไป ครู่ใหญ่จึงถอนหายใจ จะว่าไป คนไร้ครอบครัวอย่างเขาก็มีข้อดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องพบกับความเ็ปจากการเป็คนผมขาวส่งคนผมดำ
"เซวีย.,.” หลิวจือเฮ่ายังอยากพูดอีก แต่ได้ยินเสียงฝีเท้าข้างนอกก็หยุด มองทางเข้าถ้ำแล้วกล่าว "มีคนกำลังมา"
“โอ้ เด็กๆ น่าจะกลับมาแล้ว” ชายชรายิ้มอีกครั้ง “เ้าใช้หญ้าห้ามเืหมด เด็กๆ เลยไปช่วยเก็บ”
ทันทีที่เขาพูดจบ ร่างเล็กๆ ของหลี่ชิงหนิงและหลิวจือโหรวที่จับมือกันก็ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าถ้ำ
ทันทีที่เด็กน้อยทั้งสองเห็นชายชราก็ใช้ขาสั้นๆ วิ่งมากอดต้นขา เรียกท่านปู่อย่างมีความสุข เงยหน้ามองชายชราบอกว่าเก็บหญ้ากลับมาเยอะเลย
ชายชราหัวเราะ ลูบหัวเด็กน้อยทั้งสองและชมจนเด็กทั้งสองหัวเราะคิกคัก
“เอ๊ะ... ท่านปู่ เขา... เขาตื่นแล้วหรือ?” หลิวจือโหรวเห็นหลิวจือเฮ่ามองมาจึงถามด้วยความสงสัย “พี่ชายหลับไปนานมาก”
เมื่อเห็นเด็กสาวที่ดูคล้ายลุงสี่ สีหน้าเ็าของเขาก็อ่อนโยนลง ตอบรับเบาๆ อย่างที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก "เ้าชื่ออะไร"
หลิวจือโหรวรู้สึกว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย นางจึงเดินเข้าไปหาเขาอย่างกล้าหาญ "ข้าชื่อหลิวจือโหรว แล้วพี่ล่ะ?"
"ข้า... ข้าชื่อหนิงหนิง..." หลี่ชิงหนิงเห็นหลิวจือโหรวมาคุยกับหลิวจือเฮ่าจึงวิ่งไปหาเหมือนผู้ติดตามตัวน้อย แถมยังรายงานชื่อเองด้วย
“นางคือน้องสาวของข้า หลี่ชิงหนิง” หลิวจือโหรวจับมือหลี่ชิงหนิงและแนะนำ “พี่ชายเป็นายพลหรือ? เอาชนะนายพลไม่ดีได้ไหม?”
ความคิดของเด็กน้อยแล่นเร็วมาก ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบคำถามแรก นางก็ถามคำถามอื่นแล้ว
หลิวจือเฮ่าพยักหน้าเบาๆ
ทันทีที่หลี่ชิงหลิงเดินเข้าไปในถ้ำก็เห็นเด็กน้อยสองคนอยู่ข้างๆ ชายคนนั้น ส่งเสียงเจื้อยแจ้วถามคำถามอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่มีหยุด
นางรู้จากหลิวจือโม่ว่าชายคนนี้ตื่นขึ้นแล้ว เมื่อเห็นเขาจึงไม่แปลกใจ
กลับเป็หลิวจือเฮ่าที่มองั้แ่นางเข้ามา ก่อนจะเสมองไปทางอื่น
หลี่ชิงหลิงเองก็ไม่สนใจ เอาไก่ที่จัดการแล้วเตรียมไปต้มแกงจืด
นางไม่คิดว่าจะโชคดีขนาดนี้ ตอนเก็บหญ้าห้ามเืเจอไก่ป่าหนึ่งตัว แม้จะผอมไปหน่อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
เมื่อเด็กสาววางไก่ลงในหม้อดิน หลี่ชิงเฟิงและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลังก็วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น "ท่านพี่ อาหวงกับอาไป๋กลับมาแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็ลุกขึ้น ใบหน้าที่เรียบเฉยเผยรอยยิ้ม "จริงหรือ? อยู่ที่ไหน?"
สิ้นเสียง อาหวงและอาไป๋ก็วิ่งเข้ามา
"อาหวง..." นางะโแล้ววิ่งเข้าไปกอดอาหวง "เ้าไปไหนมา พวกเราเป็ห่วงมาก รู้ไหม" นางกลัวว่ามันจะถูกทหาราาหนานเยี่ยนฆ่าตาย
อาหวงใช้หัวโตๆ ดุนเอวของหลี่ชิงหลิง ส่งเสียงตอบสองครั้ง เห็นได้ชัดว่าคิดถึงนางมาก
แม้แต่อาไป๋ที่เ็าก็ยังเข้ามาเลียฝ่ามือของหลี่ชิงหลิง
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปลูบหัวใหญ่ๆ ของพวกมันโดยที่ไม่สามารถหยุดยิ้มได้
หลิวจือโหรวและหลี่ชิงหนิงก็ทิ้งหลิวจือเฮ่า วิ่งไปเล่นกับอาหวงด้วยรอยยิ้มกว้าง
ภาพนี้ทำให้หลิวจือเฮ่าประหลาดใจมาก นี่... เด็กพวกนี้สนิทกับเสือสองตัวขนาดนี้เลย?
ช่างน่าประหลาดใจ...
ชายชราก็มองออกและหัวเราะ “พวกเขาเลี้ยงมา ฉลาดมากเลยล่ะ” ตอนเห็นครั้งแรก เขาก็ใเช่นกัน
“พอมองออกอยู่ขอรับ” ครอบครัวลูกพี่ลูกน้องของเขาทำให้เขาสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ชายชรานั่งลง มองเด็กๆ ด้วยรอยยิ้ม แต่ปากถามหลิวจือเฮ่า "ตอนนี้เ้าคิดจะทำยังไงต่อ” จะอยู่ที่นี่ตลอดไปก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ
หลิวจือเฮ่าชำเลืองมองชายชราและพูดอย่างใจเย็น "เซวียเหล่าคงไม่ได้คิดจะรีบไล่ข้าไปเร็วขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?” อาการาเ็ของเขายังไม่หายเป็ปกติเลย จะไปที่ไหนได้
ชายชราตอบรับสองครั้งอย่างไม่เกรงใจ
"..." ไม่ไว้หน้าเขาเลยจริงๆ หลิวจือเฮ่ามองชายชราอย่างหมดหนทาง "ไว้อาการดีขึ้นหน่อยแล้วข้าจะไป ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำให้เด็กๆ ต้องลำบาก”
ต้องแบบนี้สิ ชายชราพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "เ้า..."
"มีคนมา" ชายชรายังไม่ทันได้พูด สีหน้าของหลิวจือเฮ่าก็เปลี่ยนไป "เงียบก่อน"
สิ้นเสียง ทั้งถ้ำก็เงียบลง
