ฟู่หลงเหยียนพาอวี้จิ่นกลับมาส่งที่จวน ภายหลังที่พลุถูกจุดจนหมดเรียบร้อยแล้ว ด้วยตอนมาร่วมงานเขานั่งรถม้า ยามนี้จำเป็ต้องยืมเ้าเสี่ยวหงกลับจวนไปก่อน และค่อยนำมันมาคืนอวี้จิ่นทีหลัง
อวี้จิ่นยืนส่งฟู่หลงเหยียนขี่เ้าเสี่ยวหง จนแผ่นหลังของเขาหายลับไปจากสายตา ถึงได้เดินเข้าจวนอย่างอารมณ์ดี ทำให้คนเดินตามหลังอย่างตงลู่กับเฟยอิน เอ็นดูกับท่าทางที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเขินอาย อยากจะหัวเราะแต่ต้องอดกลั้นเอาไว้
แต่พอมาถึงเรือนของตนอวี้จิ่นพบว่า เป่าจูสาวใช้ของพี่สะใภ้ กำลังเดินไปมาชะเง้อมองหาใครอยู่
“หืม นั่นใช่พี่เป่าจูสาวใช้ของพี่สะใภ้ใช่ไหมพี่เฟยอิน”
“ใช่จริง ๆ ด้วยเ้าค่ะคุณหนู ว่าแต่นางมาทำอะไรที่เรือนของท่าน ยามนี้มิใช่ต้องอยู่รอรับใช้องค์หญิงใหญ่หรอกรึ?”
เป่าจูเมื่อเห็นอวี้จิ่นกลับมาที่เรือน จึงสาวเท้าไปหานางดั่งพายุ สร้างความงุนงงจนอดคิดไม่ได้ว่า จะเกิดเื่อันใดที่เรือนของพี่ชายตนหรือไม่
“คุณหนูเจียงในที่สุดท่านก็กลับมาเสียทีเ้าค่ะ” น้ำเสียงของเป่าจูดูร้อนรนแปลก ๆ
“พี่เป่าจูท่านมารอพบข้ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่เ้าคะ”
“คือบ่าวมารอพบคุณหนูที่นี่ เพราะมีเื่จะรบกวนท่านจริง ๆ เ้าค่ะ”
“พี่เป่าจูบอกมาเถิดว่าจะให้ช่วยเื่อะไร หากข้าทำไม่ได้ยังมีน้าตงลู่กับพี่เฟยอินอยู่”
“เอ่อ บ่าวแค่อยากจะถามคุณหนูเจียงว่า ท่านพอจะมียาที่ใช้ทาตรงนั้นของสตรี หลังจากเข้าห้องหอบ้างหรือไม่เ้าคะ คือบ่าวอยากได้ไว้สำหรับองค์หญิงใหญ่เ้าค่ะ แหะ ๆ ๆ” เป่าจูที่ได้ยินเสียงจากด้านในห้องหอ นางก็นึกถึงเื่นี้ขึ้นมาได้
“อ้อ มีแน่นอนเ้าค่ะ รับรองหากทาพี่สะใภ้พรุ่งนี้ คงไม่รอดเงื้อมมือพี่ชายของข้ารังแกอีกแน่ คิ คิ คิ รอข้าประเดี๋ยวเพราะยาอยู่ในห้อง ข้าจะไปหยิบมาให้ท่านเอง” อวี้จิ่นก็นึกว่ามีเื่ร้ายแรงเสียอีก ที่แท้ก็เื่ปกติของสาวพหรมจรรย์
อวี้จิ่นเดินเข้ามาในห้องรับแขก และแอบอยู่หลังฉากกั้น เพื่อบดบังการกระทำที่เป็ความลับอย่างเงียบ ๆ
‘เฉินหนงจัดยาชั้นดีให้ข้าสักสองกระปุกสิ เอาชนิดที่หายภายในสิบสองชั่วยามนะ เพราะพี่สะใภ้ของข้าจำเป็ต้องใช้ และอีกไม่นานข้าจะนำไปวางขายที่ร้าน เป็ยาเฉพาะจุดของสตรีที่เพิ่งผ่านการแต่งงานง
‘ยินดีกับนายหญิงที่ได้พี่ใภ้ที่ถูกใจ’
‘ขอบใจจ้ะ’
‘เื่ยานายหญิงรอสักประเดี๋ยว ข้าจะจัดการให้ท่านอย่างรวดเร็ว รับรองไม่เสียเวลาอย่างแน่นอนขอรับ’
ไม่ถึงหนึ่งจิบชายาที่อวี้จิ่น้า ก็ปรุงออกมาได้ถึงสิบกระปุก อวี้จิ่นยิ้มร่ากับผลงานของเฉินหนง จึงรับปากว่าจะให้ฟู่หลงเหยียน พาไปูเานอกเมืองที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เพื่อหาสมุนไพรในป่าลึกเสียหน่อย ยังมีตำหรับยาอีกหลายอย่างที่อยากทำ
เป่าจูนั่งรออย่างมีมารยาท เพียงไม่นานอวี้จิ่นก็กลับออกมา พร้อมกระปุกยาในมือ ก่อนจะยื่นให้กับเป่าจูไปหนึ่งกระปุกใหญ่
“พี่เป่าจูนี่เป็ยาที่ท่าน้า รีบกลับไปรอที่เรือนพี่ใหญ่เถิด”
“ขอบคุณคุณหนูเจียงมากเ้าค่ะ บ่าวขอตัวก่อนนะเ้าคะ” เป่าจูรับกระปุกยาจากอวี้จิ่นได้ ก็รีบเอ่ยขอตัวกลับไปรอรับใช้เ้านายทันที
“ฮ้าววว ตอนนี้ก็ถึงตาพวกเราพักผ่อนแล้วเ้าค่ะ พวกท่านสองคนไม่ต้องยืนเฝ้านะเ้าคะ อย่างไรเสียข้าย่อมปลอดภัยทุกเวลาเ้าค่ะ”
“พวกเราทราบแล้วขอรับ/เ้าค่ะ”
แม้จะได้รับอนุญาตให้นอนพักได้ แต่ตงลู่กับเฟยอินยังคงทำหน้าเช่นเดิม พวกเขาสองคนสลับการเฝ้าเวรยาม ถึงจะอยู่ในจวนที่ทุกคนต้องหวั่นเกรง ใช่ว่าจะไม่มีอันตรายเมื่อเกิดความประมาท
ปลายยามเหม่าของวันต่อมา ร่างบางที่ยามนี้ยังคงเปลือเปล่า ถูกอ้อมแขนของสามีตระกองกอดไว้ไม่ยอมปล่อย เปลือกตาบางขยับไปมาก่อนจะลืมตาช้า ๆ เนื่องจากรู้สึกปวดเมื่อยไปตามร่างกาย แค่ขยับตัวเล็กน้อนส่งผลให้สามีตื่นนอนเสียได้
“เหตุใดถึงรีบตื่นเล่า นอนพักต่ออีกสักหน่อยเถิด”
“ได้อย่างไร ต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อท่านแม่นะเ้าคะ”
“ลุกไหวเช่นนั้นรึ?” เจียงหยวนแสร้งถาม ถึงแม้จะรู้ว่าตอนนี้จ้าวเจียเฟยเป็อย่างไร
“ข้า...อยากแช่น้ำล้างตัวมากกว่าเ้าค่ะ” จ้าวเจียเฟยตอบสามีก่อนจะก้มหน้างุด ด้วยความเขินอาย
นางจะบอกสามีได้อย่างไรว่ารู้สึกเจ็บขัดตรงส่วนล่าง..
“เ้ารอประเดี๋ยวพี่จะให้สาวใช้เตรียมน้ำร้อนให้”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เจียงหยวนลุกออกไปสวมเสื้อผ้า และเรียกให้เป่าจูเข้ามาดูแลเ้านาย ซึ่งตอนนี้จะต้องเรียกนางว่าฮูหยินน้อยเจียง เป่าจูเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านใน จึงรีบเข้าไปจัดแจงเครื่องแต่งกาย และช่วยจ้าวเจียเฟยอาบน้ำจากนั้นนำยาที่ได้จากอวี้จิ่น มาทารักษาอาการปวดบวมให้เ้านาย ที่สีหน้าดูไม่ยามได้ลงน้ำในคราแรก
“องค์หญิงเพคะ ทายาก่อนเถิดจะได้รู้สึกดีขึ้น” เป่าจูบอกกับเ้านายของตนขณะช่วยซับน้ำตามร่างกาย
“ยาอันใดรึเป่าจู แล้วเ้าไปเอายามาจากที่ใด”
“คือว่า..เมื่อคืนหม่อมฉันไปพบคุณหนูอวี้จิ่น เพื่อสอบถามเื่ยากระปุกนี้ สำหรับใช้รักษาตรงส่วนนั้นของพระองค์เพคะ คุณหนูอวี้จิ่นบอกว่าทาแล้วจะรู้สึกดีขึ้นทันทีเพคะ” เป่าจูที่ได้เห็นสรรพคุณของยาจากอวี้จิ่น หลังจากถูกส่งไปรับใช้ข้างกายจ้าวเจียเฟย
“คงต้องขอบคุณน้องสามีอีกแล้วสินะ นางช่างเป็เด็กสาวที่น่ารักและจิตใจดีจริง ๆ” จ้าวเจียเฟยรู้สึกเอ็นดูอวี้จิ่น ั้แ่ที่นางติดตามพี่ชายไปช่วยเหลือตนแล้ว
“ถ้าคุณหนูอวี้จิ่นออกเรือน องค์หญิงก็เพิ่มสินเดิมให้นางสิเพคะ”
“อืม ข้าเห็นด้วยกับความคิดของเ้าเป่าจู เ้าไปเตรียมเสื้อผ้าเถิดยานี่ประเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง” จ้าวเจียเฟยคิดว่าที่เป่าจูพูดมา ก็มีความเหมาะสมหากตนจะเพิ่มสินเดิมให้กับอวี้จิ่น
“เพคะองค์หญิง”
จ้าวเจียเฟยใช้ยาของอวี้จิ่นรักษาอาการแสบขัด หลังจากแต่งกายเสร็จอาการที่เคยมีก็ดีขึ้นมากกว่าครึ่ง นางไม่ผิดหวังกับยาของอวี้จิ่นเลยสักครั้ง ที่ร่างกายนี้แข็งแรงเป็ปกติได้ก็เพราะยาของอวี้จิ่นอีกเช่นกัน
เมื่อสามีภรรยาจัดการเื่ส่วนตัวเสร็จ เจียงหยวนก็เดินมารับจ้าวเจียเฟยไปเรือนใหญ่ เพื่อยกน้ำชาทำความเคารพพ่อแม่สามี และทานอาหารมื้อเช้าพร้อมกันทั้งครอบครัว และอาหารของตระกูลของสามี ก็ทำให้จ้าวเจียเฟยทานข้าวได้มากกว่าเดิม
ในเรือนใหญ่ตอนนี้มีแม่ทัพใหญ่และจางฮูหยิน ที่นั่งพูดคุยหยอกล้อกันไปมาระหว่างรอบุตรชายกับลูกสะใภ้ ส่วนอวี้จิ่นเองก็เพิ่งมาถึงหลังจากเข้าครัวไปทำอาหาร และกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ไม่นานเจียงหยวนก็ประคองฮูหยินของตนเดินเข้ามา
“คารวะท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ”
“องค์หญิงอย่าได้ทำเช่นนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสียพระองค์ยังดำรงพระยศจ่างกงจู่” แม่ทัพใหญ่รีบห้ามปรามลูกสะใภ้สูงศักดิ์ ที่ทำความเคารพตนกับฮูหยิน
“ท่านพ่ออย่าคิดมากเลย ยามนี้เป็ครอบครัวเดียวแล้ว ผู้น้อยเคารพผู้าุโย่อมสมควร พูดกับข้าเช่นปกติเถิดอย่าใช้คำาาศัพท์เลยเ้าค่ะ” จ้าวเจียเฟยไม่้าให้ใครเอาไปพูดได้ว่า เข้ามาอยู่ในจวนของสามีแต่ไม่เห็นหัวบิดามารดาของสามี
“เช่นนั้นเพื่อความสบายใจของพี่สะใภ้ ยามอยู่ในจวนพวกเราก็พูดคุยตามปกติ เอาไว้ออกไปข้านอกหรือต้องร่วมงานเลี้ยงในวัง ค่อยใช้คำที่เป็ทางการดีหรือไม่เ้าคะ” อวี้จิ่นเสนอทางออกให้ทุกคน
“จริงอย่างที่จิ่นเอ๋อร์พูดนะขอรับท่านพ่อ หากยังเว้นระยะห่างเช่นนี้จะเรียกว่าครอบครัวได้อย่างไรขอรับ” เจียงหยวนแอบขยิบตาขอบใจน้องน้องสาว
“เอาตามที่จิ่นเอ๋อร์ว่ามาก็ดีเช่นกัน” แม่ทัพใหญ่มีหรือจะขัดใจอวี้จิ่น
ในเมื่อทำข้อตกลงกันได้จ้าวเจียเฟยจึงยกน้ำชาตามประเพณี ทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง จากนั้นจึงได้ย้ายไปยังห้องทานอาหาร โดยบนโต๊ะมีอาหารหน้าตาน่าทานอยู่หลากหลาย จ้าวเจียเฟยชอบอาหารทุกจาน จนรู้สึกว่าตนเองยังไม่อิ่มและอยากเติมข้าวอีกเล็กน้อย แต่เกรงว่าทุกคนจะมองว่าตนเองตะกละ
แต่พอคนข้างกายเติมข้าวชามที่สอง ไหนจะท่านพ่อและท่านแม่ที่เติมอีกครึ่งชาม มีหรือจ้าวเจียเฟยจะไม่ทำตาม นี่จึงเป็ครั้งแรกที่จ้าวเจียเฟย ได้ทานอาหารที่อร่อยและอิ่มกว่าทุกครั้ง หลังจากทานอาหารมื้อเช้า เจียงหยวนก็พาฮูหยินน้อยของเขา ไปพบท่านย่าที่เอ็นดูหลานสะใภ้คนนี้อยู่แล้ว พอได้เจอยิ่งพูดคุยถูกคอ
เนื่องจากเพิ่งกลับจากการทำศึกา แม่ทัพใหญ่จึงได้พักผ่อนอยู่กับฮูหยินและลูก บุตรชายก็ตัวติดฮูหยินไม่ยอมห่าง ส่วนอวี้จิ่นนั้นยังออกไปทำหน้าที่เช่นเดิม สลับกับการไปตรวจบัญชีร้านค้า จนกระทั่งครบสามวันตระกูลฟู่ จึงนำสินสอดนับร้อยหีบมาเยือนตระกูลเจียง
หลังทานอาหารมื้อเช้าในวันนี้เสร็จ บ่าวด้านหน้าเข้ามารายงาน ว่าฟู่กั๋วกงพาครอบครัวนำหีบสินสอดนับร้อย มาเยือนตระกูลเจียงเพื่อทำการทาบทามสู่ขอคุณหนูอวี้จิ่น เื่นี้เรียกความสนใจจากชาวบ้านได้อีกครั้ง เนื่องจากเพิ่งผ่านงานมงคลของบุตรชายคนโตแค่สามวัน บุตรสาวที่กลับมาได้ยังไม่ถึงปี ก็มีตระกูลฟู่ผู้สืบทอดตำแหน่งไคกั๋วกงมาสู่ขอแล้ว
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินและคุณชายฟู่ขอรับ เชิญด้านในห้องรับแขกเถิดขอรับ”
“ขอบใจพ่อบ้านเจียง”
ด้านในห้องโถงเ้าของจวนมารอต้อนรับแขกกันครบทุกคน
“ถวายบังคมองค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”
“ฟู่กั๋วกงและฮูหยินไม่ต้องมากพิธี”
“ฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยิน เชิญนั่ง ๆ”
“แม่ทัพใหญ่เชิญ”
“ดูท่าแม่ทัพใหญ่คงเดาออกแล้ว ว่าข้ากับฮูหยินมาพบท่านกับจางฮูหยินด้วยเหตุใดกระมัง” ฟู่กั๋วเอ่ยเย้าแหย่แม่ทัพใหญ่
“พวกท่านเล่นยกหีบสินสอดมาถึงเพียงนี้ จะไม่รู้ได้อย่างไรกันเล่า การแสดงออกของอาเหยียน เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาย่อมพวกเราย่อมรู้ดี” แม่ทัพใหญ่ประทับใจว่าที่ลูกเขย เพราะเขาไม่เคยใช้สายตามองสตรีอื่น
“ใช่เ้าค่ะแม่ทัพใหญ่ สำหรับบุตรชายของข้าคนนี้ หายใจเข้าออกก็เป็จิ่นเอ๋อร์อยู่เสมอ แม้แต่ข้ายังชอบเวลาได้พูดคุยกับจิ่นเอ๋อร์ นางช่างทำให้ผู้คนสบายใจไร้กังวลได้ง่ายเสียเหลือเกินเ้าค่ะ” เซี่ยฮูหยินมักจะมีเสียงหัวเราะทุกครั้ง ที่อวี้จิ่นแวะไปหาตนเองที่จวน
“ท่านป้าชมเกินไปแล้วเ้าค่ะ ข้าไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนั้น”
“ท่านป้าพูดได้ถูกต้องจริง ๆ ขอรับ แม้แต่กับข้าที่เป็พี่ชายแท้ ๆ อาเหยียนก็ยังหวงจิ่นเอ๋อร์ ช่างน่าหมั่นไส้ยิ่งนักขอรับ” เจียงหยวนได้โอกาสฟ้องมารดาสหาย
“เอาล่ะ ๆ อาหยวนเ้าแต่งงานมีภรรยาแล้วนะ ยังจะทำตัวเป็เด็กติดน้องไปได้ วันนี้พวกเราคงทำได้เพียงแลกหนังสือหมั้นหมาย ส่วนฤกษ์มงคลคงต้องให้เ้าตัวดูให้ตนเองแล้วกระมัง แม่พูดถูกหรือไม่จิ่นเอ๋อร์” จางฮูหยินก็ยังนึกหมั่นไส้บุตรชาย และยินดีแลกหนังสือหมั้นหมาย
“นั่นสินะ ฤกษ์มงคลใหญ่เพิ่งจะผ่านไป ปีนี้คงจะไม่ทันฤกษ์แล้ว ถ้าอย่างไรจิ่นเอ๋อร์คำนวณดูฟฤกษ์ยาม จากนั้นส่งข่าวไปบอกลุงกับป้าด้วยนะจ๊ะ” เซี่ยฮูหยินจะไปพึ่งหมอดูคนอื่นได้อย่างไร ในเมื่อว่าที่ลูกสะใภ้มีความสามารถมากขนาดนี้
“เป็อย่างที่ท่านแม่กับท่านป้าคิดเ้าค่ะ ฤกษ์ที่เป็มงคลเช่นพี่ใหญ่ จะเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนแปดของปีถัดไป ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ข้า้าพอดีเ้าค่ะ” เพราะอวี้จิ่นอยากจะขอเวลาอีกสักหน่อย
“อย่างไรหรือลูกพ่อ?”
“ข้าเพิ่งจะกลับมาอยู่กับครอบครัวได้ไม่นาน ยังอยากมีเวลาอยู่ดูแลพวกท่านอีกสักหน่อย ที่สำคัญอายุของข้ายังถือว่าน้อยนัก แม้จะผ่านพิธีปักปิ่นที่เรียกว่าผ่านเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็ตาม แต่การออกเรือนั้แ่อายุยังน้อย ยามตั้งครรภ์มีความเสียงในการคลอดบุตร ภายในร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน
ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเื่อันตรายนี้ เวลาที่ข้าขอกับพวกท่านไปนั้น เมื่อครบกำหนดข้าจะมีอายุสิบแปดปี โครงสร้างของร่างกายถือว่าแข็งแรง พอแต่งงานก็สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ได้เจาค่ะ หนึ่งปีครึ่งพี่ชายฟู่รอได้หรือไม่เ้าคะ?”
อวี้จิ่นอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลของนาง และตบท้ายด้วยการถามความเห็นของฟู่หลงเหเยียน ซึ่งทุกคนย่อมรู้คำตอบอยู่ในใจ ว่าเขาย่อมตกลงรับปากอวี้จิ่นอีกตามเคย
“พี่ย่อมรอเ้าได้เสมอจิ่นเอ๋อร์ เวลาเพียงหนึ่งปีครึ่งมิได้นานมากมาย อย่างน้อย่เวลานี้พวกเราก็ใช้ให้เป็ประโยชน์ ถือว่าเป็การเรียนรู้ระหว่างกันเพิ่มเติมดีไหม” ฟู่หลงเหยียนเคยขัดสิ่งที่อวี้จิ่นขอกับเขาได้หรือ
“ขอบคุณพี่ชายฟู่ที่เข้าใจข้าเ้าค่ะ การเรียนรู้นิสัยใจคอถือว่าสำคัญไม่น้อย สามารถปรับปรุงได้ก่อนใช้ชีวิตร่วมกันเ้าค่ะ”
“นี่น้องรัก แล้วพี่สะใภ้ของเ้าล่ะพร้อมจะมีหลานได้หรือยัง” เจียงหยวนแอบถามน้องสาว เมื่อได้ยินนางพูดเื่การตั้งครรภ์
“คิ คิ พี่สะใภ้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีมากเ้าค่ะ แต่อย่าลืมเดินออกกำลังให้เืได้ไหลเวียน ยาบำรุงของข้าควรทานอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าอีกไม่นานจวนของเราจะมีข่าวดีแน่ ๆ เ้าค่ะพี่ใหญ่” จะไม่มีข่าวดีได้อย่างไร ยาบำรุงที่ส่งเข้าวังหลวง ล้วนเป็ยาบำรุงชั้นดีทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นพี่สะใภ้ของนางจะแข็งแรงได้เร็วเช่นนี้หรือ
“ไอหยา เมี่ยวอี๋สงสัยเ้าต้องเริ่มเตรียมเรือน สำหรับหลาน ๆ แล้วกระมัง หากอาหยวนมีบุตรชายบุตรสาวก่อน ต่อไปจะได้ช่วยดูแลปกป้องน้อง ๆ ได้ในอนาคตนะ” เซี่ยฮูหยินเชื่อหมดใจเื่ยาบำรุงของอวี้จิ่น ครานั้นยังเป็ที่เล่าลือกันอยู่ตั้งหลายวัน เื่ฮูหยินใต้เท้ากวนตั้งครรภ์บุตรได้
“ฮ้าย ฮวาเซียนเ้าก็พูดไป แต่เตรียมไว้ก่อนจะได้ไม่ฉุกละหุกทีหลัง อีกหน่อยคงจะสนุกกับการเลี้ยงหลานแล้วล่ะ คิ คิ” จางฮูหยินพูดทีเล่นทีจริง
“เช่นนั้นเื่หมั้นหมายก็เป็อันเสร็จสมบูรณ์ ระหว่างนี้พวกเราก็ทำหน้าที่ของตนให้ดี และค่อย ๆ เตรียมงานให้ออกมาดีที่สุดก็พอ” ฟู่กั๋วกงคิดว่าการเลือกคู่ชีวิตครั้งนี้ของบุตรชาย เป็คนที่ทำให้ฟู่ฟลงเหยียนมีความสุขที่สุด กว่าครั้งแรกที่ผ่านมาหลายเท่า
“เชิญฟู่กั๋วกงกับเซี่ยฮูหยินท่านของว่างแล้วค่อยกลับจวนเถิดนะ”
เมื่อเ้าของจวนเอ่ยชวนจะปฏิเสธได้อย่างไร ใช่ว่าจะได้มาทานอาหารหรือขนมอร่อย ๆ ที่จวนแม่ทัพใหญ่ได้บ่อย ๆ เสียเมื่อไหร่กัน เพราะอาหารและขนมเหล่านี้ ล้วนเป็การแนะนำจากอวี้จิ่นทั้งสิ้น นอกจากนี้ก่อนฟู่หลงเหยียนจะพาบิดามารกลับจวน อวี้จิ่นยังได้นำเครื่องปรุงสำหรับทำอาหาร จัดใส่ตระกร้าใบไม่เล็กไม่ใหญ่ พร้อมเขียนวิธีใช้เติมในอาหารอย่างละเอียด เพื่อให้บิดามารดาของฟู่หลงเหยียน ได้ทานอาหารที่อร่อยทุกวันนับจากนี้
