หลังจากที่หลินเทียนเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อย เขาก็หยุดที่บริเวณทะเลสาบแห่งหนึ่ง "ต้องล้างเนื้อล้างตัวสักหน่อยแล้ว สภาพนี้ดูไม่ได้เลย "หลินเทียนก้มมองดูสภาพตัวเองจากนั้นก็ส่ายหัว สภาพนี้มันยิ่งกว่าขอทานซะอีก
ทันใดนั้นหลินเทียนก็ถอดเสื้อผ้าและะโลงไปในทะเลสาป
หลินเทียนล้างเนื้อล้างตัวเสร็จประมาณ 30 นาที จากนั้นเขาขึ้นจากทะเลสาป เขาหยิบเสื้อผ้าออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็สวมใส่
"คงต้องหาชุดสมัยนี้มาสวมใส่ เพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าสนใจมากเกินไป "หลินเทียนกล่าวขึ้นกับตัวเองเบาๆ ตอนนี้เขากำลังสวมชุดจอมยุทธ์เสื้อขาวอยู่ ถ้ามีคนมาเจอเขาคงเลี่ยงไม่ได้จะทำให้ตกเป็เป้าสายตามากเกินไป "แต่ว่าก่อนอื่นต้องตัดผมซะก่อน" หลินเทียนมองดูผมตัวเองที่ยาวประบ่า ผมของเขาต้องใช้พลังเทพเท่านั้นถึงตัดขาด ถ้าเกิดว่าเอากรรไกรมาตัดมีหวังกรรไกรมีรอยบิ่นแน่นอนเลย
หลินเทียนใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการตัดผมของเขา ทำให้ตอนนี้เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ร่องรอยแห่งกาลเวลาบนตัวเขาเลย " ตอนนี้คงต้องพักที่นี่สักคืนก่อนเเล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยออกไปตามหาหลุมศพของท่านพ่อกับท่านแม่"หลินเทียนเดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งจากนั้นนั่งไขว่ห้างหลับตาทำสมาธิ
ทางด้านของเซียวอยูซวน เมื่อเธอเพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ได้รับข่าวร้ายขึ้น
ป้าเฉินวิ่งมาที่รถของเซียวอยู่ซวยด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นเธอกล่าวกับเซียวอยู่ซวยด้วยความร้อนรนว่า "คุณหนู...คุณหนู คุณผู้ชายแย่เเล้วเ้าค่ะ!"
"อะไรน่ะ!! เกิดอะไรขึ้น?!'' เซียวอยูซวนโพล่งออกมาด้วยความตื่นตระหนก และกล่าวถามออกมา
"คือว่า...อาการของคุณผู้ชายแย่แล้วเ้าค่ะ!" ทันทีที่สิ้นเสียงของป้าเฉิน เซียวอยูซวนได้วิ่งเข้าไปในบ้านทันที เธอวิ่งอย่างรวดเร็วจนไปถึงข้างในห้องที่พ่อของเธอกำลังพักรักษาตัวอยู่
เมื่อเธอเข้ามาภายในห้อง เธอเห็นหมอหลายคนกำลังพยายามยื้อชีวิตพ่อของเธออยู่ เมื่อเธอเห็นแบบนั้น ร่างกายของเธอสั่นขึ้นมาทันที น้ำตาสองสายก็ร่วงลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ ร่างกายของราวกับว่าโดนฟ้าผ่ามันชาไปหมดทั้งตัว เธอรู้สึกสิ้นหวัง
เพียงแต่ว่าไม่นานก็ได้มีอ้อนแขนที่อบอุ่นเข้ามากอดเธอจากด้านข้าง เมื่อเธอหันหน้าไปมองเธอถึงกับร้องไห้เสียงดังออกมาทันที "แม่...ฮื้อ...ฮื้อ..."
ซูเหม่ยมองดูลูกสาวในอ้อมเเขนตนด้วยดวงตาที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เมื่อเห็นน้ำตาของลูกสาวเธอรู้สึกบีบหัวใจอย่างมาก เธอกล่าวกับลูกสาวของเธอเบาๆว่า "ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร พ่อของลูกเขาจะต้องไม่เป็ อย่ากังวลไปเลยน่ะลูกรัก" ถึงแม้ซูเหม่ยจะกล่าวไปแบบนั้น แต่ดวงตาของเธอก็เปียกไปด้วยน้ำตามากขึ้นกว่าเดิม ความหวังของเธอมีไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่เธอต้องกล่าวแบบนั้นเพื่อทำให้ลูกสาวของเธอสบายใจ ...
หลังจากที่ซูเหม่ยปลอบเซียวอยูซวนสักพัก เซียวอยู่ซวนก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกันนั้นทางคุณหมอก็สามารถยื้อชีวิตท่านชายเซียวสำเร็จ
เซียวอยูซวนพละออกจากอ้อมกอดแม่ของเธอออกมา จากนั้นเธอเดินไปหาคุณหมอที่เธอรู้จัก
"หมอหู่พ่อของฉันเป็อย่างไรบ้างค่ะ?" เซียวอยูซวนถาคุณหมอด้วยเสียงสะอื้น
หมอหู่เป็หมอวัยกลางคนมีหนวดเครา เขาหันหน้าไปมองเซียวอยูซวน จากนั้นก็ถอนหายใจ
"เห้อ...ไม่เป็ไรแล้วละ อาการตอนนี้คงที่แล้วเพียงแต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไรหรอค่ะ"ได้ยินหมอหู่หยุดพูดกลางคัน ซูเหม่ยที่เพิ่งเดินมาก็อดที่จะถามไม่ได้
"เพียงแต่ว่า...ท่านชายเซียวคงไม่รอดเกินวันพรุ่งนี้" หมอหู่กล่าวออกพร้อมกับหลบตาสองแม่ลูก เขารู้สึกละอายเป็อย่างมาก ตัวเขาที่ได้ชื่อว่าเป็หมอผู้เชี่ยวแต่กลับไม่สามารถค้นหาโรคที่ท่านชายเซียวป่วยได้
เมื่อสองแม่ลูกได้ยินคำกล่าวของหมอหู่ น้ำตาของพวกเธอก็ไหลออกมาอีกครั้ง ต้องจากไปตลอดกาลงั้นหรอ?
หลังจากนั้นสักพักซูเหม่ยก็เช็ดน้ำตาตัวเองทันที เธอจะไม่แสดงท่าทางอ่อนแอต่อหน้าลูกสาวของเธอเด็ดขาด ซูเหม่ยหันหน้ามองไปที่หมอหู่และถามออกมาว่า "ไม่มีทางอื่นเลยหรอคะ หมอหู่"
ซูเหม่ยถามขึ้นด้วยดวงตาที่คาดหวัง เธอไม่อยากยอมแพ้อะไรง่ายๆ
"อันที่จริงมันก็มีหนทางหนึ่งนะครับ เเต่มันเป็ไปได้ยากมาก" หมอหู่กล่าว
ได้ยินสิ่งที่หมอหู่กล่าว ดวงตาของเซียวอยูซวนเปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอถามออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า "วีธีอะไรหรือคะหมอหู่"
หมอหู่เงียบสักพักเเละกล่าวว่า"วีธีนั้นก็คือขอให้ หมอเทวดาหยวนช่วย"
"หมอเทวดาหยวน?"สองแม่กล่าวพร้อมกัน จากนั้นส่งดวงตาแห่งความสงสัยไปที่หมอหู่
เมื่อเห็นเเววตาสงสัยใคร่รู้ของสองแม่ลูกหมอหู่ก็อธิบายออกมาว่า " หมอเทวดาหยวน เป็หมอแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเย่นจิง ลือกันว่าเขาสามารถชุบชีวิตคนตาย ถ้าเกิดว่าหมอเทวดาหยวนยอมช่วยเหลือ ท่านชายเซียวอาจผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ "
"แล้วหมอหู่มีวิธีติดต่อหมอเทวดาหู่ไหมคะ" ซูเหม่ยถามออกมาด้วยความคาดหวัง ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ เธอก็จะต้องช่วยสามีของเธอให้ได้
"เอ่อ...ผมไม่มีครับ" หมอหู่กล่าวออกมาอย่างหมดหนทาง ที่หมอหู่กล่าวว่าหมอเทวดาหยวนสามารถรักษาท่านชายเซียวได้นั้น อันที่จริงเขาแค่้าปลอบใจสองแม่ลูกเท่านั้น มีความหวังนิดเดียวย่อมไม่มีอะไรเลย
หมอเทวดาหยวนเป็คนระดับนั้น เขาคงจะไม่ช่วยเหลือคนธรรมดาอย่างท่านเซียวหรอก
"อย่างงั้นหรอคะ "ซูเหม่ยกล่าวออกมาด้วยท่าทางเศร้าๆ เซียวอยูซวนที่ตอนแรกมีความหวังบัดนี้ความหวังของเธอถูกดับหมดแล้ว เธอมองออกทันทีว่าหมอหู่เพียง้าให้ความหวังแก่พวกเธอเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆเธอก็นึกถึงชายขอทานคนนั่นขึ้นมา เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อจากนั้นก็หยิบเอาขวดหยกขึ้นมา เมื่อซูเหม่ยเห็นลูกสาวของเธอหยิบขวดหยกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอก็ถามด้วยความแปลกใจผสมสงสัย "นั้นอะไรหรอซวนเออร์
"นี่เป็ของที่หนูได้มาจากคนๆหนึ่งคะแม่ เขาบอกว่าสามารถช่วยพ่อได้" เซียวอยูซวนตอบคำถามของแม่ของเธอ
เมื่อทุกคนในห้องได้ยินว่าของที่เซียวอยูซวนหยิบออกมาสามารถช่วยท่านชายเซียวได้ สายตาของทุกคู่ก็ตกไปที่ขวดหยกทันที
"ลูกแน่ใจหรอว่าสามารถช่วยพ่อของลูกได้" ซูเหม่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใจ
"อันที่จริงหนูก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ค่ะ" เซียวอยูซวนตอบแม่ของเธอ
เมื่อได้คำพูดของลูกสาว ซูเหม่ยหันหน้าไปมองหมอหู่สเพื่อขอความคิดดห็น "หมอหู่ คุณคิดว่ายังใงค่ะ"
หมอหู่คิดสักพัก และส่งสายตาไปยังคุณหมอที่เหลือ ทันทีที่คุณหมอที่เหลือเห็นสายตาของหมอหู่พวกเขาก็พยักหน้าพร้อมกัน อย่างไรก็ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว "ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรครับ" หมอหู่กล่าว
ทันทีที่ได้รับคำตอบ เซียวอยูซวนก็เปิดฝาขวดหยกออกและเทของข้างในออกมา ปรากฎเป็เม็ดยาสีดำสนิทเม็ดหนึ่งอยู่บนมือ เมื่ออย่างนี้เซียวอยูซวนไม่รอช้า เธอเดินไปที่เตียงที่พ่อเธอนอนอยู่ จากนั้นเธอเปิดปากพ่อของเธอออกมาเล็กน้อย และป้อนเม็ดยาลงไป
