“เราจะเปลี่ยนใจขับรถกลับไปนอนที่โรงแรมในเมืองก็ได้นะ… ถ้าไม่สะดวกที่จะนอนที่นี่”
ทัชน์กล่าวเบาๆ กับเมียรัก
“ไม่ค่ะ… นามิจะนอนค้างที่นี่ค่ะ พี่ธัชน์ต้องใจเย็นๆ นะคะ… อย่าลืมสิคะ… ว่าจุดประสงค์ของการกลับมาในครั้งนี้คืออะไร?”
นามิกล่าวเตือนสติสามี
“ใช่… พี่ขอโทษที่ใจร้อนไปนิด… ”
ธัชน์ฉุกคิดขึ้นได้ หันมากล่าวกับภรรยา… จริง
อย่างที่นามิเตือน เมื่อนึกถึงทรัพย์สมบัติมากมายที่อยู่ในการของ ‘อาชา’
ทั้งบ้านและที่ดินนับร้อยไร่รอบๆ บ้านและฟาร์มแห่งนี้ ล้วนเป็สมบัติของอาชาผู้เป็พ่อเลี้ยงแต่เพียงผู้เดียว
อาชาไม่มีลูกและญาติที่ไหน เมื่อนับญาติกันในฐานะ ‘พ่อเลี้ยง’ ก็นับว่าธัชน์นั้นมีศักดิ์ของความเป็ญาติที่ใกล้ชิดที่สุด
อาชาเป็พ่อเลี้ยงของธัชน์ ไม่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิด อาชาแต่งงานกับแม่ของธัชน์แล้วพามาอยู่ที่ฟาร์มแห่งนี้พร้อมกับธัชน์
ตอนนั้นธัชน์ยังเด็กมาก อายุเพิ่งสิบขวบ แต่ไม่นานแม่ของธัชน์ก็มีอันต้องมาเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด ทำให้อาชาต้องเลี้ยงดูธัชน์เพียงลำพังเรื่อยมา
“พี่ธัชน์ต้องใจเย็นๆ นะจ๊ะ… ”
นามิกล่าวย้ำอีกครั้ง ก่อนจะพากันลากกระเป๋าเดินทางเข้ามายังกระท่อมซึ่งอันที่จริงสภาพภายในของมันก็ไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่เข้าใจ
เพราะว่าข้างในก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่พอสมควร แทบไม่ต่างจากห้องพักของรีสอร์ตเล็กๆ แถวต่างจังหวัด
ในเวลาต่อมา
เวลาใกล้เที่ยงคืน อาชารู้สึกปวดฉี่ จึงลุกขึ้นจากเตียงนอนมาเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็เดินออกมาสูดอากาศภายนอกบ้าน สายตาจ้องมองไปยังกระท่อมหลังน้อย นึกห่วงว่าลูกชายกับสะใภ้จะนอนกันได้ไหม
