ในฐานะนักวิเคราะห์ทองคำของแผนกการเงินมันก็ยังพอเข้าใจได้ว่าหลินส้วยไม่สามารถคว้าผู้ช่วยของท่านประธานฉินได้แต่เขาจะไม่สามารถแม้แต่คว้าพนักงานฝ่ายขายจากแผนกการขายเชียวหรือ?
“คนสวย การที่ผมมานั่งที่นี่ไม่รบกวนมื้ออาหารของคุณใช่ไหม?” หลินส้วยเป็นักเรียนเก่งที่เรียนในอเมริกา เขาไม่ได้เรียนอะไรจากอเมริกาแต่เขาเรียนวิชาตกสาวมา
วิชาพวกนี้สามารถกล่าวสรุปได้ในสองสามประโยคแสร้งทำเป็สุภาพบุรุษ โชว์สถานะ ทำเป็รวย และทำตัวเป็ฮีโร่
เมื่อเผชิญหน้ากับสาวๆที่มีนิสัยแตกต่างกัน ก็ต้องแสดงในจุดที่แตกต่างสำหรับสาวไร้เดียงสาที่เพิ่งจบใหม่อย่างสวี่รั่วโหรวเขาจะแสร้งทำเป็สุภาพบุรุษและให้ความสำคัญกับตำแหน่งของเขา
เพราะสองอย่างนี้คือจุดแข็งของหลินส้วยและเขาก็ทำเหมือนกับว่าเขาคว้าสวี่รั่วโหรวได้แล้ว
สวี่รั่วโหรวส่ายหัวเบาๆและไม่ได้พูดกับหลินส้วย เธอกินอาหารของเธอในถาดเงียบๆ ต่อไป
“คนสวย ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย” หลินส้วยถามทั้งๆที่รู้เื่ของสวี่รั่วโหรวมาหมดแล้ว แต่เขาก็แกล้งทำเป็ว่าเขาเจอเธอโดยบังเอิญ
“สวี่รั่วโหรว”
“ฮ่าๆ ชื่อฟังดูน่ารักจัง เหมือนกับคุณเลย” หลินส้วยยิ้มอย่างเปิดเผยเขาหยิบชิ้นส่วนของสเต๊กในถาดของเขายื่นไปให้เธอ “รั่วโหรวผมเห็นว่าคุณไม่ได้สเต๊กเลย คุณเอาส่วนของผมไปได้นะ”
ตลอดเวลาสวี่รั่วโหรววุ่นอยู่กับการก้มหน้าก้มตากินเธออยากจะกินเร็วๆ และออกไป ดังนั้นเธอจึงไม่รู้การเคลื่อนไหวของหลินส้วย แต่จู่ๆเธอก็เห็นสเต๊กตกลงในถาดของเธอ ทำให้เธอรู้สึกรังเกียจเธอไม่รู้สักหวั่นไหวหรืออบอุ่นอะไร
“ฉ..ฉันมีเื่ต้องทำ ขอตัวก่อน” สวี่รั่วโหรวบุ้ยปากและยืนขึ้นเธอคงจะไม่กินข้าวจานนี้อีกแล้วและหันหลังกลับออกไป
ในฐานะผู้ช่ำชองในการจีบสาวมันยากที่หลินส้วยจะล้มเหลวในตอนนี้เขาไม่สามารถแม้แต่จะคว้าพนักงานฝ่ายขายธรรมดาจากแผนกการขายได้มันเหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นตบหน้าเขาอย่างไร้ปรานี สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีและสีหน้าของเขาก็กลับมายิ้มอีกครั้งขณะที่ขวางทางสวี่รั่วโหรว “รั่วโหรวคืนนี้คุณว่างหรือเปล่า? ผมจะขับรถพาคุณไปกินอาหารเยอรมันแท้ๆหลังเลิกงาน แล้วเราจะไปดูหนังและไปตากลมด้วยกันเป็ไง?”
อาหารตะวันตกหนัง และขับรถกินลมแค่คิดภาพที่สวยงามเหล่านี้ก็ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่พยักหน้าด้วยความตื่นเต้นแล้วทว่าสวี่รั่วโหรวไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบของเ่าั้ แม้ว่าเธอจะอ่อนแอแต่เธอก็ฉลาดเพียงแค่มองแวบเดียวเธอก็เห็นความคิดของหลินส้วยและเจตนาของเขาแล้ว
“ขอโทษค่ะ ฉันต้องรีบกลับบ้านไปทำงานคืนนี้ ดังนั้นฉันไม่มีเวลา”สวี่รั่วโหรวพบว่าการสอนของฉินเฟิงเริ่มส่งผลบ้างแล้ว อย่างน้อยตอนนี้หัวใจของเธอก็ไม่ได้เต้นรัวอย่างตอนที่เธอโกหกครั้งแรก
“ฮ่าๆๆ ไม่เป็ไร งั้นเมื่อไหร่ที่รั่วโหรวคนสวยมีเวลา มาหาผมนะครับ”หลินส้วยยิ้มและไม่ได้กดดันเธอต่อ ไม่งั้นมันจะส่งผลตรงกันข้าม
สีหน้าของหลินส้วยหมองลงยิ่งขึ้นขณะที่มองเรือนร่างน่ารักและสง่างามของสวี่รั่วโหรวกำลังเดินห่างไปไกลขึ้นเรื่อยๆทันใดนั้นเขาก็เดินไปที่อีกโต๊ะหนึ่งและนั่งข้างชายวัยกลางคนที่ใส่แว่น
ชายคนนี้คือหวังเชาและขี้ข้าคนโปรดของเขาในปัจจุบันเสี่ยวจาง นั่งอยู่ตรงข้าม เสี่ยวจางตอนนี้กำลังเลียขาอย่างบ้าคลั่งเขาทำให้หวังเชามีความสุขมากจนหุบยิ้มไม่อยู่
“ผ...ผู้จัดการหลิน” เมื่อหลินส้วยมานั่งกะทันหันหวังเชาจึงเลิกยิ้มและทักทายหลินส้วยในความพยายามที่จะเอาใจ
“หัวหน้าทีมหวัง สบายดีไหม?” หลินส้วยยิ้ม
“ดีครับดี ผมสบายดี”เป็ธรรมดาที่หลินส้วยของแผนกการเงินคนนี้จะดูถูกหัวหน้าทีมจิ๊บจ๊อยอย่างหวังเชาตอนนี้เขาเป็คนมานั่งกับเขา หวังเชาจึงถามด้วยความสงสัยนิดหน่อย“ผู้จัดการหลินครับ คุณเป็อย่างไรบ้างครับเมื่อเร็วๆ นี้?”
“ก็ดี” หลินส้วยยิ้มแบบเปิดเผย แล้วสีหน้าของเขาก็หม่นหมอง “นี่ฉันเจอปัญหานิดหน่อย และฉันเกรงว่าจะต้องให้นายช่วยแล้วล่ะ หัวหน้าทีมหวัง”
หวังเชาคิดไม่ออกจริงๆว่าเขาจะสามารถช่วยอะไรหลินส้วยได้ แต่เขาก็ฝืนพูดด้วยรอยยิ้มทันที“ผู้จัดการหลินมองหาผมให้ช่วยเพราะคุณไม่ได้ดูิ่ผม ตราบใดที่อยู่ในกำลังของผมผมช่วยเต็มที่แน่นอน”
หลินส้วยโบกมือและหัวเราะ“หัวหน้าทีมหวังจริงจังไปแล้ว จริงๆ แล้วมันก็แค่เื่เล็กสำหรับคุณ”
“ได้โปรดพูดมาเลยครับผู้จัดการหลิน ถ้าผมช่วยได้ ผมเต็มใจแน่นอน”หวังเชาพูดตามความเหมาะสม
หลินส้วยไม่รีบพูดว่าเื่อะไรเขาจ้องเสี่ยวจางที่กำลังนั่งอยู่ตรงข้ามพวกเขา และหวังเชาก็เข้าใจทันที เขาบอก“เสี่ยวจาง ถ้าแกกินเสร็จแล้วก็รีบกลับไปทำงานซะ มันจะสิ้นเดือนอยู่แล้วเราต้องรีบปั่นรายงานพนักงานในแผนกการขายให้เสร็จอีก”
ในฐานะจอมประจบเสี่ยวจางรู้งานดีมาก แม้ว่าเขาจะยังไม่ทันได้กินข้าวคำที่สองเขาก็ยืนขึ้นทันทีและยิ้มก่อนที่จะออกไป “หัวหน้าทีมหวังพูดถูกแล้วงั้นผมจะทำงานให้หนัก ผมหวังว่าพวกคุณทั้งสองจะมีความสุขกับมื้ออาหารนะครับ”
แค่หลังจากที่เห็นว่าเสี่ยวจางเดินไปไกลแล้วหลินส้วยก็ค่อยๆ พูด “หัวหน้าทีมหวัง สวี่รั่วโหรวนั่นเป็พนักงานจากแผนกการขายของคุณใช่ไหม?”
สีหน้าของหวังเชาเปลี่ยนเล็กน้อยและเข้าใจความหมายของหลินส้วยในทันทีดูเหมือนว่าแม้แต่คนจากแผนกการเงินก็ยังเล็งสวี่รั่วโหรวเห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังสู้กับหวังเชาเพื่ออาหารอันโอชะแม้ว่าเขาจะโกรธอยู่ภายในนิดหน่อย แต่ด้วยสถานะของหลินส้วย เขาทำได้แค่พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เบิกบาน“ผู้จัดการหลินครับ สวี่รั่วโหรวเป็ส่วนหนึ่งของแผนกการขายเราเองและเธอก็เป็ลูกน้องผมด้วยครับ”
สายตาของหลินส้วยสดใสขึ้นทันทีดูเหมือนว่าเขาจะเจอถูกคน เขาพูดทันที “หัวหน้าทีมหวังสถานการณ์ตอนนี้ของสวี่รั่วโหรวในแผนกการขายเป็ยังไงบ้าง? ผมหมายถึงสภาพความเป็อยู่ของเธอน่ะ เข้าใจสิ่งที่ผมหมายถึงไหม?”
“ผมเข้าใจครับ เข้าใจแน่นอน” ใบหน้าของหวังเชาเต็มไปด้วยรอยยิ้มหยาบคายเขากล่าว “ผู้จัดการหลินครับ สวี่รั่วโหรวมีคุณสมบัติดีโดยแท้เธอคอยรักษาตัวเองให้บริสุทธิ์และไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่...”
หลังจากที่พูดมาถึงจุดนี้หวังเชาก็หยุด ในเมื่อหลินส้วยเองก็อยากได้สวี่รั่วโหรวหวังเชาไม่ว่าอะไรที่จะจับคู่แข่งคนนี้ให้ไปสู้กับฉินเฟิง พวกมันจะได้สู้กันจนตาย
“แต่อะไร?” หลินส้วยถามอย่างกังวล
เขาชอบสวี่รั่วโหรวมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเด็กสาวคนนี้อาจจะเป็ลูกนก แต่เธอสวยมาก และร่างกายของเธอก็น่าดึงดูดมากใครจะไม่อยากได้เธอกัน
“แต่สวี่รั่วโหรวค่อนข้างสนิทกับฉินเฟิงที่อยู่ในแผนกการขายนั่นพวกเขาดูเหมือนคู่รักกันั้แ่ที่มาทำงานด้วยกันและกินข้าวเที่ยงด้วยกัน…อ้อสวี่รั่วโหรวฉลาดมาก เธอเป็เด็กที่สวยและเชื่อฟังผมคิดว่าเธอคงจะเหมาะสมกับคุณมากๆ แน่ ผู้จัดการหลินมันอาจจะเป็ลิขิตโดย์ระหว่างชายที่มีพร์กับผู้หญิงที่สวยงามใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้คิดคบกับคนที่ไม่มีอนาคตอย่างฉินเฟิง? ขนาดดอกบัวบริสุทธิ์ก็ยังต้องด่างพร้อย”
ขณะที่พูดอยู่หวังเชาตั้งใจแอบมองสีหน้าของหลินส้วยเพื่อหาความเกลียดชังที่ผ่านใบหน้าของเขาหวังเชารู้สึกดีสุดๆ กับตัวเอง หลินส้วยเงียบไปทันที แล้วก็พูดอย่างใจเย็น“หัวหน้าทีมหวัง บอกตามตรง ตลอดมาผมดูแลคุณในฐานะเพื่อนที่ดีดังนั้นจึงไม่จำเป็ที่จะต้องปิดบังอะไรคุณ ผมชอบสวี่รั่วโหรวและอย่างที่คุณบอกเราจะให้ไอ้สัตว์ป่าอย่างฉินเฟิงทำให้ผู้หญิงที่ดีอย่างรั่วโหรวเปรอะเปื้อนได้ยังไง? ผมหวังว่าหัวหน้าทีมหวังจะช่วยผมชนะใจรั่วโหรวให้ไวที่สุดนะ”
